สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

พีรพันธุ์ พาลุสุข หารือเรื่องการแต่งตั้งที่ปรึกษาในศาลปกครองสูงสุด โดยมีข้อกังวลเกี่ยวกับการกำหนดสิทธิประโยชน์ให้กับบุคคลที่เคยดำรงตำแหน่งในศาลปกครองสูงสุด และการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจของศาล

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ครับ ขอไม่นานครับท่านประธาน คือมีการ ตั้งตําแหน่งที่ปรึกษาในศาลปกครองสูงสุด ตามระเบียบนี้แก้ไขเมื่อปี ๒๕๕๒ ลงนาม ในขณะที่ประธานศาลปกครองสูงสุดท่านที่แล้วที่ท่านเพิ่งพ้นราชการไป ตั้งตําแหน่งที่ปรึกษา ในศาลปกครองสูงสุดขึ้นมาในระเบียบ เดิมระเบียบนี้มีตําแหน่งที่ปรึกษาพิเศษ ผู้เชี่ยวชาญ พิเศษของศาลปกครอง ผู้ชํานาญการพิเศษ ซึ่งจะเป็นใครก็มีคุณสมบัติหลายอย่าง ทั้งเรื่อง ศาล เรื่องกฎหมาย เรื่องการเงิน เรื่องอะไรต่ออะไรหลายอย่างเกิดขึ้น แต่พอท่านเติม ที่ปรึกษาในศาลปกครองสูงสุด เข้าไป แล้วก็ไปกําหนดว่าที่ปรึกษาในศาลปกครองสูงสุดนี้ คุณสมบัตินะครับ ท่านประธานดูนะครับ เคยดํารงตําแหน่งตุลาการในศาลปกครองสูงสุด และเป็นผู้ที่มีชื่อเสียง เกียรติยศ และความรู้ความสามารถเป็นที่ยอมรับของบุคคลทั่วไป อ่านแค่นี้ผมก็รู้ว่าเขียนให้พวกตัวเองหรือเปล่า ก็ตุลาการศาลปกครองสูงสุดที่เพิ่งเกษียณนี้ เขียนอย่างนี้ต้องเคยดํารงตําแหน่งตุลาการในศาลปกครองสูงสุดนะ คนอื่นไม่ได้หรือครับ ก็ไหนระเบียบเดิมมีที่ปรึกษาพิเศษ ผู้เชี่ยวชาญสํานักงานศาล ผู้ชํานาญการ ท่านยังเอา คนนอก คนอื่นได้เลย แต่พอมีตําแหน่งที่ปรึกษาในศาลปกครองสูงสุด เอาแต่เฉพาะท่าน ที่เคยดํารงตําแหน่งในศาลปกครองสูงสุด หลายท่านที่อยู่ศาลปกครองชั้นต้น ชั้นกลาง ก็อาจจะมีความเชี่ยวชาญ มีความชํานาญ ทําไมไม่ให้โอกาสท่านเหล่านั้นมาเป็นที่ปรึกษาบ้าง ท่านก็เขียนต่อไป ที่ปรึกษาในศาลปกครองสูงสุดทําหน้าที่อะไรครับ ให้ความเห็นแก่ประธาน ศาลปกครองสูงสุดเกี่ยวกับสถานภาพและบทบาทของศาล ให้คําปรึกษาข้อกฎหมายที่ยุ่งยาก แก่ตุลาการศาลปกครองและข้าราชการศาลปกครองที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ ที่ทําหน้าที่ค้นคว้า เปรียบเทียบคําพิพากษาและคําสั่งในศาลปกครอง ผมอ่านแล้ว และถ้าถามง่าย ๆ ท่านประธานครับ นี่ออกกฎหมายให้ตัวเองหรือเปล่า ออกระเบียบอันนี้มาเพื่อตั้งตัวเอง เป็นที่ปรึกษาหรือเปล่า เพราะกําหนดสเปก (Spec) ไว้อย่างนี้ ถามว่าเป็น คอนฟลิค ออฟ อินเทอเรสต์ (Conflic of Interest) ภาษาอังกฤษนะครับ ขัดกันในเรื่องผลประโยชน์ไหม พวกผมเลยถูกกล่าวหาเรื่องอยู่บ่อย ๆ เพราะอย่างนี้ นี่ท่านออกระเบียบ เอาทุกท่านที่อยู่ ศาลปกครองสูงสุด พ้นตําแหน่งไปแล้วอายุ ๗๐ ปีแล้ว ความจริงอายุคนนี่พ้นอายุ ๗๐ ปี ไปแล้วท่านควรจะไปอยู่อย่างสบายแล้ว ท่านกับออกระเบียบตั้งเขาเป็นที่ปรึกษาอีก แล้วสุดท้ายท่านประธานครับ ที่แปลกกว่าคนอื่นก็คือว่า คนอื่นไม่ว่าจะเป็นที่ปรึกษาพิเศษ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชํานาญการ ท่านให้ค่าตอบแทนเขาเป็นรายครั้ง เป็นรายเดือนก็มี แต่ตําแหน่งนี้ ท่านบอกว่าที่ปรึกษาในศาลปกครองสูงสุดให้ปฏิบัติงานเต็มเวลา และค่าตอบแทนเดือนละ ๖๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ นี่เป็นเงินภาษีประชาชน ออกพ้นตําแหน่งไปแล้ว อายุ ๗๐ ปีไปแล้วควรจะอยู่พักผ่อนได้แล้ว เอาเถอะยังมีความสามารถ ถ้าอย่างนั้นท่านก็ตั้ง เขาเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ได้ไหม นี่ยังกําหนดให้คนเหล่านี้มาทํางานอยู่ที่ศาลอยู่ เงินเดือน ๖๐,๐๐๐ บาท นี่ไม่นับค่าเบี้ยประชุม ค่าอย่างอื่นนะครับ ไหนบวกกับบํานาญที่ได้ไปแล้วละครับ ทํากันอย่างนี้ แล้วจะไม่ให้พวกผมคิดได้อย่างไรว่าออกระเบียบนี้เพื่อตัวเองหรือเปล่า แถมนะครับท่านประธาน ผมก็เคยพูดเรื่องนี้ในที่ประชุมนี้มาหลายครั้งแล้ว บังเอิญไปดูข่าว เมื่อปลายปีบอกว่า ป.ป.ช. ขอข้อมูลศาลปกครองสูงสุดสอบอดีตประธานศาลปกครองสูงสุด กรณีเปลี่ยนองค์คณะคดีเขาพระวิหาร ผมจําได้ผมเคยพูดเรื่องนี้ในที่นี้ ๒ ครั้ง ในคดีเขาพระวิหารครับ แถลงการณ์เรื่องคดีที่ให้เขาพระวิหารเป็นมรดกโลก ศาลชั้นต้นตัดสินอย่างนี้ องค์คณะนี้ ผมรู้จัก ผมเจอท่านผมยกนิ้วให้เลย ตัดสินตามคดีเป๊ะเลย ว่าเรื่องนี้เป็น แอค ออฟ กัฟเวิร์นแนนซ์ (Act of Governance) ภาษาวิชาการ เป็นการกระทําของฝ่ายบริหาร ตุลาการเข้าไป ตรวจสอบไม่ได้ มันก็พลิก สุดท้ายก็มีการอุทธรณ์ไปยังศาลสูง ผมก็ทราบว่าองค์คณะ ที่พิจารณานี่ตัดสินไปแล้ว ๓ ต่อ ๕ ยก มีการเปลี่ยนองค์คณะอีก มีคนเขียนเป็นบทความ ลงมติชนครับ เขียนบอกสมมุติว่า ผมนํามาพูดในที่นี้สมมุติว่ามันเป็นเรื่องจริง วันนี้ข่าวบอกว่า ทาง ป.ป.ช. ก็มีคนร้องเรียนไป ป.ป.ช. ก็เลยขอข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ยังไม่ได้บอกว่า จะสอบสวนหรือไม่ ขอข้อมูลเบื้องต้น เพื่อจะดูว่าเรื่องนี้มันมีมูลหรือไม่ ถ้าเห็นว่ามันมีมูล เพียงพอก็คงตั้งอนุกรรมาธิการไต่สวนต่อไป ผมก็เลยถามคนที่พอรู้จักว่าตกลงท่านที่เกษียณ ไปแล้วจากศาลปกครองสูงสุดนี่กี่ท่านที่ท่านตั้งเป็นที่ปรึกษาตามระเบียบอันนี้ ผมทราบว่า มีอยู่ท่านเดียวที่ไม่เป็น ที่ไม่เป็นคือท่านขอไม่เป็นเอง นอกนั้นตั้ง เดือนละ ๖๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ อายุ ๗๐ ปีแล้ว ควรจะหยุดได้แล้ว ถ้าจะทําคุณประโยชน์กับศาลก็มา เยี่ยม ๆ ก็ได้ ให้ความรู้ก็ได้ แต่ไม่จําเป็นเลยที่จะออกระเบียบเข้ามาเพื่อจะเอาท่านเหล่านี้ มาทําหน้าที่เป็นที่ปรึกษาพร้อมกับค่าตอบแทนเดือนละ ๖๐,๐๐๐ บาทต่อไป ผมถึงว่า ระเบียบนี้คือท่านกําลังออกระเบียบชงเอง กินเอง รับเองหมด และจะให้พวกผมไม่ถามท่าน ในเรื่องอื่นต่อไปได้อย่างไร นี่คือสิ่งที่ผมอยากเรียนท่านประธาน ผมถึงบอกว่าการขอแก้ไข กฎหมายฉบับนี้ถ้าดูเรื่องราวทั้งหมดแล้วผมไม่อยากจะรับเลย ก็เลยอยากจะเรียนเชิญไปทาง เพื่อนสมาชิกทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ผมทราบว่าที่ประชุมนี่มีมติไปแล้ว คงไม่ได้ดูเรื่องราว ทั้งหมด ก็รับไว้ก่อน ค่อยพิจารณาในหลักการ แต่ถ้าฟังผมพูดแล้วถ้าท่านจะทบทวนก็คงจะ เป็นประโยชน์ต่อการที่จะพิจารณาเรื่องนี้ต่อไป ขอบคุณท่านประธานครับ