สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๒๐ เมษายน ๒๕๕๔

อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ หารือเรื่องการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ดูแลการชุมนุมสาธารณะ โดยวิพากษ์วิจารณ์มาตรา 22 ที่ให้อำนาจรัฐมนตรี และเสนอให้ตัดคำว่ารัฐมนตรีออกเพื่อความชัดเจน

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้สงวนความเห็นไว้ในมาตรา ๒๒ ซึ่งเป็นมาตราที่เกี่ยงข้องกับ เรื่องของการดูแลการชุมนุมสาธารณะ ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่ว่าด้วยการให้หัวหน้าสถานี ตํารวจท้องที่ที่มีการชุมนุมสาธารณะได้จัดตั้งเจ้าหน้าที่ พนักงานรับผิดชอบดูแลการชุมนุม สาธารณะให้เป็นไปตามความในหมวด ๓ ของพะราชบัญญัติฉบับนี้ ความในหมวด ๓ ก็คือ มีทั้งเรื่องของหน้าที่ของผู้จัดการชุมนุมและผู้ชุมนุม มีทั้งเรื่องของการดูแลแจ้งการเดินทาง การเดินขบวน หรือการเคลื่อนย้าย รวมทั้งการที่จะต้องขยายระยะเวลาในการชุมนุม พูดง่าย ๆ ก็คือว่าหมวดนี้การแต่งตั้งเจ้าพนักงานตามมาตรา ๒๒ มาเกี่ยวข้องกับผู้ชุมนุมโดยเฉพาะ

ทีนี้ประเด็นปัญหาอยู่ที่ว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่ให้อํานาจสํานักงาน ตํารวจแห่งชาติเข้ามาดูแลในการจัดการชุมนุมในเบื้องต้นนะครับ ทั้งการดูแลในเรื่องของการ อํานวยความสะดวกกับพี่น้องประชาชนที่จะได้รับผลกระทบจากการชุมนุม และการดูแล ผู้ชุมนุมและผู้จัดการชุมนุมให้เป็นไปตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามในมาตรา ๒๒ ในวรรคสองมีถ้อยความที่ผมคิดว่าไม่มีความจําเป็นที่จะต้อง บัญญัติไว้แล้วก็เป็นการให้อํานาจของคนที่นอกเหนือจากสํานักงานตํารวจแห่งชาติเข้ามา เกี่ยวข้อง นั่นก็คือว่ากรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ให้เห็นชอบว่าให้ความในวรรคสองมีว่า ในกรณีที่เห็นสมควร รัฐมนตรีหรือว่าผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติอาจแต่งตั้งข้าราชการ คนหนึ่ง หรือเจ้าพนักงานรับผิดชอบดูแลการชุมนุมสาธารณะดังกล่าวแทนเจ้าพนักงาน ตามวรรคหนึ่งก็ได้ ในความเห็นของผมเมื่อกฎหมายฉบับนี้เราให้อํานาจสํานักงาน ตํารวจแห่งชาติในการเข้าไปจัดการดูแลการชุมนุมในระยะเบื้องต้นแล้ว อํานาจสูงสุดในการ แต่งตั้งเจ้าพนักงานในการช่วยกํากับดูแลการชุมนุมสาธารณะให้เป็นไปตามกฎหมายอํานาจ นั้นสูงสุดน่าจะอยู่ที่ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติก็เพียงพอแล้ว ซึ่งถ้าท่านจะดูในมาตรา ๒๐ ซึ่งเพิ่งผ่านไปอํานาจนั้นก็เป็นอํานาจสูงสุดอยู่ที่ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ แต่ในมาตรา ๒๒ เราไปดึงให้รัฐมนตรีเข้ามามีอํานาจใช้อํานาจนั้นด้วย ก็คือใช้อํานาจในการแต่งตั้งข้าราชการ คนหนึ่งเป็นเจ้าพนักงานแทน รัฐมนตรีคือใคร รัฐมนตรีในกฎหมายฉบับนี้ ตามนิยามก็คือ นายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ กระผมเห็นว่าไม่มีความจําเป็น การชุมนุมในเบื้องต้นนี้เมื่อมีการชุมนุมเกิดขึ้นในกรณีที่อาจจะละเมิดกฎหมายก็คือว่าไม่ได้มี การแจ้งหรือว่ามีการละเมิดคําสั่งศาล ผู้ที่จะกํากับให้การชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเป็นไปตามกฎหมายก็คือเจ้าหน้าที่ตํารวจอยู่แล้ว หากการชุมนุมนั้นได้พัฒนายกระดับ ขึ้น กลายเป็นความไม่สงบสุขหรือกระทบต่อความมั่นคง นายกรัฐมนตรีก็สามารถลงมาดูแล ได้ แต่ว่าก็ยังมีกฎหมายอื่นซึ่งให้นายกรัฐมนตรีได้ใช้อํานาจในการเข้ามาก็คือพระราชบัญญัติ การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑ และพระราชกําหนดการบริหาร ราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ อํานาจนั้นมีอยู่ในมือของนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นถ้าเราจะแบ่งระดับของการชุมนุมระดับของความเข้มข้นทางกฎหมาย เราต้องการให้ร่าง พ.ร.บ. การชุมนุมสาธารณะนี้เป็นเพียงเบื้องต้นในการดูแลความสงบสุข ดูแลความสะดวกของพี่น้องประชาชนตามเจตนารมณ์ของกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา ๖๓ แล้ว อํานาจในการแต่งตั้งเจ้าพนักงานในการดูแลการชุมนุมสาธารณะก็น่าจะอยู่ที่สํานักงาน ตํารวจแห่งชาติก็เพียงพอแล้ว เพราะฉะนั้นผมเสนอให้ตัดคําว่า รัฐมนตรี ในมาตรา ๒๒ ออกไป อีกประการหนึ่งก็คือว่าหากยังคงร่างเดิมไว้ก็จะก่อให้เกิดความสับสนได้ ก็คือว่า ถ้าเราเขียนว่าในกรณีที่เห็นสมควรรัฐมนตรีหรือผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติอาจแต่งตั้ง ข้าราชการคนหนึ่งเป็นเจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะดังกล่าวแทนเจ้าพนักงาน ตามวรรคหนึ่งก็ได้นั้น ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติไม่มีอํานาจไปแต่งตั้งคนอื่นหรอกครับ แต่งตั้งได้เฉพาะตํารวจ จะไปแต่งตั้งข้าราชการกรมสรรพากร แต่งตั้งข้าราชการกรมส่งเสริม การเกษตรและสหกรณ์เข้ามาเป็นเจ้าพนักงานแทนก็คงไม่ได้ เพราะฉะนั้นการไปเขียนไว้เช่น ตามที่ร่างที่กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ได้ผ่านความเห็นชอบแล้วก็อาจจะเกิดปัญหาได้ผมจึง เสนอให้ตัดคําว่า รัฐมนตรีหรือ ออก แล้วก็เป็นไปตามถ้อยความที่ปรากฏอยู่ในร่างนี้ ขอบคุณครับ