สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาที่ดินในพื้นที่ป่าสงวน โดยเฉพาะกรณีที่ประชาชนไม่มีพื้นที่ทํากิน และเข้าไปทํากินในพื้นที่ป่าสงวนที่รกร้าง ว่างเปล่า และไม่ได้กรรมสิทธิ์ และขอให้ยกเลิกการสงวนหวงห้ามเพื่อให้ประชาชนสามารถทํากินได้

นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ มุกดาหาร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ ดิฉันก็คงจะขออภิปรายในส่วนนี้เพิ่มเติมโดยที่ท่านกรุณาให้ดิฉัน เพิ่มเติมในรอบที่ ๒ อยากจะขอบอกว่าเมื่อสักครู่ท่านกรรมาธิการเสียงส่วนมากนะคะ โดยท่านสุวโรช พะลัง ค่ะ ท่านได้อภิปรายไว้ว่าให้ปลัดกระทรวง และโดยท่าน ส.ส. ท่านเจริญ จรรย์โกมล ท่านก็ได้บอกไว้แล้วว่าปลัดกระทรวงนี้และเฉพาะอย่างยิ่ง ๓๕ คณะ ที่เชิญมาประชุม เพราะในมาตรา ๕ นี้มันไปสอดคล้องกับมาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๐ นี้ โดยเป็นการโอนไปให้ให้เป็นองค์ประชุม แล้วเวลาท่านไม่มาท่านมอบหมายให้อธิบดี แล้วทําไมท่านก็ให้เป็นอธิบดีไปเลยเป็นกรรมการไปเลย แล้วถ้าอธิบดีมาไม่ได้ก็มอบให้ เจ้าหน้าที่ผู้อํานวยการซึ่งดูแลแล้วก็ชํานิชํานาญด้วยในส่วนหวังว่าพื้นที่ใด ๆ เป็นการดูแล เป็นพื้นที่ของใครแล้วก็มาสอดคล้องด้วยในมาตรา ๕ นี้ มาสอดคล้องกับมาตรา ๑๑ ด้วย ท่านคะ มาตรา ๑๑ นี้ให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งการให้มีคณะกรรมการจังหวัด ประกอบด้วยเกษตรจังหวัด ปฏิรูปที่ดินจังหวัด ธนารักษ์จังหวัดซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ในส่วน ของจังหวัดทั้งนั้น แต่ท่านคะผู้ว่าราชการจังหวัดกับอธิบดีใครคะที่จะสั่ง แล้วก็คนที่จะทํานั้น ได้ชัดเจนกว่ากัน ปลัดกระทรวงนั้นแน่นอนท่านบอกว่าสั่งได้ แต่ทําไมล่ะคะอธิบดีเป็นผู้ กํากับดูแลในหน่วยงานนั้นเลย แล้วก็ผู้อํานวยการก็เป็นตัวแทนของอธิบดี ซึ่งรู้ที่ดินชัดเจนอยู่ แล้ว เมื่อสักครู่ดิฉันได้อภิปรายท่านประธานบอกว่าอยู่ในวาระ ๒ แต่ดิฉันอยากอภิปราย ให้ทราบว่าเหตุผลที่ดิฉันอยากจะให้คงไว้ร่างเดิมให้ท่านอธิบดีเป็นกรรมการนั้นเพื่อที่จะมา เป็นองค์ประชุมในส่วนของที่ว่าในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารนี้เขตทับซ้อนในส่วนที่ประชาชน ไปอยู่ในพื้นที่สหกรณ์ ซึ่งเป็น กสน. ๓ กสน. ๕ แต่เกิดไปเจอในพื้นที่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ของนิคมสร้างตนเองซึ่งอยู่กรมประชาสงเคราะห์ นั่นก็ไม่ใช่ กสน. ๓ กสน. ๕ แล้วนะคะ เขาเป็น กสน. ๓ กสน. ๕ ประชาชนคนตาดํา ๆ ไม่รู้หรอกค่ะ ว่าอะไร กสน. กนบ. ก. อะไร ต่าง ๆ นี้ เขาไม่ทราบนะคะ เพียงแต่ว่าอยากให้ชัดเจนว่า ๑๐๐ ปีที่ผ่านมาแล้วตั้งแต่ ปี ๒๔๙๗ ๕๗ ปีแล้วค่ะ ที่ในการแก้ไขบอกว่าคนที่อยู่ก่อนปี ๒๔๙๗ ก็มายืนยันในกรณี ที่ท่านอยู่เกิน ๓๐ ปีอย่างนี้ แต่นี่๓๐ ปีมันเกินมาแล้วตอนนี้ คนที่อยู่ก่อนหน้านั้นปี ๒๔๖๗ ก็ยังมาหา ส.