สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท หารือเรื่องรายงานของสถาบันพระปกเกล้า และเรียกร้องการปรับปรุงและประเมินผลการดำเนินงานของสถาบัน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องสันติวิธีและธรรมาภิบาล โดยเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาพูดคุยและชี้ให้เห็นว่าเงื่อนไขที่จะปรองดองได้อยู่ที่ไหน และรัฐต้องท้าหรือไม่ท้าอะไร เพื่อให้เกิดบรรยากาศในการปรองดอง

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพ รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก็อยากจะเรียนนะคะว่า ที่จริงก็เห็นรายงานของสถาบันพระปกเกล้าที่กะทัดรัดอ่านแล้วก็รู้เรื่อง ไม่ต้องแบกไปแบกมา แค่ถือไปก็ได้ ท่านก็ท้ารายงานอย่างดี มีประสิทธิภาพ เพราะถ้ามันเยอะ ๆ อ่านไปแล้ว ก็วนไปวนมา แต่ก็อยากจะกราบเรียนว่าจะขอแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรายงาน ของสถาบันพระปกเกล้าใช้เวลาไม่มากละค่ะ ดิฉันเห็นด้วยเรื่องรางวัล ดิฉันเป็นคนหนึ่ง ที่คัดค้านเลยอย่าว่าแต่ไม่เห็นด้วยธรรมดา คัดค้านเรื่องรางวัล ดิฉันเคยไปศึกษาหมู่บ้านที่ชนะเลิศ ของการพัฒนาหมู่บ้านนี่นะคะ แล้วก็พบว่าไปดูแต่ละระดับแล้วมันไม่ค่อยเป็นไปตามนี้นะคะ มันมีข้อดี ข้อด้อยแตกต่างกัน อย่างที่หลายท่านได้พูดแล้วนะคะว่ามันไม่มีอะไรดีหมดหรอก เวลาท่านให้ไปรางวัลมันจะมีข้อโต้แย้งอยู่เรื่อย ๆ ที่จริงท่านแค่ไปสนับสนุนให้ก้าลังใจเขา ก็พอแล้ว ดิฉันเห็นที่จริงท่านเลขาธิการสถาบันท่านเคยชี้แจงว่ารางวัลของสถาบันพระปกเกล้า กว่าจะได้จะต้องลงไปศึกษาหลายซับ หลายซ้อนหลายชั้น แต่ถึงอย่างไรก็ตามมันก็ยังไม่เป็น หลักประกันอยู่ดี ดิฉันเห็นว่าไม่ว่าจะแบ่งเป็นด้าน ๆ หรือไม่เป็นด้าน ๆ ก็ตามนะคะ ดิฉันไม่เห็นด้วยกับการที่จะมีรางวัลให้ รางวัลดิฉันคิดว่าถ้าไปเห็นอะไรแล้วเขาท้าดี แล้วก็ให้เป็นคราว ๆ ไม่ควรจะตั้งเอาไว้เพื่อให้ทุกคนมุ่งหน้ามาสู่ที่ตรงนี้ แล้วยิ่งรางวัล ของสถาบันพระปกเกล้า ถ้าได้มานี่นะคะ เขาเอาไปขึ้นป้ายติดทั่วทั้งจังหวัดเลยค่ะ แล้วมันเหมือนกับเป็นการรับประกันว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่นี่ดีอย่างไร ซึ่งที่จริงหลายท่านก็พูดมาแล้วนะคะว่ามันคงไม่เป็นไปตามนั้นเสียทั้งหมด ข้อส้าคัญอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องกรรมการศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมือง ๔๒ จังหวัด ดิฉันอยากจะให้ทาง สถาบันพระปกเกล้าไปติดตามแล้วก็ไปประเมินผลการท้างานด้วยนะคะว่าเริ่มตั้งแต่ กระบวนการจัดตั้งขึ้นมา ได้จัดตั้งมาจากกระบวนการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน ในพื้นที่นั้นหรือเปล่า หรือว่าได้ขึ้นมาจากการเลือก ๆ กันเองไม่กี่คน แล้วสภาพัฒนาการเมือง ที่มีอยู่เต็มพื้นที่ตรงนั้นประสานงานกันอย่างไรบ้าง แล้วก็สภาพัฒนาการเมืองอีกเหมือนกัน ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนมาว่าเวลาส่งงบประมาณไปให้พื้นที่ แล้วก็แบ่งงบประมาณกันอย่างไร ระหว่างพื้นที่กับส่วนกลาง อยากจะฝากให้ท่านไปตรวจสอบดูเรื่องความโปร่งใสเป็นเรื่องที่ส้าคัญ ติดตามประเมินดูด้วย