สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

ก่อแก้ว พิกุลทอง หารือเรื่องการสร้างกองทุนส่งเสริมประกันภัยพิบัติ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างความมั่นใจให้กับตลาดประกันภัย หลังจากเกิดน้ำท่วมใหญ่ในปีที่แล้ว และเสนอโครงการช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม รวมถึงการปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลัง

นายก่อแก้ว พิกุลทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับผมเคารพ คำวินิจฉัยของท่านประธานครับ เรื่องนี้พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศจะเป็นผู้ตัดสินครับ พ.ร.ก. ฉบับที่ ๒ เรื่องกองทุนส่งเสริมประกันภัยพิบัติจำนวน ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่จำเป็นและเร่งด่วน วันนี้เราต้องยอมรับนะครับ หลังจากน้ำท่วมปีที่แล้ว ก่อให้เกิดความตื่นตระหนกตกใจในวงการประกันภัยอย่างยิ่ง เพราะไม่มีใครคาดคิดครับว่า บริษัทประกันภัยที่ก่อนหน้านี้นั้นไม่เคยคิดค่าเบี้ยประกันภัยน้ำท่วมเลยครับ บริษัทหรือ โรงงานไหนไปทำประกันภัยเรื่องอื่นเขาก็แถมประกันภัยน้ำท่วมมาให้ด้วยครับ แถมฟรีครับ แต่วันดีคืนดีปีที่แล้วเกิดน้ำท่วมใหญ่ เกิดมหาอุทกภัย ผลปรากฏว่ามีการเคลม (Claim) เบี้ยประกัน เคลมเงินประกันกว่า ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จากทั้งโรงงาน จากทั้งบ้านเรือน จำนวนมาก ก่อให้เกิดความตื่นตระหนกตกใจต่อวงการประกัน และไม่เคยคิดว่าจะต้องโดนขนาดนี้ วันนี้บริษัทประกันภัยทั้งหลายก็มีท่าทีว่าจะรั้งไม่รับประกันภัยหรือถ้ารับประกันภัยก็ต้องคิด เบี้ยประกันที่สูง เมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิกหลายคนก็ได้พูดมาแล้วนะครับว่าวันนี้เบี้ยประกันภัย มันสูงมาก อย่างข้อมูลที่ผมมีนะครับ ที่เจ้าหน้าที่ทางราชการเขาได้ข้อมูลนะครับ เขาบอกว่า บางบริษัทนั้นเรียกเบี้ยประกัน ๘ เปอร์เซ็นต์บ้าง ๑๒ เปอร์เซ็นต์บ้าง ๑๖ เปอร์เซ็นต์บ้าง ซึ่งมันสูงมากครับท่านประธาน ท่านประธานคิดดูนะครับ เบี้ยประกันไฟไหม้ตอนนี้เขา เรียกกัน ๐.๑ เปอร์เซ็นต์ของวงเงินเอาประกัน แต่เบี้ยประกันน้ำท่วมตอนนี้ ๘ เปอร์เซ็นต์ ๑๒ เปอร์เซ็นต์ ๑๖ เปอร์เซ็นต์ มันต่างกันมากครับ ที่มันเกิดอย่างนี้เพราะว่าเกิดความตื่น ตระหนก เกิดความไม่มั่นใจว่าน้ำจะท่วมอีกหรือไม่ วันนี้รัฐบาลจำเป็นต้องตั้งกองทุนส่งเสริม การประกันภัยมาเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตลาด เพื่อแทรกแซงตลาด เพื่อให้ผู้ทำประกันภัยนั้น ได้มีที่รองรับ มีผู้รับประกันภัยแน่นอน ถ้าเอกชนไม่รับประกันภัย กองทุนนี้ก็จะรับประกันภัย