สุรพงษ์ อภิปรายชี้แจงความจำเป็น พ.ร.ก. ๔ ฉบับ จัดการน้ำ ป้องกันอุทกภัย-ภัยแล้ง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อภิปรายชี้แจงความจำเป็นในการออกพระราชกำหนด ๔ ฉบับเพื่อจัดการระบบบริหารจัดการน้ำ โดยอ้างถึงประสบการณ์ในอดีตที่ฝ่ายค้านเคยยื่นศาลรัฐธรรมนูญคัดค้าน พ.ร.ก. ไทยเข้มแข็ง เนื่องจากตัวเลขกู้เงินผิดพลาดและขาดรายละเอียดโครงการ ซึ่งยืนยันว่าสถานการณ์ภัยพิบัติจากสภาพอากาศแปรปรวนในปัจจุบันมีความเร่งด่วนกว่า และเน้นย้ำว่าการออกกฎหมายดังกล่าวจะช่วยป้องกันทั้งอุทกภัยและภัยแล้งเพื่อรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของนักลงทุน

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

ท่านประธานครับ ในกรณีที่ผมพยายามจะชี้แจง ผมพยายามที่จะเล่าความให้เพื่อนสมาชิก ตลอดจนพี่น้องประชาชนได้เข้าใจถึงแนวคิดของรัฐบาลในการออกพระราชกำหนด ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนไว้ว่าสมัยที่ผมนั่งเป็นฝ่ายค้าน แล้วรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์นั่งอยู่ข้างบนก็มี การออกพระราชกำหนดโครงการไทยเข้มแข็ง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยครั้งนั้นท่านได้เขียน ไว้ในพระราชกำหนดว่าเพื่อสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจเพียงหัวข้อเดียว ในการเสนอ พ.ร.ก. สมัยนั้น แต่ของเรานี้นะครับสิ่งที่มันเกิดขึ้นขณะนี้เดี๋ยวผมจะชี้ ให้เห็นครับว่านอกจากปัญหาวิกฤติอุทกภัยน้ำท่วมแล้ว มันทำลายความมั่นคงทางเศรษฐกิจ มันทำให้พี่น้องประชาชนขาดความปลอดภัยสาธารณะ ความปลอดภัยของประเทศก็เสียหาย นอกจากนั้นภัยพิบัติที่เกิดกับสาธารณะก็มี เป็นประเด็นหลักเลยครับที่สอดคล้องกับ มาตรา ๑๘๔ ของรัฐธรรมนูญ และถามว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนหรือไม่ ผมยืนยันครับว่าเป็น เรื่องเร่งด่วนอย่างแน่นอน เพราะว่าการที่จะก่อสร้างจัดทำระบบบริหารจัดการน้ำนั้น มันไม่ใช่ว่า ลงเงินวันนี้จะสำเร็จวันนี้ มันต้องใช้เวลาในการก่อสร้าง ซึ่งต้องใช้เวลา เพราะฉะนั้นจะรอให้ ไปถึงปีงบประมาณอย่างที่เพื่อนสมาชิกฝ่ายค้านพยายามจะบอกว่าทำไมไม่จัดทำ ในปีงบประมาณ ๒๕๕๖ นะครับ ซึ่งมันไม่ทันกาล เพราะว่าเหตุการณ์ทุกวันนี้ท่านประธาน เนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวนที่ฝรั่งเขาตกใจกันเขาบอกว่า ไคลเมท เชน (Climate change) หน้าฝนฝนไม่เคยตกในกรุงเทพฯ ในเดือนธันวาคมกับเดือนมกราคม วันนี้ก็ตก บางประเทศเกิดอาการหิมะตกเยอะมาก อากาศหนาวเย็นพี่น้องหนาวตาย ทั่วโลกเกิดวิกฤติ วิปริตแปรปรวนไปหมดท่านประธาน เพราะฉะนั้นสิ่งที่รัฐบาลพยายามที่จะทำทั้งหมด อย่างเป็นระบบ ๔ พระราชกำหนดด้วยกันนั้น เป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งแตกต่างจากสมัย เมื่อตอนที่รัฐบาลท่านทำ พ.