พายัพ ปั้นเกตุ หารือเรื่องการสนับสนุนของสถาบันพระปกเกล้าในการส่งเสริมประชาธิปไตย โดยเสนอแนะให้ขยายผลโครงการอบรมให้กับทีมงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และเผยแพร่ผลงานวิจัยของท่านประธานออกสู่สาธารณชนเพื่อประโยชน์ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องความไม่เท่าเทียมกันในความพึงพอใจต่อการบริการสาธารณะและการปกครองท้องถิ่นในประเทศไทย โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการแก้ไขปัญหาและกระจายความเจริญ และเรียกร้องการสนับสนุนจากสถาบันพระปกเกล้าในการท้างานวิจัยเกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญของประเทศ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับว่าผมได้อ่านรายงานของสถาบัน พระปกเกล้าด้วยความชื่นชมในสิ่งที่ท่านได้พยายามที่จะท้าเรื่องที่ส่งเสริมประชาธิปไตย หลาย ๆ เรื่องให้เกิดผลส้าเร็จขึ้นในสถานการณ์ปัจจุบันนี้นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องของพันธกิจที่ท่านได้พยายามที่จะส่งเสริมประชาธิปไตยของท่านนี่นะครับ อย่างเช่นในหน้า ๒๘ ท่านพูดถึงเรื่องของสรุปภาพรวมงบประมาณ ปี ๒๕๕๓ ในเรื่องของพันธกิจ หรือแผนยุทธศาสตร์ ฉบับที่ ๓ ท่านมีพันธกิจทั้งหมด ๗ ประการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการศึกษาวิจัย เพื่อสร้างองค์ความรู้ แล้วก็เรื่องของการบริการทางวิชาการทั้งในรูปแบบการศึกษาอบรม ทางวิชาการ ส่งเสริมงานวิชาการของรัฐสภา และสภาพัฒนาการเมืองเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ การส่งเสริมความร่วมมือขององค์กรทั้งในประเทศและต่างประเทศ เรื่องส่งเสริมและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ การบริหารกองทุน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมว่าเป็นพันธกิจที่น่าสนใจ เป็นพันธกิจที่น่าจะหยิบยกขึ้นมาใช้ ในการขยายผลในการที่จะท้าการศึกษาหรือท้าความร่วมมือในองค์กรต่าง ๆ ต่อไปในวันข้างหน้า เพราะว่าสิ่งที่ท่านได้ท้าเหล่านี้เป็นเรื่องที่ดี แต่ว่าผมดูงบประมาณแล้วผมเห็นว่า บางอันท่านมีงบประมาณที่อาจจะไม่เพียงพอหรือว่าน้อยไป บางเรื่องอยากจะกราบเรียน ท่านประธานไปถึงทางสถาบันพระปกเกล้าว่า เช่นกรณีที่ท่านจัดโครงการอบรมให้กับทีมงาน ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา ในเรื่องของการให้ความรู้เกี่ยวกับทีมงานปฏิบัติงาน ของทีมงานผู้ช่วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทีมงานคณะท้างานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีองค์ความรู้ที่หายาก คนที่จะท้างานสภาผู้แทนราษฎรได้ประสบความส้าเร็จหลาย ๆ เรื่อง เราหนีไม่พ้นว่าเราต้องมีองค์ความรู้เหล่านี้ ความรู้ที่เราจะต้องถ่ายทอดให้กับทีมงาน ในเรื่องของงานวิชาการที่จะต้องเกี่ยวข้องกับงานสภา เกี่ยวข้องกับงานงบประมาณ เกี่ยวข้องกับงานพัฒนาต่าง ๆ รวมทั้งการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ด้วยการเก็บรวบรวมความรู้เหล่านี้ไว้กับสถาบันพระปกเกล้า แล้วน้าข้อมูลเหล่านี้มาเผยแพร่ ให้กับทีมงานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นเป็นเรื่องที่จ้าเป็น และเป็นเรื่องที่ดี เป็นการแบ่งเบาภาระหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการที่จะต้องไปท้าหน้าที่ ให้ความรู้หรืออบรมกับทีมงานเสียโดยตรงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะฉะนั้นแล้วเรื่องนี้ ต้องกราบเรียนไปทางท่านประธานถึงสถาบันพระปกเกล้าว่า เรื่องอย่างนี้อยากให้ท่านขยายผล ให้มากยิ่งขึ้น เพราะว่าเรามีความต้องการที่จะให้ท่านได้ช่วยงานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือของรัฐสภาด้วยเช่นเดียวกัน
ประการถัดมาท่านประธานที่เคารพครับ คือประเด็นเรื่องงานวิจัย ผมมีความสนใจ งานวิจัยของท่านหลายประเด็น แล้วงานวิจัยของท่านอยากจะบอกว่าเป็นงานวิจัย ที่ประชาชนให้ความสนใจมาก หลายหัวข้อ หลายเนื้อเรื่องที่ท่านเอามาวิจัยนั้นอยู่ในความสนใจ ของประชาชน แล้วก็อยู่ในการติดตามของพี่น้องประชาชนที่เขาสนใจเรื่องประชาธิปไตย เรื่องการบ้านการเมือง เรื่องการมีส่วนร่วมต่าง ๆ หัวข้อที่ท่านให้วิจัย ผมดูหลายเรื่อง ๆ ท่านประธานดูนะครับ เรื่องของกฎหมายแก่ประชาชน เรื่องของเกี่ยวกับ การเมืองการปกครองอย่างนี้นะครับ การเสริมสร้างความซื่อสัตย์สุจริตในสังคมไทย ซึ่งท่านท้าวิจัยมาแล้ว ท่านส่งเสริมมาแล้ว แต่อย่างนี้ถามว่ามีการเผยแพร่ออกไปหรือไม่ นี่เป็นเรื่องส้าคัญครับ ถ้าเราเอาผลงานวิจัยเหล่านี้เผยแพร่ออกสู่สาธารณชนบ้าง ออกตามสื่อต่าง ๆ ได้บ้าง มันจะเกิดประโยชน์เยอะ ผมเห็นรายการโทรทัศน์หลายช่องทีเดียว ที่เคยเอาผลงานวิจัยของท่านมาเผยแพร่ ผมอยากให้ท้าอย่างนี้ในหน้าหนังสือพิมพ์ด้วย ผลงานวิชาการเหล่านี้มีประโยชน์เยอะเลยในสถาบันการศึกษาที่เขาเรียนเรื่องของรัฐศาสตร์ การเมืองการปกครองนี่นะครับ เอางานวิจัยของท่าน แล้วก็ต้องบอกนะครับ เดี๋ยวนี้ถ้าถามว่า จะหาหนังสือเกี่ยวกับเรื่องของงานวิจัย เกี่ยวกับเรื่องของรัฐศาสตร์ได้ที่ไหน เรื่องการเมือง การปกครองได้ที่ไหน เขามองไปที่สถาบันพระปกเกล้าครับ ถามว่าสถาบันพระปกเกล้า จะท้าอะไรออกมาล่ะประชาชนจึงสนใจ ชื่อชั้นมันต้องบอกว่า วันนี้ชื่อชั้นท่านมาไกล ท้าให้คนเขาสนใจท่านมากขึ้น แต่ว่าผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับชุมชน อันนี้ก็น่าสนใจครับ ท่านไปดูผลงานวิจัยของทีสิส (THESIS) ของนักศึกษาปริญญาโทหลาย ๆ ฉบับ มีการอ้างอิงของท่าน ที่มาว่าจะใช้ผลงานวิจัยของท่านที่ท่านศึกษาเอาไปประกอบการอ้างอิงตลอดเลย ผมก็เคยใช้บทความของท่าน งานวิจัยของท่านอ้างอิงในงานวิชาการด้วยเช่นเดียวกัน การศึกษาเรื่องของเยาวชน เรื่องของชายแดน เรื่องคุณธรรมจริยธรรมที่เป็นงานวิจัยของท่าน ใครได้มาอ่านเรื่องเหล่านี้แล้วจะเห็นได้ว่ามีองค์ประกอบของความรู้ที่เกิดขึ้นแต่ละชุมชน ค่อนข้างมาก เรื่องของความแตกแยกของการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้มีความสนใจเรื่องมากกันเหลือเกินว่าในเรื่องของกฎหมาย เรื่องการปกครองท้องที่ให้มี การเลือกตั้งก้านัน ผู้ใหญ่บ้าน แล้วปรากฏว่าก้านัน ผู้ใหญ่บ้านวันนี้เลือกแล้วอยู่ครบ ๖๐ ปีเลย ก้านันมาจากการเลือกตั้งจากผู้ใหญ่บ้าน