สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๒๐ เมษายน ๒๕๕๔

ไพโรจน์ พลเพชร ชี้แจงการตรวจสอบขององค์กรและรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร คณะรัฐมนตรี และสาธารณะ และหารือเรื่องการให้อํานาจหน้าที่แก่กรรมการ เพื่อปกป้องผู้บริโภคและแก้ไขการละเมิดสิทธิ

นายไพโรจน์ พลเพชร กรรมาธิการ

ขอบคุณครับท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ผม ไพโรจน์ พลเพชร กรรมาธิการ ผมอยากชี้แจงข้อข้องใจของหลายท่าน ที่บอกว่ากรรมการชุดนี้ไม่ต้องถูกตรวจสอบ ไม่ต้องทํารายงาน ที่จริงอยู่ในมาตรา ๑๘/๓ อยู่แล้ว ว่าต้องรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร รายงานต่อคณะรัฐมนตรี รายงานต่อวุฒิสภา และเผยแพร่ต่อสาธารณะ ที่จริงการตรวจสอบในองค์กรนี้ถูกวางระบบการตรวจสอบเข้มแข็ง หลายระดับอยู่แล้ว แต่ว่าจริง ๆ เดี๋ยวค่อยไปพูดกันในมาตราที่ถึง แต่ว่าพูดเป็นแนวทาง ไว้ก่อนครับว่า ๑. ถูกตรวจสอบโดยองค์กรผู้บริโภคว่าต้องมีการประชุมสมัชชาเพื่อจะ ตรวจสอบองค์กรนี้ องค์กรบริโภคทั้งหมดทุกปีต้องมาประชุมร่วมกัน อันนี้ตรวจสอบ โดยองค์การ ๒. ตรวจสอบโดยรายงาน เวลาทํารายงานการเงินก็มีคณะกรรมการตรวจสอบ ภายในอยู่แล้ว ๓. ก็คือต้องทํารายงานถึง อย่างที่ผมเรียนมาตรา ๑๘/๓ ไปแล้ว เพราะฉะนั้น ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องระบบตรวจสอบนะครับ ว่าองค์กรนี้จะปราศจากการถูกตรวจสอบ อย่างเข้มแข็ง และที่สําคัญวางการตรวจสอบไว้ที่ภาคประชาชน หรือภาคองค์กรสามารถ ตรวจสอบได้ตลอดเวลา อันนี้เป็นประเด็นที่แตกต่างกับกฎหมายอื่น อันนี้เป็นประเด็นที่ ๑ ที่อยากจะเรียนนะครับ