ร.ก. ไทยเข้มแข็ง พ.ร.ก. ไทยเข้มแข็งในขณะนั้น กู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทำในเดือนพฤษภาคม ปี ๒๕๕๒ และตอนนั้นผมเป็นฝ่ายค้าน ผมอยากจะกราบเรียนชี้แจงข้อมูลอย่างนี้ครับว่า ตอนนั้นเรายื่นศาลรัฐธรรมนูญ โดยเรา มองเห็นว่าการออกพระราชกำหนดในสมัยนั้น ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มีความผิดพลาด ในตัวเลข เพราะว่า พ.ร.ก. ฉบับนั้นเวลาเข้าสู่สภามันจะแบ่งออกเป็น ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งเอาเงิน ก้อนหนึ่งเพื่อไปปิดหีบงบประมาณ หมายความว่า งบประมาณในการจัดเก็บของ ปี ๒๕๕๒ ไม่สามารถที่จะเก็บได้ตามเป้าก็เลยจำเป็นจะต้องกู้เงินเพื่อไปใช้ปิดหีบงบประมาณ แล้วอีกก้อนหนึ่งเอาไปทำโครงการไทยเข้มแข็ง ซึ่งปรากฏว่าในโครงการไทยเข้มแข็งนั้น ไม่มีรายละเอียดเหมือนกันท่านประธาน ซึ่งผมก็ได้ไปยื่นในศาลรัฐธรรมนูญเช่นกัน ไม่มีรายละเอียดของโครงการ แต่ที่สำคัญที่สุดครับที่ผมอยากจะชี้ให้เห็นว่าตอนนั้น ผมในฐานะที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน เห็นว่าพระราชกำหนดฉบับนั้นมีความผิดพลาด ผิดพลาดในเชิงตัวเลข เพราะตอนนั้นเกิด วิกฤตการณ์แฮมเบอร์เกอร์ ในประเทศสหรัฐอเมริกา หรือแฮมเบอร์เกอร์ ไครซิส รัฐบาลนี้ ตื่นตูม เห็นว่าจะกระทบเศรษฐกิจในประเทศไทย เกรงกลัวไปหมด ผมบอกว่ามันคนละมุมโลก ผมจำได้ผมอภิปรายในสภานี้ครับ ประเทศสหรัฐอเมริกาอยู่ตรงข้ามกับประเทศไทย สมัยเกิด ต้มยำกุ้ง ต้มยำกุ้งไม่ได้แผ่กำลังไปถึงประเทศสหรัฐอเมริกาเลย ประเทศสหรัฐอเมริกาไม่เจอ ผลกระทบ ผมก็คิดว่าถ้าเกิดจากประเทศสหรัฐอเมริกาก็ไม่กระทบประเทศไทย ผมก็เลยบอกว่า ตัวเลขที่ไปปิดหีบนั้นมันยังแกว่ง เพราะท่านประมาณการเดือนพฤษภาคม มันไม่ใช่ ถ้าท่าน จะใช้พระราชกำหนดท่านอาจจะออกเดือนสิงหาคม เดือนกันยายน ก่อนที่จะปิดหีบ งบประมาณก็ยังทัน อันนี้คือสิ่งที่ผมยื่นศาลรัฐธรรมนูญ และสิ่งที่เกิดขึ้นท่านประธาน มันก็เป็นจริงอย่างที่ผมคาด พอปลายปีงบประมาณเก็บพลาดเป้าไปแค่ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ใช่ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตามที่มาขอพระราชกำหนดผ่านสภา อันนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นผมจะชี้ให้เห็นครับว่าฝ่ายค้านขณะที่เป็นรัฐบาลคิดตัวเลขผิด วันนี้กลับไปเป็นฝ่ายค้าน ก็ยังคิดตัวเลขผิดอีก ความเสียหายในครั้งนี้มันทำให้เกิดมีการเสียหายถึงชีวิตของพี่น้องประชาชน บ้านเรือนที่อยู่อาศัย เรือกสวน ไร่นา สัตว์เลี้ยงของพี่น้องประชาชน เสียหายหมดครับ และสิ่งที่ รัฐบาลได้ออกพระราชกำหนด ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เพื่อที่มาจัดการระบบ นอกจาก ป้องกันภัยน้ำท่วมแล้ว เรายังต้องการป้องกันภัยแล้งที่จะเกิดขึ้นเพื่อให้พี่น้องสามารถมีน้ำใช้ เพื่อการเกษตรกรรม อันนี้ละครับเราต้องการปกป้องไม่ให้เกิดการทำลายความมั่นคง ทางเศรษฐกิจ และที่สำคัญที่สุดเหตุการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้มูลค่าความเสียหาย ทั้งหมดที่ธนาคารโลก และสภาพัฒน์ร่วมกันประเมินตัวเลขไว้ ๑.๔ ล้านล้านบาท ท่านประธาน นอกจากนั้นแล้วน้ำท่วมครั้งนี้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งต่างชาติและ ในประเทศที่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรมก็ดี พื้นที่เศรษฐกิจทุกแห่งหดหายไปหมด ส่งผลกระทบ ต่อภาคการส่งออก ซึ่งเห็นได้ชัดเจนครับว่าน้ำท่วมในครั้งนี้บริษัทผู้ผลิตอะไหล่รถยนต์ ผู้ผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้า ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ทั่วโลกได้รับผลกระทบไปหมด เนื่องจากปรากฏว่าประเทศไทย เป็นผู้ส่งออกอะไหล่เหล่านี้เป็นจำนวนมาก เป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดของโลก นอกจากนั้นแล้ว มีแนวโน้มที่บริษัทต่างชาติที่มาลงทุนในประเทศไทยก็จะย้ายฐานการผลิตไปประเทศอื่น อันนี้ละครับก็ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจอีกเช่นกัน นอกจากนั้นครับรายได้ของรัฐบาลย่อมลดลงแน่นอน ก็จะก่อให้เกิดการว่างงานขึ้นมาได้ แรงงานไทยก็จะตกงานเป็นจำนวนมาก การจ้างงาน การส่งออกสินค้าลดลงอย่างแน่นอน สภาพของเศรษฐกิจไทย ท่านประธานลองนึกเอาก็แล้วกัน ก็จะเกิดการล่มสลาย ตลาดการเงิน ตลาดหุ้น ตลาดทุนก็จะได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ท่านประธานครับ และเมื่อเกิดอุทกภัยน้ำท่วมก็จะส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และส่งผลกระทบสร้างความเสียหายต่อโบราณสถานอันเป็นสถานท่องเที่ยว เป็นมรดกโลก ท่านประธาน รายได้จากการท่องเที่ยวที่เคยทำรายได้เข้าสู่ประเทศสูงสุดแน่นอนครับ รายได้ มันลดลง นักท่องเที่ยวต่างชาติท่านจำได้นะครับตอนน้ำท่วมมีบางประเทศประกาศไม่ให้ นักท่องเที่ยวมาเที่ยวในกรุงเทพมหานคร ซึ่งผมอยู่ในกระทรวงการต่างประเทศก็ได้ชี้แจง ไปยังสถานทูตต่าง ๆ ว่าประเทศไทยท่วมในเฉพาะบางพื้นที่ อย่างจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไปไม่ได้ แต่ยังไปจังหวัดภูเก็ต ไปเกาะสมุย ไปจังหวัดเชียงใหม่ได้เพราะน้ำไม่ท่วม

