สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

ถวิล ไพรสณฑ์ หารือเรื่องการมีส่วนร่วมของวิทยาลัยอาชีพในการเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานคร และเห็นว่าการมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการในกฎหมายฉบับนี้เหมาะสม เนื่องจากกรุงเทพมหานครเป็นรัฐบาลเล็ก ๆ ที่ย่อส่วนลงมาจาก รัฐบาลกลาง และมีหน่วยงานต่าง ๆ ที่ได้ราชการส่วนกลาง

นายถวิล ไพรสณฑ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ถวิล ไพรสณฑ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะคณะกรรมาธิการ ก่อนอื่นผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่ากฎหมายฉบับนี้เป็น กฎหมายเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล ไม่ใช่กฎหมายระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ในตัวพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดินปี ๒๕๓๕ นั้น ได้เขียนไว้ชัดเจนว่า นายกรัฐมนตรีเป็นผู้บังคับบัญชาของข้าราชการทุกประเภท เหตุผลประการสําคัญ ที่คณะกรรมการได้แก้ไขให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการในกฎหมายฉบับนี้ นอกจาก ท่านประธานได้ชี้แจงไปส่วนหนึ่งแล้ว กระผมอยากจะเรียนว่ากรุงเทพมหานครนั้นเป็น เมืองหลวงเป็นหน้าตาของประเทศ มีประชากรตามทะเบียนราษฎร์นั้น ๙,๓๐๐,๐๐๐ คน แต่ว่ามีประชากรแฝงที่ไป ๆ มา ๆ แล้วก็ไม่ลงทะเบียน ซึ่งทะเบียนราษฎร์ตามกฎหมาย ทะเบียนราษฎร์นั้นนับเป็นจํานวน ๔-๕ ล้านคนด้วยซ้ําไป เหตุผลประการสําคัญ ที่คณะกรรมการได้แก้ไขให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการก็เนื่องจากว่าปัจจุบันนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีตามกฎหมายข้าราชการพลเรือนปี ๒๕๓๕ นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ก.พ. เป็นประธานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ซึ่งเหตุผล นั้นก็เป็นเหตุผลหนึ่ง แต่ว่าในความเป็นจริงก็คือว่าขณะนี้งานของกรุงเทพมหานครนั้น กรุงเทพมหานครเปรียบเสมือนรัฐบาล ๆ หนึ่งซึ่งเป็นรัฐบาลที่เล็ก ย่อส่วนลงมาจากรัฐบาล กลาง ในกรุงเทพมหานครนั้นมีหน่วยงานทุกหน่วยงานที่ได้ราชการส่วนกลางมี ข้าราชการ ส่วนกลางมีกระทรวงศึกษาธิการเราก็มีสํานักการศึกษา เรามีมหาวิทยาลัยสังกัด กทม. เรามี วิทยาลัยพยาบาลสังกัดโรงพยาบาล สังกัด กทม. เรามีโรงเรียนอาชีวะสังกัด กทม. เรามี โรงเรียนมัธยมศึกษาสังกัด กทม. เรามีโรงเรียนประถมศึกษา ๔๐๐ กว่าแห่งสังกัด กทม. ก็เทียบได้ว่าเรามีกระทรวงศึกษาธิการมาอยู่ตรงนี้ ในขณะเดียวกันรัฐบาลกลางก็มีกระทรวง สาธารณสุข แล้วก็มีสํานักอนามัย มีโรงพยาบาลหลายแห่ง มีวชิรพยาบาล มีโรงพยาบาล กลาง มีโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ มีโรงพยาบาลตากสิน และอีกหลายแห่งที่ หนองแขม ที่หนองจอก และกําลังจะมีขึ้นใหม่ที่เขตบางขุนเทียน เท่ากับว่าเรามีกระทรวง สาธารณสุขอยู่ในกรุงเทพมหานคร เรามีสํานักการโยธาธิการ เรามีสํานักการขนส่ง สํานัก การโยธาธิการซึ่งรับผิดชอบงานคมนาคมเหมือนกับกระทรวงคมนาคม เราจะมีสํานักจราจร และขนส่ง นั่นก็หมายถึงว่าเราก็มีกรม ๆ หนึ่งที่เกิดขึ้นใน กทม. และยังมีอีก ทั้งหมดถ้าผมจํา ได้ไม่ผิด ๑๔ สํานักด้วยซ้ําไปใน กทม. นั่นก็หมายถึงว่าเรายกรัฐบาลกลางมาอยู่ตรงนี้ เรามี ข้าราชการ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าคน เพราะฉะนั้นงานของกรุงเทพมหานครจึงเป็นงานที่จะต้องมี ความเกี่ยวพันกับกระทรวงต่าง ๆ ทุกกระทรวงในกรุงเทพมหานคร เพราะฉะนั้นเมื่อเป็น อย่างนี้แล้วการที่ให้นายกรัฐมนตรีมารักษาการตรงนี้ เพื่อมาดูแลการบริหารงานบุคคลของ กทม. นั้นจึงมีเหตุผลหลายประการเหมือนที่ผมเรียนไปแล้วก็คือว่า ๑. ในฐานะท่านเป็น ประธาน ก.พ. นั่นหมายถึงว่าอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับระเบียบข้าราชการพลเรือนนั้นท่านจะเอา มาใช้ตรงนี้ได้ในฐานะท่านเป็นประธานตรงโน้นแล้วก็มาดูแลตรงนี้ ซึ่งปัจจุบันนี้การปรับปรุง กฎหมายของ กทม. นั้นมักจะล้าหลังอยู่เสมอ ขณะนี้ข้าราชการพลเรือนได้รับเงินเดือน ได้รับค่าตอบแทนพิเศษออกไปแล้ว ๒ ปีกว่า แต่ข้าราชการ กทม. ยังไม่ได้รับ จริงอยู่ ใน ก.ก. นั้นมีเลขาธิการ ก.ก. เป็นตัวแทนโดยตําแหน่งก็จริง แต่ว่าผู้บริหารที่จะรับนโยบาย มาแท้จริงนั้นก็คือตัวท่านนายกรัฐมนตรี และที่สําคัญก็คือว่าถ้ากรุงเทพมหานครมีปัญหา ต้องประสานงานกับในด้านบริหารงานบุคคลกับกระทรวงต่าง ๆ นั้น รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยไม่สามารถประสานงานได้โดยตรงเหมือนกับนายกรัฐมนตรี เพราะนายกรัฐมนตรีนั้นเป็นผู้บังคับบัญชาทุกกระทรวง ท่านอาจจะเป็นผู้ประสานงาน เป็นผู้สั่งการให้กระทรวงสาธารณสุขเข้ามาช่วยเหลือ ให้กระทรวงศึกษาธิการ ให้กระทรวง ต่าง ๆ เข้ามาช่วยเหลือ กทม. ได้ในฐานะที่ท่านเป็นประธาน ก.ก. จริงอยู่ในฐานะ นายกรัฐมนตรีท่านสั่งการได้ทุกกรณีอยู่แล้ว

