สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๒๐ เมษายน ๒๕๕๔

พีรพันธ์ พาลุสุข หารือเรื่องการควบคุมการชุมนุมสาธารณะ โดยเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่หลีกเลี่ยงการใช้กำลัง และใช้เครื่องมือในการควบคุมฝูงชนเพียงเท่าที่จำเป็น พร้อมต้องการทราบว่าแผนหรือแนวทางในการควบคุมนี้จะขึ้นไปเมื่อไร และขอให้ตัดข้อความที่ไม่ชัดเจนในแผนการแก้ไขปัญหาที่ไม่ชัดเจน

นายพีรพันธ์ พาลุสุข ยโสธร

ท่านประธานที่เคารพ ผม พีรพันธ์ พาลุสุข พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดยโสธร ท่านประธานครับในมาตรานี้เอาตามที่คณะกรรมาธิการ ได้เพิ่มขึ้นมา เพราะในวรรคสองในกรณีที่ผู้ชุมนุมไม่ปฏิบัติตามประกาศดังกล่าวให้ เจ้าพนักงานร้องขอต่อศาล แล้วก็ให้เจ้าพนักงานมีอํานาจทําตามแผนหรือแนวทางการควบคุมการชุมนุมที่ ครม. กําหนด ตามข้อเสนอของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ คือผมอ่านแล้วพอมาดู่ในวรรคที่ท่านเพิ่มเติม ขึ้นมานี้มันมี ๒ อันนะครับ คือมีแผนกับมีแนวทางการควบคุมการชุมนุมสาธารณะที่ ครม. กําหนดตามข้อเสนอของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ก็มีคําถามว่าแผนนี้เป็นแผนที่มันขยาย ไปถึงแผนที่ ครม. เห็นชอบตามข้อเสนอแนะของสํานักงานตํารวจแห่งชาติหรือเปล่า หรือเฉพาะแนวทางการควบคุมเท่านั้นที่ต้องผ่าน ครม. ถ้าทั้ง ๒ อัน ทั้งแผนหรือแนวทางนี้ ก็เป็นเรื่องที่ ครม. ให้ความเห็นชอบด้วย ก็แปลว่าอาจจะมี ๒ อย่าง ๑. แผนในการควบคุม ซึ่งรู้ไหมว่าเพื่ออะไร เพราะใช้คําว่า แผน นี้หมายความว่ามันต้องไปพูดถึงเรื่องวิธีการที่ทํา มีแผนการ เอาละถ้ามาชุมนุมตรงราชประสงค์อีกทีต้องวางแผน อย่างนั้นหรือเปล่า ที่จะควบคุมการชุมนุมให้ได้ ส่วนแนวทางการควบคุมก็อาจจะเป็นแนวทางที่จะใช้ควบคุม ที่ไหนก็ได้ ผมจึงสงสัยว่าทําไมจึงใช้ทั้ง ๒ คํา

ทีนี้ข้อต่อไปที่ท่านเติมขึ้นมานี้ แผนหรือแนวทางการควบคุมนั้น ให้เจ้าพนักงานหลีกเลี่ยงการใช้กําลัง หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ให้ใช้เท่าที่จําเป็น ใช้เครื่องมือ ในการควบคุมฝูงชนเพียงเท่าที่จําเป็น ก็คงต้องถามต่อไปนะครับว่าเครื่องมือในการควบคุม ฝูงชนเท่าที่จําเป็นนี้ เอาละตามที่ท่านโดยเฉพาะกรรมาธิการที่มาจากตํารวจที่ท่านผ่าน การอบรมมามีทักษะอย่างดี เครื่องมือในการควบคุมฝูงชนเท่าที่จําเป็นนี้ แนวทางที่ สํานักงานตํารวจแห่งชาติจัดอบรมกันนี้คืออะไร จะเริ่มต้นจากไหน จากหนักเป็นเบา จะมีไหมที่จะเห็นเฮลิคอปเตอร์หย่อนแก๊สน้ําตาลงมาอย่างนี้อีก เพราะว่าเท่าที่จําเป็น คือผมก็สงสัยในวรรคก่อนบอกว่าตามแผนหรือแนวทางที่ ครม. เห็นชอบ พอเพิ่มขึ้นมา แผนหรือแนวทางการควบคุมนี้ก็เป็นอันว่าในแผนหรือแนวทางในการควบคุมนี้แน่นอน ว่าต้องพูดถึงเรื่องการใช้กําลังด้วย อย่างนั้นใช่ไหมครับที่เขียนมาอย่างนี้ บอกว่าแผน หรือแนวทางในการควบคุมที่จะกําหนดขึ้น หรือกําหนดขึ้นตามวรรคสอง คือแผนนี้มันผ่าน ครม. มาแล้ว ให้เจ้าพนักงานหลีกเลี่ยงการใช้กําลัง ก็คือแปลว่าในแผนนั้นหรือแนวทางนี้ แน่นอนต้องไม่พูดเรื่องการใช้กําลังใช่หรือเปล่าครับ แล้วเวลาที่เจ้าหน้าที่เอาแผนหรือ เอาแนวทางนั้นมาใช้ ให้หลีกเลี่ยงการใช้กําลัง เพราะผมเข้าใจว่าเวลาอ่านแล้วคือแผนหรือ แนวทางนี้ท่านคงไม่ได้กําหนดขึ้นเป็นครั้ง เพราะคงเป็นแผนทั่วไป ก็เป็นเรื่องที่สํานักงาน ตํารวจแห่งชาติเสนอ ครม. ว่าในการควบคุมการชุมนุมมีแผนอย่างนี้หรือมีแนวทางอย่างนี้ แล้ว ครม. ก็เห็นชอบมา ตรงนี้พออ่านไปที่จริงน่าจะเขียนให้เข้าใจว่าในการปฏิบัติ ตามแผนหรือแนวทางนี้พึงหลีกเลี่ยงการใช้กําลังเป็นเบื้องต้น เข้าใจว่าในแผนนั้นมีการให้ใช้ กําลังกันได้ แต่ว่าเวลานํามานี่ให้หลีกเลี่ยงนะ อย่างนั้นใช่หรือเปล่า ฉะนั้นเวลาแล้วมันก็ ทําให้ครุ่นคิดไปด้วย ตกลงแผนหรือแนวทางนี้จะขึ้นไปเมื่อไร

