จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ต่อร่างพระราชบัญญัติ กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับการปรับแก้ไขมาตรา 7 และ 14 ซึ่งอาจทำให้บุคคลกลุ่มหนึ่งเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์จากกองทุนนี้ และการมอบอำนาจให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการกำหนดคุณสมบัติและวิธีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ต่อร่างพระราชบัญญัติ กองทุนสงเคราะห์เกษตรกรซึ่งวุฒิสภาได้มีการลงมติให้แก้ไขเพิ่มเติมแล้วก็ส่งกลับมายัง สภาผู้แทนราษฎรนั้นทางวุฒิสภาได้มีการแก้ไขอยู่ ๕ มาตราและเพิ่มมาตราอีก ๒ มาตรา ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วหลังจากที่ได้พิจารณาคงจะต้องเรียนท่านประธานว่าผมคงคิดว่ามันมีความ จําเป็นจะต้องตั้งกรรมาธิการร่วมกันระหว่าง ๒ สภาขึ้นมา เพราะว่ายังมีอยู่หลายประเด็น ซึ่งผมจําได้ดีนะครับ หลายประเด็นผมพูดเอง หลายประเด็นเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายในสภา ผู้แทนราษฎรดังนี้ ในวาระที่หนึ่ง วาระที่สอง วาระที่สามของร่าง พ.ร.บ. ก่อนที่จะขึ้นไปยัง วุฒิสภาว่ามันมีปัญหามันมีข้อท้วงติง ในที่สุดวุฒิสภารับเรื่องไปตีกลับมามันกลับมี เรื่องเหล่านั้นโผล่ขึ้นมาอีกเป็นต้นว่า มาตรา ๗ ที่มีการปรับแก้ไข ผมจําได้ดีเลยมีเพื่อน สมาชิกหลายท่านพูดถึงว่า เอ๊ะ เราจะป้องกันการที่กลุ่มทุนเขาก็จะมาแทรกแซงเข้ามา เอากองทุนนี้ไปใช้ประโยชน์ เป็นต้นว่าเอาไปสร้างไซโลเก็บข้าว ไปทําโรงอบลําไยโดยที่ ไม่ใช่เกษตรกรที่แท้จริง วันนี้มาดูมาตราที่ปรับแก้ไขแล้วก็เพิ่มขึ้นมาเช่น มาตรา ๗ ให้เกษตรกรกู้เพื่อการลงทุนในการผลิตเพิ่ม เก็บ รักษา หรือจําหน่ายผลผลิตเกษตรกรรม ขั้นต้นหรือผลิตภัณฑ์อาหาร ฟังดูผมก็ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพ ถ้ามองในแง่ดี มองโลกในแง่สวยงามไปหมดมันก็คงเป็นการดี อาจจะเปิดช่องทางให้เกษตรกรได้มีโอกาส เข้าสู่ทุน เพื่อที่จะไปทําโรงเก็บผลิตภัณฑ์ ไปทําไซโลข้าวของตัวเอง แต่ในทางปฏิบัติที่แท้จริง ต้องกราบเรียนท่านประธานว่า บุคลากรที่ทํากิจกรรมเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้นั้นมันเป็น พ่อค้าคนกลางทั้งนั้น เขาไปกว้านซื้อสินค้าจากเกษตรกรเอามาเก็บเพื่อเก็งกําไรแล้วก็ขายต่อ วันนี้เราเป็นการเปิดช่องให้กับบุคคลกลุ่มเหล่านี้ในการเข้าไปแทรกแซง ในการเข้าไปกําหนด กลไกตลาดแล้วเอารัดเอาเปรียบกับพี่น้องเกษตรกรหรือไม่ มันยังขาดความรัดกุม ไปเพิ่ม เรื่องของใน (ค) บอกว่า ดําเนินการจัดหาแหล่งน้ําหรือที่ดินให้เกษตรกรเข้าทํากิน ตรงนี้ ก็เหมือนกันครับท่านประธานเติมคําว่า แหล่งน้ํา เข้าไป ผมกราบเรียนด้วยความเคารพครับ ที่ดินทํากินแน่นอนพี่น้องเกษตรกรขาด ไม่มีโฉนด ไม่มีที่ดินทํากิน บางทีต้องไปเช่าเขาเอา อันนี้เป็นปัญหามาโดยตลอด เราก็เลยกําหนดให้จัดหาที่ดินให้พี่น้องเกษตรกรได้ อันนี้เป็นสิ่ง ซึ่งดีครับ แต่เราไปมองโลกในแง่ดีอีกแล้ว เราบอกว่าจะเพิ่มเรื่องของแหล่งน้ําเข้าไปด้วยจาก การเข้าไปใช้ประโยชน์จากเงินกองทุนตัวนี้ ผมกราบเรียนด้วยความเคารพว่าทราบกันดีครับ เดี๋ยวแหล่งน้ํามาถึงก็เรื่องขุดลอก เรื่องอะไรต่าง ๆ ขุดสระ มีกําไร เป็นเรื่องของเอกชนที่เขา จะเข้าไปปฏิบัติงานโดยใช้เงินของรัฐ เงินของกองทุนนี่แหละเข้าไปเป็นตัวหาประโยชน์ เรามี วิธีการป้องกันอย่างไรให้มันรัดกุม ยังไม่ชัดเจนนะครับ แต่วันนี้มีการปรับแก้เพิ่มขึ้นมา ในมาตรา ๗ ในเรื่องของ ๒ เรื่องนี้ผมมองว่าเรากําลังเปิดช่อง เปิดหลังบ้านให้กับผู้ที่จะเข้า มาแสวงหาผลประโยชน์จากกองทุนแห่งนี้หรือไม่ มาตรา ๑๔ มีการปรับแก้เช่นเดียวกัน มาตรา ๑๔ ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าทางฟากฝั่งฝ่ายค้านยังเสียใจไม่หายกับการที่ทาง