สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

ไพจิต ศรีวรขาน หารือเรื่องการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร พ.ศ..... โดยวุฒิสภา โดยเฉพาะมาตรา ๗ มาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๘ (๑) ซึ่งไพจิตเห็นว่าแก้ไขในรายละเอียดที่จะมีผลต่อการบริหารกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร และเรียกร้องให้ตั้งกรรมาธิการร่วมเพื่อพิจารณา

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. นครพนม พรรคเพื่อไทย ต่อการที่วุฒิสภาได้แก้ไขร่างพระราชบัญญัติกองทุน สงเคราะห์เกษตรกร พ.ศ. .... ซึ่งถ้าโดยเนื้อหาแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ ในมาตรา ๗ มาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๗ รวมถึงมาตรา ๑๘ (๑) ได้แก้ไขในรายละเอียดที่จะมีผลต่อการ บริหารกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาเห็นชอบผ่านสภาไปแล้ว นี่นะครับ เมื่อวุฒิสภาได้มีการแก้ไข ผมกราบเรียนท่านประธานว่าในมาตรา ๗ ได้แก้ไข กิจการตามโครงการที่จะใช้จ่ายเงินกองทุนใน (๓) เรื่องการเพิ่มภาระหน้าที่ให้ดําเนินการ จัดหาแหล่งน้ํา ซึ่งเดิมไม่มี เดิมเงินในการที่จะทําตามโครงการในการช่วยเหลือเกษตรกร มีเพียงเรื่องที่ดิน ในการดําเนินการจัดหาที่ดินให้กับเกษตรกรเข้าทํากินและจัดกรรมสิทธิ์ ในที่ดินให้แก่เกษตรกร ท่านประธานครับ ลําพังเรื่องที่ดินก็เป็นเรื่องที่ต้องใช้ทุนมหาศาลอยู่แล้ว และเป็นเรื่องหลักในเรื่องปัจจัยการผลิต คราวนี้วุฒิสภาได้มาเพิ่มบอกว่า สามารถที่จะเอาเงิน ของกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรไปทําเรื่องน้ําอีก ก็เป็นงานที่กรม เจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่หลัก ทําอยู่แล้ว และถ้าเอาไปทํา เงินของกองทุนก็จะมีปัญหาเรื่องที่ ๑. จํานวนเงินก็มีน้อย จํากัดอยู่แล้ว ๒. ก็คือเรื่องการดําเนินการต่าง ๆ ทั้งหมดทั้งมวลผมเห็นว่ามันเป็นการเพิ่มภาระ เพิ่มงาน ทําให้กองทุนที่จะใช้มันแตกกระจัดกระจายไปหมด เป็นเรื่องที่มีความสําคัญ การเพิ่ม ของวุฒิสภาในประเด็นนี้จึงจะเกี่ยวข้องกับเจตนารมณ์ของร่างพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งโดยเนื้อแท้ ตั้งแต่ปี ๒๕๑๘ ต้องการให้เป็นประโยชน์ ช่วยเหลือภาคเกษตรกรที่ยากจนที่ประสบปัญหา ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าเป็นรายละเอียดที่มีความจําเป็นต้องถือว่าเป็น เรื่องสําคัญ ต้องตั้งกรรมาธิการร่วม และผมก็ให้เหตุผลในประการที่ ๒ เรื่องการเพิ่มจํานวน คณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ในมาตรา ๑๔ ท่านประธานครับ มาตรา ๑๔ ที่วุฒิสภา ได้เพิ่มเติมว่า จากคณะกรรมาธิการบริหารกองทุนซึ่งเป็นคณะกรรมการโดยตําแหน่ง ซึ่งจะประกอบด้วย ท่านปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ แล้วก็ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงการคลังทั้งหลาย ฝ่ายประจํานะครับ แล้วก็ไปตั้ง ผู้ทรงคุณวุฒิ จากเดิมในสภาผู้แทนราษฎรได้บอกว่ามี ๘ คน คราวนี้ท่านบอกว่ามี ๑๐ คน เพิ่มเข้ามาอีก ๒ คน ท่านประธานครับ นี่คือภาระที่บอกว่ามันเพิ่มขึ้นมากขึ้น ๆ ในขณะที่ในชั้นวาระที่หนึ่ง พวกกระผมได้เสนอว่า แล้วที่กรรมาธิการไปตัด ตัดผู้ที่เป็นตัวแทนของสหกรณ์การเกษตร แห่งประเทศไทย ประธานชุมนุมเขาไม่ให้เขาเป็นโดยตําแหน่ง