วินัย สมพงษ์ พูดเรื่องการบริหารงานบุคคลของกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะตำแหน่งประธานกรรมการบริหารงานบุคคล กรุงเทพมหานคร (ก.ก.) และเรียกร้องให้ไม่ให้นายกรัฐมนตรีเป็นประธานหัวโต๊ะ ก.ก.
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พันเอก วินัย สมพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ต่อข้ออภิปรายเรื่องเกี่ยวกับกรุงเทพมหานคร ในกรณีที่ การบริหารงานบุคคลของกรุงเทพมหานครนั้นควรจะให้ใครเป็นประธาน ก.ก. นะครับ เพราะ กทม. เขาก็จะมีคณะกรรมการซึ่งทําหน้าที่บริหารกิจการทางด้านบุคลากรของเขา ซึ่งเรียกว่า ก.ก. ท่านประธานที่เคารพครับ ที่กระผมจะแสดงความคิดความเห็นต่อไปนี้ก็ขอ อนุญาตย้อนความว่าผมขออภิปรายตามความเป็นจริงตามข้อเท็จจริงที่กระผมได้ผ่านมา มีประสบการณ์มาจริง ๆ กระผมนั้นเคยเป็นผู้บริหารกรุงเทพมหานคร รวมเวลาเบ็ดเสร็จ ๖ ปี ๑ เดือน กับ ๑๕ วันนะครับ ตําแหน่งหลังสุดที่ผมอยู่กรุงเทพมหานครก็คือ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครฝ่ายบริหารและการคลัง ซึ่งก็ดูแลทางด้านบุคลากรนี้ โดยเฉพาะ ดูแล ก.ก. โดยเฉพาะ ท่านประธานที่เคารพครับ ๖ ปี ๑ เดือน ๑๕ วัน เป็นคณะบริหารชุดแรกของกรุงเทพมหานครที่มาจากการเลือกตั้ง ผู้ว่าราชการมาจากการเลือกตั้ง ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ก็คือผู้ว่าราชการ พลตรี จําลอง ศรีเมือง เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนแรกที่มาจากการเลือกตั้ง ผมเป็นเลขานุการ ผู้ว่า กทม. แล้วก็เป็นรองผู้ว่าราชการ กทม. ดูแล ก.ก. โดยตรงด้วย ท่านประธานที่เคารพ ครับ ๖ ปีเศษที่ผมดูแลกรุงเทพมหานครในสมัยนั้น ประธาน ก.ก. ที่ทําหน้าที่เป็นประธาน นั่งหัวโต๊ะเวลาจะมีการแต่งตั้ง ถอดถอน โยกย้าย ข้าราชการระดับสูง เวลาจะมี การเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ทางด้านบุคลากรของกรุงเทพมหานครนั้นเราก็จะมี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กระทรวงมหาดไทยหรือรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ผู้ที่ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการเป็นผู้มานั่งหัวโต๊ะเป็นประธาน ก.ก. เราปฏิบัติอย่างนี้มาโดยตลอด ท่านประธานที่เคารพครับ อันที่จริงใครจะเป็นประธาน ไม่ค่อยจะมีความสําคัญนัก เพราะกรุงเทพมหานครมี ก.ก. เขามีหลักมีเกณฑ์ในการ บริหารงานบุคคลกันอย่างถ่องแท้ ถี่ถ้วน ละเอียดรอบคอบ ก.พ. มีอย่างไร ก.ก. ของกรุงเทพมหานครก็ไม่แพ้ครับ กกต. ตํารวจมีอย่างไร ก.ก. กรุงเทพมหานครก็มีหลัก มีเกณฑ์ไม่แพ้หน่วยงานอื่นเช่นกัน โดยข้อเท็จจริงกรุงเทพมหานครนั้นจะว่าเป็นกระทรวง ก็ไม่ใช่ จะว่าเป็นทบวงก็ไม่เชิง แต่ถ้าเปรียบเทียบตัวผู้ว่า กทม. นั้นจะมีศักดิ์ศรี มีเงินเดือน มีสิทธิผลประโยชน์ตอบแทน คนเป็นผู้ว่า กทม. ก็เทียบเท่ากับรัฐมนตรีว่าการ รองผู้ว่าราชการ กทม. ก็จะมีเงินเดือน มีรายได้ มีศักดิ์ศรี ฐานะ เวลายืนอยู่ที่ใดก็จะมีฐานะ เท่ากับรัฐมนตรีช่วยการ ๖ ปีเศษ ๆ จนกระทั่งถึงวันนี้ก็ไม่เคยมีปัญหาในการที่จะมี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยหรือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยมานั่ง เป็นประธานหัวโต๊ะที่ ก.ก. หรือคณะกรรมการกรุงเทพมหานคร ตามร่าง พ.ร.บ. ฉบับใหม่นี้ ผมเองก็ไม่เห็นด้วย ผมมีความไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการวิสามัญเสียงส่วนใหญ่ของ ท่านที่ท่านอยากจะให้นายกรัฐมนตรีไปเป็นประธาน ก.