ในประการต่อไปอยากจะเรียนก็คือว่าข้าราชการกรุงเทพมหานครนั้น เป็นข้าราชการที่มีหลายวิชาชีพมาก ผมเชื่อว่าวิทยาลัยอาชีพต่าง ๆ ที่มีอยู่ในประเทศไทยนั้น จะต้องมีตัวแทนของวิทยาลัยเหล่านั้นมาเป็นข้าราชการ กทม. นั่นก็หมายถึงว่ามีความ หลากหลาย ในขณะนี้ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยท่านเป็นผู้กํากับดูแลองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ๗,๐๐๐ กว่าแห่ง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน ก.ถ. และประธานอีก ๒ องค์กรบริหารงานบุคคลกลางของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นทั่วประเทศ เพราะฉะนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็ต้องดูแลราชการส่วนท้องถิ่นในต่างจังหวัด อยู่แล้ว ในขณะเดียวกันแนวความคิดใหม่ แม้แต่ร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับการปกครอง ส่วนท้องถิ่นฉบับใหม่ที่กําลังเสนอเข้าสภาในอนาคตนั้นก็ได้ผ่านกฤษฎีกาแล้วก็ให้ ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ก.ถ. โดยตําแหน่งเช่นเดียวกันกับของข้าราชการ กรุงเทพมหานคร เพราะฉะนั้นโดยสรุปแล้วกระผมเห็นว่าการที่นายกรัฐมนตรีมาเป็น ผู้รักษาการในกฎหมายฉบับนี้ เพราะฉะนั้นโดยสรุปแล้วกระผมอยากเห็นว่าการที่นายกรัฐมนตรีมาเป็นผู้รักษาการ ในกฎหมายฉบับนี้น่าจะมีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน เป็นอย่างมากครับ ขอบคุณครับ