สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๒๐ เมษายน ๒๕๕๔

พีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค เสนอแนะว่าปัญหาการแต่งตั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่สมัยรัฐบาลที่แล้ว และยังเกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาลปัจจุบันเข้ามาดำรงตำแหน่ง พยายามชี้แจงให้เข้าใจชัดเจนว่าแม้ในช่วงที่ผ่านมานี้ไม่มีคณะกรรมการ ป.ป.ท. แต่เจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงยุติธรรมก็ได้ออกไปปฏิบัติหน้าที่ป้องกันปราบปรามการทุจริตอย่างต่อเนื่อง พีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค หารือเรื่องกระบวนการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และอธิบายว่ากระบวนการนี้ดำเนินการโดยคณะกรรมการที่มีท่านปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน โดยมีการตรวจสอบคุณสมบัติและความเหมาะสมของบุคคลที่จะเข้ารับตำแหน่ง และดำเนินการตามขั้นตอนตามกฎหมาย

นายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิก ทั้ง ๒ ท่านที่ได้กรุณาสอบถามในประเด็นทั้ง ๒ ประเด็น

ประเด็นแรกผมขออนุญาตพูดรวมกันไปเลยนะครับ กระบวนการในเรื่องของ การแต่งตั้งคณะกรรมการ ป.ป.ท. นี้มีปัญหาอย่างที่ท่านได้กล่าวไปเมื่อสักครู่นะครับ ผมไม่ไปรบกวน ขออภัยครับ ผมจะบอกว่าไม่เอ่ยนามครับ ก็คือว่าในกระบวนการตรงนี้ มันเกิดข้อปัญหาเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยรัฐบาลที่แล้ว เพราะว่ามันมีปัญหาทางด้านเอกสาร มันมีปัญหาทางด้านการเข้าใจในกระบวนการที่สับสนกันอยู่ แม้กระทั่งตอนที่รัฐบาล ชุดปัจจุบันเข้ามาดํารงตําแหน่งแล้วก็ยังได้ข้อมูลที่สับสน เพราะว่ามีเอกสารจํานวนหนึ่ง สูญหายไปในช่วงที่เกิดวิกฤติในบ้านเมือง ในช่วงซึ่งสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ต้องโยกย้ายที่ทํางานอยู่หลายแห่งก็เลยทําให้เกิดข้อสับสนขึ้น อันนี้ก็คือปัญหา

ประการที่ ๒ ผมขออนุญาตชี้แจงเพื่อให้เกิดความเข้าใจชัดเจนว่า แม้ในช่วงที่ผ่านมานี้ไม่มีคณะกรรมการ ป.ป.ท. แต่ว่าอีกส่วนหนึ่งของสํานักเลขาธิการ ป.ป.ท. ซึ่งเป็นข้าราชการในสังกัดกระทรวงยุติธรรม จะแตกต่างจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. นะครับ คือคณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นอิสระหมดเลย แต่ว่า ป.ป.ท. อยู่ในกระทรวงยุติธรรม เพราะฉะนั้นนอกจากกฎหมาย ป.ป.ท. แล้ว โดยตรงจะมีกฎหมายระเบียบบริหารราชการ แผ่นดินอีกฉบับหนึ่งที่เขาต้องปฏิบัติตาม เพราะฉะนั้นในช่วงที่ผ่านมานี้แม้จะไม่มี คณะกรรมการแต่เจ้าหน้าที่ทุกนายก็ได้ออกไปปฏิบัติหน้าที่ป้องกันปราบปรามการทุจริต ที่มีการร้องเรียนเข้ามา มีการไปตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐาน แล้วก็ประสานงานส่งเรื่อง กับทาง ป.ป.ช. แห่งชาติเพื่อให้ช่วยกันตรวจสอบการทุจริตอย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลา ที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นในช่วงที่ผ่านมานี้เจ้าหน้าที่ทุกนายของ ป.ป.ท. ก็ได้ปฏิบัติหน้าที่กัน เต็มที่ แต่แน่นอนครับ เมื่อมีคณะกรรมการของตัวเองขึ้นมาก็จะสามารถทําหน้าที่ได้ดีขึ้น แน่นอน อันนี้ก็จะขออนุญาตกราบเรียนในเบื้องต้น

