สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

สุวิทย์ คุณกิตติ หารือเรื่องการอนุมัติเงิน 15 ล้านบาทเพื่อตรวจสอบข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบโครงการคลองด่าน และแจ้งว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะตรวจสอบข้อกฎหมายและผลกระทบต่อกรณีของคดี นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้รัฐมนตรีประพัฒน์ตรวจสอบด้วย

นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ให้มาตอบกระทู้ถามในวันนี้นะครับ

ประเด็นแรก ในเรื่องการอนุมัติเงิน ๑๕ ล้านบาทเข้าไปดําเนินการในการ ตรวจสอบ ในขณะนี้ไม่ได้มีการดําเนินการ เพราะว่าเป็นประเด็นข้อกฎหมายและเป็น รายละเอียดซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบกันอีกครั้งหนึ่งว่ากระบวนการขั้นตอนในการ ดําเนินการนั้นจะมีผลกระทบในเรื่องของคดีหรือไม่ อย่างไร ประกอบกับเรื่องของ กระบวนการในการร้องเรียนก็ยังมีค้างคาอยู่ เพราะฉะนั้นกรณีนี้คงคงไม่ต้องเป็นห่วง ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมมลพิษจะต้องมีการตรวจสอบ ในกระบวนการข้อสังเกตของท่านประเสริฐ ซึ่งได้กรุณาหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาเกรงว่า รัฐจะเสียหายมากขึ้นในส่วนนี้ ในส่วนเฉพาะรูปคดีที่เกิดขึ้นด้วย

ประเด็นที่ ๒ ในเรื่องถามว่าผมทําไมส่งเรื่องเข้าคณะอนุญาโตตุลาการ ในขณะที่รัฐมนตรีประพัฒน์นั้นไม่ให้ส่ง ผมไม่ได้ส่งนะครับ ผมเป็นคนส่งเรื่องนี้ให้กับ คณะกรรมการ ป.ป.ป. ในสมัยนั้น ที่ยังไม่มี ป.ป.ช. ผมเป็นคนเริ่มเรื่องนี้เพราะเห็นว่าเรื่องนี้ มีการดําเนินการในลักษณะไม่ชอบ มีการทุจริตแล้วก็ได้ส่งเรื่องไป เพื่อให้คณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบในวงราชการนั้นได้มาตรวจสอบดําเนินการ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการตรวจสอบโครงการทุจริตและประพฤติมิชอบของโครงการ คลองด่าน เพราะฉะนั้นกระบวนการในการดําเนินการในส่วนของอนุญาโตตุลาการนั้น เป็นกระบวนซึ่งทางผู้รับจ้างได้ยื่นเรื่องขอให้มีการดําเนินการในส่วนของอนุญาโตตุลาการ ทางกรมควบคุมมลพิษนั้นในฐานะที่เป็นโจทก์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ร้องคัดค้านไปแล้ว เมื่อร้องคัดค้านไปแล้วการเข้าสู่กระบวนการดังกล่าวนี้เนื่องจาก ผู้รับจ้างได้นําเรื่องเข้าสู่กระบวนการทางแพ่ง ศาลแพ่งได้มีคําสั่งแต่งตั้งอนุญาโตตุลาการ ฝ่ายกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแต่งตั้งให้ แล้วเราก็ร้องคัดค้านไป ตั้งแต่แรก แล้วคําคัดค้านนั้นก็ยังอยู่ เมื่อศาลมีการแต่งตั้งเข้ามาเราก็ขอสงวนสิทธิในการ ที่จะต้องชี้แจงแล้วก็นําเรื่องเข้าไปเป็นกระบวนการซึ่งทางกรมควบคุมมลพิษนั้นดําเนินการ โดยที่ผมไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย เพราะฉะนั้นที่ได้สอบถามว่าผมทําไมส่งเรื่อง เข้าอนุญาโตตุลาการนั้นไม่เป็นความจริงแต่ประการใดทั้งสิ้น แล้วผมเองก็ได้ติดตามเรื่องนี้ ตลอดมา กระบวนการในการพิจารณาของอนุญาโตตุลาการนั้นเมื่อเราร้องคัดค้านไปแล้ว ประกอบกับเราส่งคําพิพากษาของศาลแขวงดุสิต คดีที่ท่านได้เอ่ยถึงไปแล้ว คือคดีดํา ที่ ๒๕๔/๒๕๔๗ ซึ่งก็ได้มีคําพิพากษานะครับ มีคําพิพากษาออกมาในส่วนนี้ว่าพยานหลักฐานที่โจทก์รับฟัง ได้หนักแน่นมั่นคงโดยปราศจากข้อสงสัยว่าจําเลยที่ ๒ ถึงที่ ๑๑ ได้ร่วมกันทําความผิดฐาน ฉ้อโกงในการทําสัญญาว่าจ้างของโครงการตามฟ้อง เพราะฉะนั้นจริง ๆ แล้ว โดย กระบวนการโดยหลักทั่วไปเราก็ได้มีการแจ้งอนุญาโตตุลาการ เพราะว่าเมื่อโดนบังคับ โดยสารตามกฎหมายเราก็มีหน้าที่ต้องปกป้องผลประโยชน์ของชาติ โดยกรมควบคุมมลพิษน เป็นคนดําเนินการ แต่เมื่อการพิจารณาคําชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการออกมาไม่ได้มีการ หยิบยกประเด็นเรื่องการทุจริต เรื่องการฉ้อโกงในสัญญาซึ่งถือว่าสัญญาเป็นโมฆะแล้ว ซึ่งมันไม่มีผลแล้ว เข้าไปประกอบการพิจารณาของคณะอนุญาโตตุลาการ ซึ่งในขณะนี้ ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็ได้ดําเนินการในกระบวนการคัดค้าน ตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ โดยให้อัยการดําเนินการในเรื่องนี้ต่อไป แล้วก็ได้ ทําเรื่องถึงกระทรวงการคลังตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ให้กระทรวงการคลัง ได้พิจารณา แล้วก็กระทรวงการคลังจะต้องมีการพิจารณาให้เสร็จสิ้นภายใน ๑ เดือน แล้วก็ แจ้งกลับมาที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่ามีความเห็นว่าอย่างไร แต่ในส่วนของกระทรวงเองในขณะนี้ได้มีการดําเนินการในการร้องคัดค้านคําชี้ขาดของ คณะอนุญาโตตุลาการไปเรียบร้อย โดยที่จริง ๆ แล้วเราไม่ได้เห็นด้วยตั้งแต่แรก เพราะว่า เมื่อสัญญาเป็นโมฆะแล้ว ผลของสัญญาก็ไม่มี เมื่อผลของสัญญาไม่มี เงื่อนไขในการ แต่งตั้งอนุญาโตตุลาการในสัญญาก็ไม่มีไปด้วยนะครับ ก็กราบเรียนท่านประธานเพื่อ โปรดทราบครับ