เจริญ จรรย์โกมล หารือเรื่องการให้นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณากฎหมายเกี่ยวกับการบริหารจัดการที่ดิน โดยมีข้อกังวลเกี่ยวกับการบริหารทรัพย์สิน ที่ดิน และผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการใช้กฎหมายนี้
ท่านประธานที่เคารพ ผม เจริญ จรรย์โกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ จาก ประสบการณ์ในการที่ได้พิจารณากฎหมายหลายฉบับในสภานี้ ผมเองอาจจะเดาใจทาง คณะกรรมาธิการจะถูกบ้าง ไม่ถูกบ้างก็ไม่เป็นไร แต่เจตนารมณ์ของผู้พิจารณากรรมาธิการนี่ เขามองว่าอยากจะให้นายกรัฐมนตรีเป็นประธานเพื่อที่จะให้การพิจารณา การสั่งการ กํากับ ดูแลในเรื่องของอํานาจหน้าที่ต่าง ๆ เพื่อจะให้การดําเนินงานในการบริหารการจัดการที่ดิน ตามมาตรา ๓ ซึ่งเมื่อกี้ผมประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญงบประมาณอยู่ ว่าจะเข้ามาพูดใน มาตรา ๓ เพราะมันเกี่ยวข้องกับมาตรา ๕ ด้วย คือโดยเจตนารมณ์ของผู้ร่างนี่คิดว่าถ้ามี นายกรัฐมนตรีเป็นประธานอะไรมันจะง่ายขึ้นสะดวก เพราะว่าเป็นการกํากับดูแลส่วน ราชการ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านเองนั่งเป็นประธานแห่งนี้แล้วก็มีการถามท่าน ประธานในครั้งหนึ่งเรื่องกฎหมายฉบับหนึ่งเข้าสู่สภาแห่งนี้ ก็คือกฎหมายเรื่องเกี่ยวข้องกับ กฎหมายพาณิชย์นาวี เดิมทีก็มีการตั้งคณะกรรมการอย่างนี้ละครับ แต่ไม่ใช่นายกรัฐมนตรี แต่ด้วยความปรารถนาดีของผู้ร่างอยากจะให้นายกรัฐมนตรีเข้ามาเป็นประธาน เพราะว่าการ จะเอาที่ดินเวนคืน การจะสร้างท่าเรือ การจะสร้างที่ขนส่ง การกระจายสินค้าต่าง ๆ นี่ ต้องการให้นายกรัฐมนตรีสามารถสั่งการกํากับได้ทุกกระทรวง โดยระบบการบริหารราชการ เป็นอย่างนั้นจริง ๆ ท่านประธานครับ นับแต่กฎหมายฉบับนั้นผ่านสภาผู้แทนราษฎรจนไปถึง วุฒิสภาประกาศใช้ตามวิธีการ ตามกระบวนการของกฎหมาย ท่านประธานที่เคารพ เชื่อไหม ยังไม่มีการประชุมเลย ยังเลย ถามว่านายกรัฐมนตรีมีเวลาไหม ไม่มี ปลัดกระทรวงการคลัง ท่านดูสิครับ เดี๋ยวท่านก็ไปเป็นบอร์ดที่ ปตท. บอร์ดที่นั่น บอร์ดสารพัดคณะกรรมการ ท่าน ปลัดกระทรวงกลาโหมท่านก็ไปเป็นคณะกรรมการต่าง ๆ ท่านลองดูสิครับ ปลัดกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ แม้แต่คณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร ๓๕ คณะเชิญมา ซึ่งถือว่า สภาผู้แทนราษฎรนี่เป็นองค์กรหนึ่งใน ๓ สถาบันของประเทศไทยซึ่งจะต้องให้ความเคารพ ให้เกียรติ ให้ความสําคัญต่อการบริหารในระบอบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยไม่ว่าง ขาดงานสําคัญนะครับ ผมเป็นห่วงว่าท่านกรรมาธิการ โดยเฉพาะท่านสุวโรช พะลัง ท่านทําหน้าที่นี้ ท่านมีความ ตั้งใจมานานแล้ว ท่านอยากจะให้กฎหมายฉบับนี้มันเดินได้ ไปได้ ปฏิบัติได้ ทีนี้สภาเราต้อง