ชลน่าน ศรีแก้ว พูดถึงการให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติเงินเดือนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยหารือเรื่องการปรับฐานเงินเดือนครูให้ใกล้เคียงกับข้าราชการพลเรือนสามัญ และขอแก้ไขกฎหมายเพื่อให้บัญชีเงินเดือนขั้นต่ำและบัญชีอัตราเงินประจําตําแหน่งตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนบังคับใช้โดยอนุโลม นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการเพิ่มอัตราเงินวิทยฐานะของครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยมีข้อกังวลเกี่ยวกับการเพิ่มอัตราเฉพาะตำแหน่งบางตำแหน่งเท่านั้น และขอให้กรรมาธิการตรวจสอบและปรับปรุงโครงสร้างเงินเดือนของครูผู้ช่วย
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ขอบคุณท่านประธานที่อนุญาตให้ผมได้พูดจา แสดงเหตุผลในการที่จะพิจารณาเพื่อจะให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจําตําแหน่งของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเป็นกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเดิม กฎหมายเดิมคือร่างพระราชบัญญัติเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจําตําแหน่งของข้าราชการครูและบุคลากรการศึกษา ปี ๒๕๔๗ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้ดูเหตุผลและสาระสําคัญของตัวร่างพระราชบัญญัติที่ทาง คณะรัฐมนตรีและเพื่อนสมาชิกได้เสนอต่อสภาแห่งนี้ หัวใจหลัก ๆ มี ๒ เรื่องใหญ่ท่านประธานครับ
เรื่องแรก ก็เป็นในบทบัญญัติของกฎหมายฉบับนี้ เราจะแก้ไขเพิ่มเติมโดยการ กําหนดบัญชีเงินเดือนขั้นต่ําขั้นสูง ผมเน้นขีดเส้นใต้คือ บัญชีเงินเดือนขั้นต่ําขั้นสูง และบัญชีอัตราเงินวิทยฐานะ และเงินประจําตําแหน่งของข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา เงินเดือนขั้นต่ําขั้นสูงแตกต่างอย่างไร ท่านประธานครับ ที่ต้องแก้ไขเพราะว่า กฎหมายปี ๒๕๔๗ เขาใช้ว่า บัญชีอัตราเงินเดือนครับ บัญชีอัตราเงินเดือนปี ๒๕๔๗ ก็จะมี ลักษณะของการรับเงินเดือนเป็นไปตามที่เราเรียกว่า ซี ซี ๑ ซี ๒ ซี ๓ ซี ๔ ซี ๕ ซี ๖ ซี ๗ ตอนนั้นยังเป็นระดับซี อยู่ หลังจากนั้นทาง ก.ค.ศ. หรือคณะกรรมการบริหารงานบุคคล ของครูและบุคลากรทางการศึกษาได้ปรับเข้าสู่ระบบแท่ง ซึ่งมีอยู่ ๕ แท่ง รวมทั้งครูผู้ช่วยด้วย ก็เป็นทั้งหมด ๖ แท่งนะครับ มีครูผู้ช่วย ครู คศ. ๑ คศ. ๒ คศ. ๓ คศ. ๔ และ คศ. ๕ ช่วงที่ใช้ระบบแท่งนี้ก็ปรับไปตามพระราชกําหนด ปี ๒๕๕๐ มีบัญชีเงินเดือน หรือบัญชี เงินเดือนขั้นต่ําขั้นสูงอยู่ส่วนหนึ่งนะครับ ท่านประธานครับ อันนี้เป็นข้อแรกที่กฎหมายฉบับนี้ ที่ให้โอกาส