แล้วไปตัดเขาเรียกว่า ท่านตัวแทนเกษตรกร ชุมนุมเกษตรกรแห่งประเทศไทยออกอีกเช่นเดียวกัน แต่วันนี้ จะมาเพิ่มสัดส่วน ท่านประธานครับ เพิ่มขึ้นมาแล้วบอกว่าคุณสมบัติก็คือ โดยความเห็นชอบ ของคณะรัฐมนตรี นี่ก็เพิ่มเข้ามาอีกนะครับเป็นประเด็นที่จะทําให้เกิดการเพิ่มในสาระสําคัญ ที่มาก ลําพังที่เพิ่มแบบนี้ ถ้าหากเรามีคณะกรรมาธิการวิสามัญร่วมกันทั้งสองของสภาได้ พิจารณากันตามเจตนารมณ์ที่ได้พิจารณาตั้งแต่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรก็จะเกิดความรอบคอบ แล้วที่สําคัญที่สุดครับการออกระเบียบตามวรรคหนึ่งที่บอกว่า โดยความเห็นชอบ ของคณะรัฐมนตรี ไปเพิ่มเติมคําว่า ให้คํานึงถึงการมีส่วนร่วมของชายและหญิง การมีส่วนร่วม ของตัวแทนเกษตรกรผู้ทรงคุณวุฒิ คํานึงถึงชายและหญิง แล้วก็ยังบอกในสาระสําคัญอีก ให้มีผู้แทนเกษตรกรด้านพืช ด้านสัตว์ และด้านการประมง ๓ ด้านนะครับท่านประธาน ความจริงมันมีหลายด้านทําไมต้อง ๓ ด้าน ผมก็สงสัย แล้วบอกว่า อย่างน้อยอย่างละ ๑ คน ก็เป็นสาระสําคัญทั้งหมด ซึ่งเวลาที่จะต้องผ่านความเห็นชอบของสภา ผมเข้าใจว่าตัวรัฐบาลเอง ที่ยกร่างนี้ก็อยากจะเอากฎหมายนี้ไปใช้ แต่ทําอะไรกันหรือเปล่าครับเวลาค่อนข้างจํากัด แต่ว่าเราไม่บอกแล้วละอันนั้นเป็นเรื่องของเจตนารมณ์ แต่ว่าหน้าที่ในการเป็นผู้แทนราษฎร ผมก็อยากให้เกิดความรอบคอบ การที่จะไปหยิบไปฉกไปฉวยด้านใดด้านหนึ่งหรือ ๓ ด้าน ผมก็อยากให้มีการพัฒนา ปัญหาที่เกิดขึ้น ผู้ทรงคุณวุฒิจะเป็นตัวแทนของพวกพ่อค้าพ่อขาย บริษัททางการเกษตรที่มีบทบาทในการจัดรัฐบาลอยู่มาหากิน มันจะเกิดความเสียหายต่อ พวกเราในสภา ควรที่จะให้ความรอบคอบของทั้ง ๒ สภาเสียนะครับ ตั้งกรรมาธิการร่วมกัน ก็จะเกิดประโยชน์นะครับท่านประธานครับ แล้วถ้าท่านดูกฎหมายขณะนี้เป็นกฎหมาย ที่ถือว่าเป็นหัวใจของบ้านเมืองเลยว่าภาคเกษตรกรเขาจะพัฒนาได้แค่ไหน อย่างไร ต้องไม่ลืมว่า วันนี้เราแข่งการค้าเสรีภาคเกษตรกรรม มันไม่มีที่จะต่อสู้นอกจากอํานาจรัฐ นโยบาย กฎหมายที่จะคุ้มครองเขา ท่านประธานครับ ผมเห็นว่าที่วุฒิสภาได้แก้ไขในเรื่องของ ผู้ทรงคุณวุฒิ แล้วก็เขียนมาอีกในนี้นะครับ ในขณะที่ยังไม่มีการแต่งตั้งตามกฎหมายนี้ ให้ชุดเดิมที่มีอยู่ทําได้เลย แปลว่ามีอะไรที่จะสอดไส้อยู่ในนี้ที่จะไปคิดไปทํากัน ผมเห็นว่ามันไม่เป็นประโยชน์หรอกครับ ควรที่จะใช้ความรอบคอบเกินกว่านี้ สภามีหน้าที่ ในการถอดหัวใจของคนยากคนจนมาซึมซับผ่านผู้แทนราษฎร ผมนี่มันคนจนนะครับอยู่กับ พี่น้องเกษตรกร แล้วก็เห็นว่าโอกาสเดียวที่เราจะต้องรักษาเงินนี้ ที่จะได้จากภาษีการนําเข้า การส่งออกอะไรทั้งหลาย ซึ่งต่อไปนี้จะไม่ใช่เรือนพัน มันเป็นเรือนหลายหมื่นแล้วจะมาทํา เป็นประโยชน์ในการที่จะเพิ่มพูนในการยังชีพของพี่น้องเกษตรกรรม วันนี้มันเริ่มหายไป ๆ เราถูกแย่งอาชีพจากพวกค้าทางการเกษตร ยาปราบศัตรูพืช ปุ๋ย ล้วนแต่การผูกขาดของ บริษัทข้ามชาติที่มาลงทุนแล้วก็ขนเงินออกไป คนยากคนจนอยู่บนพื้นฐานเหล่านี้ กฎหมาย เหล่านี้มันจะเป็นเครื่องมือของเขาหรือของพี่น้องคนยากคนจน เพราะฉะนั้นถ้าลําพังผ่าน เพียงเท่านี้ ผมอยากจะให้สภาได้ตั้งกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาเสริมเจตนารมณ์อันนี้ เถอะครับ พวกผมเสียงข้างน้อยแต่ว่าก็อยากทําหน้าที่อันนี้สมกับที่พี่น้องประชาชน เขาคาดหวังไว้ ขอบพระคุณครับท่านประธาน