สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๒๗ มกราคม ๒๕๕๔

นคร มาฉิม หารือเรื่องการศึกษา โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในแวดวงการศึกษา โดยเฉพาะปัญหาของครูและบุคลากรทางการศึกษา และเรียกร้องให้รัฐบาลกำหนดแผนปฏิบัติการที่ชัดเจนในการแก้ไขปัญหานี้ นอกจากนี้ ยังหารือเรื่องมาตรฐานการศึกษาและระบบการบริหารการศึกษา โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีมาตรฐานที่ใกล้เคียงกันในโรงเรียนทุกแห่ง และเรียกร้องการปฏิรูประบบการบริหารการศึกษาเพื่อล้างการวิ่งเต้นและนำคนที่มีคุณภาพมาบริหารการศึกษา นอกจากนี้ ยังหารือเรื่องการศึกษาไทย โดยเน้นย้ำความสำคัญของการสร้างนักวิจัยและบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ และเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาไทยให้มีมาตรฐานสากล

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่น ผมต้องขอถือโอกาสนี้ขอบคุณรัฐบาล คณะรัฐมนตรี ที่ได้สนับสนุนแล้วก็ส่งเสริมให้มี การเสนอกฎหมายฉบับนี้สู่การพิจารณาของสภา แต่ว่าประเด็นต่าง ๆ เพื่อนสมาชิก ผู้มีเกียรติหลายท่านได้อภิปราย ซึ่งก็สอดคล้องกับความเห็นที่ผมตั้งใจจะอภิปรายไว้ตั้งแต่ต้น ก็จะไม่พูดซ้ํา แต่ว่าประเด็นที่อยากจะเพิ่มเติมก็คือ ฝากท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการ ผ่านไปยังรัฐบาลว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาทิศทางในการบริหารจัดการด้านการศึกษาของ ประเทศของเราเดินมาถูกทางแล้วหรือไม่ ประเด็นที่ ๒ ก็คือบุคลากรที่เกี่ยวกับกระบวนการ ศึกษาทั้งระบบได้รับการดูแลอย่างเพียงพอแล้วหรือยัง แล้วก็ประเด็นสุดท้ายก็คือเราจะ ขับเคลื่อนหรือปรับปรุงระบบการศึกษาของประเทศของเรา รวมไปถึงบุคลากรที่เกี่ยวกับ การศึกษาทั้งหมดเดินไปในทิศทางไหน เพื่อประโยชน์สูงสุด ก็คือเพื่อหล่อหลอมเยาวชน ลูกหลานของพวกเราให้เป็นอนาคตที่ดีของชาติ ไม่ได้ด้อยไปกว่าประเทศใดในโลกเลย แล้วก็มีโอกาสที่จะก้าวหน้าและเรียนรู้อย่างไม่มีขีดจํากัดตามกําลังสติปัญญาของแต่ละคน ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเกิดว่ามองในแง่ของภาพรวม ปัญหาที่เกิดขึ้นในแวดวง การศึกษา โดยเฉพาะครูหรือบุคลากรทางการศึกษาก็คือหนี้สิน รัฐบาลจะต้องกําหนด แผนปฏิบัติการให้ชัดเจนในการแก้ไขปัญหาเรื่องหนี้สินครู เพื่อเป็นขวัญและกําลังใจ ในการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และจะต้องปฏิบัติเป็น รูปธรรมด้วย แล้วก็จะต้องมีกําหนดเวลาในการที่จะนําไปสู่การสะสางปัญหาหนี้สินครู อย่างเป็นระบบ

ประเด็นที่ ๒ ก็คือมาตรฐานของแต่ละโรงเรียนที่จะหล่อหลอมเยาวชน ลูกหลาน จะต้องมีมาตรฐานที่ใกล้เคียงกัน ผมเป็น ส.ส. อยู่ในต่างจังหวัด ผมไปเยี่ยม ทุกโรงเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ บางโรงเรียนยากไร้ บางโรงเรียนนักเรียนมีประมาณ ๑๐-๒๐ คน ถือว่าเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ยิ่งขาดก็ยิ่งขาดการเหลียวแลขาดการดูแล เพราะ เขาบอกว่าไม่คุ้มกับการที่จะสนับสนุนงบเป็นจํานวนมาก เช่น การก่อสร้างอาคารเรียน การมีอุปกรณ์เกี่ยวกับการศึกษา การจัดหาคอมพิวเตอร์ หรืออื่น ๆ ที่จะส่งเสริม ประกอบการเรียนการสอน เด็กต่าง ๆ เหล่านั้นทั้ง ๆ ที่สติปัญญาความรู้ความสามารถก็ไม่ได้ ด้อยไปกว่าเด็กที่เรียนในระดับโรงเรียนเกรด เอ (Grade A) หรือว่าโรงเรียนที่มีชื่อเสียง ต่าง ๆ แต่เนื่องจากว่าการส่งเสริมทางด้านอุปกรณ์หรือสิ่งต่าง ๆ เขาบอกว่าไม่คุ้มทุนกับการ ที่จะจัดหาวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ไปให้ ก็ทําให้เด็กเหล่านั้นขาดโอกาส พอขาดโอกาส ก็ส่งถึงอนาคตที่จะด้อยลงของอนาคตของชาติ ซึ่งไม่ควรที่จะเป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้น ท่านจะต้องวางระบบอย่างไรที่จะให้โรงเรียนไม่ว่าจะมีนักเรียนอยู่ ๕ คน ๑๐ คนไป จนถึง นักเรียนเป็น ๑,๐๐๐ คน มีมาตรฐานที่ใกล้เคียงกัน หรือจะมีนโยบายอย่างไรที่จะวางระบบ ว่าต่ํากว่านี้จําเป็นที่จะต้องไปศึกษาในที่ต่าง ๆ อันนี้เป็นประเด็นที่ ๒

ประเด็นที่ ๓ ครับ แน่นอนถ้าใครปฏิเสธคงจะต้องปฏิเสธบนความเป็นจริง ก็คือแน่นอน ตําแหน่งในระดับผู้บริหารการศึกษาต่าง ๆ มีการวิ่งเต้นกันท่านประธานครับ ใครที่ใกล้ชิด ใครที่วิ่งเต้นเก่ง ใครที่อาศัยนักการเมืองทั้งในระดับท้องถิ่นในระดับชาติ เข้าไปถึงผู้มีอํานาจตัดสินใจได้ อาจจะมีโอกาสเข้าไปอยู่ในตําแหน่งหน้าที่สูง ๆ แต่ถามกลับไปว่า ความสามารถเป็นอย่างไรบ้าง ท่านมีมาตรการอย่างไรที่จะให้ล้างระบบการวิ่งเต้นตําแหน่ง ต่าง ๆ ในแวดวงการศึกษาให้หมดสิ้นไปเสีย แล้วเอาคนที่มาเป็นผู้บริหารการศึกษาต่าง ๆ นี้ ให้มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับ มีความรู้ความสามารถ และคุณธรรมจริยธรรม เป็นที่ยอมรับ อย่างแท้จริง ไม่ใช่ได้ตําแหน่งสูง ๆ มาจาการวิ่งเต้น อันนี้เป็นเรื่องที่ ๓

เรื่องสุดท้ายครับท่านประธาน ในกระบวนการการศึกษาจะต้องมองดู ในอนาคตท่านประธานครับ ว่าตลาดแรงงานหรือทิศทางของประเทศต้องการบุคลากรที่จบ การศึกษาด้านไหน เช่น ตอนนี้ประเทศของเราขาดแคลนด้านวิทยาศาสตร์ ขาดแคลน นักวิจัย ทําอย่างไรครับที่จะหล่อหลอมอนาคตของชาติ ลูกหลานของคนไทยนะครับ ได้มี โอกาสที่จะเข้าไปเรียนในด้านวิทยาศาสตร์ ในด้านคณิตศาสตร์ ในด้านฟิสิกส์เคมี หรือ สิ่งต่าง ๆ ที่จะนําไปสู่การวิจัย การสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ทางด้านวิชาการ การสร้างนักวิจัย ใหม่ ๆ ให้ทัดเทียมกับประเทศต่าง ๆ ไม่ได้ด้อยไปกว่าประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก แล้วก็ที่สําคัญ ที่สุดก็คือจะต้องล้างระบบนี้ให้ได้ ซึ่งต่อไปจะเป็นอันตรายมากที่สุดกับการศึกษา ก็คือระบบ จ่ายครบจบแน่ ระบบการซื้อขายปริญญาบัตร ระบบที่ไม่มีมาตรฐานในการศึกษาสมกับวุฒิ ที่ได้รับ จะต้องหมดไปจากประเทศ และมาตรฐานที่ได้รับจะต้องเป็นมาตรฐานเทียบเท่ากับ สากลให้ได้ เพื่อยกระดับความเป็นมาตรฐานในการศึกษาของประเทศ เพื่อไม่ให้การศึกษา ของประเทศผิดทิศผิดทางและเห่อเหิมเฉพาะวุฒิการศึกษาแต่คุณภาพไม่ทราบ แบบนี้ จะต้องไม่มี แล้วก็ระบบจ่ายครบจบแน่จะต้องล้างให้หมด อันนี้ก็คือสิ่งที่ผมอยากจะฝากไว้ นอกเหนือจากอื่น ๆ กราบขอบพระคุณครับ