เสียงข้างมากของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ตัดเอาผู้แทนของชุมนุมเกษตรกรออกไป ตัวแทน เกษตรกรเป็นล้าน ๆ คน ท่านตัดเขาออกไปจากการเป็นกรรมการ จากคณะกรรมการ สงเคราะห์เกษตรกร แต่อย่างไรก็ตามทางวุฒิสภามีการปรับแก้เพิ่มผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แต่งตั้งจากเกษตรกร ท่านเพิ่มจาก ๘ คน เป็น ๑๐ คน ฟังดูเหมือนจะดี แต่ปรากฏว่ามาดูวรรคสองท่านเพิ่มคําคําเดียวครับบอกว่า คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ คุณสมบัติและวิธีการในการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม วรรคหนึ่งให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กําหนด ผมต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่า แค่คําว่า คุณสมบัติ คําเดียวนี่นะครับมันกลายเป็นการ ล็อก สเปก (Lock spec) หรือเปล่า วันนี้ผมกราบเรียนเลยว่าผมไม่สามารถที่จะไว้วางใจได้ ยิ่งมีการเติมในมาตรา ๑๖ (๗) ว่า การขาดคุณสมบัติมันเป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรี ว่าการกําหนดตามมาตรา ๑๔ วรรคสองก็คือเรื่องคุณสมบัตินี่แหละ หมายความว่าถ้ากําหนด คุณสมบัติมาแล้วคนคนนี้ไม่เข้าสเปก เข้าไม่ได้ถ้าถึงเวลาเป็นไปแล้วไม่พอใจกําหนด ปรับเปลี่ยนคุณสมบัติ คนนี้ก็หลุดอีก เป็นการที่ให้อํานาจกับฟากฝั่งรัฐบาลในการเข้าไป แทรกแซงการทํางานของคณะกรรมการชุดนี้อย่างเห็นได้ชัด ผมต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าผมมองด้วยสายตาซึ่งต้องระแวดระวังแล้วก็ไม่ไว้วางใจ เพราะเราเคยเห็นกรรมการลักษณะนี้มาหลายชุด ในที่สุดมันก็ตกเป็นเครื่องมือของฝ่ายการเมือง วันนี้ต้องหาทางที่จะเขียนกฎหมายเพื่อให้มันรอบคอบและรัดกุม คําว่า คุณสมบัติ ที่จะ กําหนดโดยทางรัฐมนตรีว่าการ ผมไม่สามารถที่จะอนุญาตให้ปล่อยผ่านไปได้ ผมต้องกราบเรียนว่า วันนี้อย่างไรต้องมีการพิจารณาเพื่อที่จะดูในข้อนี้กัน นอกจากนั้นแล้ววันนี้ท่านยังไปบอกว่า ในวรรคสามของมาตรา ๑๔ นี้ การออกระเบียบตามวรรคสองให้คํานึงถึงผู้แทนองค์กรเกษตรกร และเกษตรกร โดยกระจายตามภูมิภาค สาขาอาชีพ และการมีส่วนร่วมของชายและหญิง ทั้งนี้ ให้มีผู้แทนเกษตรกรด้านพืช ด้านสัตว์ และด้านประมงอย่างน้อยด้านละหนึ่งคน ผมเข้าใจครับ อาจจะเป็นวัตถุประสงค์ที่ต้องการให้มันมีการกระจายตัวอย่างเป็นธรรม และภาคการผลิตที่มีความสําคัญก็คือ การประมง การทําปศุสัตว์ กิจกรรมเกี่ยวกับด้านของ การปลูกพืชผลให้มีการครอบคลุมเข้าไป แต่ผมว่ามันอาจจะเร็วไปหน่อยในการที่จะไปสร้าง ข้อจํากัดในการที่จะตั้งกรรมาธิการชุดใด ๆ เข้าไปในการดูแลบริหารจัดการกองทุน เรามอง แคบไปหรือไม่ ในอนาคตมันอาจจะมีกิจกรรมด้านอื่นที่มันจะแตกแขนงออกไปอีกหรือไม่ ที่เขาควรจะมีโอกาสได้เข้ามานั่งอยู่ในกรรมการชุดนี้ วันนี้เราอาจจะมองเพียงแค่ระยะสั้น หรือเปล่า อันนี้เป็นประเด็นที่อยากจะฝากไว้ และที่สําคัญด้วยคําพูดนี้มันไม่ค่อยที่จะ เหมาะสมนัก ด้านการประมงนี้คงไม่มีปัญหา ด้านสัตว์นี้ควรจะเป็นด้านการปศุสัตว์ ด้านพืช อาจจะใช้คําว่า กิจกรรมเกี่ยวกับการผลิตพืชไร่หรือพืชสวน อันนี้ก็เป็นสิ่งซึ่งจะต้องไป พิจารณากันในชั้นกรรมาธิการ ซึ่งผมเห็นควรว่าควรจะต้องตั้งกรรมาธิการร่วมกันขึ้นมาจาก ๒ สภา ก็กราบเรียนท่านประธานแล้วก็ฝากเพื่อนสมาชิก เพราะว่ากฎหมายนี้เป็นกฎหมาย ที่มีความสําคัญ พี่น้องเกษตรกรตั้งความหวังไว้ว่าจะได้รับการช่วยเหลือในอนาคตอันใกล้ ข้างหน้านี้ ก็หวังใจเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการเห็นชอบจากเพื่อนสมาชิก ตั้งกรรมาธิการ ขึ้นมาแล้วรีบผ่าน เพื่อที่จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องเกษตรกรครับ