สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๔

สุกิจ อัถโถปกรณ์ ระบุว่ากฎหมายต้องห้ามการใช้สารในกีฬาต้องมีการตรวจสอบอย่างรอบคอบ และต้องไม่ให้เกิดความไม่ยุติธรรมในการใช้มาตรฐานในการตรวจสอบ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ เรื่องของการใช้สารต้องห้ามในการกีฬาเราก็คงได้ยินคําว่า ยาโด๊ป มานานเหลือเกินแล้ว เมื่อก่อนผมก็เข้าใจว่ายาโด๊ปต้องมีพลังมหาศาลชนิดที่ว่าถ้าใช้แล้วคงจะสามารถ ที่จะได้เปรียบคนอื่นเขา เคยวิ่งช้าใช้ยาโด๊ปแล้วก็วิ่งเร็วอะไรอย่างนั้นเป็นต้นนะครับ แต่เมื่อมาดูสารแต่ละกลุ่มที่ให้ชื่อมาในหนังสือเล่มนี้แล้ว ผมก็มีความรู้สึกว่ามันก็ไม่ได้ เป็นยาอะไรที่วิเศษวิโสอะไรมากมายนัก อย่างเช่นกลุ่มยากระตุ้นถือว่าเป็นยาที่กระตุ้นแล้ว หมายถึงว่า เขาบอกว่าใช้สําหรับนักกีฬาที่ต้องการความเร็วเพื่อลดความเหน็ดเหนื่อย ก็มีอย่างเช่นแอมเฟตามีน (Amphetamine) ก็คือยาบ้า ซึ่งปกติก็เป็นยาที่ต้องห้ามอยู่แล้ว ในการใช้เอฟิดรีน (Ephedrine) เป็นยาที่ใช้ในการรักษาหวัดอะไรอย่างนี้เป็นต้น ซึ่งผมดูแล้ว คนกินยาบ้าก็คงจะไม่วิ่งเร็วกว่าคนปกติสักเท่าไรครับ แล้วก็มีผลข้างเคียงที่มากด้วย นอกจากนั้นก็อาจจะทําให้เกิดอารมณ์ปรวนแปรด้วย อีกกลุ่มหนึ่งอันนี้มันต้องห้ามอยู่แล้ว ชัดเจนคือกลุ่มยาเสพติด อย่างเช่นพวกมอร์ฟีน (Morphine) เมทาโดน (Methadone) เพทิดีน (Pethidine) พวกนี้ อาจจะมีผลครับเพราะว่าทําให้ความเจ็บปวดน้อยลง ถ้าเป็น กีฬาประเภทชกมวย ฉีดมอร์ฟีนไปก่อนเพื่อต่อยเท่าไรก็ไม่เจ็บหรือเจ็บน้อยลงอันนี้ได้เปรียบ แน่นอน อีกกลุ่มหนึ่งคือ สเตียรอยด์ อย่างเช่นฮอร์โมนเพศชายอะไรอย่างนี้ พวกนี้เป็นยา ที่ต้องใช้ระยะยาวถ้าฉีดเข้าไปแล้วก่อนไปแข่งขันก็คงจะไม่มีผลอะไรมากนัก เพราะฉะนั้น ยาพวกนี้ผมว่าก็คงจะตรวจยากพอสมควร กลุ่มยาขับปัสสาวะน่าจะใช้ก็มีอยู่ที่เดียวครับ พวกต้องการลดน้ําหนัก อย่างเช่นนักมวยที่น้ําหนักเกินเอาฉีดหรือกินยาขับปัสสาวะไปก่อน แล้วก็ฉี่มาก ๆ น้ําหนักก็ลดลงมา และก่อนเข้าไปแข่งขันก็ไปกินน้ําเพิ่มขึ้นสักหน่อยหนึ่ง เดี๋ยวก็คงจะมีกําลังเพิ่มขึ้นมา นอกนั้นก็กลุ่มฮอร์โมน สรุปแล้วว่าตามความเข้าใจของผม ผมว่านักกีฬาที่ใช้ยาโด๊ปแล้วชนะมาได้คงไม่ใช่เพราะยาโด๊ปอย่างเดียว จริง ๆ แล้วอาจจะ ฝีมือเขาด้วย อันหนึ่งก็คือกําลังใจที่ได้มาว่าเราได้โด๊ปแล้วก็คงจะมีแรงมหาศาลที่จะสู้คนอื่น เขาได้ ผมมีความเป็นห่วง ตัวเองก็เป็นผู้ร่วมเสนอร่าง พ.ร.บ. อันนี้ด้วยเพียงแต่ว่าก็ยังเห็น จุดบกพร่องของกฎหมายฉบับนี้อยู่พอสมควร ซึ่งอยากจะเรียนฝากไปยังผู้ที่จะมาเป็น กรรมาธิการสักนิดหนึ่งก็คือเรื่องของงบประมาณที่จะใช้ เพราะว่าในร่าง พ.