นิยม เวชกามา หารือเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการครอบครองดินส่วนของรัฐและป่าไม้ โดยเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการแก้ไขมาตรา ๒๐ เพื่อให้ประชาชนมีสิทธิและกรรมสิทธิ์ในการครอบครองดินส่วนของรัฐและป่าไม้ เพื่อไม่ทำให้ประชาชนอยู่ในสถานการณ์ที่หวาดผวา และไม่สามารถมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินของตนเองได้
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมต้องขออนุญาตเรียนถามทางคณะกรรมาธิการ ซึ่งพิจารณาเป็นพิเศษ ในเรื่องนี้ครับ เนื่องจากมาตรา ๒๐ เป็นหัวใจสําคัญของกฎหมายฉบับนี้ ท่านประธานครับ โดยเจตนารมณ์ของกฎหมายฉบับนี้เป็นเจตนารมณ์ที่จะให้พี่น้องประชาชนที่อยู่อาศัยในที่ดิน ทํากินของตัวเองหรือซึ่งรัฐเข้ามาครอบครอง อย่างไรก็แล้วแต่ ซึ่งเป็นปัญหาระหว่างรัฐกับซีก ประชาชนอยู่ แต่ปรากฏว่าดูมาตรา ๒๐ แล้ว ผมต้องสนับสนุนความเห็นท่านผู้มีเกียรติ ๓-๔ ท่านซึ่งพูดไปแล้ว ผมเองต้องพูดด้วย บังเอิญว่าเขตผมเองเป็นเขตท้องที่ที่มีปัญหา ทับซ้อนกันอยู่ระหว่างรัฐกับประชาชน ไม่ว่าในเขตหนองหานซึ่ง ๗๐,๐๐๐ กว่าไร่ในเขตภูพาน เพราะในจุดนี้มันเป็นเรื่องที่ต้องพูด เพราะมาตรา ๒๐ อยากให้ทบทวนด้วย ผมยิ่งดูแล้ว ยิ่งประชาชนยิ่งเสียสิทธิ ถ้าเป็นไปได้ท่านต้องกลับไปทบทวนใหม่ หัวใจสําคัญจริง ๆ ครับ โดยเฉพาะเขียนไว้ชัดเจนว่าคณะกรรมการชุดนี้ในมาตรา ๒๐ ผมอ่านดูก็มีส่วนลอกมาจาก กฎหมายดั้งเดิมซึ่งมันมีปัญหาอยู่แล้ว แล้วทําไมเราต้องทําให้เป็นปัญหาอีก โดยเฉพาะใน (๑) ท่านผู้มีเกียรติ ท่านหมอชลน่าน คุณชาญชัยก็พูดไปแล้ว ผมขอย้ําอีกว่าใน (๑) ตัดออกทําไม ผมเข้าใจว่าไม่มีความจําเป็นที่ท่านตัดออก เพราะยิ่งตัดออกประชาชนยิ่งเสียสิทธิ ท่านไม่ต้องห่วงละครับประชาชนเขาไม่มีสิทธิที่จะมาโวยวายอะไรนักหนา เพียงเขาอยากจะได้ สิทธิเขามีอยู่ ผมยกตัวอย่างในเขตหนองหานของผม พระราชกฤษฎีกา ปี ๒๔๘๔ ออกมา ค่อนข้างชัดเจนว่าเขตหนองหานคือน้ําท่วมถึง ซึ่งเขียนไว้ลอย ๆ เมื่อสัก ๓๐-๔๐ ปีก่อนโน้น มันไม่มีเขื่อน ก็ท่วมถึงที่ไหนก็ถึงที่นั่น วันนี้เขาไม่มีสิทธิ เพราะฉะนั้นถ้าเขียนกฎหมายแบบนี้ คล้าย ๆ ว่าเราไปจํากัดสิทธิเขามากขึ้นเท่านั้นเอง คือผมดีใจเห็นกฎหมายฉบับนี้ สนับสนุน มาตลอดว่า พระราชบัญญัตินี้ขึ้นมาแล้วทําให้ประชาชนเขามีสิทธิ มีกรรมสิทธิ์ ที่สําคัญ เขาอยากได้กรรมสิทธิ์ แต่วันนี้ถ้าเขียนแบบนี้เขาก็ยังไม่มีกรรมสิทธิ์ หนองหานบ้านผม วันนี้นะครับเขาทํากินมาไม่รู้กี่ชั่วโคตรแล้วครับ ตายไปหลายคนแล้ว วันนี้เขาก็ไม่มีสิทธิ เพราะพระราชกฤษฎีกาเขียนไว้ว่าเขตหนองหาน ทําอะไรไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นถ้ามี กฎหมายฉบับนี้ผมจึงหวังว่าพี่น้องผมจะมีสิทธิ แต่มาดูใน (๑) ท่านเขียนไว้ ผมไม่อ่านซ้ํา เพราะท่านอ่านไปแล้ว ท่านผู้มีเกียรติอ่านไปแล้ว อันนี้ผมสงสัยว่าเราเขียนทําไม แล้วลบออกทําไม เพราะมันเป็นสิทธิอันควรได้ของเขา อันนี้ผมฝากท่านกรรมาธิการกลับไป ทบทวนครับ เขตภูพานวันนี้ครับ บ้านผมเขตภูพานมัน ๓-๔ อําเภอ ก็ทับซ้อนกันอยู่ระหว่าง เขตอุทยานแห่งชาติกับเขตป่าสงวน เขาก็บอกว่าเขาทํากินหลายชั่วโคตรแล้ว อุทยานแห่งชาติ มาอยู่ทีหลังเขา