ไม่ใช่มาจากประชาชน เวลาที่มีปัญหา ก็ไปหานายอ้าเภอ ไปหาทางราชการ ไปหาผู้ว่าราชการจังหวัด แต่ว่าบางทีนั้นก็เป็นจุดอ่อน ตรงที่ว่าเมื่อก้านันไม่ได้มาจากประชาชนโดยตรง บางทีเขาไม่รู้สึกว่าเขาเป็นตัวแทนประชาชน เขารู้สึกว่าเขาเป็นตัวแทนส่วนราชการ เขามีความรู้สึกว่าวันนี้เขาเป็นส่วนหนึ่งของราชการแล้ว ถ้าราชการจะใช้ให้เขาท้าอะไรก็ได้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการปราบปรามยาเสพติด เรื่องของนโยบายรัฐบาลต่าง ๆ ผ่านก้านัน ผู้ใหญ่บ้าน เขาเป็นส่วนหนึ่งของราชการไปแล้ว โดยที่เขาไม่ได้ค้านึงถึงว่าประชาชนนั้นจะคิดอะไรกับเขาในต้าบล ในหมู่บ้านนั้น วันนี้ท่านประธานที่เคารพครับ ความจริงหนีความจริงไปไม่พ้น เวลาที่มีการเลือกตั้งก้านันทีหนึ่ง สมมุติว่าต้าบลนี้มีอยู่ ๑๐ หมู่บ้าน ต้องหา ๖ ผู้ใหญ่บ้านแล้วจ่ายสตางค์ จ่ายสตางค์เท่าไรครับ ถ้าอยากจะเป็นก้านันก็เอาผู้ใหญ่บ้านมา ๖ คน ระดับต่้า ๆ ก็ ๕๐,๐๐๐ บาทขึ้นต่อคนต่อราย แล้ววันนี้เป็นอย่างไรครับ เลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน สถาบันพระปกเกล้าลองไปท้าวิจัยเรื่องนี้ดูสิครับ เลือกตั้งผู้ใหญ่วันนี้เราส่งเสริมประชาธิปไตยกันท่าไหนไม่ทราบ ปรากฏว่าเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน วันนี้หัวละ ๒,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาท เป็นความจริงทั้งนั้นเลยที่ปฏิเสธไม่ได้เลย และเราก็เห็นเรื่องนี้ว่า มันปรากฏขึ้นจริง ๆ เราก็ต้องถามว่าสถาบันพระปกเกล้าท้าวิจัยเรื่องนี้หน่อยได้ไหมล่ะ เพราะว่าอาการมันหนักมากแล้วครับ นี่ขนาดว่าเราส่งเสริมประชาธิปไตยว่าให้มี กกต. ให้มีคณะกรรมการการเลือกตั้งขึ้นมาในประเทศไทย เพื่อจะจ้ากัดเรื่องของการซื้อสิทธิขายเสียง แต่ปรากฏว่าการเลือกตั้งท้องที่ วันนี้เต็มที่เลยครับท่านประธานครับ เต็มเหยียดเลย ถ้าอยากจะเป็นผู้ใหญ่บ้านเสีย ๗๐๐,๐๐๐-๘๐๐,๐๐๐ บาทต่อ ๑ หมู่บ้านครับ แล้วเงินเดือนเท่าไร ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ๕,๐๐๐ บาท ผู้ใหญ่บ้าน ๘,๐๐๐ บาท ก้านัน ๑๐,๐๐๐ บาท ท่านดูสิครับมันจูงใจขนาดไหน มันรุนแรงกว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นครับ เรื่องนี้ท่านลองวิจัยดูนะครับ แล้วท่านเอาผลมามันจะเกิดประโยชน์ครับ
ประการถัดมาครับ ท่านประธานที่เคารพครับ งานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องของการบริการ สาธารณะ อย่างนี้สิครับ เรื่องของความพึงพอใจต่าง ๆ ในเรื่องของการบริการสาธารณะ ที่รัฐบาลเขาเสนอแต่ละยุคแต่ละสมัยขึ้นมานี่ มันมีการบริการที่ความพึงพอใจของประชาชน ไม่เท่าเทียมกัน มีความแตกต่างกันแต่ว่าหาคนท้างานวิจัยไม่ค่อยได้ มีแต่การท้าเรื่อง มีแต่ การท้าส้ารวจ มาท้าเรื่องของการสุ่มตัวอย่าง ท้า ๒,๐๐๐ ป๊อปปูเลชั่น (Population) ท้า ๑,๐๐๐ ป๊อปปูเลชั่น เสร็จแล้วก็มาบอกว่านี่คือการวิจัย บางทีมันไม่ใช่ทั้งหมดนะครับ