หรือถ้าเบี้ยประกันภัยสูงเกินไป กองทุนนี้ก็จะเข้ามาแทรกแซงช่วยเหลือเอกชนทั้งหลาย เพื่อให้เบี้ยประกันนั้นอยู่ในจุดที่รับกันได้ ไม่เป็นภาระต้นทุนการดำเนินการของบริษัทเอกชน หรือพี่น้องประชาชนทั้งหลาย ท่านประธานครับ กองทุนนี้เป็นกองทุนระยะสั้น เมื่อไรที่ ความมั่นใจเรื่องการป้องกันน้ำท่วมกลับคืนมา กองทุนนี้ก็ไม่มีความจำเป็นเพราะถึงตอนนั้น เบี้ยประกันภัยน้ำท่วมเขาก็เรียกในภาวะปกติในราคาปกติคือ ๐.๑ ๐.๒ หรือแถมฟรีครับ ถึงตอนนั้นกองทุนนี้ก็ไม่จำเป็นต้องมาแทรกแซงตลาด วันนี้กองทุนนี้เป็นกองทุนที่ทำหน้าที่ เป็นกลไกชั่วคราวเพื่อรักษาให้ตลาดการประกันภัยนั้นเดินหน้าได้ วันนี้ตลาดมีความวิตก มีความตื่นตระหนกเมื่อไรเขาคลายความตระหนก เขาตั้งสติได้ เขามานึกได้ว่าปัญหาน้ำท่วม ปีที่แล้วนั้นมัน ๕๐ ปีครั้ง ๑๐๐ ปี ๑ ครั้ง ฉะนั้นเขาไม่กังวล ถ้าเขาไม่กังวลเขาก็ไม่เรียก เบี้ยประกันแพง ท่านประธานครับ ฉะนั้นกองทุนนี้เมื่อไรที่ตลาดมันกลับคืนไปสู่ปกติ กองทุนนี้ ก็ยุบเลิกไปเท่านั้นเองครับ ไม่เป็นปัญหา ส่วนที่เพื่อนสมาชิกมีความกังวลว่าจะมีความขาดทุน ท่านประธานครับ กองทุนนี้ตั้งขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือโรงงานทั้งหลาย ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ให้มีที่ประกันภัยเพื่อแบกรับความเสี่ยงที่เกิดขึ้น รัฐบาลแอ่นอกออกมาเพื่อบอกให้คนทั้งโลก รู้ว่ารัฐบาลมั่นใจว่าจะไม่เกิดเหตุอย่างนี้เกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง รัฐบาลพร้อมที่จะรับภาระความเสี่ยง ทุกอย่างด้วยตัวรัฐบาลเอง เพราะฉะนั้นไม่ว่าภาคเอกชน ไม่ว่าพี่น้องประชาชนหรือว่า บริษัทประกันภัยจงสบายใจได้ ถ้าใครไม่สบายใจโดยไม่ต้องรับประกันภัยกองทุนนี้ ก็จะทำหน้าที่แบกรับความเสี่ยงแทนเท่านั้นเองครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้เมื่อกลไกตลาดมัน กลับคืนสู่ปกติ มันก็จบครับท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมมองว่ากองทุนนี้ มีความจำเป็น แล้วผมเองต้องขอบคุณฝ่ายค้านนะครับที่เห็นด้วยกับ พ.ร.ก. ฉบับนี้ ถึงแม้ท่านจะแสดงความห่วงใยมาบ้างก็เป็นเรื่องปกติเพราะว่าสิ่งที่ท่านคิดกับสิ่งที่ผมคิดนั้น มันคนละมุมกันอยู่แล้วนะครับ

ส่วน พ.ร.