เจริญ จรรย์โกมล หารือเรื่องกฎหมายป่าสงวนแห่งชาติและห่วงใยเกี่ยวกับการบริหารจัดการที่ดิน โดยกล่าวหาว่าทางคณะกรรมาธิการมีเจตนาที่จะให้ผลประโยชน์แก่รัฐมนตรีและครอบครองที่ดินอยู่
ท่านประธานที่เคารพ ผม เจริญ จรรย์โกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ประเด็นของมาตรา ๕ มันมีประเด็นอยู่สั้น ๆ อยู่ประเด็นเดียวก็คือว่า ทางคณะกรรมาธิการโดยท่านสุวโรช พะลัง ท่านมีความตั้งใจและปรารถนา ไม่แตกต่างกับพวกผมหรอกครับ ก็คือเราอยากจะออกแบบ กฎหมายฉบับนี้เพื่อให้ที่ดินสงวนหวงห้ามให้กับประชาชน เพื่อให้มันถูกต้องตามรูปแบบ วิธีการและกฎหมายรองรับ แต่ประเด็นปัญหาที่ทางพวกผมได้สอบถามหรือซักถาม ท่านกรรมาธิการ เดี๋ยวผมจะซักถามท่านกรรมาธิการผ่องศรีก็ได้นะครับว่า คือประเด็น มันอยู่ตรงนี้ ประเด็นอยู่ที่ว่า เมื่อกี้ผมก็ถามท่านกรรมาธิการซึ่งนั่งอยู่ข้างล่าง ท่านไปมองในเรื่องของการบริหารจัดการว่าถ้ามีปลัดกระทรวงแล้วมันจะง่าย ท่านประธาน ที่เคารพครับคืออย่างนี้ ถ้าเป็นกฎหมายในเรื่องของเกี่ยวข้องในการออกแบบในทางนโยบาย ถ้ามีนายกรัฐมนตรี มีรัฐมนตรีอันนี้มันจะง่าย แต่อันนี้เป็นที่ดินซึ่งเป็นที่ดินของรัฐ ประเภทหนึ่งจะแบ่งประเภทเป็นที่ดิน ส.ป.ก. ที่ดินสาธารณะ ที่ดินสาธารณประโยชน์ ที่ดินอุทยานหรือที่ดินอะไรก็ตามมันจะมีกฎหมายแต่ละอย่างเขารองรับเอาไว้ ให้อํานาจของ ท่านอธิบดี อันนี้ครับท่านประธานให้อํานาจของอธิบดีเขาไว้แล้วกฎหมายฉบับนี้มันเป็น กฎหมายลําดับเดียวกัน ในฐานะซึ่งเรามีความห่วงใยว่าทางท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เสนอกฎหมายฉบับนี้เราก็อยากให้กฎหมายฉบับนี้มันปฏิบัติได้จริง ๆ ไม่มีทางหรอกครับท่าน ไปออกแบบดีไซน์ (Design) แบบกฎหมายนี้ออกไปพอดีท่านวางโครงสร้างไว้ คณะกรรมการ ใหญ่กับคณะกรรมการเล็ก กรรมการเล็กก็คือระดับจังหวัด ระดับจังหวัดก็จะมีป่าไม้มีอะไร เขาต้องฟังอธิบดีครับท่าน และกฎหมายป่าสงวนแห่งชาติ อุทยานก็ต้องอธิบดีอุทยานป่าไม้ ก็ต้องอธิบดีป่าไม้ เมื่อวานนี้ผมเชิญอธิบดีกรมป่าไม้มาพบก็ได้ถามประเด็นนี้เหมือนกัน อันนี้ ด้วยความเป็นห่วงเป็นใยคือเจตนาท่านสุวโรชนั่นรู้ ท่านมีความตั้งใจปรารถนา ท่านเป็น ผู้แทนราษฎรมา ๒๑ ปี ท่านต้องการทําเรื่องนี้ให้สําเร็จทีนี้จะทําอย่างไรให้สําเร็จผมก็ไม่รู้ ผมเข้าใจว่าทางส่วนหนึ่งอาจจะไปเชื่อกฤษฎีกาท่านแนะนํา แต่ถ้าในทางปฏิบัติจริง ๆ ท่านดู นอกจากโครงสร้างใหญ่กับโครงสร้างเล็ก โครงสร้างเล็กคืออยู่ระดับจังหวัด ท่านดูสิครับ ใครมาเป็นกรรมการระดับจังหวัด มันก็คือลูกน้องอธิบดี แล้วเวลานั่งนะครับ ไม่มีทางล่ะครับ ผมยกตัวอย่างให้ท่านประธานได้เห็น เอาปัจจุบันที่มันเกิดเหตุการณ์เลย ที่ดินแปลงหนึ่ง อยู่ที่จังหวัดนครพนมได้จัดสรรให้กับเกษตรกรคนยากไร้ยากจนคนละ ๑๑ ไร่ โดยมี คุณสมบัติตามกฎหมายวางไว้เสร็จสรรพเรียบร้อย วันนี้ปรากฏว่าคนที่ได้ไม่ใช่เกษตรกรเป็น คนอื่น ผมถึงถามว่าคณะกรรมการซึ่งเป็นข้าราชการหรือเป็นระดับรัฐมนตรีกล้าสั่งการไหม ผมยิ่งตกใจมากเลยเห็นท่านสุวโรช พะลัง บอกต้องให้การเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง วันนี้ ท่านรัฐมนตรีบางคนครอบครองที่ดินอยู่ท่านยังไม่จัดการเขาเลย แล้วนี่เป็นห่วงเป็นใย ผมถึง