เชิดชัย ตันติศิรินทร์ หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในประเทศไทย และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างจริงจัง รวมถึงการแก้ไขปัญหหนี้สินของประเทศไทย
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดีใจ ท่านประธานที่เคารพ ที่รัฐบาลได้ทำตามกฎหมาย ก็คือได้เสนอ พ.ร.ก. ผมนึกว่าจะได้ อภิปราย ๔ ฉบับ เพราะว่ามันเกี่ยวข้องกันตามมาตรา ๑๘๔ ว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องเร่งด่วน มิอาจหลีกเลี่ยงได้ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมก็อยากจะตั้งประเด็นว่าเมื่อออก พ.ร.ก. นี้ ประชาชนได้อะไร ท่านประธานครับ ความหวังของประชาชน ถ้าท่านเห็นน้ำท่วมนะครับ มีท่านผู้อภิปรายทุกคนก็ยืนยันทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลนะครับว่ามันเสียหายมากจริง ๆ เสียหายจนกระทั่งคนที่บ่นมาก ๆ บ่นไม่ออกครับ ความหวังของประชาชนที่อยากได้ เขา อยากเห็นการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบและจริงจังนะครับ ผมมาเป็นกรรมาธิการการ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ก็ยังมีการสัมมนาว่าน้ำจะท่วมกรุงเทพฯ อีกหรือไม่ เห็นไหมครับ เขา อยากเห็นอย่างจริงจังครับ ไม่ใช่ดีแต่พูดนะครับ ไม่ใช่ ผมเชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้ทำเก่ง การแก้ไขมี หลายวิธีนะครับแล้วแต่ความถนัด ท่านประธานครับ ประชาชนไม่อยากเดือดร้อนซ้ำซาก ท่านคงเห็นว่าตอนที่น้ำท่วมนา ผมไปแจกของที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา น้ำสุดลูกหูลูกตาเลย นะครับอย่างกับทะเล แล้วบางหมู่บ้านไม่เห็นดินเลยครับ อันที่ ๑ นะครับ โรงงานอุตสาหกรรมครับ ท่านกิตติรัตน์ก็ไปร้องไห้นะครับ เพราะเห็นรถยนต์มันท่วมครับ คนหนีตาย หนีน้ำ ถ้าดูในทีวี นะครับหนีกันจริงจังนะครับ แล้วขอความช่วยเหลือครับ ความช่วยเหลือก็ชุลมุนวุ่นวายนะครับ เพราะว่าเราไม่เคยพบอย่างนี้นะครับ แล้วที่สำคัญก็คือมันท่วมนาน ท่วมนานมันน่าเบื่อครับ ท่านประธานครับ คนอยากมีความหวัง อยากมีงานทำ อยากจะประกันความมั่นใจถ้าเกิด มีความเสียหายขึ้นมาอีก แล้วสุดท้ายอยากเห็นอนาคตของไทยว่าใช้หนี้อย่างอื่นด้วยนะครับ เจริญรุ่งเรือง ท่านประธานครับ คงไม่ปฏิเสธนะครับว่า ปัจจุบันนี้เราเสียหายอย่างไรนะครับ เศรษฐกิจโลกตอนนี้ก็แย่นะครับ เราก็แย่ เจอน้ำท่วมอีกมันก็ต้องแก้ครับ แล้วไม่เรียกฉุกเฉิน เราจะเรียกอะไรครับ ท่านประธานครับ ทุกอย่างต้องใช้เงินทั้งนั้นละครับ ไม่ใช้อย่างเดียว ก็คือไปบวชเป็นพระนะครับ ละทุกอย่าง ขณะเดียวกันพระก็ใช้เงินครับ ท่านประธานครับ นอกจากเห็นแก้ระบบน้ำอย่างเป็นระบบ บังเอิญพูดไปพูดมาประชาชนก็ไปเห็นอีกเหมือนกันว่า เรามีหนี้อยู่ ๑.