ก. ฉบับที่ ๓ เรื่องการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ที่ได้รับ ความเสียหายจากอุทกภัยวงเงิน ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เรื่องนี้รัฐบาลก็ครอบคลุมพี่น้องประชาชน ที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วม ทั้งพี่น้องประชาชนทั่วไปและเอสเอ็มอีรวมถึงพี่น้องประชาชนที่บ้านไม่ อยู่ในเขตน้ำท่วมแต่ว่าไปทำงานในพื้นที่น้ำท่วมด้วย มีการให้กู้เงินพี่น้องรายละ ไม่เกิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท เอสเอ็มอีรายละไม่เกิน ๓๐ ล้านบาท ในอัตราดอกเบี้ยต่ำไม่เกิน ๓ เปอร์เซ็นต์ต่อปี ท่านประธานครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เร่งด่วนเช่นกันนะครับ เพราะวันนี้ ทั้งบ้านเรือน ทั้งโรงงานเอสเอ็มอีทั้งหลาย เขามีความจำเป็นที่จะต้องซ่อมอย่างเร่งด่วน และเขาเดือดร้อนอยู่แล้ว การที่มีโครงการให้กู้เงินดอกเบี้ยต่ำอย่างนี้ก็จะเป็นการแบ่งเบา ภาระให้กับคนเหล่านั้นที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรมีความห่วงใยว่าวันนี้ที่จริงแล้ว พี่น้องประชาชนและเอสเอ็มอีทั้งหลายน่าจะไปกู้เงินอยู่แล้ว โครงการนี้ออกมาถึงตอนนี้ ก็ล่าช้าเกินไป อย่างดีก็แค่ไป รีไฟแนนซ์เท่านั้นเอง ท่านประธานครับ ถึงแม้พี่น้องประชาชนหรือว่าเอสเอ็มอีจะทำการ รีไฟแนนซ์จากดอกเบี้ยสูง ๗-๘ เปอร์เซ็นต์ มาเหลือ ๓ เปอร์เซ็นต์ เขาก็ได้ประโยชน์ อยู่ดีครับ เป็นการแบ่งเบาภาระที่เขาเดือดร้อนอยู่แล้วให้น้อยลง และท่านประธานครับ โครงการช่วยเหลือคนที่เดือดร้อนจากน้ำท่วมนั้นเป็นโครงการไว้ประมาณ ๕ ปี ธนาคาร พาณิชย์ที่มากู้เงินจากแบงก์ชาติไปก็ต้องคืนเงินให้แบงก์ชาติในระยะเวลาไม่เกิน ๕ ปี เพราะฉะนั้นสุดท้ายพอครบ ๕ ปีเงินก็กลับคืนสู่แบงก์ชาติครับ โครงการนี้ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ได้เงินกลับคืนมา ไม่มีปัญหาอะไรครับ ไม่ต้องมีความกังวล ส่วนความเสี่ยงจากการกู้เงินนั้น ธนาคารพาณิชย์จะเป็นผู้รับความเสี่ยง เขามีค่าธรรมเนียมจากการบริหารจัดการ เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ท่านประธานครับเป็นการช่วยเหลือประชาชนที่รัฐบาลก็ไม่มีความเสี่ยง แบงก์ชาติก็ไม่มีความเสี่ยงแต่อย่างใดครับท่านประธาน

ส่วน พ.ร.ก. ฉบับที่ ๔ เรื่องปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลัง กู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินที่จะมีการโยกย้าย การบริหารจัดการหนี้ ๑,๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาทจากกระทรวงการคลังไปยังธนาคาร แห่งประเทศไทย ท่านประธานครับ เรื่องนี้ผมมองว่าเป็นเรื่องที่เร่งด่วนเช่นกัน เพราะว่า รัฐบาลมีแนวทางในการใช้เงิน ต้องกู้เงินรวมแล้ว ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อกู้เงินแล้วก็ต้อง มีแนวทางในการบริหารจัดการหนี้ การชำระหนี้ทั้งต้นและดอก เพราะฉะนั้น พ.ร.ก. ๔ ฉบับ เป็นเรื่องเดียวกัน ๓ ฉบับเป็นเรื่องกู้ ฉบับสุดท้ายเป็นเรื่องการบริหารจัดการหนี้ที่รัฐบาลมี