บอกว่ารายการ (๓) นี่คิดให้ดี ๆ กฎหมายนี้มันจะไม่เป็นผลอันที่ ๑ อันที่ ๒ ผมเข้าใจว่า (๒/๑) อาจจะเกรงใจรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน เลยไปเขียนให้ท่านรัฐมนตรี ประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ไม่เกี่ยวหรอก ท่านถอยไปเถอะ คือกฎหมายมันใช้กับคน ทั้งประเทศ ท่านได้ไปเกี่ยวอะไร รัฐมนตรีสํานักนายกรัฐมนตรีไปเกี่ยวอะไรกับเขา หรือท่าน คุมสํานักงบประมาณท่านจึงต้องไปใช้ แต่ผมไม่เชื่อนะว่ารัฐมนตรีสาทิตย์อยากเข้ามานั่ง แต่เรานั่งอยู่นี่เราไม่คิดเป็นอย่างอื่นเลยว่า รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีไปยุ่งอะไร มายุ่งอะไรกับเขาผมก็สอบถามไปสอบถามมาว่าเวลาท่านพิจารณา ท่านพิจารณาอยู่ข้าง ๆ ห้องทํางานผม ห้องทํางานผมหมายเลข ๕ ห้องทํางานท่านประธานอยู่ชั้น ๓ อยู่ตรงข้างหลัง ของผมอยู่ตรงนี้ ท่านสาทิตย์ก็ประชุมข้าง ๆ ผมก็สงสัยเหมือนกันว่าตอนพิจารณาไป ท่านสาทิตย์ท่านมีความตั้งใจ ท่านก็ไปที่ชัยภูมิผมไปดู ท่านมีความตั้งใจอยากจะเอาที่ดิน ให้กับประชาชน คือผมไม่แตกต่างกันผมอยากสร้างมูลค่าเพิ่มทรัพย์สินของประเทศนะครับ ประชาชนได้มีโอกาส แต่การจะมีโอกาสมันจะได้สิทธิรองรับโดยมีกฎหมายรองรับ ทีนี้ กฎหมายรองรับมันมีกฎหมายลําดับเดียวกันอยู่หลายประเภท อันนี้ก็เป็นประเภทหนึ่งซึ่งมี ลําดับเดียวกัน เป็นห่วงว่ามันจะทําได้ไหมผมจึงบอกว่าท่านคิดดี ๆ (๒/๑) ถอยออกไปเถอะ ท่านสุวโรช หรือท่านผ่องศรี ท่านลุกขึ้นตอบกลางสภา (๒/๑) ไม่มีความจําเป็นหรอก รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมาย แล้วรองนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายมันแตกต่างอะไรกัน อันนี้เขียนกฎหมายให้ เราในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่ามันมีอะไรซ่อนเร้นแอบแฝงกันอยู่หรือเปล่า แต่ผมเชื่อ ด้วยสุจริตใจ เพราะท่านสุวโรชกับผมทํางานมาในสภา ๒๐ กว่าปีผมเห็นท่านมีความตั้งใจถอยออกไป เถอะครับ ให้ท่านประธานคณะกรรมาธิการ รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีถอยตัวนี้ ออกไป งานจะเดินได้ถ้าท่านเข้ามานั่ง ทีนี้จะลําบากขึ้น แล้วในส่วนของอธิบดีกรมต่าง ๆ ทบทวนให้ดี ไม่ได้เสียหายเลย ท่านใส่ไว้คงเดิมนั่นแหละ เวลาท่านจะประชุมนี่นะครับ ท่านประธานท่านทราบดี อธิบดีบางคนยังไม่ฟังปลัดกระทรวงเลย ปลัดกระทรวงจะมีอํานาจ เซ็นที่ไหน โดยเฉพาะกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชหรือกรมป่าไม้ เรื่องที่ผมถาม ปลัดกระทรวงเซ็นได้ไหมต้องอธิบดีเซ็น ถ้าเขาไม่เอาด้วยทําอย่างไร เพราะกฎหมายคุ้มครอง เขา ปลัดกระทรวงไม่ได้รับผิดชอบ ฉะนั้นผมเสนออย่างนี้ท่านประธาน (๒/๑) ผมเกรงใจ ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ท่านเป็นประธานคณะกรรมาธิการถ้าท่านจะถอยออกไปก็น่าเกลียด หน่อยให้ท่านสุวโรชลุกขึ้นบอกว่า (๒/๑) ไม่เอาแล้ว ตัดออกไป แล้วก็ (๓) เอาไว้คงเดิม นั่นแหละให้มันเดินได้ก่อนไม่ดีแล้วเราค่อยแก้ไข เราเห็นมาแล้วว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเอากลุ่มนี้ เข้ามามันไปไม่ได้เราต้องการอย่างที่ท่านพูดผมเสนออย่างนี้นะครับแล้วขอให้ท่านลุกขึ้น ถ้าตอบอย่างนี้มันก็ไปได้ อย่าดื้อเลยครับ ขอบคุณมากครับ