อารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ พูดถึงเรื่องร่างพระราชบัญญัติเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจําตําแหน่งข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษา และเรียกร้องการสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ นอกจากนี้ยังพูดถึงความสำคัญของครูและเรียกร้องให้รัฐบาลพัฒนา คุณภาพของครูโดยการให้สวัสดิการ เช่น โรงพยาบาลครู และการสนับสนุนครูในการทำงาน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคมาตุภูมิ ก่อนอื่นผมต้อง ขอแสดงความยินดีกับคุณครูทั่วประเทศนะครับที่วันนี้ทางสภาได้มีการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจําตําแหน่งข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษา และผมขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้อย่างเต็มที่ ท่านประธานครับ ผมได้ฟังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่าน หรือจากคนทั่วไปมักจะพูดว่า ครูนั้นเปรียบเสมือนเรือจ้าง คนคนหนึ่งครับที่ผมไม่ยอมรับที่จะบอกว่าครูเปรียบเสมือน เรือจ้าง คําว่า เรือจ้าง เป็นเรือที่ส่งคนข้ามฟาก มีการจ่ายเงิน ส่งไปแล้วก็ไป แต่ครูนั้น เป็นบุคคลที่มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี และครูนั้นมีความสําคัญต่อสังคมและประเทศชาติ ถ้าจะบอกว่าครูนั้นเป็นพ่อแม่คนที่ ๒ ของเด็กก็ย่อมได้ เพราะฉะนั้นผมถือว่าครูนั้น เป็นบุคลากรทางการศึกษาและเป็นคนที่มีความสําคัญ พวกเราทั้งหลายที่อยู่ในสภาในวันนี้ ได้อยู่ถึงทุกวันนี้เพราะคุณงามความดีของคุณครู ทุกคนนั้นมีครู ผมอยากจะเรียน ท่านประธานอย่างนี้ครับว่า การศึกษานั้นคือกระบวนการพัฒนาคนนะครับ การพัฒนาคนที่มีคุณภาพ คนจะมีคุณภาพ ได้นั้นต้องมีองค์ประกอบ ๓ ประการ ประการที่ ๑ เขาต้องมีสมองดี ๒. ต้องมีสุขภาพ อนามัยดี ๓. ต้องมีจิตใจหรือคุณธรรมดี ผมเห็นว่าขณะนี้ในสังคมของเราการศึกษาระหว่าง คนรวยกับคนจนนั้นแน่นอนมีความไม่เท่าเทียมกัน ส่วนอาหารของสมองที่เราจะได้รับ จากครูผู้สอนนั้นคนรวยกับคนจนนั้นรับไม่เท่าเทียมกัน แต่อาหารทางร่างกายคนรวย กับคนจนนั้นรับได้เท่าเทียมกัน หรืออาหารทางใจคนรวยกับคนจนนั้นรับได้เท่าเทียมกัน ที่ผมว่าเท่าเทียมกันนั้นคนที่ออกกําลังกายคนจนก็สามารถออกกําลังกายได้ ไม่ว่าจะอยู่ ที่กลางทุ่งนาหรือที่ชายทะเล แม้ว่าอาหารทางใจคนจนก็รับได้เท่าเทียมกับคนรวย เข้าวัด เข้ามัสยิด เข้าไปในแหล่งของคนที่มีความรู้สอนศาสนาซึ่งสอนเป็นวิทยาทานนะครับ แต่ว่าอาหารทางสมองนั้นคนจนกับคนรวยรับไม่เท่าเทียมกัน ทีนี้อาหารสมองใครเป็นคนป้อนให้ ก็คือคุณครูนั่นเอง