สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

ศุภชัย หารือเรื่องภารกิจสำคัญของสถาบันพระปกเกล้าและเรียกร้องให้มีการพิจารณาการบรรลุภารกิจเหล่านี้ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำความเข้าใจถึงอาวุธ 3 ประการ (อาวุธนิติบัญญัติ อาวุธบริหาร และอาวุธตุลาการ) เพื่อความมั่นคงของระบอบประชาธิปไตย และเรียกร้องให้สถาบันพระปกเกล้าเร่งท้าความเข้าใจและชี้แจงให้กับประชาชนเกี่ยวกับประชาธิปไตยที่แท้จริงและวัฒนธรรมการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

นายศุภชัย ศรีหล้า อุบลราชธานี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ถือว่ามีประโยชน์อย่างยิ่งต่อภารกิจการท้าหน้าที่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้พิจารณารายงานประจ้าปี พุทธศักราช ๒๕๕๓ ของสถาบันพระปกเกล้า ซึ่งอยู่ในมือของกระผม ท่านประธานที่เคารพครับ สถาบันพระปกเกล้าถือก้าเนิดมาแล้ว ๑๗ ปี ตั้งแต่วันที่ ๑๙ มกราคม ปี ๒๕๓๘ ถ้าเป็นคนก็จะอยู่ในวัยหนุ่มเริ่มที่จะเป็นก้าลังส้าคัญของชาติ ของบ้าน ของเมือง ในขณะที่มีอายุมาแล้ว ๑๗ ปี มีภารกิจส้าคัญอยู่ ๒ ประการ

ภารกิจประการแรกที่ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเพื่อตอกย้า ไปยังผู้ชี้แจงซึ่งมาจากสถาบันพระปกเกล้าว่าภารกิจของท่านที่ท่านให้ไว้กับพวกเรานั้น มีความส้าคัญเป็นอย่างยิ่ง ภารกิจแรกคือการด้าเนินงานเพื่อการเสริมสร้างเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจเรื่องการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ภารกิจนี้ถือว่าเป็นภารกิจหลัก ถ้าย้อนกลับไป ๑๗ ปี ก็ต้องกลับไปถามว่าภารกิจเหล่านี้ ตลอดระยะเวลาการท้างานของท่านบรรลุแล้วหรือยัง ยังมีความเคลือบแคลงสงสัยใด ๆ หรือไม่ ที่พี่น้องประชาชน กลุ่มการเมือง พรรคการเมืองบางพรรคที่อยากจะเห็นการสถาปนา การปกครองอีกแบบหนึ่ง หรือจัดวางสถาบันพระมหากษัตริย์อีกต้าแหน่งหนึ่ง