๔ ล้านล้านบาท แล้ว ๑๐ ปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว หนี้เหลือ ๑.๑๔ ล้านล้านบาท เขาก็สงสัยว่าทำไมถึงไม่แก้ไข ผมก็ยังนึกว่ามีไอเอ็มเอฟ แล้วรัฐบาลท่านทักษิณใช้หนี้ ไปหมดแล้วจะหมด ปรากฏว่ายังมีหนี้เหลือค้างอีก ท่านประธานครับ มีคนเข้าใจผิดคิดว่า รัฐบาลนี้ผ่านงบประมาณไปแล้ว ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เพียงพอครับ เอาจริง ๆ นะครับเงิน พวกนี้ที่รัฐบาลแถลงแล้วแถลงอีก เอาไปใช้เยียวยาเบื้องต้น ฟื้นฟูสถานที่ต่าง ๆ ที่ประสบอุทกภัย ซ่อมแซมถนนต่าง ๆ ที่เราได้วิ่ง ท่านประธานครับ ผมกลับไปที่ภาคอีสาน ผ่านอำเภอวังน้อย ไม่ได้ ตอนนี้ก็เรียบร้อยดีใช้เงินทั้งสิ้นครับ นี่คือประชาชนเขาได้ใช้ แต่ท่านครับความเสียหาย มันมากจริง ๆ เงินเราก็ไม่มี มีแต่อันเดียวคือภาษี ซึ่งถ้าไม่มีการวางแผนจัดการแล้วไม่ทันกาล ท่านประธานครับ เอาไปใช้อะไรบ้างนะครับ ท่านประธานครับ ก่อนเอาไปใช้อะไร ที่เขาสงสัยคือประเทศไทยมีหนี้มันติดกับดักหนี้ ผมไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์ แต่พอผมฟัง ท่านพิเชษฐ หลาย ๆ คนพูดเราติดกับดักหนี้ หนี้ตั้งแต่ ๑๐ กว่าปีที่แล้ว ที่ไปรักษาสถาบัน การเงิน ไปประกันเงินฝากของประชาชนให้เสียหาย ไปประกันผู้ถือหุ้นบริษัทที่เสียหายไม่ให้ เสียหาย แล้วก็มีปิดบริษัทไป ๕๖ แห่ง ที่เขาเรียกว่ามีกองทุนเอฟไอดีเอฟ ๑ กู้ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เอฟไอดีเอฟ ๓ ๗๘๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมแล้วก็เกือบ ๑.๔ ล้านล้านบาท แล้วท่านพิเชษฐ ก็บอกว่ามันมีหนี้ค้างอีก ก็รวมแล้วประมาณ ๑.๑๔ ล้านล้านบาทนั่นละครับ ท่านประธานครับ ก็มีเรื่องของ ปรส. ตัวเลขผมก็ไม่ทราบเหมือนกันนะครับ ผมทราบแต่ว่าคล้าย ๆ จะมี การฟ้องกันขึ้นมาดูจากเว็บ (Web) เงินของ ปรส. ๘๕๑,๐๐๐ ล้านบาท แต่ท่านพิเชษฐบอกว่า ประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ขายได้เพียง ๑๙๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ท่านพิเชษฐบอกว่า ขายได้ ๒๔๐,๐๐๐ ล้านบาท อะไรก็แล้วแต่ ก็คือสรุปว่าเราขาดทุน นี่ละครับเงินมันหายไป ท่านประธานครับ รัฐบาลแก้อย่างไรครับ ก็เพราะว่ารัฐมันต้องรับผิดชอบไม่ว่าใครเป็นรัฐบาลครับ ก็ชมเชยรัฐบาลที่ผ่านมาก็ช่วยกันแก้ไข แต่เมื่อมีหนี้แล้วไม่ใช่มาว่ากัน ต้องช่วยกันคิดว่าจะ แก้อย่างไร ผมไปดูที่เป็นหนี้ ไหน ๆ ก็พูดแล้ว เขามีกติกาว่ากระทรวงการคลังจะจ่ายดอกเบี้ย ธนาคารแห่งประเทศไทยจะจ่ายต้น ปรากฏว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจ่ายอยู่ ๓ ปี ปี ๒๕๔๕ ปี ๒๕๔๖ ปี ๒๕๔๗ แล้วก็ไม่จ่าย เพราะว่าธนาคารแห่งประเทศไทยขาดทุนครับท่านประธาน