สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล หารือเรื่องการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลที่ผ่านมาและขอให้สมาชิกสภาอนุมัติพระราชกำหนด 4 ฉบับที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตัดสินใจออกมาเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม โดยแนะนำว่าหากต้องการกู้เงินจากธนาคารจะต้องซื้อประกันภัย และเห็นด้วยว่าพระราชกำหนดฉบับที่ 2 และ 3 เป็นเรื่องสำคัญที่ควรดำเนินการโดยไม่ต้องรอการอนุมัติจากศาลรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ยังพูดเรื่องการแก้ไขหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้ และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างจริงจัง
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และวันนี้ขอใช้สิทธิ ที่จะชี้แจงในฐานะที่นั่งอยู่ในคณะรัฐมนตรีและเป็นผู้ที่ได้ร่วมในการอนุมัติให้มีการออก พระราชกำหนดในครั้งนี้ทั้ง ๔ ฉบับ ท่านประธานครับ ก่อนที่ผมจะเข้าสู่เนื้อหาสาระ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกตลอดจนพี่น้องประชาชนคนไทย ทั้งประเทศ ว่าวันนี้ที่เราต้องมาอภิปรายเรื่องพระราชกำหนด ๔ ฉบับที่รัฐบาลนี้ รัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องตัดสินใจออกพระราชกำหนดขึ้นมาทั้งชุด ก็เพราะมีมูลเหตุเกิดจาก การบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลที่ผ่านมา พูดง่าย ๆ คือรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ที่มีความผิดพลาด คลาดเคลื่อนดูตัวเลขไม่เป็น วิเคราะห์ผลที่จะเกิดขึ้นได้ไม่ถูกต้อง เดี๋ยวผมจะมีตัวอย่างตลอด ที่ผมจะอภิปรายในครั้งนี้ว่าท่านได้คิดตัวเลขมาผิดพลาดโดยตลอดในขณะที่ท่านนั่งบริหาร ราชการแผ่นดิน ท่านประธานครับ ผมบังเอิญมีอาชีพเดิมเป็นวิศวกรได้ดูตัวเลขความจุ ของน้ำในเขื่อนภูมิพลและในเขื่อนสิริกิติ์ในช่วงต้นปี ๒๕๕๔ คือต้นปีที่แล้ว ปรากฏครับว่า รัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ไม่ได้ปล่อยน้ำทิ้ง ปริมาณน้ำหน้าเขื่อนทั้ง ๒ เขื่อนมีมากกว่าปกติ ดังนั้น เมื่อเกิดฝนตกขึ้นมา และโดยเฉพาะเกิดพายุไต้ฝุ่นเข้ามาโจมตีประเทศไทยถึง ๕ ลูก ก็เลย เกิดภาวะน้ำล้นเขื่อน ไม่สามารถที่จะเก็บกักได้ก็ไหลเข้ามาท่วมในบริเวณภาคกลาง ภาคเหนือ กรุงเทพมหานคร อันนี้ละครับคือปัญหาที่เกิดขึ้น ผมเข้าใจครับ รัฐบาลอาจจะมัว ยุ่งอยู่กับเรื่องไข่ชั่งกิโลในขณะนั้น อาจจะยุ่งพะว้าพะวงอยู่กับกรณีน้ำมันปาล์มขาดตลาด คนไทยเข้าแถวตีหัวกัน แย่งกันซื้อน้ำมันปาล์ม เข้าใจครับ ท่านก็เลยไม่มีเวลาที่จะศึกษา วิเคราะห์ตัวเลข ปริมาณน้ำหน้าเขื่อน รัฐบาลยิ่งลักษณ์เข้ามาบริหารบ้านเมืองได้ ๒ เดือน พอเริ่มเข้ามาน้ำก็ท่วมแล้ว มันเป็นเหตุการณ์ซึ่งประชาชนคนไทยทั้งประเทศ คนทั้งโลก ไม่คาดคิดหรอกครับว่าจะเกิดขึ้น ท่านประธานครับ อันนี้ละครับคือที่มาของการที่รัฐบาลชุดนี้ จำเป็นต้องตราพระราชกำหนดขึ้นมา ๔ ฉบับ พระราชกำหนดฉบับแรกคือพระราชกำหนดให้ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ อันนี้คือ เงินกู้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นพระราชกำหนดฉบับแรก พระราชกำหนดฉบับที่ ๒ เป็นพระราชกำหนดให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยไม่ว่าจะ เป็นบริษัทขนาดเล็กเอสเอ็มอีทั้งหลาย เราก็ต้องให้ความช่วยเหลือหลังจากเกิดภาวะน้ำท่วม พี่น้องประชาชนที่บ้านเรือนเสียหายต้องการเงินที่จะมาซ่อมแซมซึ่งเสียหายมาก ๆ รัฐบาลให้ ความอนุเคราะห์ได้เพียงบางส่วนก็ต้องการเงินกู้ ร้านค้าต่าง ๆ ที่ประชาชนได้รับความเสียหาย จากน้ำท่วมก็ต้องกู้เงิน อันนี้รัฐบาลก็เลยใช้ พ.ร.ก. ฉบับที่ ๒ ซึ่งเรียกภาษาฝรั่งว่าเป็นซอฟต์โลน ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยปล่อยเงินให้กับธนาคารเล็ก ๆ หรือธนาคารเอกชนทั่ว ๆ ไป เพื่อปล่อยกู้ต่อในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ
สำหรับพระราชกำหนดฉบับที่ ๓ เป็นกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ ท่านประธานครับ ถ้าเราจะกู้เงิน ไม่ว่าจะเป็นเอสเอ็มอีหรือประชาชน ถ้าจะกู้เงินจาก ธนาคารมันก็ต้องซื้อประกัน ถ้าไม่มีประกันภัยเขาก็ไม่ให้กู้ เพราะฉะนั้น พ.ร.ก. ฉบับที่ ๓ ก็มาเกี่ยวข้องกับฉบับที่ ๒ ซึ่งก็ดีใจครับ ที่พรรคฝ่ายค้านเห็นด้วยว่าพระราชกำหนดฉบับที่ ๒ และฉบับที่ ๓ เป็นเรื่องเร่งด่วนโดยไม่ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ
ฉบับที่ ๔ ครับ เป็น พ.ร.ก. ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้ ในอดีตเพื่อช่วยเหลือกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน เงินก้อนนี้อยากจะกราบเรียน ท่านประธานไปยังพี่น้องประชาชน เป็นหนี้ที่ยังคงค้างอยู่โดยธนาคารแห่งประเทศไทย ต้องเป็นผู้ชำระใช้เงินต้น โดยดอกเบี้ยรัฐบาลทุกรัฐบาลที่ผ่านมาใช้เงินภาษีราษฎรไปจ่ายดอกเบี้ย โดยธนาคารแห่งประเทศไทยไม่เคยคิดที่จะนำเงินที่หามาได้ไปใช้หนี้เงินต้น เพราะถือว่า ตัวเองไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย ท่านประธานครับ ซึ่งเรื่องนี้มันผ่านมาหลายรัฐบาล รัฐบาล ที่มีความรับผิดชอบ ที่มีความรู้ด้านการเงิน รู้จักวิธีหาเงินเข้าประเทศก็ต้องการที่จะแก้ไข ปัญหาหนี้ก้อนนี้ด้วยส่วนหนึ่งเพราะเราสามารถนำเอาดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายทุกปี ๆ โดยใช้เงิน ภาษีที่เก็บมาได้จากพี่น้องประชาชน ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทต่อปีไปใช้ประโยชน์ในด้านอื่น ได้ด้วย เพราะว่าการที่เกิดวิกฤติน้ำท่วมครั้งนี้เงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ถามว่าเพียงพอที่จะ จัดวางระบบบริหารน้ำให้มีประสิทธิภาพ ดูแลในกรณีที่เกิดภัยแล้งเพื่อให้ประชาชน ได้มีน้ำใช้ได้เพียงพอหรือไม่ ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนเลยครับว่าไม่พอแน่นอน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นเป็นก้าวย่างที่จะก้าวไป หลังจากนั้นเราก็ใช้งบประมาณประจำปีได้ ท่านประธานครับ ที่ผมต้องพูดเช่นนี้เพราะท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ได้ให้ผมไปดูงาน ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ไปดูงานที่ประเทศเกาหลีครับ ประเทศ เกาหลีมี ๔ ลำน้ำเหมือนประเทศไทย เรามี ปิง วัง ยม น่าน เขาก็มี ๔ แม่น้ำ เขาเจอปัญหา น้ำท่วมมาโดยตลอด เขาสามารถอนุมัติงบประมาณเพื่อไปทำการก่อสร้างระบบจัดการน้ำ ทำเป็นฝายน้ำล้นตลอดแนวทางน้ำเพื่อไม่ให้น้ำมาท่วมเมืองหลวง แล้วก็ประสบความสำเร็จ โครงการเขากะจะทำ ๔ ปี เขาทำเพียง ๒ ปีครึ่ง วันนี้ประสบความสำเร็จ พิสูจน์แล้วว่า น้ำไม่ได้ท่วมจากพื้นที่ที่เคยเจอน้ำท่วม นอกจากนั้นแล้วในหน้าแล้งเขามีน้ำให้พี่น้องเกษตรกร สามารถปลูกพืชสวนไร่นา ปลูกข้าว ปลูกทุกอย่างได้ตามที่ต้องการ ท่านประธานครับ วันนี้ เป็นที่น่าเสียดายที่พรรคฝ่ายค้านมองไม่ออกว่า ๔ พระราชกำหนดนี้เป็น พูดภาษาฝรั่งหน่อยนะ ท่านประธาน เป็นแพคเกจ (Package) ต้องทำร่วมกันทั้ง ๔ พระราชกำหนด จะแยกจากกันนั้น มันไม่ได้ ถ้าท่านมองแค่นี้ท่านไม่เข้าใจ ผมว่าท่านถึงแพ้การเลือกตั้ง ประชาชนไม่เลือกท่าน เพราะว่าท่านบริหารงานไม่เป็น ท่านประธานครับ อย่างกรณีมาตรา ๑๘๔ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยที่เขียนไว้ให้อำนาจรัฐบาลสามารถตราพระราชกำหนดในกรณี ที่เห็นว่าเกิดเหตุความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ เกิดความไม่ปลอดภัยต่อสาธารณะ เกิดความไม่ปลอดภัยของประเทศ ป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ เราสามารถที่จะออกพระราชกำหนดเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้และพระราชกำหนดนี้ จะต้องเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นเร่งด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ท่านประธานครับ ผมอยากจะเทียบเคียงให้ท่านประธานได้เห็นว่าสมัยที่รัฐบาลท่านนั่งอยู่บนนี้