ประการถัดมา เรื่องของการปกครองท้องถิ่น เดี๋ยวนี้การปกครองท้องถิ่น ในประเทศไทยมันไปไกล มีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นงบประมาณปีหนึ่ง ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท มีนโยบายทุกนโยบายใส่ไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมด ตั้งแต่เด็กจนกระทั่งโน่นตายมีทุกเรื่อง ตั้งแต่ยาเสพติดไปถึงทุกเรื่องที่เป็นเรื่องของความอยู่รอด ของประชาชนทุกเรื่องใส่ไปหมด แต่ถามว่าวันนี้องค์กรขนาดใหญ่ที่เราขยาย เรื่องกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาค เรื่องกระจายอ้านาจนี้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ของประเทศไทยกลายเป็นวันนี้มี ๔,๐๐๐ กว่าต้าบล มีทั้งหมดกี่หมู่บ้านครับ มีประมาณ ๘๐,๐๐๐ หมู่บ้าน มีสมาชิกสภาเทศบาล มีเทศบาล มี อบต. เทศบาลเมือง เทศบาลนคร เต็มไปหมด องค์กรเหล่านี้จึงมีความส้าคัญอย่างยิ่งต่อระบอบประชาธิปไตย ต่อการแก้ไขปัญหา ปากท้องของพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นงานวิจัยอย่างนี้ที่สถาบันพระปกเกล้า เป็นคนกระท้านี่จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการน้าไปใช้กับนโยบายของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลใดก็ตามนะครับ
ท่านประธานครับ หัวข้ออื่น ๆ ที่น่าสนใจประการสุดท้ายนี้นะครับ ก็คือเรื่องงานสนับสนุนการจัดท้าวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโท ปริญญาเอก สถานการณ์ปัจจุบัน ที่ท่านน้ามาพูดกันหลายเรื่อง พูดแม้กระทั่งเรื่องของการเคลื่อนไหวของขบวนการแนวร่วม ประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติในช่วงรัฐบาลที่แล้วนะครับ เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องจริง ที่ถ้าเป็นการวิจัย เราก็ต้องยอมรับผลงานทางวิชาการว่าถ้าเขาท้างานวิจัยตรงไปตรงมาโดย ไม่มีอคติ เราก็จะเห็นว่าสถานการณ์บ้านเมืองในแต่ละช่วงเวลามันเกิดอะไรขึ้นกับบ้านกับเมือง ในช่วง ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๓๕ เกิดอะไรขึ้นกับบ้านกับเมืองในช่วงนั้น มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น มีขบวนการอย่างไร เขาจัดการอย่างไรของขบวนการมวลชน มีการจัดการอย่างไรเรื่องของ การปราบปรามมวลชน ในช่วงปี ๒๕๓๕ เหตุการณ์เหล่านั้นมันจะเป็นประวัติศาสตร์ เป็นงานวิจัยที่ตรงไปตรงมาโดยที่ไม่มีอคติ ในท้านองเดียวกันเมื่อมีการพูดถึงเรื่องของ สถานการณ์บ้านเมืองที่เกิดขึ้นเนื่องจากการชุมนุมของประชาชนในปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๔ ข้อเท็จจริงเหล่านี้เราอยากได้หน่วยงานที่มีความเป็นกลางแล้วก็มีความเป็นกลางจริง ๆ ในการที่จะท้างานวิจัยเหล่านี้ เพราะนี่คือประวัติศาสตร์ที่จะเกิดขึ้นในผืนแผ่นดินไทย ถ้าแม้วันนี้ผืนแผ่นดินไทยบันทึกประวัติศาสตร์ที่ผิดมาจากความเป็นจริง วันหน้าประชาชน ที่เขาเอาออกมาอ่าน ลูกหลานเอาออกมาอ่านมันก็ผิดจากความเป็นจริงครับ อะไรคือความ น่าเชื่อถือครับ เพราะฉะนั้นผมมีความเชื่อถือท่านนะเชื่อถือสถาบันของท่าน ผมจึงอยากเห็น ท่านท้างานวิจัยเหล่านี้เพื่อเป็นตักศิลาไว้ให้ยุวชนรุ่นหลังได้ประพฤติ ได้ปรึกษาเล่าเรียน ในวันข้างหน้าเพราะท่านคือสถาบันพระปกเกล้า ผมฝากท่านด้วยความเคารพ ด้วยความศรัทธา ขอขอบพระคุณครับ