สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๔

ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ หารือเรื่องการทุจริตในระบบราชการ และเรียกร้องให้ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ดำเนินการปราบปรามการทุจริตและขายตําแหน่งในบ้านเมือง

ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ แบบสัดส่วน

ขอบคุณครับท่านประธาน ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดหลาย ๆ จังหวัดไม่สามารถไปช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ประสบ ภาวะอุทกภัยแล้วเดือดร้อนนั้น เพราะผู้ว่าราชการเขาเสียเงินไป เขาบอกกันว่าตําแหน่ง ผู้ว่าราชการขึ้นใหม่ ๑๕ กิโลกรัม พอมา ๑๕ กิโลกรัมปั๊บไปถึงรับตําแหน่งตูม มันมีเงิน จังหวัดละ ๕๐ ล้านบาท ให้ผู้ว่าราชการมีอํานาจสั่งการในการใช้จ่ายได้ งานแรกผู้ว่าราชการ ก็สั่งขุดลอกเลยครับท่านประธานครับ ๕๐ ล้านบาท สตางค์ทอน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ก็คืนแล้ว ๑๐ คืนมา ๑๐ ล้านบาทแล้ว จ่ายไป ๑๕ กิโลกรัม ได้คืนมา ๑๐ กิโลกรัม นี่เฉพาะผู้ว่าราชการนะครับ ผมมีโอกาสท่านประธาน ผมขออนุญาตพูดเรื่องส่วนตัวนิดหนึ่ง ผมจมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จบโรงเรียนนายร้อยตํารวจสามพราน ผมมีรุ่นพี่รุ่นเพื่อนรุ่นน้องที่เป็นนายร้อยตํารวจอยู่ ทั่วบ้านทั่วเมือง ไปเจอผู้กํากับคนหนึ่ง บอกแสดงความยินดีด้วยไอ้น้อง ปีก่อนนั้นอยู่อําเภอ รอบนอกชาน ๆ เมือง ปีนี้ย้ายมาเป็นผู้กํากับอําเภอเมือง เขาบอกกับผมว่า พี่เชาวรินธร์ นี่ผมไม่ได้มาเพราะโชคช่วย ไม่ได้มาด้วยฝีมือ ไม่ได้มาโดยผู้บังคับบัญชาให้ความเมตตา แต่ผมจ่ายไป ๕ กิโลกรัม เอ๊ะ มาอีกแล้วคําว่า ๕ กิโลกรัม ตรงกับผู้ว่าราชการ ๑๕ กิโลกรัม ผมก็เลยตอนฟังผู้ว่าราชการจังหวัดนั้น ผมไม่กล้าถามตรงไปตรงมา เพราะผมไม่สนิท ผู้ว่าราชการจังหวัดเขาบอกว่า เขาหมดไป ๑๕ กิโลกรัม เพราะตํารวจมันคุ้นเคยกันเคยกินเหล้า เคยกินข้าวเขาบอกมา หมดไป ๕ กิโลกรัม ผมบอกอะไรคุณเป็นผู้กํากับ แล้วย้ายมาอยู่ ในระนาบเดียวกัน มาเป็นผู้กํากับยังหมดไปอีก ๕ กิโลกรัม เขาบอกว่า พี่ผมเหลืออายุราชการ อีก ๒ ปี ๕ กิโลกรัมนี้โคตรคุ้มเลย ผมถามว่าเป็นไปได้อย่างไรคุ้ม เขาบอกพี่ครับ อําเภอเมือง นี่มีบ่อนครับ และมีเจ้ามือหวยใต้ดินอยู่ ๑๐ เจ้า เจ้าหนึ่งเขาส่งงวดละหมื่น เดือนหนึ่ง ๒ งวด