หรือประการที่ ๒ ซึ่งว่ามีความส้าคัญเช่นเดียวกันที่ผมอยากกราบเรียน ผ่านท่านประธาน เพื่อตอกย้าไปยังภารกิจของสถาบันพระปกเกล้า นั่นคือการมุ่งสร้าง วัฒนธรรมประชาธิปไตย ท่านประธานที่เคารพครับ ตลอดระยะเวลา ๑๗ ปี ผมมั่นใจว่า สถาบันพระปกเกล้าให้การอบรมแก่พี่น้องประชาชนหลายระดับ ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรส้าคัญ ๆ ที่เป็นนักธุรกิจ ที่เป็นข้าราชการระดับสูง รวมถึงนักการเมือง รวมไปถึงหลักสูตรย่อย ๆ ที่เข้าถึงพี่น้องประชาชนได้ทั่วทั้งประเทศ ผ่านการอบรมจากสถาบันพระปกเกล้า ผมมั่นใจว่า ตลอดระยะเวลา ๑๗ ปี หลายหมื่นหรืออาจจะร่วม ๑๐๐,๐๐๐ คนแล้ว ถ้าร่วม ๑๐๐,๐๐๐ คนแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ ความเคลือบแคลงสงสัยเรื่องประชาธิปไตยที่แท้จริง น่าจะมีน้อยลง แต่ในขณะที่มีความเคลือบแคลงสงสัยเรื่องประชาธิปไตยที่แท้จริงนั่นแปลว่า ช่วงระยะเวลา ๑๗ ปีที่ผ่านมา ภารกิจของสถาบันพระปกเกล้ายังไม่บรรลุความส้าเร็จ ใช่หรือไม่ หรือมีระดับความส้าเร็จมากน้อยเพียงใด ท้าไมวันนี้เราจึงเรียกร้องประชาธิปไตย บอกว่าอย่างนั้นเป็นประชาธิปไตย แต่อย่างนี้ไม่ใช่ประชาธิปไตย ความเคลือบแคลงสงสัยเหล่านี้ ผมถือว่าเป็นภารกิจหลักที่สถาบันพระปกเกล้าต้องเร่งท้าความเข้าใจ เร่งชี้แจงให้กับพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ประชาธิปไตยที่แท้จริงคงจะเป็นภารกิจอีกภารกิจหนึ่ง ที่ต้องเร่งท้าแล้วละครับ ถ้าช้าจะก่อให้เกิดความสับสนวุ่นวาย และในที่สุดบางกลุ่ม บางพวก ก็จะน้าความเข้าใจที่ผิด ๆ เรื่องการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงไปสื่อสารผิด ๆ กับพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ยังไม่เท่านั้นนะครับ ประชาธิปไตยที่แท้จริง สถาบันพระปกเกล้าก็ควรจะเร่งด้าเนินการให้สอดคล้องกับภารกิจ นั่นคือประชาธิปไตยที่แท้จริง และมีความสอดคล้องกับบริบททางสังคมและวัฒนธรรมไทย ผมอยากจะขออนุญาต ท่านประธานกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังผู้ชี้แจงว่าวัฒนธรรมการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยที่มีความใกล้เคียงกับเรา ที่ผมขออนุญาตยกตัวอย่าง เช่น ประชาธิปไตยแบบอังกฤษซึ่งมีสถาบันพระมหากษัตริย์เช่นเดียวกัน ประชาธิปไตยแบบญี่ปุ่น นั่นก็มีสถาบันพระมหากษัตริย์เช่นเดียวกัน และในขณะเดียวกันก็อาจจะมีประชาธิปไตย แบบประเทศนอร์เวย์ นั่นก็มีพระมหากษัตริย์เช่นกัน แต่ประเทศอังกฤษก็ดี ประเทศญี่ปุ่นก็ดี ประเทศนอร์เวย์ก็ดีเราคงจะหยิบยกเอาประเทศใดประเทศหนึ่งมาทาบ มาทับ มากด เพื่อจะเป็นแบบอย่างที่ดีที่สุดส้าหรับของเราก็คงไม่ได้ แต่เราอาจจะบอกว่า เรามีระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขแบบไทย รูปแบบอย่างนี้ วิธีการเหล่านี้ถือว่าเป็นภารกิจหลักของสถาบันพระปกเกล้าที่ต้องเร่งท้าเช่นกัน ไม่เท่านั้นนะครับ ท่านประธานที่ผมอยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังผู้ชี้แจง ก็คือเรื่องของกลจักรส้าคัญ หรือกลไกส้าคัญของการสถาปนาระบอบประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้าคงไม่ละเลย เรื่องสถาบันในทางการเมือง สถาบันในทางการเมืองของกระผมหมายถึงพรรคการเมือง พรรคการเมืองถือเป็นหัวใจของการสถาปนาการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตกราบเรียนท่าน ผ่านไปยังผู้ชี้แจงว่าพรรคการเมืองที่เป็นพรรคการเมืองที่ควรจะเป็นในสังคมไทย ควรเป็นอย่างไร พรรคการเมืองมีความแตกต่างจากบริษัทอย่างไร ความเป็นเจ้าของพรรคการเมือง ของพี่น้องประชาชนมีความส้าคัญอย่างไร สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่มีความส้าคัญยิ่ง ที่สถาบันพระปกเกล้าต้องเร่งชี้แจงให้กับพี่น้องประชาชน ไม่ใช่ว่าพรรคการเมือง มีคณะกรรมการบริหารพรรค มีหัวหน้าพรรค แต่ไม่ได้มีคุณค่า ไม่ได้มีภารกิจเพียงพอ ที่จะบอกว่านี่คือพรรคการเมืองที่ควรจะเป็น อย่าลืมนะครับว่าพรรคการเมืองเป็นหัวใจส้าคัญ ของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ไม่เท่านั้นนะครับท่านประธานสถาบันพระปกเกล้า ต้องเร่งชี้แจงอีกประการหนึ่ง ซึ่งประการนี้มีความส้าคัญมาก นั่นคือคะแนนเสียงที่ได้รับ จากพี่น้องประชาชนในการเลือกตั้งแต่ละครั้ง ๆ สถาบันพระปกเกล้าต้องไม่ยอม ที่จะให้พรรคการเมืองเอาคะแนนเสียงเหล่านั้นไปเอ่ยอ้างว่านี่คือฉันทานุมัติ ที่พี่น้องประชาชนให้แล้ว ถ้าฉันทานุมัติที่ประชาชนให้แล้ว นั่นคือฉันทานุมัติที่ให้ไป เพื่อให้ไปท้าตามนโยบายที่ได้ชี้แจงกับพี่น้องประชาชน ไปรณรงค์หาเสียงอย่างไรไว้ กลับมาเป็นรัฐบาลต้องท้าตามนั้น แต่มิใช่ว่าได้คะแนนเสียงมาแล้วมาอ้างว่า นี่คือพี่น้องประชาชนให้ฉันทานุมัติไปท้าอะไรก็ได้ ย้ากับท่านประธานผ่านไปยังผู้ชี้แจงนะครับ ไม่ใช่ว่าได้คะแนนเสียงมาแล้วเอาไปท้าอะไรก็ได้ ถ้าเอาไปท้าอะไรก็ได้นั่นไม่ใช่ประชาธิปไตยแน่นอน แล้วก็จะเป็นการผิดพันธะสัญญาที่ให้ไว้กับพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งส้าคัญเหล่านี้มีความส้าคัญยิ่งที่อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังสถาบันพระปกเกล้า

ส้าคัญที่สุดประการสุดท้าย สถาบันพระปกเกล้าต้องเร่งสร้างความเข้าใจ ให้กับพี่น้องประชาชนถึงดุลอ้านาจ ๓ ดุลอ้านาจ นั่นคืออ้านาจนิติบัญญัติ อ้านาจบริหาร และอ้านาจตุลาการ วันนี้อ้านาจนิติบัญญัติดูจะอ่อนด้อยลง ดูจะไม่มีศักดิ์ศรี ดูจะไม่มีความมั่นคง ด้วยเหตุว่าอ้านาจบางอ้านาจมีความเข้มแข็งมาก อาจจะมีอ้านาจอื่นแอบแฝงอยู่ จนกระทั่งท้าให้สภาผู้แทนราษฎร หมายถึงอ้านาจนิติบัญญัติอ่อนก้าลังลง ท่านประธานที่เคารพครับ ทั้ง ๓ อ้านาจมีความส้าคัญ ถ้าทั้ง ๓ อ้านาจมีความส้าคัญสถาบันพระปกเกล้าต้องเร่งท้า ความเข้าใจให้พี่น้องประชาชนประจักษ์ว่าแต่ละอ้านาจมีความส้าคัญ การก้าวก่าย การแทรกแซง การครอบง้าอ้านาจบางอ้านาจนั่นจะท้าให้ประชาธิปไตยของเราอ่อนด้อยลงและไม่บรรลุ ตามภารกิจที่สถาบันพระปกเกล้าคาดหวัง ผมหวังในความส้าเร็จของสถาบันพระปกเกล้า ผมเป็นก้าลังใจในการท้างานของท่าน สถาปนาระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขด้วยกันครับ ขอบพระคุณครับ