สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๔

จิรายุ ห่วงทรัพย์ พูดถึงการแก้ไขพระราชบัญญัติเกี่ยวกับกีฬา โดยเฉพาะเรื่องของการให้คำนิยามที่ชัดเจนเกี่ยวกับบุคคลที่สนับสนุนกีฬา และการเพิ่มรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้สารต้องห้ามในการแข่งขันกีฬา เพื่อป้องกันการใช้สารโด๊ปและป้องกันการสนับสนุนจากผู้ให้การสนับสนุน

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ฟังท่านนคร มาฉิม แล้วพลอยนึกถึงตอนเด็ก ๆ ท่านประธานครับ เวลาดูฟุตบอล ตอนเย็น ๆ โอ้โฮลุ้นตั้งแต่ ไทย-เกาหลีใต้ ไทย-ญี่ปุ่น หลัง ๆ นี้ดูไทย-เวียดนามยังไม่แน่ใจว่าจะชนะหรือเปล่านะครับ แต่ประเด็นที่น่าสนใจท่านประธานครับ พระราชบัญญัติฉบับนี้ผมเคยเป็นผู้สื่อข่าวกีฬา ตามนักกีฬาอาชีพท่านหนึ่งไปแข่งขันที่ประเทศอังกฤษครับ แล้วก็นักกีฬาท่านนั้นปรากฏว่า ร้องไห้ทั้งน้ําตาก็คือถูกปรับโด๊ป ท่านประธานครับ ประเด็นที่น่าสนใจก็คือพระราชบัญญัติ ฉบับนี้มีคํานิยามหลากหลายท่านประธานครับ อย่างที่ท่านสมาชิกที่เสนอแล้วก็มีการปรับแก้ เป็นคณะกรรมการสมาคมกีฬา ผมเห็นด้วยครับ เพราะว่านักกีฬามันมีหลายประเภท ท่านประธานครับ ทั้งแข่งประเภทเดี่ยว ประเภททีม ประเภทใช้อุปกรณ์ แน่นอนครับ บุคคลซึ่งสนับสนุนการกีฬาตามคํานิยามนี้ท่านประธานครับ ไม่ได้หมายความรวมถึง สปอนเซอร์ (Sponsor) นะครับ เดี๋ยวนี้มีสปอนเซอร์ครับ จิรายุลูกเจ้าแม่คลองสามวายิม อย่างนี้เป็นต้น พวกนี้มีเดิมพัน เดิมพันมากกว่านักกีฬาที่ต่อยมวย หรือเดิมพันมากกว่า นักกีฬาที่วิ่ง ๔ คูณ ๑๐๐ เมตร ผมอยากจะให้เพิ่มคําเหล่านี้เข้าไปครับ คํานิยามที่ว่าพวกร่างทรง ทั้งหลายแหล่ที่เป็นสปอนเซอร์ไปแปะตรงกางเกงมวย อีกหน่อยแปะหน้าผากได้แปะกันไป แล้วท่านประธานครับ พวกนี้มีผลต่อกระบวนการที่จะทําให้นักกีฬาชนะครับ นี่เป็นประเด็น ที่ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ต้องดูรายละเอียดด้วยนะครับ ไม่ใช่ท่านแค่จะไปดูตัวนักกีฬา คนที่อยู่รอบ ๆ ตัวนักกีฬา คนที่ให้เงินอุดหนุนนักกีฬานอกจากสมาคมที่เป็นประเภทเดี่ยว ก็น่าสนใจ นอกจากนี้ท่านประธานครับ พระราชบัญญัติฉบับนี้เกิดขึ้นในประเทศไทย ผมก็ต้องฝากท่านรัฐมนตรีไปดูเนื้อหาด้วยครับ สมมุติว่าเขามาแข่งกับเราเขาแฮปปี้ (Happy) ครับ เขามาจากเกาหลีใต้ เขามาจากอเมริกา มาจากยุโรปเขาแฮปปี้ครับ เพราะเขาใช้พระราชบัญญัติ ของไทยประกอบกับไอโอซี (IOC) ก็คือคณะกรรมการโอลิมปิก (Olympic) แต่ท่านประธาน ทราบไหมครับ และถ้าเราไปแข่งกับเขาเราจะเสียเปรียบ ผมยกตัวอย่างอย่างนี้ครับ ทําให้ผมนึกถึงนักฟุตบอลสมัยก่อนที่ไปแข่งขันฟุตบอล ซึ่งวันนี้เราอาจจะมองว่าฟุตบอลไทย ไปมวยโลกนี่นะครับ สมัยก่อนเราไปแข่งยังรู้สึกว่าเขาอึดกว่า ท่านประธานครับ เราถามต่อว่า เขาทานอะไรไป สมัยก่อนทําข่าวกีฬากันนักกีฬาหิ้วอะไรไปรู้ไหมครับ เวลาผู้สื่อข่าวไปถาม สายกีฬาเอาอะไรมาทานบ้างมาเมืองนอกอเมริกานี่ ข้าวเหนียวท่านประธานครับ น้ําพริกบ้าง สารพัดที่จะนําไปทานด้วยความเชื่อว่ากินเข้าไปแล้วมันมีพลังครับ ที่ผมจะบอกไปยังคนที่ ร่างพระราชบัญญัตินี้แล้วก็เป็นข้อสังเกตไว้ให้ท่าน พืชพันธุ์ธัญญาหารหลากหลายในประเทศไทย มีคุณประโยชน์เป็นเชิงบวก พืชพันธุ์ธัญญาหารบางชนิดน่าสนใจนะครับ ทานเข้าไปไม่ได้ ถูกระบุเลยนะครับว่าเป็นสารต้องห้าม แต่ทําให้เกิดมีพลังครับ เช่นทานเข้าไปแล้วเพิ่มโปรตีน โปรตีนเหล่านี้ไปเพิ่มกล้ามเนื้อ อย่างนี้เป็นต้น ท่านต้องเขียนให้ชัดเจนนะครับ รวมไปถึง เรื่องของการแพทย์ด้วยว่ากรมการแพทย์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแพทย์แผนไทย สมมุติว่า นักกีฬาของเราเข้าไปอบในตู้เซานา (Sauna) แล้วก็มีสารอะไรต่าง ๆ ที่ใส่เข้าไปในหินร้อน ๆ แล้วก็โขมงโฉงเฉงกันอยู่ในห้องแล้วมันทําให้ร่างกายสดชื่น ปรากฏว่าสารเหล่านี้มันซึม เข้าตามผิวหนัง เข้าสู่เส้นเลือด แล้วก็ไปแข่งขันกีฬาอย่างนี้ แล้วถ้าเกิดมีการตรวจสอบขึ้นมา อย่างนี้ถือว่าโด๊ปหรือไม่ เอาละสมมุติว่าว่าถูกกล่าวหาว่าโด๊ปเพราะไปรมควันสมุนไพรไทย ปรากฏว่าพอตรวจโด๊ปปุ๊บลงโทษ ๒ ปี ห้ามแข่งขัน อย่างนี้ทําอย่างไรครับ ฝรั่งที่เขามาใช้ พระราชบัญญัติแบบนี้เขาบอกถ้าอย่างนั้นไทยบอกว่าลงโทษเพราะมีสารต้องห้าม วิธีการ เข้าสู่ร่างกายมีหลากหลายท่านประธานครับ การฉีดนี่ชัดเจนอยู่แล้วมันคือโด๊ป สเตียรอยด์ จะทําให้กล้ามเนื้อแข็งแรง จะวิ่ง ๔ คูณ ๑๐๐ เมตร วิ่งได้เร็วกว่า อันนี้ชัดเจนครับว่าเจตนา แต่ประเภทที่ไม่เจตนาท่านประธานน่าเป็นห่วงครับ เพราะนักกีฬาหลายท่านก็มีนัยสําคัญ ที่เวลาจะแข่งขันกีฬา เช่น ดื่มน้ําบางชนิด เช่น น้ําสมุนไพร น้ําแปะก๊วย อย่างนี้คนที่ ร่างพระราชบัญญัติท่านต้องไปเขียนให้ละเอียดว่าบัญชียาทั้งหลายแหล่คนไทยทาน ไม่มีปัญหาพอไปแข่งที่โอลิมปิก ไปแข่งที่อเมริกา ไปแข่งกีฬาอาเซียนต่าง ๆ กลายเป็นบัญชียา ของฝรั่งเขาเพราะเกิดจะมีสารบางอย่างเข้าไปเกี่ยวข้อง อย่างนี้เป็นข้อสังเกตที่ท่านต้องรับรู้ไว้ นะครับ