ขาดทุนจากอะไรครับ ขาดทุนจากการไปรักษาค่าเงินซึ่งมันลอยขึ้นลอยลงอะไรที่ว่า ไม่ให้ผันผวนมาก ก็ไปขายเงินบาท ซื้อยูเอส (US) กลับมา เป็นการออกพันธบัตรดูดซับ เพราะฉะนั้นเงินทุนสำรองเพิ่มขึ้นมากมาย คนเขาเข้าใจผิดว่าประเทศไทยนี่รวย ผมก็ยังเข้าใจผิดว่าคงมีเงินสำรองไว้เยอะแยะแล้วมีหนี้ขนาดนี้มันต้องเอามาใช้ ปรากฏว่า มันใช้ไม่ได้แล้วครับ ท่านรัฐบาลชุดที่แล้วก็มีความคิด ผมไปดูในเว็บนะครับเมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๓ ก็มีแนวความคิดที่จะใช้หนี้พวกนี้เหมือนกันครับ แต่บังเอิญทางธนาคาร แห่งประเทศไทยเขาไม่เห็นด้วยก็เลยพักไปนะครับ ท่านประธานครับ เงินบาทนะครับตอนนี้ ก็ยังแข็งอยู่ ผมไม่รู้ว่าจะไปรักษาอะไร ควรจะปล่อยให้ลอยตัว แล้วมีคนคำนวณดู ถ้ายังไม่ แก้ไขทำอย่างนี้ไปอีกเรื่อย ๆ ก็คือจะมีการจ่ายดอกเบี้ยไปปีละประมาณ ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เราไม่จ่ายต้นหรือจ่ายนิดเดียวนะครับ ๕๖ ปี ดอกเบี้ยจะท่วมต้น ไม่ใช้ครับ มีคนเปรียบเทียบว่า ไม่ต่างกับแม่ค้าที่ไปกู้เงินนอกระบบมามันก็เป็นดินพอกหางหมูทำอะไรก็ไม่ได้ก็เป็นหนี้ ไปตลอดคนไทยก็จน นี่ล่ะครับ รัฐบาลพรรคเพื่อไทยมีนโยบายชัดเจนก็คือแก้ไขความยากจน อย่างยั่งยืนครับ ท่านประธานครับ เมื่อเอาเงินไปใช้หนี้ เงินที่จะมาลงทุนก็ไม่มี ผมเป็นกรรมาธิการ การวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเหมือนกัน รัฐบาลมีนโยบายที่จะเพิ่มทุนการวิจัยนี่ครับ ๒ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ตอนนี้ทำไม่ได้แล้วครับ ประเทศจะเจริญได้อย่างไร มีท่านผู้อภิปราย บอกว่าเงินลงทุนควรจะสัก ๒๕ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป แต่ของเราประมาณสัก ๑๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ เท่านั้นเอง ไม่มีทางครับ ถ้าไม่มีการแก้หนี้กองทุนอย่างเป็นระบบ ท่านประธานที่เคารพครับ แบงก์ชาติ ผมถามแบงก์ชาติว่าแบงก์ชาติตอนนี้มีสภาพอย่างไร แบงก์ชาติบอกว่าตัวเลข ล่าสุดเดือนมกราคมมีหนี้อยู่ ๔.๒ ล้านล้านบาท มีทรัพย์สิน ๔ ล้านล้านบาท ยังขาดทุนนะครับ เพราะฉะนั้นเอาตัวไม่รอด ทีนี้เมื่อไม่มีเงินละครับ แล้วที่เราเกิดขึ้นมันเป็นการฉุกเฉินหรือไม่ครับ ท่านประธาน ท่านประธานคงได้อ่านข่าวตอนนี้เขื่อนทางภาคเหนือ ๒ เขื่อน น้ำเกือบเต็ม ก็มีการอภิปรายกัน แล้วก็เริ่มมีการระบายน้ำ แล้วยังมีพยากรณ์อีกว่าจะมีพายุมาอีก ๓๑ ลูก จังหวัดขอนแก่นยังฝนตกเลยครับ แล้วถ้าของเก่ายังแก้ไม่ได้เลย แล้วของใหม่มาอีกจะเอาอยู่ หรือครับ รับไม่ได้นะครับ ท่านประธานครับ เอาไปใช้อะไร ก็นี่ครับ ๔ พ.ร.ก. นี่ละครับ ที่เอาไปใช้นี่นะครับ พ.ร.ก. ที่ ๑ ก็คือ พ.ร.