- ๓๒/๑ . แต่โดยเฉพาะการใช้สิทธิตรงนี้ ไม่รู้ใครเป็นใคร ไม่รู้ว่าราษฎรไปบุกรุกป่าหรือราชการ ไปบุกรุกชาวบ้าน อันนี้มันเป็นปัญหา เพราะฉะนั้นในลักษณะแบบนี้ ถ้ามีกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา มันเป็นเรื่องที่ต้องพิสูจน์กันระหว่างคณะกรรมการระดับจังหวัด ยิ่งในตอนท้ายท่านเขียนไว้ ในวรรคสุดท้ายของมาตรา ๒๐ ยิ่งสับสนไปใหญ่เลยครับท่านประธาน โดยเฉพาะ กรรมาธิการ ฝากไปถึงท่านด้วย ท่านไปเขียนอย่างนี้ได้อย่างไร พี่น้องประชาชนเขาไม่มี อํานาจวาสนา เขาไม่มีพลังที่จะมาต่อสู้กับราชการอะไรนักหนาหรอกครับ ผมก็ยังเห็นด้วย กับท่าน ขีดออกไปว่าห้ามไม่ให้จัดทํากรรมสิทธิ์อะไร แต่ว่าตอนหลังมันห้ามไม่ให้เพิกถอน ป่าสงวน กฎหมายฉบับนี้เขียนขึ้นมาก็เพื่อต้องบางอย่างให้เพิกถอนไป ที่พี่น้องประชาชน เขาทํากินแล้ว หรือเขาอยู่ครอบครอง เขาถือครองอะไรก็แล้วแต่ ตลอดช่วงอายุเขา หรือพี่น้องเขาอยู่มา ๒๐-๓๐ ปี ทํามาหากินมา เพราะในหลายหมู่บ้านบางอําเภอ ไม่ว่าอําเภอภูพานหรืออําเภอกุดบาก หรือในอําเภอเมืองเอง เขาอยู่แบบไม่มีเอกสารสิทธิ์ อะไรเลยครับ ภาคราชการเองก็ไล่เขาออกไม่ได้ เพราะเขาอยู่กันมานานในเขตภูพานของผมนี้ แต่กฎหมายฉบับนี้ออกมา เมื่อเขียนแบบนี้แล้ว ต้องพิสูจน์สิทธิครั้งนี้ มันเป็นเรื่องใหญ่ครับ พี่น้องประชาชนเขาจะพิสูจน์อย่างไรพิสูจน์สิทธิ ตายหลายศพแล้ว รบกันระหว่างประชาชน กับภาคราชการ อันนี้ผมไม่อยากให้มีศพอีกต่อไปในเขตบ้านผม จึงฝากเป็นความหวัง และท่านไม่ต้องเขียนในสุดท้ายหรอกว่า ที่ตั้งของสถานที่ราชการหรือหน่วยงานรัฐ ให้เลยโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี ไม่ต้องเขียนครับ โดยปกติก็ทํากันอยู่แล้ว ถึงท่านไม่บอก รัฐมนตรีให้ก็ไม่เป็นไร ไปดูเถอะครับ ในเขตภูพานของผมนี้ ไปดูเลย สถานที่ราชการ เราไม่ทําหรอก ไม่ขอใครหรอกครับ ไม่มีใครจับใครหรอก สํานักงานเขตป่าอะไรก็แล้วแต่ เขตสงวน เขตอุทยานก็แล้วแต่ มีอยู่เต็มในสํานักงานผู้ว่าหมด ไม่มีใครว่าหรอกครับ เพราะฉะนั้นไม่ต้องเขียนในจุดนี้ก็ได้อยู่แล้ว แต่ประชาชนเป็นเรื่องใหญ่ เขาอยู่โดยความ หวาดผวา อยู่โดยอยากมีกรรมสิทธิ์ เขาไม่กลัวหรอก วันนี้ไม่ออกหรอก ถึงท่านไม่ออก กฎหมายเขาไม่ออก แต่ว่าเขาอยากมีกรรมสิทธิ์ อย่างน้อยก็เอาไปจํานอง จํานํากับ ธ.ก.ส. ได้ครับ เอาเงินมา อันนี้คือปัญหาที่เป็นเรื่องที่ต้องดูแลเขา กฎหมายฉบับนี้ท่านอย่าลืม คือเจตนารมณ์ คืออยากให้พี่น้องประชาชนมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินทํากินเขา ถึงแม้ราชการ จะบอกว่านี่ที่ของราชการ ไม่ว่าเขตอุทยานหรือเขตป่าสงวน หรือเขตหนองหานก็ตาม อันนี้ ผมพูดถึงจากสภาพที่เห็นจริง ๆ ในบ้านผมครับมันเป็นแบบนี้ครับท่านประธาน ต้องฝากด้วยว่า ต้องคิด ไม่ใช่ว่าถ้าเขียนแล้ว อ่านแล้วผมก็ตกใจ อ่านมาตรา ๒๐ ถึงผมไม่ได้ดูอย่างอื่นครับ ขอบคุณมากท่านประธานครับ