สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๒๐ เมษายน ๒๕๕๔

วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ เสนอการแก้ไขกฎหมายเพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์และการชุมนุมสาธารณะ โดยเสนอให้เพิ่มบทบัญญัติเกี่ยวกับการห้ามเข้าไปหรือกีดขวางสถานที่สำคัญ และแสดงความคิดเห็นว่าการชุมนุมสาธารณะควรเป็นการไม่กีดขวาง และไม่ควรต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของหรือผู้ครอบครอง

นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ มุกดาหาร

ท่านคะอยากจะขอแจ้งให้ คณะกรรมาธิการทราบถึงว่าในกฎหมายฉบับนี้เราควรไหมที่จะทําในส่วนของการท่านได้ เพิ่มเติมแก้ไขเข้าไปว่าไม่เข้าไปหรือในข้อความนี้นะคะ เจตนารมณ์ในกฎหมายฉบับนี้ ดิฉันต้องการให้ว่า ในรัฐธรรมนูญนี้กําหนดไว้ในหน้าที่ของปวงชนชาวไทย ในมาตรา ๗๐ ท่านประธานคะขออนุญาตอ่านนะคะ มาตรา ๗๐ นั้นเขียนว่า บุคคลมีหน้าที่พิทักษ์รักษาไว้ ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้ นี่ละค่ะในหมวด ๔ หน้าที่ของปวงชนชาวไทย เหตุการณ์ บ้านเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ท่านคะ ไม่ว่าจะเด็ก ๆ ลูก ๆ หลาน ๆ ต่าง ๆ ทุก ๆ คนว่า ทําไมผู้ใหญ่ทํางานอย่างนี้ ทําไมจะต้องมาชุมนุม แล้วทําไมจะต้องมาทําลายล้างภาพพจน์ ของพระมหากษัตริย์ของประเทศไทย เราทุก ๆ คนปกป้องพร้อมที่จะปกป้องสถาบัน พร้อมที่จะปกป้องพระมหากษัตริย์ แต่ในส่วนของการชุมนุมที่เกิดขึ้น ท่านคะ ท่านก็ได้เห็น แล้วคณะกรรมาธิการก็ได้เห็น ดิฉันจึงว่าในการที่มีกฎหมายฉบับนี้เกิดขึ้นในหมวด ๘ นั้น น่าจะเขียนกําหนดเอาไว้ว่า ห้าม ในกรณีว่าถ้าหากว่าการชุมนุมสาธารณะต้องไม่กีดขวาง ก็ขอให้ถ้าหากว่าท่านจะแก้เป็นว่า ไม่เข้าไปหรือกีดขวางอย่างนี้น่าจะเขียนเป็นว่า การชุมนุม สาธารณะ ห้ามเข้าไป หรือกีดขวางทางเข้าออกสถานที่ดังต่อไปนี้