มาคิดว่าการที่จะให้เดินไปได้ ปฏิบัติได้ และก็ทําได้จริง ๆ ท่านก็ไปตัดอธิบดีต่าง ๆ แล้วก็เอาปลัดกระทรวงไปใส่ ผมเป็นห่วงเหมือนกันว่าสิ่งซึ่งพวกเราพึงปรารถนาอยากจะเอา ที่ดินสงวนหวงห้ามมาจัดให้กับประชาชนมันจะเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน เพียงใด แต่ถ้า เรามามองกลับกันว่าถ้าหากว่าเอาอธิบดีมานั่งแล้วพิจารณามันจะเกิดความรวดเร็วไหม ถามความเห็นส่วนตัวของผม ซึ่งผมอยู่สภาแห่งนี้เวลาพิจารณา เวลาเราพิจารณาในเรื่องของ กรมป่าไม้ก็ดี กรมทรัพยากรก็ดี กรมที่เกี่ยวข้องกับที่ดินต่าง ๆ ก็ดี หรือ ส.ป.ก. ก็ดี การตัดสินใจจะให้ข้อมูลรวดเร็ว สามารถที่จะตัดสินใจได้ต้องให้ตัวอธิบดีหรือท่านเลขาธิการ ของแต่ละหน่วยงานนั้นสะดวกง่ายขึ้น ฉะนั้นประเด็นที่ทางคณะกรรมาธิการไปตัด แล้วก็ ไปตัดพวกอธิบดีต่าง ๆ ออกไปผมเข้าใจว่าท่านไปมองว่าปลัดกระทรวงก็สามารถตัดสินใจ ปัญหาได้ แต่ในทางปฏิบัติจริง ๆ กฎหมายหลายฉบับ ผมไม่แตกต่างครับ ผมก็คิดอย่างนั้น แหละ แต่พอออกเป็นกฎหมายแล้วมันไปไม่ได้ เมื่อไปไม่ได้ทางท่านกรรมาธิการต้องอธิบาย ให้พวกผมนะครับ อย่างกฎหมายฉบับนี้ ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติการบริหาร การจัดการที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐมันก็เป็นลําดับเดียวกันกับกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องของ อุทยานแห่งชาติก็ดี เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ. กฎหมายป่าไม้ก็ดี มันลําดับเดียวกัน ท่านจะเอา อะไรไปยกเลิกของเขา อันนี้ต้องถามไว้ก่อน
ประเด็นต่อมาครับ ถึงแม้ว่าท่านจะเขียนไว้ในมาตรา ๑๐ แต่ในมาตรา ๑๐ มันไปเกี่ยวข้องกับมาตรา ๕ ทีนี้พี่น้องประชาชนที่ฟังการถ่ายทอดวันนี้เขาก็ไม่เข้าใจว่า มาตรา ๑๐ นี่ ท่านก็ต้องบอกว่าวิธีการ คณะกรรมการในการประชุม ในการบริหาร ท่านบอกว่าไปใช้วิธีการบริหารทางการปกครองโดยอนุโลม อันนี้ประชาชนนั่งอยู่ ที่จังหวัด ชัยภูมิผมนั่งอยู่ ที่จังหวัดสงขลานั่งอยู่ ที่จังหวัดชุมพรของท่านสุวโรชท่านจะรู้หรือเปล่าไม่รู้ ว่ามาตรา ๑๐ นั้นคืออะไร ผมเป็นห่วงว่ามาตรา ๕ ท่านต้องอธิบายความเพื่อให้ประชาชน เขาได้เข้าใจ และ ส.ส. ในสภาแห่งนี้ได้เข้าใจ หลายคนก็สงสัยว่าอันนี้เป็นองค์ประกอบของ องค์ประชุมใช่ไหม เมื่อเป็นองค์ประกอบขององค์ประชุม ถ้าคนใดคนหนึ่งไม่อยู่มันไม่ครบ องค์ประกอบมันก็ไม่เป็นองค์ประชุม ท่านจึงไปเขียนในมาตรา ๑๐ เมื่อในมาตรา ๑๐ ขึ้นมา ท่านใช้อนุโลมนะครับ ท่านเคยเห็น ท่านเคยไปดูไหมครับว่ามีการฟ้องร้องในวิธีการปกครอง มาแล้ว อันนี้ผมเป็นห่วงนะครับ คือเวลาท่านพิจารณาท่านอาจจะไปฟังกฤษฎีกา ให้คําแนะนํา ผมก็เป็นห่วงเหมือนกับที่ท่านเป็นห่วง ผมก็เลยไปศึกษาดูว่าวิธีการฟ้องร้องกัน คือท่านประธานครับอย่างนี้ อย่างองค์ประกอบขององค์ประชุมอย่างน้อยต้องมีประธานสภา