ก. กองทุนส่งเสริมประกันภัยเห็นไหมครับ ปี ๒๕๕๕ ท่านฝ่ายค้านก็ยังเห็นด้วยเลยครับ เพราะอันนี้เป็นการสร้างความมั่นใจให้ผู้ลงทุน ทั้งในและต่างประเทศ และที่สำคัญคือประชาชนทั่วไป ท่านประธานครับ ถ้ารัฐบาลไม่มี มาตรการเขาไม่รับประกันก็ไม่มีใครกล้าจะลงทุนแม้กระทั่งประชาชนนะครับ ถ้าเขารับประกัน เขาเก็บเบี้ยประกันสูง การลงทุนก็สูงอีก คนเดือดร้อนก็คือประชาชนอีกเช่นเดียวกัน มันเป็น หน้าที่ของรัฐเช่นเดียวกันครับ ต้องบรรเทามันเป็นเรื่องจำเป็นจริง ๆ เพื่อสร้างความมั่นใจ แล้วอันนี้ที่เป็นเหตุผลตรงไปตามมาตรา ๑๘๔ ก็คือเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เห็นไหมครับ ท่านประธานครับ มีท่านผู้อภิปรายเป็นห่วงว่าหลักเกณฑ์อย่างไรไม่มี ไปดูจริง ๆ มันก็มีนะครับ ท่านประธานครับ ทรัพย์สินนะครับ ผมจะลองรวบรวมให้ท่านประธานดูนะครับ เกี่ยวกับการประกัน ในพวกที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยนะครับ มีทุนประกันรวมแล้วประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จากผู้ที่จะประกันนะครับ ๑,๐๒๕,๗๒๒ ราย แล้วก็มีการคิดว่าจะคุ้มครองประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นการกู้มา ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เป็นเหตุเป็นผล แล้วยังไม่พอนะครับ ไปดูในรายละเอียดจริง ๆ แล้วการจัดกองทุนอันนี้ขึ้นมาจะเริ่มต้นใช้แค่ ๒๘,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ได้ใช้หมดนะครับ เพราะเป็นห่วงว่าเอาเงินมากู้แล้วมาใช้เลย ไม่จริงละครับ ผมว่าผมเชื่อในการทำงานของ ครม. ชุดนี้ โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์นี่นะครับ กู้ที่จำเป็นจริง ๆ ครับ ใช้ไม่หมดหรอกครับ ใช้ไม่ถึง เริ่มกู้ ๒๘,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็เอกชน สมทบอีก ๒,๐๐๐ ล้านบาท รวมแล้วเป็นเริ่มต้น ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทแค่นั้นเอง โดยไปดู ในเนื้อหาแล้ว มีหลักอยู่ที่ว่าการประกันภัยประชาชนหรือผู้ประกันต้องได้รับประโยชน์สูงสุด ในอัตราเบี้ยประกันที่ต่ำที่สุด มีสื่อหลายสื่อนะครับ ออกความเห็นว่าอันนี้ล่ะมันเป็นเสาค้ำยัน ความเสี่ยงภัย เห็นไหมครับมั่นใจขนาดนั้นนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ยังมีอีกครับ ที่เอาไปทำอะไรครับ ก็ พ.ร.ก. อีกฉบับหนึ่งนะครับ ก็คือ พ.ร.ก. การให้ความช่วยเหลือทาง การเงินแก่ผู้ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย พ.