ก็เท่ากับ ๒๐,๐๐๐ บาท ๑๐ เจ้า ๒๐๐,๐๐๐ บาท ยังมีบ่อนวิ่ง บ่อนหวยล้วง แล้วก็ ป็อกเด้ง ไฮโล บาคารา ๔ แห่งนี่จ่ายสูงหน่อย เดือนละ ๕๐,๐๐๐ บาท ๔ แห่งก็ได้อีก เดือนละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท แล้วยังมีอีกท่านประธาน จับยี่กี จับยี่กี่นี่ล้วงเช้า ล้วงบ่าย ล้วงสาย ล้วงค่ํา วันหนึ่งล้วงกัน ๔ รอบ เขาให้เดือนละแสน เป็น ๕๐๐,๐๐๐ บาทแล้วท่านประธาน ยังมีกิจการอื่นอีก พวกเวลากลางคืนไฟกระพริบเขาเรียกว่าคาราโอเกะ แล้วก็ร้านเกมที่เด็ก ๆ มาเล่นอินเตอร์เน็ตอะไรต่ออะไรต่าง ๆ พวกนี้ในอําเภอเมืองมีอยู่ถึงเกือบ ๒๒๐ แห่ง แล้วเขาจัดมาเลยแห่งละ ๑,๐๐๐ บาท ตรงนี้ได้อีก ๒๐๐,๐๐๐ กว่าบาท รวมเบ็ดเสร็จเขามานั่ง อําเภอเมืองเดือนหนึ่งได้ ๗๐๐,๐๐๐ บาท อย่างอื่นยังไม่ได้คิดเอาไว้ เอ็นเตอร์เทน (Entertain) ต้อนรับผู้หลักผู้ใหญ่เวลามาตรวจมาเยี่ยม ได้เดือนละ ๗๐๐,๐๐๐ บาท ปีหนึ่งเขาได้แล้ว ๘,๔๐๐,๐๐๐ บาท ถ้าเขาอยู่ ๑ ปี เขาได้คืนแล้ว ผมก็อุทานบอกว่า ถ้าอย่างนั้นมึงอยู่ครบ ๒ ปี มึงก็กําไรสิวะ เขาบอกนั่นสิพี่ ผมถึงยอมลงทุนจ่ายไป ๕ กิโลกรัมเลย แล้วผมก็เลยมาดูที่ว่า มันว่ากิโลกรัม กิโลกรัม ผู้ว่าราชการจังหวัดก็กิโลกรัม ตํารวจก็กิโลกรัม ท่านประธานดูสิครับ กิโลกรัมจริง ๆ ครับนี่ เงิน ๑ ล้านบาท น้ําหนักเท่ากับ ๑ กิโลกรัม เพราะฉะนั้นเดี๋ยวนี้เขาจะ ไม่พูดเงินล้าน งานนี้กี่ล้านเขาไม่พูด เขาจะบอกว่างานนี้ ๓ กิโลกรัม งานนี้ ๕ กิโลกรัม เดี๋ยวนี้เขาเล่นกันอย่างนี้แล้ว ท่านประธานเข้าใจหรือยังว่าผมเอากิโลมาทําไม เวลานี้มันเลย กิโลนิดหนึ่ง เลยไปนิดหนึ่งแต่ตัดพลาสติก เอาพลาสติกจะเหลือกิโลกรัมหนึ่งพอดี เวลานี้ วงการเขาเรียกกันเป็นกิโลกรัมครับท่านประธาน อย่างงานกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ก็เหมือนกัน แหมอย่างว่าท่านประธานไปเขาก็รู้จักท่านหมด ไม่ได้ ลองผู้แทนหน้าใหม่ พวกเราในสภาลองขึ้นไปสิ มันถามเลยจะให้กี่กิโลกรัม แหม นี่ถ้าผมไม่ไปศึกษาตรงนี้ผมก็โง่ไป มันเรียกกันเป็นกิโลกรัม กิโลกรัม กิโลกรัม มัดละล้าน ท่านประธานครับ กิโลกรัมหนึ่งครับ ผู้กํากับจากรอบนอกมาอําเภอเมือง ๕ กิโลกรัมรองผู้ว่าราชการจังหวัดขึ้นเป็นผู้ว่าราชการ จังหวัด ๑๕ กิโลกรัม บ้านเมืองเราจะอยู่กันอย่างไร ท่านประธานครับ นี่ละครับ ที่ผม ไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ให้บริการราชการบ้านเมืองต่อไป