ผู้แทนราษฎร มีประธานคณะกรรมาธิการ ๓๕ คณะ มีคนนั้นคนนี้นั่งอยู่ ถ้าเราเขียนอย่างนี้ เป็นองค์ประกอบขององค์ประชุม แต่ท่านก็ไปจั่วไว้ในมาตรา ๑๐ ว่าท่านใช้วิธีบริหาร ทางด้านปกครอง ถ้าถามว่านั่งอยู่ในนี้ มาตรา ๑๐ คืออะไร การบริหารทางด้านการปกครอง ก็ไม่มีใครรู้ ท่านต้องอธิบาย ทีนี้พอท่านไปใช้โดยอนุโลม ท่านเคยดูไหมครับว่าหลังจากที่ ท่านปฏิบัติแล้วมันมีการฟ้องร้องในกรณีอย่างนี้เกิดขึ้นไหม ผมเลยยกตัวอย่างว่ามันเคย เกิดขึ้นอย่างที่บริษัทที่เกี่ยวข้องกับเรื่องโทรศัพท์ เรื่องอะไรต่าง ๆ นั้นมันเกิดขึ้นแล้ว ผมจึง เป็นห่วงว่ามาตรา ๕ ที่ท่านตั้งไว้มันจะสัมฤทธิผลอย่างที่ท่านคิดไว้หรือเปล่าไม่รู้ เพราะในเรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับเรื่องผลประโยชน์ เรื่องของการบริหารการจัดการทรัพย์สิน เรื่องของที่ดิน เรื่องของที่ดินมันเป็นผลประโยชน์ขึ้นมา ทุกคนในประเทศไทยนี้ ผมก็ยัง เป็นห่วงว่าใน (๓) ก็ดี (๒) ก็ดี ซึ่งไม่มีความจําเป็นหรอก อย่าง (๒) ไม่ต้องแต่งตั้ง ท่านรองนายกรัฐมนตรีเลย ไม่รู้จะไปแต่งตั้งทําอะไร ปัญหามันก็เกิดคําถามขึ้นมาว่าผมเลยสงสัยใน (๒) ว่าที่ท่านบอกว่าต้องรองนายกรัฐมนตรี โดยนายกรัฐมนตรีมอบหมายนี่ให้เป็นรองประธานหรืออะไรก็ตามนี่ มันหมายความว่ามันมี รายการที่ดินรกร้างว่างเปล่าใช่ไหม เหตุผลที่ผมต้องถามรายการนี้ก็คือว่าถ้าอ่านตาม มาตรา ๓ นี่ท่านก็บอกว่าที่ดินสงวนวงห้ามของรัฐมันก็มี ๑. มันก็เห็นได้ชัดคือที่ดิน ส.ป.ก. ก็ใช่ ที่ดินป่าสงวนก็ใช่ ที่ดินอนุรักษ์ก็ใช่ ที่ดินของกรมธนารักษ์ก็ใช่ มันมีที่ดินอีกอันหนึ่ง ซึ่งอยากจะถามกรรมาธิการเหลือเกินว่าในมาตรา ๕ ที่ใส่ (๒) ที่รองนายกรัฐมนตรีมันผนวก ไปที่ดินรกร้างว่างเปล่าใช่ไหม มันมีไหมในรายการที่ท่านไปพิจารณาในฉบับนี้ ท่านได้พูดไหม ว่าประเทศไทยมันมีที่รกร้างว่างเปล่าไหม แล้วพอที่ดินรกร้างว่างเปล่านี่ใครเป็นคนกํากับ ดูแล แล้วมันอยู่ในกฎหมายฉบับนี้ไหม ท่านจึงเขียนเผื่อไว้ใช่ไหมว่าเอารองนายกรัฐมนตรี และก็เอารัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีมอบหมายนี่ เพราะว่าต่อไปจะได้ไปออกเป็น พระราชกฤษฎีกาหรือกฤษฎีกาออกมาเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยหรือเปล่า อันนี้ที่ถามนี่ไม่มีเจตนา ที่จะบอกว่าท่านแอบแฝงซ่อนเร้นอะไรนะครับ เอาให้ชัดก่อนในเรื่องนี้ ฉะนั้นประเด็น ที่ผมถามว่าในเรื่องของการแต่งตั้งก็ดี ในเรื่องขององค์ประกอบขององค์ประชุมก็ดี แล้วท่านมีความมั่นใจชี้ให้สภาแห่งนี้ได้เห็นว่าเวลากฎหมายฉบับนี้ออกไป จริง ๆ แล้วนี่ มันจะได้ผลจริงหรือเปล่า แล้วที่ดินส่วนหนึ่งซึ่งเรายังสงสัยอยู่ รกร้างว่างเปล่านี่มันอยู่ใน ฉบับนี้หรือเปล่า หรือท่านจะตอบว่าไม่มีที่รกร้างว่างเปล่า ถ้าตอบมาเดี๋ยวผมจะบอกว่า มันอยู่ที่ไหน ขอขอบพระคุณครับท่านประธาน