ท่านประธานครับ ประการที่สำคัญที่สุดน้ำท่วมมันได้ทำความเสียหายต่อชีวิต โดยเฉพาะจิตใจของพี่น้องประชาชนที่ต้องทนทุกข์ระทมกับการที่บ้านเรือนและทรัพย์สิน ของตนเองต้องจมอยู่ใต้น้ำ คนไทยต้องทะเลาะกันเอง ทนทุกข์ทรมานเป็นแรมเดือน บางครอบครัวต้องอพยพไปอยู่ศูนย์พักพิง ไม่สามารถประเมินความเสียหายทั้งหมดเป็น ตัวเลขหรือเป็นตัวเงินได้หรอกครับ นอกจากนั้นการสูญเสียญาติพี่น้องที่ต้องจมหายไป กับกระแสน้ำ บางคน บางชีวิตถูกไฟฟ้าช็อตหรือไฟฟ้าดูดจนเสียชีวิต ที่สำคัญที่สุด ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน คนชราครับท่านประธาน ผู้ป่วยที่ติดอยู่ในบ้านเรือนปราศจากการดูแล นอกจากนั้นยังมีโจรผู้ร้ายออกอาละวาดขโมยทรัพย์สิน ข้าวของของพี่น้องประชาชน พี่น้องคนไทยต้องอยู่โดยปราศจากความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งสิ่งนี้ล่ะครับ คือการสูญเสียความปลอดภัยสาธารณะในช่วงเกิดวิกฤติน้ำท่วม ท่านประธาน ผมอยากจะ กราบเรียนเลยว่าวันนี้ประเทศไทยเราจะต้องสร้างความปลอดภัยของประเทศ เราจะต้อง สร้างความปลอดภัยของสาธารณะ เราต้องสร้างความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ และเราต้องป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะให้แก่ประเทศไทย

ประเด็นที่สำคัญที่สุดที่ผมอยากจะถามเพื่อนสมาชิกฝ่ายค้านว่าเราจะสร้าง ความเชื่อมั่นให้นักลงทุนในประเทศและต่างชาติได้อย่างไร ถ้าเราไม่แสดงให้ประชาคมโลก ได้เห็นถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง ให้เห็นเป็น รูปธรรมโดยเร็ว และเงินที่เราลงไปนั้นก็จะเป็นเงินที่สามารถนำไปใช้กระตุ้นเศรษฐกิจไปในตัว เพราะมันจะก่อให้เกิดการจ้างงานในขณะเดียวกันไปพร้อม ๆ กันนี้ได้ด้วย และที่สำคัญที่สุด ถ้าเราสร้างความเชื่อมั่นเหล่านี้ให้เกิดขึ้นมันก็จะเป็นการดึงนักลงทุนต่างชาติเอาไว้เพื่อไม่ให้ ถอนการลงทุน หรือย้ายฐานการลงทุนไปยังประเทศอื่น วันนี้ประชาคมอาเซียนทุกประเทศที่ผมได้ไปเห็นมา ประเทศไทยเราไม่ได้ด้อยกว่าใครเลยครับ ถามคนต่างชาติที่ผมไปเจอมา ไม่ว่าจะเป็น ประเทศญี่ปุ่น ประเทศเกาหลี แม้กระทั่งประเทศอื่น ๆ เขาก็ไม่คิดที่จะย้ายการลงทุนไปยัง ประเทศเพื่อนบ้าน เพราะเขาเห็นว่านิสัยคนไทยมีมิตรไมตรี มีจิตไมตรีที่ดี อากาศ อาหาร สนามกอล์ฟ สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ถนนหนทาง ระบบรถไฟฟ้าเป็นประโยชน์ที่เขา สามารถทำธุรกิจได้ เขาอยากเห็นสิ่งที่รัฐบาลจะต้องมีความจริงใจที่จะรีบแก้ไขปัญหาให้กับเขา ท่านประธานครับ ผมเดินทางไปต่างประเทศในการประชุมระหว่างประเทศที่ผมไปทุก ๆ แห่ง และได้เห็นผู้นำประเทศทุกประเทศพบปะพูดคุยกับท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ทุกประเทศครับ ได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์น้ำท่วม ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ประเทศไทยประสบในครั้งนี้ นอกจากนั้นทุกประเทศผู้นำจะแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียชีวิตของพี่น้องประชาชน คนไทย