ศ. ๒๕๕๕ นี่ครับ ที่เรียกเป็นซอฟต์โลนนี่นะครับ อันนี้ยิ่งเป็นเรื่องสำคัญ ท่านประธานครับ คนไม่เคยประสบความเสียหาย ไม่รู้จักความทุกข์ เป็นหนี้ก็เป็นทุกข์ ต้องดับทุกข์นะครับ เพราะฉะนั้นยิ่งดับทุกข์เร็วเท่าไรยิ่งดี เพราะฉะนั้น เมื่อมีกองทุนนี้แล้วการช่วยเหลือก็ยิ่งเร็ว มันก็ยิ่งมีประโยชน์ ท่านประธานครับ จังหวัดถูกน้ำท่วม ในประเทศไทย ๖๕ จังหวัดนะครับ ทุกภาค ไม่ว่าภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคอีสานหรือภาคใต้ มีหมดเลยครับ แล้วก็มีการฟื้นฟูประมาณ ๕๐ จังหวัด และคนที่ได้รับความเสียหายมาก ก็คือพวกรัฐวิสาหกิจขนาดเล็ก ขนาดกลาง ก็คือที่เราเรียกว่าเอสเอ็มอี ท่านประธานครับ ในหนังสือนี้นะครับ ผมก็ดูนะครับ ประเทศไทยที่อยู่ได้ก็เพราะว่ามีเอสเอ็มอีประมาณ ๒,๙๑๓,๑๖๗ ราย คิดเป็น ๙๙.๖ เปอร์เซ็นต์ ก็มีเรื่องของการค้า การบำรุง การบริการ โรงแรม ภัตตาคาร เรื่องการผลิตลดหลั่นกันมา ท่านประธานครับ ในงานนี้นะครับ มีผู้เสียหาย ๕๕๗,๖๓๗ ราย คิดเป็นกระทบคนนะครับ ๒,๓๒๕,๖๔๔ คน ค่าเสียหายเรื้อรังนะครับ เดือนละประมาณ ๗๑,๑๕๖ ล้านบาทเห็นไหมครับ ทำให้จีดีพีมันลดลง เห็นไหมครับ ที่อธิบายไป มันก็อยู่ตรงนี้ จีดีพีก็จะลดลง ท่านสมาชิกก็ได้อภิปรายไปเยอะแยะแล้วครับว่า จีดีพีมันจะลดลงจากที่คาดไว้ ท่านประธานครับ งานนี้ไม่ได้อุ้มคนรวยนะครับ เราอุ้มประชาชนทุกคน เพราะว่าอะไรครับ ถ้าท่านไปดูในรายละเอียด การกู้ให้ดอกเบี้ยต่ำนะครับ ไม่เกิน ๓ เปอร์เซ็นต์แค่นั้นเอง โดยธนาคารแห่งประเทศไทย คิดจากแบงก์แค่ .๐๑ เปอร์เซ็นต์ และที่สำคัญธนาคารแห่งประเทศไทยไม่ได้ออกให้หมดนะครับ ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือ แบงก์กลางให้แค่ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ แบงก์ที่เข้าร่วมโครงการต้องออกสมทบอีก ๓๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ ก็คือถ้าเขาไม่ทำตามนี้แล้ว เขาก็มีความเสี่ยงเช่นเดียวกันครับ ท่านประธานครับ ๓ เปอร์เซ็นต์ ของแบงก์นี้นะครับ มันน้อยนะครับ ความจริงนะครับท่านประธาน จากการที่รัฐไม่ทราบว่า รัฐบาลชุดไหนก็ตามที่ไปอุ้มแบงก์เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชนโดยเอาภาษีอากร ราษฎรไปใช้ คนที่รับประโยชน์ก็คือแบงก์นะครับ ท่านไปดูสิครับว่าตอนนี้แบงก์กำไรเท่าไร ปีละเท่าไร หนังสือพิมพ์ลงแต่ละครั้งสะท้อนใจครับท่านประธานว่าประเทศเรามีหนี้สินมากมาย แล้วทำไมยังมีคนรวยรวมแล้วเกือบแสนล้านบาท ท่านประธานครับ ผมไม่อิจฉาใครหรอกครับ เพราะว่าตายไปก็เอาไปไม่ได้ กินข้าวก็กระเพาะอันเดียว มันควรจะมาดูว่าประเทศชาติ ตอนนี้กำลังอยู่ในภาวะวิกฤติมันต้องช่วยกันสิครับ เพราะฉะนั้นยอมขาดทุนกำไรเล็กน้อย ไม่ได้หรืออย่างไร ท่านประธานครับ มีการคำนวณว่าถ้ามีอย่างนี้แล้วประชาชนได้อะไร จะฟื้นตัวนะครับ ใช้เวลาประมาณ ๑-๖ เดือน แล้วแต่ความเสียหาย ๑-๖ เดือนนะครับ ถ้าท่านไม่มีเงินตอนนี้ท่านจะช่วยได้ไหมครับ มีการพูด ถึงว่าไม่ใช่ พ.