สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

ชลน่าน ศรีแก้ว แสดงความคิดเห็นไม่เห็นด้วยกับแผนปฏิบัติการที่มีระยะเวลาทำเสร็จ 10 ปี และวิพากษ์วิจารณ์ความไม่เท่าเทียมกันในการจัดสรรพื้นที่ โดยหารือเรื่องการเพิกถอนพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและอุทยานแห่งชาติ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งจังหวัดน่าน ต้องขอ อนุญาตท่านประธานในมาตรา ๒๐ ผมมีประเด็นที่ต้องแสดงความคิดเห็นที่ไม่เห็นด้วยกับ กรรมาธิการ เพราะกรรมาธิการไปเปลี่ยนสาระสําคัญในร่างมาตรา ๒๐ เป็นเรื่องการทําแผน เพื่อไปบริหารจัดการที่ดินที่สงวนหวงห้าม ที่ได้รับการจําแนกออกมาแล้วว่าเอาไปใช้ ประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนได้ตามมาตรา ๑๘ มาตรา ๑๙ โดยเฉพาะมาตรา ๑๘ (๒) เจตนารมณ์ในมาตรา ๒๐ เพื่อนสมาชิกพูดเมื่อสักครู่ครับ ใน (๑) ประสงค์ให้เป็นกรรมสิทธิ์ นะครับ ประสงค์เลย และสามารถพิสูจน์ได้ เพิกถอนออกมาแล้วนี่พิสูจน์ได้ว่าคุณมีกรรมสิทธิ์ ถือครอง อันนั้นให้เป็นกรรมสิทธิ์ได้เลย แต่กรรมาธิการเกิดรักขึ้นมาบอกว่าให้ได้แค่สิทธิ์ อันนี้ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งนะครับ และท่านก็ไปบอกว่าที่จําเป็นต้องเติมนโยบายรัฐบาล เอาไว้เพื่อจะไปดําเนินการกรณีรัฐบาลมีนโยบาย เช่นโฉนดชุมชน เรียกทําไมครับ ขัดแย้ง กันเองชัด ๆ เลย กฎหมายหลอกลวงครับ กฎหมายนี้หลอกลวงมาก สร้างภาพอย่างเดียว ไม่มีประโยชน์ บอกจะไปออกโฉนดชุมชนเป็นโฉนดไหมครับ เป็นกรรมสิทธิ์ไหม เป็นกรรมสิทธิ์ แต่ท่านเขียนในมาตรา ๒๐ ว่าให้ทําแผนบริหารจัดการ นี่แค่แผนนะครับ ท่านประธานครับ ทําแผนเพื่อไปบริหารจัดการ ในแผนนี้ต้องระบุว่าใครจะได้กรรมสิทธิ์ ใครจะได้สิทธิอันพึงได้ ใน (๒) ให้สิทธิ จะเป็น ส.ป.ก. ก็ได้ จะเป็นอะไรก็แล้วแต่ท่านจะเรียก สทก. ยังได้เลย ป่าไม้ก็ให้อยู่ขณะนี้ เขาเรียก ส.ท.ก. สิทธิที่ทํากิน ไม่แตกต่างครับ กฎหมาย เดิมมีอยู่แล้ว ไม่จําเป็นต้องตราครับ วาระที่สามอย่ารับเลย ผมว่าตัดทิ้งเลยกฎหมายฉบับนี้ นั่นเรื่องที่ ๑ ผมไม่เห็นด้วย