เพราะฉะนั้นผมอยากจะฝากไว้ว่า คุณครูในวันนี้ แน่นอนนะครับ จากสภาพเศรษฐกิจรัดตัว สภาพสังคมเปลี่ยนไป ความห่างเหินครูกับศิษย์นั้นย่อมมีมากขึ้น ในสมัยโบราณสมัยที่ผมยังเด็ก ๆ นะครับท่านประธาน วันใดที่ผมขาดเรียนวันหนึ่งนะครับ เย็นก็ต้องเจอครูที่บ้าน ครูต้องไปนั่งเฝ้าที่บ้าน ไปเจอพ่อแม่ เล่าให้พ่อแม่ฟัง โดนเฆี่ยนตี หลายครั้ง เพราะไม่ได้ไปโรงเรียน แต่เดี๋ยวนี้เราจะหาครูอย่างนั้นไม่ค่อยมี เพราะสังคม เปลี่ยนแปลงไป แต่อย่างไรก็ตาม ผมเห็นว่าคนที่เป็นครูนะครับ ถ้าเขาอยากจะเป็นคนที่ สอนเด็กให้มีความรู้ความสามารถได้อย่างเต็มที่ ครูนั้นเบื้องต้นเขาเองต้องเป็นคนที่มี สมรรถภาพ ต้องมีความสามารถให้แกร่งเสียก่อน เพราะฉะนั้นการที่เราจะเทียบเงินเดือน ของครูนั้น ถ้าเดี๋ยวนี้ถ้าเราเทียบศาลก็ดี อัยการก็ดี ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการอื่น ๆ ก็ดี ผมคิดว่าครูนั้นทํางานหนักไม่แพ้กับข้าราชการอื่น ๆ บางครั้งจะทํางานหนักยิ่งกว่า ข้าราชการอื่นด้วยซ้ําไป ซึ่งครูนั้นถ้าอยู่ในชุมชนไม่เพียงแต่ว่าจะเป็นครูของเด็กแต่เขา อยากเป็นผู้นําชุมชน สมัยก่อนในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้คนที่มีอาชีพครูมาลงสมัคร ผู้แทนราษฎรก็มักได้รับการเลือกตั้ง เพราะครูนั้นมีบุญคุณใหญ่หลวงต่อสังคม และสังคม ก็รักใคร่ครูเหมือนกับพ่อแม่ของตัวเอง แต่เดี๋ยวนี้ผมถึงอยากบอกว่าคุณครูซึ่งมีประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าคนทั่วประเทศนั้นคือจํานวนที่มีมากถ้าเทียบกับข้าราชการอื่น ๆ นอกจาก ที่เราจะให้สวัสดิการในเรื่องของเงินเดือนสูงขึ้นแล้วนะครับ ผมอยากจะให้สวัสดิการอื่น ๆ ผมอยากจะให้ข้อเสนอแนะต่อผู้ที่เกี่ยวข้องครับ ผมเห็นมีโรงพยาบาลตํารวจมีโรงพยาบาล สงฆ์ มีโรงพยาบาลทหารผ่านศึก ผมอยากจะเห็นโรงพยาบาลครู ครู ๔๐๐,๐๐๐ กว่าคน แถวจังหวัดชายแดนภาคใต้บ้านผม ครูนอกจากว่าสอนโดยได้เงินเดือนที่ไม่มากพอแล้ว ก็ยังเสี่ยงต่อภัยอันตราย ตลอดระยะเวลา ๕-๖ ปีที่ผ่านมานี้ครูไทยบ้านผมเสียชีวิตไปแล้ว ๑๓๗ คน ซึ่งถ้าเราเห็น เชื่อว่าเงินเดือนกับชีวิตนั้นเทียบกันไม่ได้ แต่เนื่องจากว่าความเป็นครู วิญญาณเป็นครูยังสอนคนที่นั่น ยังสอนเด็กที่นั่นโดยที่ไม่เกรงกลัวต่ออันตรายที่จะเกิดขึ้น กับตัวเอง เพราะฉะนั้นผมถึงอยากจะฝากไว้ ถ้าหากว่ารัฐบาลมีความจริงใจในการพัฒนา คุณภาพของครูนั้นนอกจากการให้เงินเดือน ซึ่งผมเห็นว่าก็ไม่มากเท่าไรนักกับการที่ได้รับ เงินเดือนอยู่ อยากจะเห็นโรงพยาบาลครูเกิดขึ้นในประเทศไทยนะครับ เพื่อที่จะบริการแล้วก็ ให้ความสะดวกสบายกับครู ซึ่งเป็นบุคคลที่มีค่าในสังคม ขอขอบคุณครับท่านประธาน