๑. สถานที่ประทับของพระมหากษัตริย์ พระราชินีและพระรัชทายาท

๒. โรงพยาบาล สถานศึกษาและศาสนสถาน

๓. สถานทูตหรือสถานกงสุลของรัฐต่างประเทศ

๑ ถึง ๓ นี้นะคะน่าจะเป็นข้อห้าม แต่เมื่อวานนี้ดิฉันได้ฟังคณะกรรมาธิการ ชี้แจงว่าในรัฐธรรมนูญนี้คือห้ามชุมนุมสาธารณะ ซึ่งความหมายไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ ดิฉันว่า กฎหมายฉบับนี้ต้องการให้มีการชุมนุมสาธารณะเกิดขึ้น เพื่อให้เกิดความสงบเกิดขึ้น ในประเทศ แต่ในภายใต้ความสงบนั้นก็คงจะอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญที่ได้กําหนดเอาไว้ว่าหน้าที่ ของปวงชนชาวไทย จึงให้มีกําหนดคําว่า ห้ามเกิดขึ้นใน ๓ วงเล็บนี้ แต่ในกรณีที่ท่านเพิ่มเติม เข้ามา ท่านไปเพิ่มเติมว่าไม่เข้าไปหรือกีดขวาง ทั้ง ๆ ที่ในร่างเดิมนั้นเขียนไว้แค่ว่า ไม่กีดขวาง ดิฉันจึงขอชี้แจงและตั้งข้อสังเกตว่าให้คณะกรรมาธิการพิจารณาดูอีกครั้งหนึ่งว่า ใน ๕ วงเล็บนี้ ถ้าเอา ๓ วงเล็บนี้ออกมาเป็นข้อห้าม และในอีก ๓ วงเล็บนั้นเป็นการ ไม่กีดขวาง แต่คําว่า ไม่เข้าไปนั้นคงไม่ควรจะให้มีขึ้น เพราะว่าเราไม่กีดขวางเราก็ไม่กีดขวาง อยู่แล้ว ชุมนุมสาธารณะก็ไม่กีดขวางในพื้นที่ทางเข้าออกของหน่วยงาน อย่างเช่น รัฐสภาหรือท่าอากาศยาน แล้วท่านไปเติมคําว่า เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าของ หรือผู้ครอบครองสถานที่นั้น ข้อความนี้มันอาจจะเป็นการเติมขึ้นฟุ่มเฟือยเกินไปหรือไม่ เพราะเนื่องจากว่าเราเขียนว่าไม่เข้าไปหรือกีดขวางนี้ เราได้รับแจ้งแล้วในมาตรา ๕ ได้เขียนว่าเป็นผู้รับแจ้ง เขาเหล่านั้นต้องถือปฏิบัติตามกฎหมายที่กําหนดเอาไว้ ได้แจ้งไว้ว่า จะมาชุมนุมในที่สาธารณะในด้านหน้าของรัฐสภาหรือของทําเนียบ หรือของอะไรต่าง ๆ นั้น ก็สมควรแล้ว ทําไมจะต้องให้ไปเสียเวลาอีกในกรณีว่าจะต้องได้รับการอนุญาต ถ้าได้รับ การอนุญาต เกิดทางรัฐสภาไม่อนุญาตเขาเหล่านั้นก็ไม่สามารถที่จะมาเรียกร้องสิทธิ ของตนเองในกรณีที่เขาขาดสิทธิ ขาดประโยชน์หรืออะไรต่าง ๆ ที่เขาพร้อมที่จะมาเรียกร้อง แล้วก็มาชุมนุมเรียกร้อง ดิฉันจึงไม่เห็นด้วยในการที่ท่านได้เพิ่มเติมคําว่า เว้นแต่จะได้รับ อนุญาตจากเจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานที่นั้น และขอให้คณะกรรมาธิการคิดอีกครั้งที่ดิฉัน ได้บอกไปเมื่อสักครู่ว่าห้ามใน ๓ วงเล็บนั้น และในส่วนอีก ๓ วงเล็บนี้คือในการที่เพิ่มเติม ของคณะกรรมาธิการใน (๖) ย่านเศรษฐกิจการค้าสําคัญ ซึ่งในร่างเดิมนี้ไม่มี ในร่างเดิมนี้ไม่มี ดิฉันได้อ่าน เมื่อวานนี้ได้คุยกับท่านคณะกรรมาธิการนิพนธ์อยู่ ท่านบอกว่าท่านให้วรศุลีนี้ อภิปรายในส่วนของร่างเดิม ดิฉันบอกว่าร่างเดิมดิฉันได้อ่านไว้แล้ว แล้วก็ในข้อเพิ่มเติม ในร่างเดิมนั้นก็มี แต่ในส่วนของคณะกรรมาธิการเสียงส่วนน้อยที่ได้เพิ่มเติมเอาไว้นั้น ดิฉันเห็นชอบด้วยว่าควรจะให้เป็นอย่างนี้ อย่างเช่น (๖) นี้ท่านเขียนเอาไว้ในส่วนของแก้ร่างว่า (๖) ย่านเศรษฐกิจการค้าสําคัญ ซึ่งดิฉันก็ได้อภิปรายไว้ตั้งแต่วาระแรกแล้วว่า สมควรไหม ที่จะให้การชุมนุมเกิดขึ้นในศูนย์การค้า อย่างเช่นที่ เซ็นทรัล เวิลด์ (Central World) แล้วเกิดเซ็นทรัล เวิลด์นี้เกิดขึ้นมาว่ามีมือที่สอง มีมือที่สามเกิดขึ้น เผาเซ็นทรัล เวิลด์ ไปอย่างนี้ นั่นแหละค่ะ ดิฉันจึงบอกว่าดิฉันเห็นชอบด้วยใน (๖) ที่เพิ่มขึ้น ย่านเศรษฐกิจ การค้าสําคัญ คือจะต้องไม่เข้าไปหรือไม่กีดขวางทางเข้าออกของย่านเศรษฐกิจและการค้า สําคัญนี้ ดิฉันก็ขออภิปรายแสดงความคิดเห็นในส่วนนี้ต่อท่านประธานก่อน แล้วต้องฟังดูว่า ท่านคณะกรรมาธิการนี้ชี้แจงอย่างไร แล้วดิฉันจะได้ขอฟังอีกครั้งหนึ่งนะคะ