เรื่องต่อมาที่น่าสนใจท่านประธาน ขอโทษครับ ไปดูในบทนิยามท้ายสุด บทลงโทษน่ารักมาก เต็มที่ก็ห้ามแข่งขัน บางอย่างมากสุดก็คือตลอดชีวิต ผมถามว่านักกีฬา คนหนึ่งถ้าไม่ได้มีเจตนา เช่น สมมุติว่าเราจะไปฆ่าคนตาย มีคนยืนข้างหลังผมถือมีดอยู่ดี ๆ ผลักมือผมไปแทงอย่างนี้ ผมไม่ได้เจตนาแต่ตายเหมือนกัน แต่การลงโทษก็ต้องแยกแยะ ท่านประธานไปดูในรายละเอียด คณะกรรมการโอลิมปิกเขียนไว้ชัดเจน ถ้าจับได้ว่ามีการโด๊ป ไม่ว่าจะเป็นสารชนิดใด จะเอาเข้าร่างด้วยวิธีการใดก็แล้วแต่ จะการฉีด การทา การดม วิธีการหลากหลายเขาปรับเท่าไรท่านประธานรู้ไหมครับ ๑๐๐,๐๐๐ เหรียญสหรัฐ วันนี้ ๓๐ บาทท่านประธานครับ สูงสุดไม่เกิน ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ของเรานี้เขียนง่าย ๆ ท่านประธานครับ บทลงโทษ ผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามก็ตัดสิทธิเข้าร่วมการแข่งขันกีฬา ภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการพิจารณาโทษกําหนด ตัดสิทธิการเข้าร่วมการแข่งขันกีฬา ทุกรายการตลอดชีวิต ต่อยมวยแล้วไปปั่นจักรยานไม่ได้นะท่านประธานครับ เพราะฉะนั้น เรื่องนี้น่าสนใจนะครับท่านประธาน เพื่อนสมาชิกอภิปรายไว้เมื่อสักครู่นั้นว่าละเมิดสิทธิ ส่วนบุคคลหลายเรื่อง ผมก็คิดอย่างนั้น แต่ภาพรวมดี ตัดสิทธิเข้าร่วมการแข่งขันกีฬา ทุกรายการตลอดชีวิต ทั้ง ๆ ที่เขาต่อยมวย สมมุติว่าเขาจะโดนโด๊ปด้วยวิธีการอย่างไร ก็แล้วแต่ หลับไปคืนหนึ่งใครแกล้งเอายามารม หรือไปแอบฉีด หรือไปผสมเข้าไปในอาหาร ต่าง ๆ เขาต้องถูกตัดสิทธิ เขาจะไปปั่นจักรยานไม่ได้นะครับ เขาจะไปวิ่ง ๔ คูณ ๑๐๐ เมตร ไม่ได้นะครับท่านประธาน นอกจากนี้การตัดการแข่งขันตลอดชีวิตนั้นผมไม่เห็นด้วย ท่านประธานครับ คนเรายังมีการอภัยโทษ ถ้าโทษสูงสุดแบบนี้ก็จะไปอยู่ที่ดุลยพินิจของ คณะกรรมการ บางเรื่องนักกีฬาคนไทยบางคนเก่งวิ่ง ๔ คูณ ๑๐๐ หรือวิ่ง ๑๐๐ เมตร เราเชียร์กันใจขาด สมัยก่อนลมกรดสาวตัวดํา ๆ ขออภัยครับ ผมจําได้เธอวิ่งเร็วมาก นั่นหมายความว่าสมัยก่อนเราไม่มีเรื่องพวกนี้ คนเหล่านั้นวิ่งเร็วเพราะอะไร เพราะฉะนั้น ประเด็นที่น่าสนใจ ก็คือท่านช่วยกรุณาพิจารณาว่าถ้าเกิดบุคคลที่เป็นนักกีฬาไปใช้สาร ด้วยวิธีเจตนา เช่น ตั้งใจเลยใช้ไซรินจ์ (Syringe) ดึงเข้าไป ป๊าบเข้าไป แล้วเดี๋ยววิ่งออกไป แข่งอย่างนี้ชัดเจน แต่ถ้าเกิดมีคนรอบตัวเข้าไปทําให้เขามีพลังมากขึ้น วิ่งทน วิ่งมาราธอน วิ่งได้นานขึ้นถึง ๑๕ นาที อย่างนี้ก็ชนะคนอื่นอยู่แล้วท่านประธานครับ ก็เป็นข้อสังเกต ที่หลากหลาย แต่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่ผมขอให้คิดถึงระหว่างประเทศ ท่านประธานครับ ฝรั่งเขาได้เปรียบกว่าเราทางกายภาพ สูง ต่ํา ดํา เตี้ย สู้เขาไม่ได้อยู่แล้ว กีฬาบางชนิดเขาพัฒนา ทางด้านกายภาพ ผมเชื่อว่าคนญี่ปุ่น คนเกาหลี คนเกาหลีกินกิมจิเขาก็เชื่อว่าเขามีพลัง ถ้าวันดีคืนดีเขาบอกกิมจิมีสารฮอร์โมนสเตียรอยด์ผสมเข้าไป เขากินมาทั้งชีวิตก็ทําให้มีแรง อย่างนี้จะทําอย่างไร ก็ฝากให้กับคณะกรรมการที่ร่างพระราชบัญญัตินี้ ตอนร่างท่านเห็น ภาพรวมเขียนกว้างมาก แต่รายละเอียดน่ากลัวกว่าที่คิด เช่น ผู้ให้การสนับสนุน ตัวนักกีฬา ที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ หลังจากที่ไปแข่งแล้วโดนจับได้ว่าตรวจโด๊ปปรากฏว่ามีสาร ส่วนกรณีที่ท่าน บอกว่ากรณีที่ไม่สบาย ผมอ่านในพระราชบัญญัติฉบับนี้ตั้งแต่การกีฬาร่างตั้งแต่ประมาณ ปี ๒๕๔๕ เขาเขียนไว้ชัดเจน นักกีฬาบางประเภทที่ไม่ได้ใช้พลังแข่งขัน เช่นเล่นหมากรุก มันก็ไม่ใช่กีฬา อย่างนี้เขาใช้สารต้องห้ามบางชนิดได้แต่ท่านต้องมีใบแพทย์ อย่างนี้ท่านก็ต้อง ระบุในรายละเอียดว่า เช่นเป็นโรคหืดหอบ เขาจะมีฉีด มีพ่น พวกนี้เป็นสารกระตุ้นที่จะขยายปอด ให้กว้างขึ้น ขยายปอดกว้างขึ้นก็มีพลังมากขึ้น เดินได้นานขึ้น วิ่งได้เร็วขึ้น เพราะฉะนั้นอย่างนี้ ท่านต้องเขียนให้ชัด ในชั้นคณะกรรมาธิการผมก็ขอเรียนเสนอว่าท่านช่วยกรุณาพิจารณา ผู้ให้การสนับสนุนว่าผู้ให้การสนับสนุนนอกเหนือจากที่ท่านเขียน พวกสปอนเซอร์ทั้งหลายแหล่ ที่มีเดิมพันกันหลัก ๑๐๐ ล้านบาท ๑,๐๐๐ ล้านบาท จะทําอย่างไร อุปกรณ์ต่อเนื่องต่าง ๆ ที่จะใช้วิธีการมากกว่าสารที่จะไปพึ่งจากร่างกาย เช่น เสื้อผ้า เสื้อผ้าบางชนิดก็มีสรรพคุณ ที่ทําให้นักกีฬาอดทนมากขึ้น นาโน (Nano) ทั้งหลายแหล่ก็มีศักยภาพที่เป็นแรงกระตุ้นเหมือนกัน ถ้าท่านจะเขียนท่านต้องครอบคลุมคําว่า สาร ไม่ใช่เอาแต่เข้าร่างกายอย่างเดียว บางทีสัมผัสกายมันก็มีพลังครับ เหมือนผมนั่งอยู่นี้ คุณพลภูมิพูดจาให้ผมมีพลัง ส.ส. กทม. เหมือนกัน อย่างนี้ก็มีพลังครับ เพราะฉะนั้นไม่จําเป็นที่บางอย่างจะต้องเข้าไปในร่างกายครับ เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แต่ขอดูให้ครบทั้ง ๔ มิติ เพื่อที่จะได้ไปต่อสู้กับ การแข่งขันกีฬา คราวหน้าผมจะได้ดูฟุตบอลไทยไปแข่งขันกับประเทศเกาหลีหรือว่า ประเทศญี่ปุ่นครับ