เพราะผมดูโครงสร้างในการกําหนดบัญชีเงินเดือนขั้นต่ําขั้นสูง เมื่อเทียบกับ ข้าราชการพลเรือนสามัญที่มีการปรับอัตราเงินเดือนไปและเข้าสู่ระบบแท่งเช่นกัน ไม่ว่า จะเป็นสายบริหาร สายอํานวยการ สายวิชาการ หรือสายทั่วไป ก็มีการเข้าสู่ระบบแท่ง บัญชีเงินเดือนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสายอุดมศึกษาก็เช่นกัน มีระบบขั้นต่ําขั้นสูง ท่านประธานครับ เมื่อเทียบแล้วตัวเลขที่ปรับฐานเงินเดือนขึ้นมา หรือปรับโครงสร้างขึ้นมา ตัวเลขขั้นต่ําเมื่อเทียบกับเงินเดือนขั้นต่ําขั้นสูงของข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาเมื่อปี ๒๕๕๐ ที่ออกตามพระราชกําหนด การปรับอัตราเงินเดือน ฉบับที่ ๒ เมื่อปี ๒๕๕๐ โดยเฉลี่ยแล้วตั้งแต่ คศ. ๑ ถึง คศ. ๕ เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๘.๗ เปอร์เซ็นต์ โดยเฉลี่ยทั้งหมดร้อยละ ๘.๗ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าแต่ละระดับแตกต่างกัน นะครับท่านประธานครับ ระดับ คศ. ๑ เพิ่มขึ้นร้อยละ ๘ เปอร์เซ็นต์ ระดับ คศ. ๒ ซึ่งเป็น สายเดิมที่เขาเรียกว่า สายชํานาญการ คือข้าราชการตั้งแต่ ซี ๗ ลงมา ไม่เกิน ซี ๗ อยู่ คศ. ๒ มีการปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ ๗.๓๔ เปอร์เซ็นต์ คือ ๐๗.๓๔ เปอร์เซ็นต์ต่ํากว่า คศ. ๑ ขยับขึ้นมา นิดหนึ่งครับเป็น คศ. ๓ ซึ่งเทียบเดิมก็คือ ชํานาญการพิเศษหรือระดับซี ๘ เดิม มาแท่งปัจจุบันก็เป็น คศ. ๓ ของครู สายนี้เป็นสายที่ได้รับการปรับเพิ่มมากที่สุดครับ ร้อยละ ๑๘.๒๔ เปอร์เซ็นต์นะครับ สุดท้ายกลุ่ม คศ. ๕ คือระดับสูงเป็นสายเชี่ยวชาญพิเศษ ก็ได้ปรับขึ้นร้อยละ ๓.๓๓ เปอร์เซ็นต์ครับ ท่านประธานครับ นี่คือตัวเลขเมื่อเปรียบเทียบ กับฐานของเงินเดือนขั้นต่ําขั้นสูง เทียบกับปี ๒๕๕๐ ซึ่งเขามีฐานอยู่ แต่ว่าสิ่งที่ผมต้อง กราบเรียน ผมก็ดีใจนะครับที่ทางรัฐบาลได้เห็นความสําคัญของครู ถึงแม้ผมต้องใช้คําว่า เห็นความสําคัญช้าไปนิดหนึ่ง ข้าราชการพลเรือนสามัญทั่วไป เขาได้ปรับตั้งแต่ปี ๒๕๑๑ ร้อยละ ๘ ขึ้นมา เป็นฐานเงินเดือนของเขา ซึ่งเทียบเคียงกับของครูปัจจุบัน เมื่อเอา โครงสร้างใหม่ตามร่างกฎหมายใหม่ไปเทียบกับข้าราชการพลเรือนสามัญก็ใกล้เคียงกัน นั่นหมายความว่ากฎหมายฉบับนี้การปรับโดยเฉลี่ยร้อยละ ๘.๗ นี้จะทําให้ฐาน หรือโครงสร้างเงินเดือนขั้นต่ําขั้นสูงของครูและบุคลากรทางการศึกษานี้ขยับขึ้นไปใกล้เคียง กับข้าราชการพลเรือนสามัญ หรือข้าราชการพลเรือนสายอุดมศึกษา โดยเฉพาะวงเงินขั้นสูง เท่ากัน ถ้าเทียบในอัตราเดียวกันนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ สาเหตุที่ผมกราบเรียนว่า รัฐบาลได้เห็นความสําคัญช้าไปนิดหนึ่ง ด้วยเหตุผลที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ข้าราชการพลเรือนสามัญเขาปรับไปตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ขึ้นไปเลยครับ ๘ เปอร์เซ็นต์ ปรับช่วงแรกก็ ๕ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปอีก ๘ เปอร์เซ็นต์นะครับ ทั้งหมดเป็น ๑๓ เปอร์เซ็นต์ ทําไมครับ ครูไม่สามารถขยับได้ ในขณะที่ข้าราชการพลเรือนสามัญเขาขยับขึ้นไปตามที่ คณะรัฐมนตรีเขาให้ความเห็นชอบไป ไม่ว่าจะเป็น ๕ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๘ เปอร์เซ็นต์ เพราะอะไรครับ เพราะว่าทางคณะครูและบุคลากรทางการศึกษาเองมีองค์กรบริหารครู และบุคลากรทางการศึกษาเอง เขาเรียกว่า ก.ค. ครับ สามารถที่จะกําหนดแนวทาง การบริหารและอัตราเงินเดือนแนบท้ายพระราชบัญญัติในการบริหารงานของตัวเอง แล้วเผอิญว่าพระราชบัญญัตินั้นไปเขียนค่อนข้างที่จะมีข้อจํากัดมัดตัวเองไป ไม่ได้ยึดโยง กับข้าราชการกลุ่มอื่น ฉะนั้นพอข้าราชการกลุ่มอื่นเขาขึ้น กฎหมายตัวเองถูกล็อกไว้ก็เลยมี ข้อจํากัด ก็เป็นที่มาที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ก็จําเป็นครับที่จะต้องกําหนดให้นําบัญชี เงินเดือนขั้นต่ําขั้นสูงและบัญชีอัตราเงินประจําตําแหน่งตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบ ข้าราชการพลเรือนมาบังคับใช้โดยอนุโลม สําหรับตําแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่น ที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ สําหรับแท่งหรือขั้นต่ําขั้นสูงที่ผมกราบเรียนท่านประธาน ใช้สําหรับผู้มีใบประกอบวิชาชีพ มีใบอนุญาต แต่มีคนกลุ่มหนึ่งที่เขายังไม่มีใบประกอบ วิชาชีพก็อนุโลมเอาบัญชีเงินเดือนของข้าราชการพลเรือนมาใช้ได้ เหมือนกับกําหนดให้นํา บัญชีเงินเดือนขั้นต่ําขั้นสูงและบัญชีอัตราเงินประจําตําแหน่งตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบ ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษามาบังคับใช้โดยอนุโลมกับตําแหน่งคณาจารย์ ในหน่วยงานการศึกษาที่สอนระดับปริญญามาบังคับใช้โดยอนุโลมได้เลย แล้วก็หลักการ ที่สําคัญ สาระสําคัญอีกเรื่องหนึ่งที่กฎหมายฉบับนี้จะอนุญาตให้คณะรัฐมนตรีได้มีอํานาจ ในการพิจารณาปรับเงินเดือนขั้นต่ําขั้นสูง เงินวิทยฐานะ เงินประจําตําแหน่งของข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาได้ไม่เกินร้อยละ ๑๐ ถ้าไม่เกินร้อยละ ๑๐ สามารถปรับได้เลย ไม่จําเป็นต้องมาตราเป็นพระราชบัญญัติ กฎหมายฉบับนี้กําหนดให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา ก็คือกฎหมายฝ่ายบริหาร เสมือนเป็นการรองรับด้วยร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ประเด็นที่ผมอยากจะฝากท่านประธานไปยังท่านกรรมาธิการที่จะได้มีโอกาส ได้พิจารณา
ประเด็นแรกสุดครับ ผมพยายามเทียบเรื่องของเงินเดือนขั้นต่ําและขั้นสูง เมื่อเทียบกับข้าราชการพลเรือนเอง หรือเทียบกับฐานเงินเดือนขั้นต่ําขั้นสูงของครูเอง เมื่อปี ๒๕๕๐ นะครับ มีข้อสังเกตว่าอัตราขั้นต่ํา ไม่ว่าจะเป็นขั้นต่ําชั่วคราวหรือขั้นต่ํา ที่เขียนต่ําธรรมดานี่นะครับ ไม่ได้ขยับเลย ผมเองฝากกรรมาธิการครับ คงต้องไปหาเหตุผล ว่าทําไมถึงคงไว้อย่างนี้ ถ้าสมมุติว่าผมเปรียบเทียบให้ท่านประธานฟังนะครับ ในครู คศ. ๒ ซึ่งมีค่อนข้างเยอะนี่ครับ ขั้นต่ําชั่วคราวเดิมอยู่ที่ ๑๒,๕๓๐ บาท มาเป็นอัตราใหม่ ตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็เป็น ๑๒,๕๓๐ บาทเช่นกัน ขั้นต่ํา ปกติคือต่ําไม่มีชั่วคราว ๑๕,๔๑๐ บาท ก็มาเป็น ๑๕,๔๑๐ บาทเช่นกัน ผมอาจจะอ่านตัวเลขผิด ๑๕,๔๑๐ บาท หมายความว่าขั้นต่ํา ไม่ว่าจะชั่วคราวหรือต่ํา โดยกําหนดตรงนี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเลยจากฐานที่กําหนดไว้เมื่อปี ๒๕๕๐ ผมก็เลย ตั้งข้อสังเกตว่าไม่ให้โอกาสคนที่เขาเข้ามาใหม่หรืออย่างไร เช่นจะมาบรรจุใหม่ ท่านประธานครับ ค่าขั้นต่ําชั่วคราวหมายถึงครูที่เขามีวุฒิปริญญาตรีครับ เรียน ๔ ปี เขามาบรรจุปุ๊บเขาได้ ขั้นต่ําชั่วคราว แต่เขาก็จบ ๕ ปีอย่างครูพันธุ์ใหม่นะครับ ต้องเรียน ๕ ปี เข้ามาบรรจุปุ๊บ เขาจะได้ขั้นต่ําที่เขียนว่า ต่ํา ในโครงสร้างของเงินเดือนใหม่ หรือคนโครงสร้างเงินเดือนเดิม ท่านประธานครับ ฟังจากท่านรัฐมนตรีชี้แจงผมก็เข้าใจ ผมเองก็เข้าใจอยู่แล้วว่าการปรับ ฐานโครงสร้างครูทุกคน ๔๓๒,๙๔๒ คน จากศูนย์ข้อมูลข่าวสารปฏิรูปประเทศไทย ต้องได้รับ ทุกคน โดยเฉลี่ยถ้าอยู่ คศ. ๑ ต้องได้คนละไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘ เพิ่มขึ้น ผมกิน ๒๕,๐๐๐ บาท ผมก็ต้องได้ ๘ เปอร์เซ็นต์เพิ่มขึ้น ก็โดยประมาณ ๒๗,๐๐๐ บาท ต้องได้ ทุกคนครับ ถ้าไม่ได้เป็นเรื่องครับ เป็นเรื่องแน่นอน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมตั้งข้อสังเกต ทําไมว่า คนที่เขามาใหม่เขาไม่มีโอกาสที่จะได้ฐานเงินเดือนเพิ่มขึ้น เมื่อเราขยับส่วนสูงขึ้นนะครับ บนสุดขึ้น แต่ข้างล่างยังคงไว้ที่เดิมด้วยเหตุผลอะไร กรรมาธิการปรับได้หรือไม่
ประการที่ ๒ ครับ การเพิ่ม ผมนําเรียนท่านประธานไปแล้ว ฝากกรรมาธิการ นะครับ เพิ่มโดยเฉลี่ย ๘.๗ แต่เพิ่มเยอะที่สุด คศ. ๓ ผมถามว่าถ้าเขา ๘.๗ โดยเฉลี่ยแล้ว โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่ระดับล่าง คศ. ๑ คศ. ๒ คศ. ๓ คศ. ๔ ไล่ไป พอจะปรับฐานได้หรือไม่ โครงสร้างให้มันเฉลี่ยใกล้เคียงกัน ยกเว้น คศ. ๕ ผมไม่ว่าครับ เพราะฐานเงินเดือนสูงมาก เงินเดือนเริ่มต้นขั้นต่ําอยู่ที่ ๒๘,๔๕๐ บาท นี่ถือว่าสูงนะครับ สมัยผมลาออกจากข้าราชการ ซี ๘ ก็ได้ประมาณนี้ ก่อนที่มาเป็นผู้แทนราษฎร การปรับฐานตัวเลขเฉลี่ยตรงนี้ผมคิดว่า น่าจะเป็นประโยชน์กับคนกลุ่มล่าง ๆ โดยเฉพาะ คศ. ๑ คศ. ๒ คศ. ๓ ก็เฉลี่ยกันไป ให้ตัวเลขมันใกล้เคียงกัน ผมคิดว่าน่าจะเป็นความสามารถที่กระทําได้ในชั้นกรรมาธิการ ไม่ได้ไปเปลี่ยนแปลงอะไร เม็ดเงินก็ไม่เปลี่ยน แต่เพียงปรับให้มันมีความสอดคล้องต้องกัน แต่ถ้ากรรมาธิการจะให้เหตุผลว่า ใน คศ. ๓ เขามีฐานครูที่เยอะที่สุดจําเป็นต้องให้ผมไม่เถียงครับ แต่ข้อเท็จจริงไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น ข้อเท็จจริงอยู่ที่ คศ. ๑ คศ. ๒ คศ. ๓ คศ. ๔ น่าจะมี จํานวนไม่มากจาก ๔๐๐,๐๐๐ คนนะครับ เพราะผมไม่มีตัวเลขตรงนี้ต้องกราบขออภัยท่านประธาน
ประการที่ ๓ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมฝากกรรมาธิการไปช่วยดู ท่านรัฐมนตรีชี้แจงว่า อัตราเงินวิทยฐานะก็เพิ่มขึ้น ผมไม่เถียงครับ เมื่อดูบัญชีแนบท้ายตรงนี้ อัตราวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ไล่เรียงไปนะครับ ไม่ว่าจะเป็น วิทยฐานะสําหรับตําแหน่งครูที่มีใบอนุญาตประกอบอาชีพคือครูทั่วไป เพิ่มเฉพาะ ครูเชี่ยวชาญพิเศษเท่านั้นเองท่านประธานครับ ตําแหน่งอื่นเหมือนเดิม ครูเชี่ยวชาญ ครูชํานาญการพิเศษ ครูชํานาญการได้เท่าเดิม ครูเชี่ยวชาญพิเศษเพิ่มจาก ๑๓,๐๐๐ บาท วิทยฐานะเดิมนะครับ ขึ้นมาเป็น ๑๕,๖๐๐ บาท เช่นกันครับ ในสายของศึกษานิเทศก์ก็ได้ เฉพาะศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญพิเศษจาก ๑๓,๐๐๐ บาท มาเป็น ๑๕,๖๐๐ บาทเช่นกัน สายผู้บริหารครับ ก็ได้เฉพาะผู้อํานวยการเชี่ยวชาญพิเศษเท่านั้นเอง จาก ๑๓,๐๐๐ บาท มาเป็น ๑๕,๖๐๐ บาทเช่นกัน สายอื่นก็เช่นกันครับ สายผู้บริหารการศึกษา เพิ่มเฉพาะคนที่ ระดับสูงสุด ถามว่าตรงนี้สามารถปรับเปลี่ยนได้หรือไม่ ถ้าจะให้เขาเมื่อเขามีโอกาสที่จะ ปรับเปลี่ยน ทําไมปรับเปลี่ยนเฉพาะตําแหน่งเฉพาะอัตรา อันนี้เป็นข้อสังเกตผมได้ฝากไปยัง กรรมาธิการ
ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นอีกประเด็นหนึ่งที่เกี่ยวกับครูโดยตรง ที่ไม่เป็นข้าราชการครู แต่เป็นครูผู้ช่วย ฐานเงินเดือนไม่ว่าจะเป็นเงินเดือนขั้นต่ําขั้นสูง เมื่อปี ๒๕๕๐ ที่ปรับแล้วตามพระราชกําหนดนะครับ และโครงสร้างใหม่นี้คืออันเดิมครับ ถ้าครูผู้ช่วยจบปริญญาตรี ๔ ปี ก็ได้แค่สตาร์ทที่ ๗,๙๔๐ บาท ถ้าจบปริญญาตรี ๕ ปี ครูพันธุ์ใหม่ได้ ๘,๗๐๐ บาทในขั้นต่ํา และขั้นสูงสุดก็ได้แค่ ๑๖,๘๙๐ บาทเท่านั้นเอง ผมเองนําเรียนท่านประธานอย่างนี้ฝากกรรมาธิการไปช่วยดูในเม็ดเงินและตัวเลข