ร.ก. นี้ครับ รัฐบาลยังไปใช้ ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน ช่วยนะครับ ท่านไปดูนะครับ หน้า ๓๙ ไปช่วยประชาชนที่หาเช้ากินค่ำด้วยนอกเหนือนี้นะครับ และท่านประธานครับ เรื่องการช่วยเหลือคนที่ตกทุกข์ได้ยากเป็นเรื่องที่ควรสรรเสริญเป็นมิตรแท้นะครับ เป็นมิตรแท้ ไม่ใช่ซ้ำเติมนะครับ เป็นเรื่องเร่งด่วนหลีกเลี่ยงไม่ได้ ท่านประธานครับ คนไข้หนักก็คือ ประเทศไทยตอนนี้ครับ อยู่ในไอซียู (ICU) ต้องเยียวยานะครับ ถ้าท่านชักช้านะครับ ไม่ออกเป็น พ.ร.ก. หรือไม่ชัดเจนคนไข้ไม่ไหวเหมือนกันนะครับ แต่ท่านประธานครับ ผมเป็นแพทย์นะครับ การผ่าตัดฉุกเฉินขนาดว่าเราเซท (Set) ผ่าตัดฉุกเฉิน มันยังทำทันที ไม่ได้เลยครับ บางทีต้องรอเป็นชั่วโมง รอเป็นครึ่งวัน บางอย่างไม่มีต้องรอไปข้ามวันก็มี เพราะฉะนั้นการที่รัฐบาลออก พ.ร.ก. มันชอบแล้ว เพราะถ้าเป็น พ.ร.บ. มากคนมากเรื่อง ไม่ใช่ว่าไม่มีการตรวจสอบนะครับ เราก็สามารถจะตรวจสอบทีหลังได้ ผมเชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้ ไม่กู้มาโกงนะครับ แล้วก็ไม่เอาเงินไปทำร้ายประชาชน รักษาผลประโยชน์อย่างเต็มที่ เพราะเรามีได้มาจากระบอบประชาธิปไตย ท่านประธานครับ นักลงทุนจะมีความเชื่อมั่น หรือไม่ อยู่ที่การกระทำนะครับ ไม่ใช่วาทกรรม ต้องมีความชัดเจน เท่าที่ผมดูเรื่องแก้ไข น้ำท่วมบังเอิญเสียดายที่ทางฝ่ายค้านได้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ความจริง ๒ พ.ร.ก. นั้นควรจะ มาพูดวันนี้ละครับ มันจะได้เห็นชัดว่าดีไหม เท่าที่ผมไปสืบดูมันมีรายละเอียดเป็นโครงการ อยู่แล้วนะครับ เพียงแต่ว่ารัฐบาลทำไปก่อนแน่นอนเพราะว่ารัฐบาลเป็นคนพูดน้อย ทำมากนะครับ รอไม่ได้นะครับ ท่านประธานครับ คนที่เขาจะเชื่อนี่นะครับอยู่ที่การกระทำครับ กับความชัดเจน แล้วต้องมีให้เห็นด้วยว่ารัฐบาลมีกฎหมายที่จะออกมาพร้อมที่จะทำงาน ไม่ใช่เราไปพูดเรื่อยเปื่อย เขาไม่มาหรอกครับ ท่านประธานครับ ฝรั่งมันก็ฉลาดเก่งกว่าเราก็มี โง่กว่าเราก็มี แต่เรื่องเงินเรื่องทอง เขารักษาผลประโยชน์ของเขาครับ ท่านประธานครับ ผมที่อภิปรายมานี่นะครับถ้าไปดูจริง ๆ แล้วเป็นเรื่องเร่งด่วนจริง ๆ ฉุกเฉิน หลีกเลี่ยง ไม่ได้ละครับ ถ้าใครไม่คิดอย่างนั้นเกิดความเสียหาย แน่นอนครับรัฐบาลต้องรับผิดชอบ ขณะเดียวกันคนที่ไปคัดค้าน โทษนะครับ แม้กระทั่งศาลรัฐธรรมนูญก็ต้องควรจะรับผิดชอบ ร่วมด้วยนะครับ ท่านประธานครับ ผมขอให้กำลังใจรัฐบาลในการที่จะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ของประชาชน แล้วก็ให้กำลังใจรัฐบาลทำดีต่อไป แล้วก็ฝากไปยังศาลรัฐธรรมนูญด้วยนะครับ ขอให้ท่านดูข้อมูลทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติครับ ขอบคุณครับ