เรื่องที่ ๒ ท่านเรวัตพูดไป ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่านเลย เพิ่มเติม (๓) เข้ามา บอกให้ทําแผนบริหารจัดการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่พระราชบัญญัตินี้มีผลบังคับใช้ เขียนไว้ชัดเจนครับ กฎหมายฉบับนี้บังคับใช้ ๑๐ ปี ถ้าทําแผนเสร็จปีที่ ๑๐ แล้วท่าน คิดว่ากฎหมายฉบับนี้จะไปคุ้มครองหรือครับในแผนที่ท่านทํา อาศัยอํานาจตามกฎหมายฉบับนี้ เพื่อจะไปยกเลิกเพิกถอนในที่หวงห้ามตามกฎหมายอื่น แต่ท่านบอกว่าทําแผนไป ๑๐ ปีแล้วนี่ นี่แผนนะครับ ทําไมท่านไม่เขียน ๕ ปี ทําไมไม่ ๔ ปี ผมถามกรรมาธิการนะครับ ท่านคิดอย่างไร แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติก็ ๕ ปีครับ นานที่สุด ๕ ปี นั่นคือแผน แต่จะปฏิบัติได้หรือไม่นั้นว่าอีกทีหนึ่ง นี่ประเด็นที่ ๒ ที่ผมไม่เห็นด้วย ถ้าจะเขียน ควรกําหนดระยะเวลาลงไปว่าแผนนี้มันทําเสร็จเมื่อไร รัฐบาลชุดหนึ่งแค่ ๔ ปีครับ ทําไม ทําไม่เสร็จในรัฐบาลชุดหนึ่งเลย

เรื่องที่ ๓ ในวรรคท้าย ท่านประธานครับ เขียนเรื่องห้ามไปเพิกถอนที่ดิน ที่สงวนหวงห้ามตามที่กําหนด ตรงนี้ผมเห็นด้วยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เขตอุทยาน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า หรือป่าไม้ถาวร ตามมติคณะรัฐมนตรี ห้ามไปเพิกถอน ห้ามเอามาจัดเป็นกรรมสิทธิ์ ถ้าที่พวกนี้จะห้าม อันนี้ไม่ว่ากันครับเพราะเป็นที่สําคัญ มันเป็น ตามนิยามอยู่แล้ว แต่ท่านประธานครับ มาเติมวรรคท้ายครับ เว้นนะครับ เพิกถอนได้ เว้นแต่ เป็นผู้ที่มีหลักฐานพิสูจน์ได้ว่าได้ครอบครองที่ดินก่อนกําหนดเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ หรือเขตอุทยาน ถ้าพิสูจน์สิทธิเขาได้ว่าเขาอยู่มาก่อน อย่างพี่น้องบ้านผม จังหวัดน่าน เขาอยู่มาก่อน พิสูจน์สิทธิได้ เพิกถอนได้ จะให้สิทธิหรือให้กรรมสิทธิ์ว่าไปอีกทีหนึ่ง ตามกฎหมายที่รองรับ แล้วก็มีข้อเว้นอยู่อย่างครับท่านประธาน ที่ผมไม่เห็นด้วยเขียนบอกว่า หรือเป็นที่ตั้งของสถานที่ราชการหรือหน่วยงานของรัฐ และได้รับความเห็นชอบจากมติ คณะรัฐมนตรี หมายความว่าอย่างไรครับ ที่ทําการป่าไม้ ที่ทําการอุทยาน ท่านเพิกถอน ให้เขาใช่ไหมครับ ท่านยกให้เขาใช่ไหมครับ ยกให้ใคร ใครเป็นกรรมสิทธิ์ตรงนั้น ผมถามว่า จําเป็นต้องเขียนหรือเปล่าครับ ไม่จําเป็นต้องเขียน ถ้าเขียนแล้วมีเงื่อนไขเลย ท่านใช้เป็น ข้อยกเว้นครับ ห้ามเพิกถอน แต่ถ้าเป็นที่ตั้งของสถานที่ราชการเพิกถอนได้ เอาไปจัดสรรได้ ไปจัดสรรให้ใคร ให้หัวหน้าอุทยานหรือครับท่านกรรมาธิการ ผมว่าท่านตรากฎหมายนี่ ผมค่อนข้างที่จะ กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับ ไม่อยากใช้ถ้อยคํารุนแรง ติดตามมาตลอด แต่ว่าเขียนนี่เขียนหลอกลวงครับ ไม่มีเจตนารมณ์จะช่วยประชาชน จริงหรอกครับอย่างนี้ เขียนเพื่อสร้างภาพ ขอบคุณท่านประธานครับ