ข้อต่อไปบังเอิญท่านกรรมาธิการไม่ได้แก้ไข ผมก็สังเกตมานานแล้ว อยากจะ ถามเป็นความรู้เหมือนกัน เพราะว่าเดิมในร่างนี้เมื่อพูดถึงศาล ท่านหมายถึงศาลแพ่ง แต่คราวนี้คงมีการท้วงกัน ท่านก็เลยตัดคํานิยามคําว่า ศาล ออกไปนะครับ แล้วผมก็ไปอ่านในข้อสังเกตอีกว่าจะเป็นศาลไหนก็แล้วแต่เรื่องของคดี อาจจะเป็น ศาลปกครองก็ได้ ศาลแพ่งหรือศาลอาญาก็แล้วแต่เรื่อง ถ้ามีปัญหาจะไปศาลไหนก็มี คณะกรรมการแก้ไขข้อขัดแย้งระหว่างศาลพิจารณา แต่ผมอ่านในมาตรานี้นะครับ ถ้ามี การกระทําตาม (๑) (๒) ก็คือการชุมนุมนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้ชุมนุมไม่ปฏิบัติตาม มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๙ หรือ (๒) ผู้จัดการชุมนุมไม่ทําตาม (๘) พอย้อนกลับไปดูมาตรา เหล่านี้นะครับ แล้วท่านจะขอต่อศาล ขอให้ศาลสั่งเลิกการชุมนุม คือเรื่องข้อหาใน (๑) (๒) เข้าใจว่าเป็นเรื่องทางอาญา ทีนี้พอจะขอให้ศาลสั่ง สั่งเลิกการชุมนุมไปศาลไหนดี ผมไม่ เข้าใจจริง ๆ ก็อาจจะขอเป็นความรู้จากท่านกรรมาธิการว่าจะอย่างไรนะครับ แล้วก็ใน ระหว่างรอคําสั่งศาลก็เหมือนกันท่านก็ดําเนินการตามแผนนี้ ก็ขอย้อนกลับไปคําถามเดิมว่า ระหว่างรอคําสั่งศาลให้ดําเนินการตามแผนนี้ แล้วก็หลีกเลี่ยงการใช้กําลัง เขียนกลับไป กลับมาทําให้อ่านไม่ค่อยจะเข้าใจ หรือเข้าใจไขว้เขวไปได้ว่าแผนนี้สั่งเมื่อไร มีมาเมื่อไร ทั้ง ๆ ที่ในแผนนั้นมี เขียนอย่างนี้เขาก็เข้าใจว่าในแผนนั้น แนวทางนี้มีขั้นถึงกับให้ใช้กําลังได้ด้วย แต่พอปฏิบัติท่านก็เตือนเจ้าหน้าที่ว่าให้หลีกเลี่ยงการใช้กําลังนะ ถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็ใช้เท่าที่ จําเป็น ก็ไม่รู้เขียนมาทําไม ถ้าจะดีนะครับ ก็บอกว่าให้หลีกเลี่ยงการใช้กําลัง ต่อไปวรรคท้าย ที่บอกให้ใช้เท่าที่จําเป็นนี่ ผมคิดว่าอยากจะเสนอให้ตัดออก แต่ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันที่ท่าน เขียนต่อมาว่าให้หลีกเลี่ยงการใช้กําลัง หลีกเลี่ยงไม่ได้เอาเท่าที่จําเป็น ถ้าจะตัดออก ท่านก็ บอกว่าถ้ามันจําเป็นจริง ๆ ทําอย่างไร คือเวลาเขียนก็อ่านวกไปวกมา หรือผมอาจจะเข้าใจ สับสนได้ว่าพออ่านที่ท่านเขียนขึ้นมา บอกแผนหรือแนวทางที่กําหนดขึ้นนั้น ก็แปลว่า ท่านต้องไปเขียนไว้ในแผน บอกให้เจ้าหน้าที่หลีกเลี่ยงการใช้กําลัง ก็แสดงว่ามันอยู่ใน แผนแล้วถ้าอย่างนั้น หรือว่าแผนของท่านมีพูดเรื่องการใช้กําลังด้วย แต่พอปฏิบัติอย่าเพิ่งทํา ตามแผนเรื่องใช้กําลังหรือเปล่า ขอบคุณท่านประธานครับ