โครงการโรงเรียนเพื่อสร้างส้านึกพลเมือง ต้องเรียนถามท่านว่า ท่านท้าต่อเนื่องมากน้อยแค่ไหน ดิฉันเข้าใจแล้วก็ได้ฟังค้าอธิบายนะคะว่าลงไปท้าแล้ว ก็เอานโยบายสาธารณะมาแล้วให้เด็กนักเรียน โดยการดูแลของครูที่ผ่านการอบรมมาแล้ว แล้วเขาก็ไปติดตามดู เพราะฉะนั้นก็มีกิจกรรมไปเสนอแกนน้าหมู่บ้าน ผู้น้าหมู่บ้าน เสนอ อบต. แล้วก็ได้รับการปฏิบัติ ดิฉันก็เรียนถามว่าเฉพาะช่วงที่เรามีโครงการหรือเปล่า ถ้าเฉพาะช่วงที่มีโครงการ ไม่มีปัญหา ทุกคนในหมู่บ้านในชุมชนเขาร่วมมืออยู่แล้ว แต่ถ้าหลังจากนั้นมันเป็นโครงการที่ฉาบฉวยหรือเป็นโครงการที่มันยั่งยืน ฝากท่านไปดูด้วยนะคะ แล้วก็ฝากท่านดูอีกด้วยเหมือนกันนะคะว่า อยากจะให้ท่านประเมินหลักสูตร ปปร. ซึ่งเป็นหลักสูตรที่ขึ้นหน้าขึ้นตาของท่าน แล้วทั้ง ส.ส. ส.ว. แล้วก็คนภายนอกแย่งกัน ที่อยากจะไปเข้าหลักสูตรนี้นี่นะคะ ประเมินหน่อยได้ไหมคะว่าจากการที่ท้าผ่านมา หลายสิบหลักสูตร หลายสิบรุ่นแล้ว ผู้ที่ผ่านการอบรมของท่าน โดยเฉพาะเอาเป็นนักการเมืองก็ได้ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ไปตามที่ท่านอบรมมากน้อยแค่ไหน ท่านอบรมอะไรบ้าง แล้วลูกศิษย์ท่านเหล่านั้นตอนนี้เป็นอย่างไร พัฒนาตัวเองขึ้นมาตามความตั้งใจ ตามความมุ่งหวัง ตามพันธกิจของสถาบันพระปกเกล้าหรือไม่ แล้วก็มีบางหลักสูตรที่ท่านจัดอบรม เรียนว่าอย่างหลักสูตรผู้บริหารท้องถิ่น ท่านเก็บเงินค่าอบรมเยอะ หรือเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจอะไรก็ตามมีคนนินทาว่าหลักสูตรของสถาบันพระปกเกล้าเก็บเงินสูง เก็บเงินมากนะคะ แล้วก็ส่วนใหญ่ถ้าท่านอบรมฝ่ายบริหารท้องถิ่นแล้ว เมื่อกี้มี ส.ส. บางท่าน ก็บอกว่าแล้วอบรมฝ่ายสภาด้วยหรือเปล่าที่จะให้มีหน้าที่ตรวจสอบ จ้านวนไม่น้อยนะคะของสภา สมาชิกสภาไม่ว่าจะเป็น อบต. เทศบาล หรือ อบจ. ก็ตาม ไม่รู้บทบาทหน้าที่ของตัวเอง ท่านอบรมให้เขาด้วยหรือเปล่า และให้เขาขยันตรวจสอบอย่างที่มี ส.ส. บางท่านเอ่ยมานี่นะคะ และอยากจะฝากเรียนว่าดิฉันได้ไปร่วมงานกับส้านักส่งเสริมการเมืองภาคพลเมือง ทราบว่าเขามีงบประมาณแค่ ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท ปีนี้ทั้งปีอบรมวิทยากรส้าหรับเยาวชน ประชาธิปไตยของเยาวชน อบรมวิทยากรได้รุ่นเดียว แล้วก็ไปอบรมเยาวชนทั่วไปได้แค่ ๒ รุ่น แล้วรุ่นเดียวของวิทยากรจะต้องไปถ่ายทอดต่อ และมีงบอยู่ ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท ไม่มีเงินท้าอะไรได้อีกเลย อยากจะเสนอว่าเป็นไปได้ไหมว่าการบริหารจัดการที่ท่านอบรมหลักสูตรอื่น ๆ แล้วก็เก็บเงินมากมาย ท่านมีก้าไรหรือไม่ เอามาแบ่งให้การเมืองภาคพลเมืองบ้าง ซึ่งส้านักนี้ดิฉันเข้าใจว่า ไปใช้เงินกองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองก็ไม่ได้ ต้องให้กองทุนต่าง ๆ องค์กรต่าง ๆ เสนอโครงการเข้ามานะคะ หรือว่ากองทุนเพื่อการพัฒนาและเผยแพร่ประชาธิปไตย ดิฉันไม่ทราบว่าใช้อย่างไร แต่ทราบแต่ว่าส้านักอย่างนี้ที่ท้างานกับภาคพลเมืองก็จะใช้ไม่ได้ ก็ฝากท่านนะคะ ฝากท่านว่าหลักสูตรของสถาบันพระปกเกล้า เมื่อครู่ ส.