และเมื่อท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์พูดถึงแผนการฟื้นฟูประเทศ พูดถึงการเตรียม งบประมาณต่าง ๆ ที่จะขอให้สภาแห่งนี้ได้ผ่านเงินงบประมาณเพื่อมาใช้ในการบูรณะทำแผน ป้องกันการน้ำท่วมที่จะเกิดขึ้น และพูดถึงแนวทางป้องกันภัยแล้งที่จะทำลายพืชผลทางการเกษตร เพราะว่าต่างประเทศจะมองถึงฟู้ด ซิเคียวริตี้ (Food Security) ความมั่นคงทางอาหาร ประเทศไทยนั้นเรามีดีตรงที่เราเป็นประเทศเกษตรกรรม เรามีข้าว เรามียางพารา เรามี น้ำตาล ทุกสิ่งทุกอย่างสามารถส่งออกได้ ต่างชาติเขามีความเชื่อมั่น เมื่อเขาได้ฟังคำชี้แจง ของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ผู้นำทุกประเทศครับ ต่างให้ความชื่นชมแนวคิดของรัฐบาล และแสดงความมั่นใจให้กับประเทศไทย ผมอยากจะฝากเพื่อนสมาชิกไว้ครับว่าช่วยกันครับ พระราชกำหนดทั้ง ๔ ฉบับ จริงอยู่ท่านอาจจะมองเห็นว่า ๒ ฉบับไม่ได้มีความเร่งด่วน แต่ผม ในฐานะที่เคยไปขึ้นศาลรัฐธรรมนูญเมื่อครั้งที่ท่านออก พ.ร.ก. ไทยเข้มแข็ง ผมยังเห็นว่า พ.ร.ก. ทั้ง ๔ ฉบับนี้มีความเร่งด่วนยิ่งกว่าสมัยนั้นเสียอีก ซึ่งผมพยายามจะชี้ให้เห็นว่า ทางผมนั้นมีทุกหัวข้อที่เขียนไว้ในมาตรา ๑๘๔ วรรคหนึ่ง และวรรคสอง เป็นเรื่องเร่งด่วนครับ ผมถามสักคำหนึ่งว่าถ้าเราช้าไป เกิดน้ำท่วมปีนี้ ความเสียหายจะเกิดขึ้นกับประเทศไทยอีก สักเท่าไร เรารักประชาชนเหมือนกัน เราต้องการเห็นประเทศชาติเจริญเหมือนกัน แล้วทำไม เราไม่หันมาช่วยกันละครับ จริงอยู่เมื่อกี้ผมอาจจะพูดเหมือนผมเป็นฝ่ายค้าน บางครั้งก็ลืมตัว ได้เหมือนกัน เพราะขึ้นบนเวที นาน ๆ ได้ขึ้นที ได้พูดที แต่ผมคิดว่าวันนี้ผมอยากจะเรียกร้อง ให้สภาแห่งนี้ช่วยกันครับ พระราชกำหนดทั้ง ๔ ฉบับมีประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน และสร้าง ความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นในสังคมโลก เงินไม่เยอะหรอกครับ เงินกู้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท อีก ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นซอฟต์โลนได้คืนแน่นอน กองทุนเพื่อไปประกันภัย ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ได้คืน ผมอยากจะให้ทุกคนมองเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน และวันนี้ผมได้ยิน ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพูดในตอนต้น ท่านก็บอกท่านมีความเห็นอกเห็นใจ พี่น้องประชาชน ผมยินดีครับที่ได้ยินสิ่งเหล่านี้จากเพื่อนสมาชิกฝ่ายค้าน ผมในฐานะที่มานั่งใน ครม. ชุดนี้ ผมก็ต้องการเห็นที่ประเทศไทยจะแก้ไขปัญหาอุทกภัยครั้งยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้น ไม่อย่างนั้นเราไม่ติดอันดับ ๕ ของโลกที่เกิดความเสียหายมากมายขนาดนี้ ขอบคุณท่าน ประธานครับ