ประเด็นที่ ๒ เรื่องอํานาจหน้าที่ในการเสนอโฆษณาข้อเท็จจริงบางอย่าง ที่จริงในปัจจุบันนี้การให้ข้อมูลกับผู้บริโภคเป็นเครื่องมือสําคัญที่จะผู้บริโภคได้รับข้อเท็จจริง ที่จะปกป้องตัวเอง รัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๑ วรรคหนึ่ง จึงพูดเรื่องนี้ไว้ว่าเป็นสิทธิที่ประชาชน ควรจะได้ข้อมูลข้อเท็จจริง ทีนี้ถามว่าการได้ข้อมูลข้อเท็จจริงที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญจะเป็น จริงได้ไหม ถ้าไม่มีมาตรการทําให้เป็นจริง ปัจจุบันก็คือว่าถ้ามีสินค้าอันตรายข้อเท็จจริง คณะกรรมการคุ้มครองบริโภคสามารถเปิดเผยข้อมูลได้ เพราะฉะนั้นการเขียนให้อํานาจ กรรมการชุดนี้เพื่อเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นจริงต่อผู้บริโภคเป็นเครื่องมือซึ่งสําคัญที่จะปกป้อง คุ้มครองผู้บริโภคเป็นมาตรการที่สําคัญ จึงให้อํานาจหน้าที่เขียนไว้ แล้วที่สําคัญมากกว่านั้น การที่จะให้ข้อมูลข้อเท็จจริงจึงไปเขียนเชื่อมโยงว่าต้องมีงานศึกษาวิจัย เพราะถ้าไม่มีงาน ศึกษาวิจัย มีข้อเท็จจริงที่เป็นเท็จ ไปกล่าวหาบุคคลใดก็ตามกฎหมายไม่ได้คุ้มครองครับ องค์กรนี้ก็เป็นองค์กรที่สามารถถูกตรวจสอบโดยศาลทุกระดับ ถ้าทําความผิด และที่สําคัญ ถ้าใช้อํานาจโดยไม่สุจริตก็ถูกตรวจสอบได้ทั้งหมดครับ แล้วที่สําคัญองค์กรนี้ถ้าพูดกันไปแล้ว ไม่ได้เป็นองค์กรที่ใช้อํานาจอะไรเลย ต้องเชื่อมต่อกับคนอื่นทั้งนั้นครับ การที่จะเสนอ มาตรการกฎหมายก็ต้องเสนอกับฝ่ายบริหาร ฝ่ายบริหารไม่ทําก็จบฟ้องคดีก็ส่งต่อไปที่อัยการ อัยการไม่ฟ้องก็จบ ให้ความรู้ประชาชนอาจจะไปทําหน้าที่เอง ประชุมประชาชน ประชุม สมัชชาก็ทําเองอย่างนี้ครับ แท้จริงไม่ใช้อํานาจโดยตัวเองเลย เป็นองค์กรที่เชื่อมโยงระหว่าง ภาคสังคมกับภาครัฐ กลไกของรัฐทุกระบบให้เดินได้ อันนี้สําคัญนะครับ ผมคิดว่า นี่คือความแตกต่าง เพราะฉะนั้นองค์กรนี้ไม่ได้มีอํานาจอย่างทาง ป.ป.ช. ไปฟันใครไม่ได้เลย ข้อเท็จจริงเป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้นอํานาจที่เขียนเพิ่มขึ้น มาตรา ๑๕ นี้ทั้งหมดไปเชื่อมโยง ว่าสามารถตรวจสอบให้มีประสิทธิภาพได้หรือไม่ ตรวจสอบการละเมิด การคุ้มครองผู้บริโภค และรายงานได้หรือไม่ เสนอมาตรการได้หรือไม่ ผมเรียนอย่างนี้ผม เวลาองค์กรนี้ไปศึกษา พบว่ากฎหมายหรือกฎระเบียบไม่สอดคล้องหรือละเมิดสิทธิประชาชนจะทําอย่างไร เสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานของรัฐไม่แก้ไขเพราะกระบวนการแก้ไขยาวมาก ถ้าเป็นกฎหมายยิ่งยาวมากนะครับ แต่พบแล้วเสนอให้อัยการเสนอต่อศาลปกครองเพื่อแก้ ในศาลปกครองได้เลยไหม เพื่อศาลรัฐธรรมนูญได้เลยไหม นี่คือตัวอย่างว่าเราจึงต้องไป เชื่อมโยงกับอํานาจศาลว่ากฎระเบียบบางอย่างมันอาจจะแก้ไขโดยส่งไปให้อัยการ เพื่ออัยการส่งต่อไปที่ศาลปกครองสูงสุดได้เลย ดังนั้นการให้เขียนอํานาจหน้าที่ของกรรมการ ชุดนี้ จึงเป็นการเชื่อมโยงกับอํานาจอื่นที่มีอํานาจอยู่แล้ว ไม่ว่าอํานาจบริหาร อํานาจตุลาการ หรืออํานาจนิติบัญญัติก็ตาม จึงไม่ได้มีอํานาจในตัวเอง ไม่มีแสงสว่างในตัวเองครับ ประชาชน ยังบอกเลยว่าเป็นยักษ์ที่ไม่มีกระบอง แล้วก็จะถูกวิพากษ์วิจารณ์เหมือนกับองค์กรทั้งหลาย ที่เป็นข้อเสนอแนะที่ผ่านมา นี่เป็นข้อเท็จจริงที่เราประสบมานะครับ เพราะฉะนั้นการออกแบบนี้ไม่ได้เกินเลยจากรัฐธรรมนูญนะครับ มาตรา ๖๑ วรรคหนึ่ง บอกว่าต้องมีสิทธิอะไร แล้วสิทธิจะเป็นจริงไหม (๒) จึงเขียนเพื่อให้สิทธิในมาตรา ๑ ว่าสิทธิ ได้รับข้อมูลข่าวสาร สิทธิที่จะรวมตัวกัน สิทธิที่จะได้ชดเชยเวลาเกิดละเมิดสิทธิ เป็นจริง องค์กรนี้จึงไปเสริมให้สิทธิของประชาชนเป็นจริงขึ้นเท่านั้นละครับ ไม่ได้มีทําอะไรได้มากกว่านั้น แล้วไม่มีอํานาจในตัวเองครับ นี่คือสิ่งที่อยากเรียนท่านกรรมาธิการทั้งหลาย ขอบคุณครับ