ส. หลายท่าน ก็ได้พูดไปแล้วว่าพันธกิจ ภารกิจ ของท่านเป็นเรื่องของประชาธิปไตย ท่านอาจจะเน้น เรื่องการเมืองการปกครอง แต่ท่านต้องเน้นเรื่องประชาธิปไตยด้วย อยากจะฝากท่านว่า ขอให้เน้นที่จะให้ความรู้ ความเข้าใจ ไม่ใช่ความรู้อย่างเดียว ต้องเป็นความเข้าใจด้วย ในเรื่องสิทธิเสรีภาพของแต่ละบุคคล และหน้าที่ความรับผิดชอบของแต่ละบุคคล เน้นเรื่องความเสมอภาคของคนที่มีความแตกต่างกันในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นชนชาติ เชื้อชาติ อายุ หรือว่าการที่มีความแตกต่างกันในด้านสุขภาพอนามัย ในด้านการศึกษา ในด้านเศรษฐกิจ หรือแม้กระทั่งความเสมอภาคหญิงชาย อยากจะให้ท่านเน้นตรงนี้ แล้วเน้นให้ความรู้ให้เข้าใจด้วยว่าที่เวลาคนพูดกันว่า ๒ มาตรฐาน ๒ มาตรฐาน หลักของ ๒ มาตรฐาน คืออะไร ท่านต้องช่วยแก้ความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง แล้วก็ให้ความเข้าใจ ที่ถูกต้องกับสังคมด้วย ไม่อย่างนั้นสังคมเราก็จะผิดเพี้ยน แล้วก็จะบิดเบือน เรื่อง ๒ มาตรฐาน เรื่องความเสมอภาค ดิฉันถือว่าเป็นภารกิจของสถาบันพระปกเกล้านะคะ แล้วก็อยากจะให้ท่านเน้นการเมืองการปกครอง การบริหารทั้งหลายให้เน้นเรื่องธรรมาภิบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งท้องถิ่นนะคะ การปกครองท้องถิ่น ส้าคัญก็คือการมีส่วนร่วมของประชาชน อยากให้สถาบันพระปกเกล้าท้าให้หน่วยงานต่าง ๆ หน่วยราชการ แล้วก็องค์กรต่าง ๆ เข้าใจว่า การมีส่วนร่วมของประชาชนแตกต่างจากการให้ความร่วมมือหรือการขอความร่วมมือ ดิฉันอยู่คณะกรรมาธิการที่ลงท้ายว่าการมีส่วนร่วมของประชาชน เมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็ได้เชิญผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญต่าง ๆ มาคุยกันเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๗ มาตรา ๕๘ มาตรา ๖๗ (๑) (๒) นี่นะคะ มาพูดคุยกันก็ยังพบว่ามีความไม่เข้าใจอยู่มาก หน่วยราชการจ้านวนมากพยายามที่จะบอกว่าตัวเองมีกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน ด้วยการตั้งอาสาสมัครต่าง ๆ ขึ้นมา อยากให้สถาบันพระปกเกล้าบอกให้ทราบว่าอาสาสมัครที่หน่วยงาน ตั้งขึ้นมาแล้วก้าหนดภารกิจให้ด้วย ก้าหนดทิศทางให้ด้วย ก้าหนดระยะเวลาท้างานให้ด้วย แล้วขอให้ท้าตามนี้ นั่นไม่ใช่การมีส่วนร่วมของประชาชนนั่นเป็นการขอความร่วมมือ ให้ประชาชนให้ความร่วมมือ ดิฉันอยากจะให้สถาบันพระปกเกล้าเน้นตรงนี้ให้มาก ไม่อย่างนั้นกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนก็จะไปไม่ถึงไหนนะคะ

สุดท้ายที่อยากจะกราบเรียนท่านว่าสันติวิธีและธรรมาภิบาล ส้านักสันติวิธี และธรรมาภิบาล อยากจะให้ท่านออกมาพูดคุยแล้วก็มีข้อเสนอชัดเจน รัฐบาลพูดบ่อยมากเลยว่า รัฐบาลนี้ต้องการปรองดอง ท่านต้องออกมาชี้ให้เห็นว่าเงื่อนไขทุกวันนี้มันจะปรองดองได้อย่างไร ถ้าจะปรองดองได้รัฐต้องท้าอะไร แล้วรัฐต้องไม่ท้าอะไร เพื่อที่จะให้เกิดบรรยากาศ ในการปรองดอง ถ้าปล่อยให้เป็นอยู่อย่างทุกวันนี้นี่นะคะ มีกลุ่มคนที่จะไปเที่ยวชุมนุม หรือว่าจะไปข่มขู่คุกคามผู้อื่นอยู่ แล้วก็เรียกร้องเฉพาะส่วนที่ตัวเองต้องการ อย่างนี้อย่างไร ก็ปรองดองไม่ได้ ดิฉันถือว่าเป็นภารกิจที่ส้าคัญของสถาบันพระปกเกล้า ขอบพระคุณค่ะ