ร.บ. นี้ท่านต้อง มีการตั้งกรรมการหลายชุดทีเดียว ชุดใหญ่ก็คือชุดที่เรียกว่า คณะกรรมการควบคุมการใช้ สารต้องห้ามทางการกีฬา อันนี้เป็นกรรมการใหญ่ นอกจากนั้นก็จะมีกรรมการย่อย ๆ อย่างเช่น คณะกรรมการการแพทย์ คณะกรรมการพิจารณาโทษ คณะกรรมการวินิจฉัย อุทธรณ์ ซึ่งกรรมการเหล่านี้มีเบี้ยประชุม มีอะไรอย่างนี้เป็นต้น ก็ต้องฝากกรรมาธิการว่า ร่างกฎหมายมาแล้วก็ต้องร่างให้มันครบวงจร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเงินต้องระบุว่าต้องเอามา จากไหน จากกระทรวงไหน จากงบประมาณส่วนไหน นอกจากนั้นแล้วเรื่องของการตรวจสารพวกนี้ก็ต้องใช้ห้องแล็บอย่างที่ท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ผู้เสนอ ท่านก็ได้บอกไว้แล้วว่ามีอยู่ที่มหาวิทยาลัยมหิดล แต่การใช้จ่ายก็ต้องเยอะนะครับ ยิ่งตรวจมากเท่าไรก็ยิ่งลงทุนเยอะเท่านั้น ก็ต้องฝากกรรมาธิการด้วยในการที่จะดูให้ครบวงจร ว่าเราจะใช้งบจากไหน อันที่เป็นระเบียบของ กกท. ก็ได้ระบุเอาไว้ในข้อที่ ๘ บอกว่าผู้รับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายในการควบคุมการใช้สารต้องห้ามก็คือจังหวัดหรือเจ้าภาพที่จัดการแข่งขัน แต่ในกรณีนี้ยังไม่ได้ระบุชัดเจนหรือว่าจะใช้ระเบียบเก่าก็ต้องเขียนให้ชัดเจนว่ากันไปนะครับ ทีนี้ที่น่าเป็นห่วงอีกอย่างหนึ่งก็คือความยุติธรรม การไม่เอาเปรียบหรือให้มีความรู้สึกว่ามีการใช้ ๒ มาตรฐานหรืออย่างนั้น ก็คือในกรณีที่ว่าเราจะตรวจใคร สมมุติว่าวิ่งแข่งกันเป็นสิบ ๆ คน อย่างนี้ ท่านจะเอาใครมาตรวจ จะเอาคนที่ได้เหรียญทองมาตรวจคนเดียวอย่างนั้นหรือ อันนี้ต้องทําให้เสมอภาคแล้วก็อาจจะต้องเขียนระบุให้ชัดเจนด้วยเพื่อจะได้เป็นแนวทาง ในการปฏิบัติ หลายท่านก็เป็นห่วงว่าคนที่เขาใช้โดยไม่ตั้งใจอาจจะผิดไปด้วยนะครับ อย่างเช่นกรณีกินยาแก้หวัดอย่างนี้ ถ้าดูตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้แล้วก็โดนแน่นอนเลยครับ เพราะยาแก้หวัดมีส่วนผสมของพวกอีเฟดรีน ซูโดอีเฟดรีน (Pseudoephedrine) อยู่ แต่ผมก็ไม่เชื่อนะครับว่าคนกินยาแก้หวัดไปแล้ว ไปลงแข่งกีฬาแล้วจะชนะคนอื่นเขานะครับ อย่างไรก็ตามกฎหมายก็ต้องเขียนให้รอบคอบเพราะว่าต้องเอามาใช้กับคนหมู่มาก แล้วก็ต้องให้ความยุติธรรมด้วย โดยเนื้อหาทั้งหมดของกฎหมายผมก็เห็นว่าเป็นกฎหมายที่ดี อย่างน้อยในวงการกีฬาได้มีกฎหมายเพิ่มมากขึ้น ให้เห็นว่าเราให้ความสําคัญกับการกีฬา โดยเฉพาะอย่างยิ่งทําให้ต่างชาติเขามองเราในแง่ที่ว่าเราก็ให้ความสําคัญกับเรื่องนี้แล้ว ก็ไว้วางใจได้ที่จะมาร่วมแข่งขันกับเราในโอกาสต่อไป ผมก็ขอสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ครับ ขอบคุณครับ