เรื่องที่ ๒ ที่เกี่ยวเนื่องกันก็คือว่ากระบวนการสรรหา ความเป็นจริงแล้ว ตามกฎหมายเขาให้รัฐมนตรีเสนอชื่อไปที่คณะรัฐมนตรีเพื่อให้แต่งตั้งแล้วก็มาให้ทางสภา ทั้ง ๒ สภาตรงนี้เห็นชอบตามลําดับ ในกระบวนการขั้นตอนปกตินะครับ ในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่ว่าจะเป็นผมหรือท่านใดก็แล้วแต่สามารถระบุบุคคล ไปได้เลยว่าจะเอาคนนั้นเป็น คนนี้เป็น แล้วก็ส่งชื่อไปให้คณะรัฐมนตรี แต่ว่าอย่างที่ท่านได้ ยกประเด็นปัญหาสอบถาม แล้วก็บอกว่าในอดีตในการแต่งตั้งชุดอื่นนะครับ มีการตั้ง กรรมาธิการมาตรวจสอบ มาอะไร ในกรรมาธิการที่ผมขออนุญาตยกตัวอย่างเหมือนกัน เช่น กรรมการของผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการ ป.ป.ง. ซึ่งเราก็ได้แต่งตั้งไปแล้ว ในนั้นผมก็เป็น กรรมาธิการวิสามัญอยู่ด้วย ในที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดโน้นก็บอกว่าในการ พิจารณาคัดสรรคนควรจะต้องตรวจสอบ ๑ ๒ ๓ ๔ ผมไม่พูดรายละเอียดนะครับ ตรงนั้น ละครับคือเหตุผลว่าควรจะต้องไปตั้งกรรมาธิการวิสามัญ แล้วก็เพื่อให้กรรมาธิการวิสามัญไป ตรวจสอบเรื่องเหล่านั้น เพราะว่าในอดีตไม่เคยมีการไปทํา แต่ว่าหลังจากที่ผมมาลงตําแหน่งนี้ ผมก็ยึดแนวทางที่ผมได้เคยพูดในคณะกรรมาธิการวิสามัญว่าต้องทําแบบนี้นะ เพราะฉะนั้น ตั้งแต่ในชุดของการคัดสรรบุคคลมาดํารงตําแหน่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ ป.ป.ง. นะครับ ในชั้นของกระทรวงการยุติธรรมมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ผมไม่ได้ใช้ อํานาจที่ผมมีได้ตามกฎหมายนะครับ ไม่ทําครับ มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา มีการสรรหา ให้ท่านปลัดกระทรวงการยุติธรรมเป็นประธาน แล้วก็ไปสรรหากันโดยอิสระ แล้วก็ให้เขา พิจารณากันเอง แล้วก็ตรวจสอบคุณสมบัติเข้มงวดเหมือนที่เราทําในชั้นกรรมาธิการวิสามัญ ของสภาผู้แทนราษฎรเลย แล้วก็ได้บุคคลมาตามจํานวนนั้น แล้วถึงนําเสนอครับ เช่นนี้ กรณีก็เหมือนกัน ในการสรรหาบุคลากรครั้งนี้ก็แบบเดียวกันครับ ตั้งแต่ครั้งที่เคยเสนอชื่อมา ในครั้งที่แล้วซึ่งมีข้อขัดข้องแล้วทางรัฐบาลปัจจุบันต้องถอนออกไป ดําเนินการมาใหม่นี้ ก็มีการตั้งคณะกรรมการมาสรรหาเช่นเดิม ไม่ใช่ทําแบบเมื่อก่อนที่ว่าเสนอชื่อเลย ก็มีการตั้ง กรรมการมาสรรหาแล้วก็มีการประชุม มีการตรวจคุณสมบัติ มีความเหมาะสม ทั้งคุณสมบัติ ตามกฎหมายที่กําหนดไว้แล้วคุณสมบัติอื่น ๆ ที่คิดว่าพึงมีพึงเป็นของคณะกรรมการชุดนี้ ทางคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นก็มีท่านปลัดกระทรวงการยุติธรรมเช่นเดิมเป็นประธาน แล้วก็ให้ ท่านไปคัดเลือกกันเอง แล้วก็ให้คณะกรรมการเป็นคนพิจารณาสรรหาบุคคลที่เหมาะสม ในกรณีอันนี้เป็นคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบ สอบสวน และต้องตรวจสอบ พยานหลักฐาน สอบสวนพยานในเรื่องของการป้องกันปราบปรามการทุจริต สํานวนต่าง ๆ เพราะฉะนั้นคุณสมบัติบางส่วนนี้ทางคณะกรรมการที่เป็นคนสรรหา ไม่ใช่ผมนะครับ คณะกรรมการที่ท่านปลัดเป็นประธานนี้ก็ได้พิจารณา คิดว่าบุคคลต่าง ๆ นี้มีใครบ้าง ที่เหมาะสมจะเข้ามาดํารงตําแหน่ง อันนี้ก็คือที่มาของแต่ละท่าน แล้วก็คุณสมบัติที่กําหนดไว้ ตามกฎหมายถูกต้อง ครบถ้วนไหม อันนี้ก็ได้ดําเนินการตรวจสอบแล้ว เงื่อนไขต่าง ๆ ที่ สภาผู้แทนราษฎรเคยไปกําหนดให้กรรมาธิการวิสามัญไปพิจารณาตรวจสอบคณะกรรมาธิการ วิสามัญซึ่งผมกับบางท่านที่อยู่ด้วยกันเคยทําก็ทําเรียบร้อยแล้ว ซึ่งในส่วนของเจ้าหน้าที่ ท่านไปตรวจสอบได้เลยว่าได้มีการตรวจสอบกันมาแล้วอย่างไรบ้าง แต่ละท่านเป็นไปตามนั้น หรือเปล่า เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ก็ได้มีการตรวจสอบกันอย่างเข้มข้นมาแล้วในชั้นกระทรวง แล้วความเป็นจริงท่านจะเห็นว่าเรื่องนี้ท่านนายกรัฐมนตรีได้ถอนออกไปเมื่อวันที่ ๒ เมื่อเดือนที่แล้ว คือวันที่ ๒ มีนาคม ความจริงใช้เวลาตั้งหลายวันกว่าจะกลับมา เพราะว่า เดิมทีเราก็กะว่าใช้ชุดที่แล้วก็ได้ เพราะว่าสรรหามาถูกต้องเหมือนกัน แต่ปรากฏว่าบางท่าน บอกว่าท่านอยากไปสมัครเป็นวุฒิสมาชิกสรรหาก็เลยมีการเปลี่ยนแปลง ก็เลยมีการพิจารณา คัดสรรกันใหม่ ตั้งกรรมการใหม่ ผมก็ไม่ยุ่งอีก ให้ท่านปลัดกระทรวงเป็นประธาน ท่านก็เป็น คนไปพิจารณาคัดเลือก คัดอะไรกันจนเสร็จเรียบร้อยก็เสนอชื่อมาเพื่อให้ผมส่งทาง คณะรัฐมนตรี เพื่อคณะรัฐมนตรีมีพิจารณาแล้วก็เห็นชอบ แล้วก็ส่งเรื่องมาที่สภาผู้แทนราษฎรเมื่อเร็ว ๆ นี้ เพราะฉะนั้นก็เห็นว่ากระบวนการแต่ละขั้นตอนของรัฐบาลที่ดําเนินการนี้ได้ดําเนินการ ตามขั้นตอนอย่างละเอียดรอบคอบแล้วก็ไม่ได้ใช้อํานาจที่เข้าไปแทรกแซงในการตั้งคนนั้นคนนี้ แต่ว่ามีคณะกรรมการของกระทรวงถูกต้องโดยให้ท่านปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน ดําเนินการ แล้วก็มีการพิจารณาตรวจสอบทุกขั้นตอนเหมือนที่คณะกรรมาธิการวิสามัญของ สภาผู้แทนราษฎรได้ดําเนินการไปหมดสิ้นแล้วครับ ก็นําเรียนมาเพื่อทราบ ขอบคุณครับ