ส. วรศุลี ว่า ทําไมเขาไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดิน นี่ละค่ะคือปัญหาที่มันค้างคาประชาชน ทําความเดือดร้อน ให้ประชาชนมาตั้งนาน และกฎหมายฉบับนี้ไม่ใช่คณะรัฐมนตรีร่างขึ้นมา เป็นกฎหมาย ของ ส.ส. และกฎหมายของประชาชนที่ต้องการให้ ส.ส. ซึ่งเป็นตัวแทนของท่านร่างกฎหมาย ให้ประชาชนด้วย ดิฉันจึงอยากจะขอท่านประธานนะคะว่าดิฉันจะขออภิปรายในส่วนนี้ อีกสักเล็กน้อย เพราะว่าถ้าในวาระ ๒ บอกว่าไม่ให้อภิปราย ดิฉันจะขอท่านประธานนะคะ ขอความเห็นใจว่าในส่วนที่เป็นร่างของผู้แทนราษฎร ซึ่งจะต้องทําหน้าที่ให้กับประชาชน แก้ไขปัญหา ๑๐๐ ปีที่ผ่านมาไม่ได้รับการแก้ไข แล้วฉบับนี้จะให้ออกไป จะให้ปรากฏออกไป ในคําว่า ยกเลิกการสงวนหวงห้าม ดิฉันก็ยอมแล้ว ว่าท่านไม่เปลี่ยน ท่านเปลี่ยนคําว่า ยกเลิก เป็นการบริหารจัดการนั้น ก็ไม่เป็นไร แต่ว่าท่านบริหารจัดการ แต่ท่านไม่ยอมยกเลิก แล้วมันจะได้อะไรกับประโยชน์กับประชาชน ท่านค่ะ กรรมการที่อยู่ในนี้ อธิบดีแต่ละอธิบดี นั้นแต่ก่อนก็เป็นกรรมการเหมือนกัน ท่านก็รู้ พอมีการสั่งการไป แต่พอสั่งการไปแล้ว เงินงบประมาณไม่ไปถึง งบประมาณในการสํารวจที่จะจําแนกเขตพื้นที่ป่าสงวนออกไปให้กับ ปฏิรูปที่ดินไม่มีเงินมา ก็ไม่สามารถที่จะไปดูแลหรือไปจําแนกแบ่งพื้นที่นั้นออกไปได้ เมื่อตะกี้ ดิฉันได้ยกตัวอย่างไว้แล้วว่าจังหวัดมุกดาหารมีอยู่ ๘๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ ๘๘๐,๐๐๐ กว่าไร่ ในปี ๒๕๔๐ ได้มีการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร ได้ออก ส.ป.ก. ๔-๐๑ ให้กับประชาชน ไปแล้ว ใน ๑๘ ป่านั้น ออกไปได้ไปถึง ๕ ป่าแค่นั้นเอง เหลืออีกอยู่ ๑๓ ป่า ที่ยังไม่ได้จําแนก ออกไป โดยที่กรมป่าไม้บอกว่าหมดงบประมาณ แล้วก็ขณะนี้เป็นอย่างไรคะ เข้าไปจับ เกษตรกรในพื้นที่นั้นที่ทํากินมาตั้งเกือบจะเป็น ๑๐๐ ปีแล้ว นี่แหละค่ะปัญหาที่ดิฉันต้องการ อยากให้กฎหมายนี้ออกสู่ประชาชน ในคําว่า ยกเลิกการสงวนหวงห้าม ท่านสงวนหวงห้าม ไปแล้วเพื่อต้องการที่จะสงวนห่วงห้ามเพื่อให้คงไว้ซึ่งต้นไม้ลําธาร เพื่อที่จะรักษาธรรมชาติ ให้อยู่คงไว้ แต่กรณีนี้ที่ประชาชนไม่มีพื้นที่ทํากิน ได้เข้าไปทํากินในพื้นที่ป่าสงวนที่รกร้าง ว่างเปล่า ที่มันเสื่อมโทรม มีสภาพที่เสื่อมโทรม แต่ไม่ได้กรรมสิทธิ์ แล้วจะไปทําอะไร ตอนนี้แหละค่ะ ถ้าไม่ได้เอกสารสิทธิเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเองเอาไปจํานองธนาคารก็ไม่ได้ พอจํานองธนาคารไม่ได้ต้นทุนที่จะได้มานั้นไม่มี เอาไปเอามาก็เลยต้องทําผิดกฎหมาย ท่านไปตรวจสอบดูนะคะว่าตอนนี้มุกดาหารนี้ทําผิดกฎหมายไปมากเท่าไร แต่ดิฉันในฐานะ ที่เป็น ส.