ก. นั่งหัวโต๊ะเสียเอง ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผมมีเหตุผลดังนี้ครับ กรุงเทพมหานครนั้นเป็นการปกครองส่วนท้องถิ่น อย่างหนึ่ง แต่ว่าเป็นหน่วยงานท้องถิ่นพิเศษ กทม. ก็ดี เมืองพัทยา เทศบาลนี้เป็นท้องถิ่น ทั้งนั้นครับ ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ ผมนั้นไม่อยากจะให้ท่านนายกรัฐมนตรีไปรับภาระ อย่างกรุงเทพมหานคร จะเป็นหน่วยงานใหญ่ ถ้ามีหน่วยงานที่เทียบเคียงกับรัฐบาล คล้าย ๆ กับมีกระทรวง ทบวง กรม เหมือนกับรัฐบาลทุกประการก็แล้วแต่ แต่ผมก็ยัง ไม่อยากจะให้นายกเทศมนตรีไปรับภารกิจของกรุงเทพมหานคร เพราะอะไรครับ ผมกราบเรียนนะครับว่าไม่ช้าก็เร็ว ไม่รู้เท่าไร ในชั่วชีวิตของเราจะเห็นหรือเปล่า แต่มัน เกิดขึ้นแน่ครับ เมืองใหญ่ ๆ ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดเชียงใหม่ ไม่ว่าจะเป็นจังหวัด ขอนแก่น ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดนครราชสีมา ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดภูเก็ต คนเหล่านั้นเขาอยากจะ มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดเขาทั้งสิ้น ถ้าเมืองใหญ่ ๆ ในจังหวัดที่ผมได้เอ่ยมาแล้วตาม ภาคต่าง ๆ เขามีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดของเขา การปกครองของผู้ว่าราชการจังหวัด ที่มาจากการเลือกตั้งของจังหวัดเชียงใหม่ก็ดี จังหวัดภูเก็ตก็ดี จังหวัดนครราชสีมา จังหวัด ขอนแก่น เขาก็จะมีลักษณะเทียบเคียงคล้ายคลึงกับกรุงเทพมหานคร และเมื่อเขามี ก.ก. ของเขา มีคณะกรรมการ มีคณะบุคคลที่ดูแลเรื่องเพอร์เซอร์แนล (Personal) เรื่องบุคคล ของเขา ถ้ากรุงเทพมหานครเอานายกรัฐมนตรีไปนั่งเป็นประธานหัวโต๊ะ ก.ก. เมืองต่าง ๆ ที่มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ในอนาคต แม้กระทั่งเมืองพัทยาครับ ในที่สุดก็จะมีแนวโน้มว่าเอาตัว นายกรัฐมนตรีไปเป็นประธานด้วยเช่นกัน มันจะเลียนแบบกันอย่างนี้ครับ ผมอยากจะให้ เรื่องอย่างนี้มันจบที่ระดับกระทรวงมหาดไทยหรือถ้ากระทรวงมหาดไทยไม่พร้อมจริง ๆ ผมกราบเรียนว่าตัวผู้ว่าราชการ กทม. ก็มาจากการเลือกตั้งโดยตรง หากจะนั่งเป็นประธาน หัวโต๊ะ เป็น ก.ก. เสียเอง เป็นประธานเองก็ไม่น่าจะมีเหตุผลขัดข้อง เพราะฉะนั้น ผมกราบเรียนนะครับว่าผมไม่อยากจะให้ตัวนายกรัฐมนตรีไปเป็นประธาน ก.ก. เสียเอง แต่มันน่าจะจบที่กระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีไปนั่งเองหรือว่ารัฐมนตรีช่วยว่าการไปนั่งเอง หรือจะจบที่ตัวผู้ว่าราชการ กทม. กระผมก็รับได้ แต่ถ้าเกิดเป็นนายกรัฐมนตรีนั้นผมอยากให้ ได้ทบทวนครับ ผมกราบเรียนนะครับว่ากรุงเทพมหานครเป็นเมืองใหญ่ เมืองใหญ่ แต่จะอ้างเอาความเป็นเมืองใหญ่เป็นเมืองหลวงเอานายกรัฐมนตรีไปนั่งผมว่า ไม่เหมาะ กรุงเทพมหานครคนอยู่จริง ๆ วันนี้ประมาณ ๑๒ ล้านคนครับ ตามทะเบียนราษฎร ที่ทํากันประมาณ ๖ ล้านเศษ ๆ แต่อีก ๖ ล้านคนนี่คนจากภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคใต้หลั่งไหลมาทํางานในกรุงเทพมหานคร เพราะฉะนั้นคนอยู่จริง ๆ ประมาณ ๑๒ ล้านคนแต่ตามทะเบียน ๖ ล้านคน ถึงแม้จะเป็นเมืองหลวงเมืองใหญ่แต่ก็ไม่ได้เป็น เหตุผลว่าควรจะเอานายกรัฐมนตรีมานั่งเป็นประธาน ก.ก. เพราะถ้าจังหวัดอื่น ๆ เขามี การเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ของเขาในอนาคตไม่ช้าก็เร็ว จังหวัดนั้น ๆ ก็คงจะเรียกร้อง เอานายกฯ ไปนั่งเป็นหัวโต๊ะ ถ้าเป็นอย่างนั้นนายกรัฐมนตรีก็คงจะต้องเป็นทศกัณฑ์ครับ มี ๑๐ หน้า ๒๐ มือ เพื่อที่จะไปทําหน้าที่เป็น ก.ก. เพราะว่าทุกจังหวัดจะต้องมีการประชุม ก.ก. เดือนละครั้ง เดือนละ ๒ ครั้งเป็นอย่างน้อย เพราะฉะนั้นกระผมขอกราบเรียนว่า ผมยังเห็นว่าควรจะให้กระทรวงมหาดไทยหรือผู้ว่าฯ เป็นประธาน ก.ก. เสียเองครับ ด้วยความเคารพครับ