เพราะมันทุจริตคอร์รัปชัน ขายตําแหน่งกันเกลื่อนบ้านเกลื่อนเมือง และโดยส่วนตัวผมยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่าผมนี่รัก นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ผมเคยอภิปรายเรื่องนี้ เรื่องเครื่องราชนี่ อภิปรายด้วยความรักในฐานะ เป็นนักการเมืองด้วยกัน บอกท่านท่านก็ไม่เชื่อ ไม่ฟัง โรงงานทํารถยนต์ ท่านประธานครับ เบรกมันไม่เข้าที่ คันเร่งมันมีปัญหา เขาเรียกรถกลับคืนโรงงานเป็นล้าน ๆ คัน เขาก็เรียก กลับมา นี่ท่านนายกรัฐมนตรีไม่มีความรู้สึกเลยหรือ ผมบอกว่ามันผิดกฎหมาย พูดครั้งแรก เมื่อปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ ผมก็พูดอีก ทําไมท่านไม่เรียกเก็บรูปพวกนี้ที่ติดเครื่องราชตัว ๒๕ พุทธศตวรรษ ท่านปล่อยไว้ทําไม แล้วลูกพรรคท่าน อ้ายเลขาธิการ ขอโทษ คุณเลขาธิการ พรรคนั่งอยู่ข้าง ๆ ท่านเป็นแม่บ้านท่านต้องช่วยกันดูอะไรที่ทําให้หัวหน้าพรรคได้รับ ผลกระทบต้องแก้ แล้วยังมีอ้ายโฆษกอีก อ้ายวอลล์เปเปอร์ (Wallpaper) อีก พวกนี้ต้อง ทํางาน โฆษกผมเป็นมาก่อนเพื่อนเลย กล้าพูดเลย พลตํารวจเอก ประมาณ อดิเรกสาร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในอดีตแต่งตั้งโฆษกรัฐมนตรีมหาดไทยคนแรก ในประวัติศาสตร์ อะไรที่จะมีผลกระทบต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเราต้องปกป้อง ต้องป้องกัน อ้ายโฆษกมันต้องทําหน้าที่เหมือนไม้กันหมา เหมือนบัมเพอร์ (Bumper) อย่าให้ นายกรัฐมนตรีได้รับผลกระทบ พวกนี้ตั้งไปอย่างนั้น เอาตําแหน่งไปคุยโตว่ากูนี่โฆษกรัฐบาล โฆษกนายกรัฐมนตรี แต่มันไม่ทํางานที่มันเป็นประโยชน์ ไปไหนก็เอาแต่ปากไป เท้าไปหาข้างหน้า อย่างนี้เป็นต้น ผมละเบื่อ ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีต้องเรียกรูปพวกนี้กลับ ทีแรกท่านติดแถบ ท่านบอกกับผม บอกพี่ วันนั้นอยู่ในงานพอดีขามันหัก เพื่อน ส.ส. ก็เอา ของตัวเองมาให้ผม ผมก็ไม่ได้ดูก็ใส่เข้าไปแทน ผมเชื่อท่านนายกรัฐมนตรีครับ แต่พอมาเห็น รูปนี้ที่เมืองชลบุรีผมไม่เชื่อ ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้พูดความจริงกับผม บอกว่าเอาของคน อื่นมาติด ไม่ใช่แล้วอันนี้เหรียญจริง ๆ ท่านก็ติด ติดแล้วอะไรไม่ว่าลูกพรรคของท่านยังเอาไป ประจานที่จังหวัดชลบุรี ผมไปจังหวัดชลบุรี ผมถูกนายทหารเรือชั้นผู้ใหญ่ นายพลนอกราชการ จูงมือบอกคุณเชาวรินธร์มานี่