ส. ก็ต้องหลับตาไว้ เพราะไม่อย่างนั้นประชาชนในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งป่าสงวนครอบครองไว้ ๑๘ ป่าโน้นละคะก็ไม่มีที่ทํากินเลย ท่านค่ะประชาชน มีการร้องเรียนขึ้นมาถึง ทุก ๆ คนก็อยากจะแก้ไขให้ แต่ถ้าหากว่าแก้ไขให้ไม่มีกฎหมาย มารองรับ ก็ไม่สามารถที่จะแก้ไขให้กับเขาเหล่านั้นได้ แต่พอมีกฎหมายยื่นส่งเข้ามา จาก ส.ส. เข้ามา ท่านคณะกรรมาธิการก็ไปพิจารณาว่ารวบรัดเอาว่า ผู้ที่มีอํานาจสูงสุด ในการบริหารจัดการในการบริหารจัดการและกํากับดูแลนั้นก็คือปลัดกระทรวง ท่านค่ะ ปลัดกระทรวงดูแลกี่กรม ปลัดกระทรวงมหาดไทยดูแลกี่กรม ดูแค่กรมการปกครอง อย่างเดียวก็ไม่มีเวลาที่จะไปประชุมที่ไหนแล้ว ท่านค่ะขอความกรุณาเถอะค่ะ หลาย ๆ คน เขาบอกว่าเห็นชอบกับกรรมาธิการเสียงส่วนมาก แต่ในฐานะที่ดิฉันเป็น ส.ส. ซึ่งมาจาก ประชาชน ดิฉันต้องการอยากจะให้ทุก ๆ ท่านเห็นแก่น้ําตาของประชาชนด้วย เขาเหล่านั้น ไปที่ศาล แต่ละครั้งหมดค่าใช้จ่ายไม่ต่ํากว่า ๒๐,๐๐๐ บาท ใน ๒๐,๐๐๐ บาทนั้นไปกู้ยืมมา ดอกเบี้ยจ่ายเป็นวัน ท่านค่ะถ้าคํานวณเป็นดอกเบี้ยร้อยละเท่าไร เท่ากับว่าร้อยละ ๖๐ บาท ต่อเดือน ร้อยละ ๖๐ บาทต่อเดือนน้ําตาของประชาชนนะคะ ที่ไม่มีที่ทํากิน ในที่ตนเอง ที่ครอบครองมาร้อยปี แต่จะต้องตกไปเป็นของนายทุนมาเช่า เขาทําผิดกฎหมาย ส.ป.ก. ๔-๐๑ นั้นห้ามเช่าห้ามโอนห้ามขาย แต่เขาหนีไม่ได้ หนีไม่พ้นความยากจน เขาต้องให้เช่า ได้เดือนละ ๕๐๐ บาท ไปเช่าแปลงนาของตนเอง ผลผลิตที่ออกมาตกเป็นของใคร ตกเป็นของนายทุน ตํารวจหรือ ผู้ว่าราชการจังหวัดกับปลัดอําเภอกับนายอําเภอ เขาพร้อมที่จะไปตรวจสอบ พอไป ตรวจสอบไม่กล้าที่จะดําเนินคดี พอไม่ดําเนินคดีก็ผิดวินัยของการเป็นผู้ปกครอง ท่านคะ กฎหมายฉบับนี้ให้สู่ประชาชน ท่านให้เถอะค่ะ กรรมาธิการเสียงส่วนมากขอร้องนะคะ ตัวดิฉันเองได้ผ่านมาในการที่ไปอยู่กับประชาชนนั้น เห็นแล้วนะคะ ๘๐๐,๐๐๐ กว่าไร่นั้น ได้มาอยู่ ๕๕๐,๐๐๐ กว่าไร่ ในอีก ๓๓๐,๐๐๐ กว่าไร่นั้นยังคงอยู่ และไม่ใช่เฉพาะแค่ ๑๘ ป่าของป่าสงวนเท่านั้นเองที่อยู่ในจังหวัดมุกดาหาร มีทั้งพื้นที่ป่านิคมสหกรณ์ มีป่านิคม สร้างตนเอง มีพื้นที่ป่านิคม พื้นที่ทหารผ่านศึก นิคมทหารผ่านศึกนี้ทั้งอําเภอหว้านใหญ่เลย ที่ว่าการก็ยังเป็นพื้นที่นิคมทหารผ่านศึก โดยเป็นพื้นที่ที่ราชการสงวนหวงห้ามเอาไว้ แต่ไม่มี โฉนดของที่ว่าการ โรงเรียนก็ไม่มีกรรมสิทธิ์ของตนเอง ปัจจุบันนี้คนที่ทํากินในอําเภอ หว้านใหญ่ทั้งอําเภอ ทั้งอําเภอนะคะท่าน โดนรัฐบาลหลอกมาหลายรัฐบาลแล้ว บอกว่า จะออกเป็นโฉนดที่ดินให้ แรก ๆ ออกเป็นโฉนดที่ดิน กลับมาบอกว่าจะเป็น ส.ป.ก. ๔-๐๑ กลับมาจะเป็นโฉนดที่ดิน