ประเสริฐ จันทรรวงทอง หารือเรื่องการบริหารราชการแผ่นดินของนายโสภณ ซารัมย์ โดยกล่าวหาว่าไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย และเรียกร้องให้มีการสอบสวน และยังอ้างว่ามีการซื้อหัวรถจักรไฟฟ้าโดยไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของทีโออาร์ และยังพบว่าบริษัทล็อกซเล่ย์และบริษัทจีซีเอสมีส่วนร่วมในการเสนอราคาตั้งใจผิดจรรยาบรรณ และเรียกร้องการตรวจสอบความผิดพลาดในการจัดซื้อหัวรถจักรดีเซลไฟฟ้า 7 คัน
ตอนนี้เป็นคิวของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพครับ นายโสภณ ซารัมย์ บริหาร ราชการแผ่นดินล้มเหลว จงใจละเลยให้มีการจัดซื้อจัดจ้างในลักษณะการสมยอมราคา ทําให้ เกิดความเสียหายต่อรัฐในหลายโครงการ หากปล่อยให้มีการบริหารราชการแผ่นดินต่อไปจะ ทําให้เกิดผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อพี่น้องประชาชนและต่อราชการ นายโสภณ ซารัมย์ นั้น ในอดีตเป็นรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจทุกครั้ง ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๕๓ เป็นหนึ่งในรัฐมนตรีที่ถูก ส.ส. ในสภาแห่งนี้ลงคะแนนเสียงไม่ไว้วางในมากที่สุด อันดับสุดท้าย ถึง ๑๙๖ เสียง มากกว่าจํานวนผู้แทนราษฎรที่มีอยู่ในขณะนั้นเพียงแค่ ๒ เสียง ท่านประธาน ที่เคารพครับ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ข้อกล่าวหาที่กระผมจะกราบเรียนมีอยู่เรื่องเดียว ก็คือเรื่องของกรณีการจัดประกวดราคาจัดซื้อหัวรถจักรดีเซลไฟฟ้าโดยมิชอบด้วยกฎหมาย นายโสภณ ซารัมย์ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กํากับดูแลกิจการการรถไฟ แห่งประเทศไทย ได้ปล่อยปละละเลย ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่อันเป็นความผิด ทั้ง ๆ ที่รู้ว่า มีการสมยอมราคากันในโครงการจัดซื้อหัวรถจักรดีเซลไฟฟ้า จํานวน ๗ หัว มูลค่าโครงการ ๑,๐๕๐ ล้านบาท การประมูลครั้งนี้ต้องเรียนท่านประธานว่ามีผู้เสนอราคาเพียงแค่ ๒ ราย และ ๒ รายนั้นเป็นบริษัทซึ่งอยู่ในกลุ่มเดียวกัน ตั้งใจฮั้วราคากันทําให้ราชการเสียหาย อันเป็นความผิดต่อหน้าที่ตามมาตรา ๑๐ แห่ง พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคา ต่อเจ้าหน้าที่ ต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ นอกจากนั้น นายโสภณ ซารัมย์ ยังอยู่เบื้องหลัง รู้เห็นเป็นใจให้การรถไฟแห่งประเทศไทยจัดทําร่างทีโออาร์ ที่เอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทเอกชน คือ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จํากัด (มหาชน) เป็นผู้ชนะในการประกวดราคา เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม ทําให้รัฐเกิดความเสียหาย ท่านประธานที่เคารพครับ เพื่อปูพื้นถึงความเข้าใจ กระผมขอเล่า ถึงความเป็นมาของโครงการจัดซื้อหัวรถจักรรถดีเซลขนาดน้ําหนักกดเพลา ๒๐ ตันต่อเพลา เพื่อเป็นข้อมูลพอสังเขปดังนี้ เดิมการรถไฟแห่งประเทศไทยนั้นมีนโยบายในการจัดซื้อหัวรถจักร ดีเซลไฟฟ้า น้ําหนักกดเพลาสูงสุด ๑๕ ตันต่อเพลา จํานวน ๗ หัว จากประเทศจีน โดยเอาลําไยอบแห้งไปแลกเปลี่ยนกับหัวรถจักร ตกลงกันที่ราคาหัวรถจักรละประมาณ ๒,๑๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินไทยในขณะนั้นประมาณ ๘๖ ล้านบาท ในระหว่าง การดําเนินการ มีการเจรจาในเงื่อนไขหลายอย่างที่ไม่สามารถตกลงกันได้ ตัวอย่างเช่น การรถไฟแห่งประเทศไทยในขณะนั้นได้ต่อรองในเรื่องของการติดตั้งแอร์ คอมเพรสเซอร์ (Air Compresser) จาก ๑ ตัวเป็น ๒ ตัว ในขณะที่ทางการประเทศจีนเองนั้นก็ขอเพิ่มราคาหัวรถจักร จากเดิมที่เคยเสนอราคาไว้ จนในที่สุดในเมื่อเงื่อนไขมีการตกลงกันไม่ได้จึงมีการยกเลิก การจัดซื้อในครั้งนั้นไป ต่อมาการรถไฟแห่งประเทศไทยได้ปรับแผนดําเนินการจัดหา หัวรถจักรไฟฟ้าเพื่อให้สอดคล้องกับการปรับปรุงทางรถไฟ ในระยะที่ ๕ ระยะที่ ๖ เพื่อให้ รางรถไฟสามารถรองรับน้ําหนักกดเพลาได้สูงขึ้นทั่วประเทศ โดยคาดว่ารางรถไฟนั้น จะดําเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี พ.ศ. ๒๕๕๕ และในขณะเดียวกันจะมีการจัดซื้อ หัวรถจักรเสร็จในปี ๒๕๕๕ เช่นเดียวกัน จึงเป็นที่มาของกระบวนการซื้อหัวรถจักรดีเซลไฟฟ้า จํานวน ๗ หัว ราคาหัวละประมาณ ๑๕๐ ล้านบาท ด้วยมิชอบด้วยกฎหมาย ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผมเองได้ติดตามโครงการนี้มาโดยตลอด มีข่าวลือหนาหูในกระทรวงคมนาคม ว่า นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้เรียกผู้ใกล้ชิดเข้าไปสั่งการ บอกว่าการจัดซื้อครั้งนี้บริษัทที่ประมูลได้นั้นต้องเป็นบริษัท ล็อกซเล่ย์ จํากัด (มหาชน) บริษัทเดียว และโรงงานที่เป็นผู้ผลิตหัวรถจักรไฟฟ้านั้นต้องเป็นโรงงานจากประเทศจีน คือโรงงานต้าเหลียนจากประเทศจีน ตอนแรกผมไม่เชื่อท่านประธานว่าจะทํากันถึงขนาดนี้ แต่ท่านประธานต้องดูเหตุผลที่ผมจะได้อภิปรายต่อไป เพราะว่าการประกวดราคา การช่วยเหลือกัน ในร่างทีโออาร์นั้นมีที่มาที่ไปอย่างชัดเจน ท่านประธานครับ ผมจะขออธิบายให้เห็นถึงขั้นตอน ของการประกวดราคาซื้อที่ได้เอื้อประโยชน์ให้กับกิจการร่วมค้าล็อกซเล่ย์ หงไห่ และจี้หลิน ให้ชนะการประกวดราคาว่ามีความเป็นมาอย่างไร มีการล็อกสเปกจนมีผู้ร้องเรียนว่าไม่ได้รับ ความเป็นธรรม แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมกลับเพิกเฉย ทั้ง ๆ ที่รู้เรื่องนี้มา โดยตลอด เพราะว่าบริษัทสยามโบกี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ซื้อแบบนั้นเขาได้ฟ้องยื่นคําฟ้องต่อ ศาลปกครองตามคดีดําหมายเลข ๑๒๑๕/๒๕๕๓ ลงวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๓ ท่านประธานครับ ผมจะขออนุญาตท่านประธานได้ให้เจ้าหน้าที่ได้แสดงเอกสารในลําดับที่ ๒ เพื่อประกอบ การพิจารณา เป็นเอกสารพาวเวอร์ พ้อยท์ ขอให้ท่านประธานกรุณาอนุญาตด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ขอเจ้าหน้าที่ได้แสดงเอกสาร ในลําดับที่ ๒ เป็นเอกสารประกวดราคาเลขที่ ๕๒๐๙๔ ขึ้นหน้าจอด้วยครับ ไม่ใช่แผ่นนี้นะครับ เป็นเลขที่ ๕๒๐๙๔ ไม่มีขีด ๒ ขอให้เลื่อนขึ้นไปหรือเลื่อนลงมาก็ได้ครับ เป็นเอกสาร ประกวดราคาเลขที่ ๕๒๐๙๔ จําหน่ายเอกสารเมื่อวันที่ ๔ ถึงวันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๕๒ ยื่นซองวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๒ มีผู้ซื้ออยู่ ