เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ หารือเรื่องการซื้อรถหุ้มเกราะล้อยางจากยูเครน และการซื้อรถตู้เอ็นจีวี 20,000 คันของกรมการขนส่งทางบก โดยมีข้อกังวลเกี่ยวกับการซื้อขายที่ไม่เหมาะสมและผลประโยชน์ที่ไม่ชัดเจน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการดำเนินนโยบายของ รัฐบาล โดยเฉพาะเรื่องการให้บริการรถเมล์ฟรีในกรุงเทพมหานคร ซึ่งเชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ ไม่ไว้วางใจและตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของโครงการนี้
ผมยืนยันท่านประธาน ถ้าผมทําด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ขอให้ผมเจริญก้าวหน้าต่อไปอย่าได้หยุดยั้ง แต่ถ้าใคร ประท้วงโดยไม่ซื่อสัตย์สุจริต ขอให้มันมีอันเป็นไป ไปชาติหน้าฉันใดเกิดมาให้มันอัปลักษณ์ ยิ่งกว่านี้อีกครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ท่านที่ ๒ ที่ผมจะอภิปรายไม่ไว้วางใจคือ รองนายกรัฐมนตรีที่กํากับดูแลความมั่นคง นี่ครับในญัตติผมก็มีระบุอยู่ครับ ผมคงจะ ไม่เสียเวลาอ่านญัตติ เพราะเป็นที่รู้กัน รองนายกรัฐมนตรีคุมฝ่ายความมั่นคง การซื้ออาวุธ ยุทโธปกรณ์ของกองทัพ เรื่องนี้ครับ อ้ายนี่ท่านประธานคงไม่ว่าผมนะ เพราะว่าผม ไม่สามารถเอาตัวจริงมาได้ ผมก็เลยเอาจําลองมานะครับ ยานยนต์หุ้มเกราะล้อยางของ ยูเครน กองทัพบกไปซื้อมาเมื่อปี ๒๕๕๑ เซ็นสัญญาซื้อ ๙๖ ตัว จนบัดนี้ยังได้มาแค่ ๒ ตัว แล้วก็ใช้การไม่ได้ เป็นยานยนต์หุ้มเกราะล้อยางที่มหัศจรรย์มาก มีผสมกันหลายตระกูล เหลือเกินท่านประธานครับ ตัวรถถังนี่ อ้ายตัวรถนี่สัญชาติรัสเซีย เครื่องยนต์ท่านประธาน เป็นของประเทศเยอรมัน แล้วที่ประหลาดก็คือไปเอาเครื่องเรือมาใส่แทน เพราะฉะนั้นรถรุ่นนี้ จะใช้น้ํามันเตา ไม่ได้ใช้น้ํามันเบนซิน ไม่ได้ใช้น้ํามันดีเซล เป็นเรื่องประหลาดมาก ถัดไปเกียร์ ยี่ห้ออีริคสัน (Ericson) ของสหรัฐอเมริกา วิทยุสื่อสารนี่ใช้ของอิสราเอล ยางยี่ห้อมิชลิน (Michelin) ของฝรั่งเศส คนขับเท่านั้นที่เป็นคนไทย ท่านประธานครับ แล้วอ้ายรถรุ่นนี้ เมื่อครั้งที่สหภาพโซเวียตยังไม่ล่มสลายมันก็ไปจอดอยู่ในยูเครนนี่ละ พอสหภาพโซเวียต ล่มสลายเป็นประเทศต่าง ๆ สหพันธรัฐรัสเซียเจ้าของโรงงานที่แท้จริงอยู่ที่รัสเซียครับ ท่านประธานครับ อ้ายยูเครนมันก็ไปถอดป้อมปืนซึ่งมาจากรัสเซียนี่ออกแล้วก็เปลี่ยนป้อม ปืนใหม่เข้ามาใส่แทน เพราะฉะนั้นมันผิดหมดทุกอย่างทุกประการ ช่วงที่ ทบ. กําลังจะขอซื้อ รถรุ่นนี้ ก็มีการทักท้วงจากสํานักงานตรวจเงินแผ่นดิน สตง. ว่ารถรุ่นนี้ซื้อมานี่ไม่ถูกต้อง ใช้การไม่ได้ ก็มีการดําน้ํากัน เสนอให้นายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช เมื่อครั้งเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไปเซ็นอนุมัติเมื่อวันที่ ๑๑ เดือนกรกฎาคม ๒๕๕๑ แต่ท่านสมัครเขียนไว้ว่า ให้เจ้าหน้าที่ สตง. เป็นกรรมการตรวจรับ กองทัพบกก็ไม่ได้ไป ประสานกับ สตง. ไปตรวจรับ แต่ก็ไปนั่นกันเงียบ ๆ จนบัดนี้จึงไม่มีรถรุ่นนี้มาใช้ ความจริง ไม่น่าเอามาพูดหรอกครับ แต่มันเสียดายสตางค์ ท่านประธานครับ รถรุ่นนี้ ๙๖ คัน เอาเข้ามาได้แค่ ๒ คัน สถานทูตรัสเซียเขาก็ทักท้วงว่านี่รถของเขานะ ยูเครนเอามาดัดแปลง ถ้าซื้อรถรุ่นนี้ต่อไปมันจะมีปัญหาว่าอะไหล่เขาจะไม่ขายให้ เขาบอกไว้ล่วงหน้าเลย สถานทูตรัสเซียยืนยันมาด้วยเอกสารฉบับนี้ ท่านประธานครับ ผมเองในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชาชน สมัยโน้นเห็นว่าความเสียหายมันจะเกิดขึ้น แก่ชาติบ้านเมือง จึงทําหนังสือบอกกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมให้ทบทวน ให้ระมัดระวัง ให้ใช้ความรอบคอบ นี่เป็นหนังสือส่วนตัวของผมที่ทําถึงรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม อะไรไม่ว่าตอนนี้ไปอนุมัติอีก ๑๒๑ คัน ท่านรองนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็น ผู้รับผิดชอบฝ่ายความมั่นคงกํากับดูแลสั่งราชการ ท่านจะต้องเข้าไปดูแลเรื่องนี้ แต่ขณะเดียวกันท่านปล่อยปละละเลย ทั้ง ๆ ที่ ๙๖ ตัวเดิมยังไม่แล้วเสร็จ ท่านก็ไปซื้อมาอีก ๑๒๑ ตัว ตรงนี้คือเหตุผลที่ผมไม่สามารถไว้วางใจให้ท่านเป็นรองนายกรัฐมนตรีบริหาร ชาติบ้านเมืองต่อไปได้
ท่านประธานที่เคารพครับ คราวนี้เข้ามาถึงกระทรวงคมนาคม กระทรวง คมนาคมนั้นบอกตรง ๆ ว่าผมเองไม่ได้ตั้งใจที่จะมาอภิปรายหรอกครับ แต่ไปเจอหลักฐานว่า มันไม่ถูกต้อง ก็คือการซื้อรถตู้เอ็นจีวี (NGV) ท่านประธานครับ กระทรวงคมนาคมดูแล ขสมก. ซึ่งวิ่งอยู่ในกรุงเทพมหานครก็ไปเปลี่ยนให้มาใช้รถตู้เอ็นจีวี แล้วขณะเดียวกัน รถ บขส. ที่วิ่งจากต่างจังหวัดมากรุงเทพฯ ก็ไปเปลี่ยนให้มาใช้รถตู้เอ็นจีวี ท่านประธาน คงเห็นวิ่งกันเกลื่อนเมืองไปหมด อะไรไม่ว่าหรอกครับ กระทรวงคมนาคมโดยส่วนราชการ ในสังกัดได้สมรู้ร่วมคิดกับภาคเอกชน บริษัท สยามออโตเซอร์วิส จํากัด ไปเซ็นสัญญา ล็อกสเปกจากประเทศญี่ปุ่นว่ารถรุ่นนี้ไม่ให้ขายบริษัทอื่น ดีลเลอร์ (Dealer) อื่นนั่งมองกัน ตาปริบ ๆ ให้บริษัท สยามออโตเซอร์วิส แต่เพียงผู้เดียว นําเข้ามา ๒๐,๐๐๐ คัน ท่านประธานครับ ราคาต้นทุน บวกภาษีขาเข้า บวกภาษีมูลค่าเดิม บวกค่าบริหารจัดการ ค่าการตลาด คันหนึ่งก็ประมาณ ๙๐๐,๐๐๐ บาท แต่มาขายคันละ ๑,๔๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งหมดมัน ๒๐,๐๐๐ คัน ส่วนต่างคันหนึ่งก็ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ๒๐,๐๐๐ คัน ก็ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปอยู่ที่ไหน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมต้องตอบออกมา ให้ชัดเจน ถ้าท่านตอบได้ชัดเจนเหมือนอย่างที่เมื่อครู่ท่านพูด บอกท่านชี้แจงได้เคลียร์ สมาชิกอาจจะยกมือให้ท่าน เพราะฉะนั้นท่าน นี่เป็นโอกาสดีแล้วครับที่ท่านจะได้ชี้แจง ปัญหาการนําเข้ารถเอ็นจีวี ๒๐,๐๐๐ คัน ของกรมการขนส่งทางบก ที่เขาบอกว่าซื้อรถให้ แถมสัมปทาน ที่เขาพูดกันนี่ละครับ
อีกเรื่องหนึ่งก็คือ ท่านสมัคร สุนทรเวช เมื่อครั้งเป็นนายกรัฐมนตรีได้ประกาศ นโยบายเอารถเมล์ฟรีให้ประชาชนใช้ในกรุงเทพมหานครนี่ เพื่อเป็นการแก้ปัญหาขณะที่ ภาวะเศรษฐกิจกําลังตกต่ํา ประกาศไว้ชัดเจน เวลา ๖ เดือน ปรากฏว่ารัฐบาลนี้เอามาต่อยอด แล้วตั้งแต่บัดนั้นจนบัดนี้ระยะเวลา ๒ ปีก็ยังไม่ยอมยกเลิก เอารถเอกชนมาวิ่งให้คนนั่งฟรี โดยรัฐบาลจ่ายเงินให้กับเจ้าของรถ คันหนึ่งนี่ ๖,๐๐๐ กว่าบาท ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนเขาวิ่งกัน ประจําวัน วันหนึ่งได้ ๔,๐๐๐ กว่าบาท แต่ที่สําคัญก็คือจํานวนรถ ๘๐๐ คันที่วิ่งอยู่ใน กรุงเทพมหานครให้เป็นรถเมล์ฟรี ๘๐๐ คัน ทําท่าจะเป็นโครงการถาวรระยะยาว เคยไปดูไหมว่าวัน ๆ หนึ่งมันวิ่งกี่คัน วัน ๆ หนึ่งวิ่งกี่คัน นี่เป็นเรื่องที่ ๒ ที่ผมไม่ไว้วางใจ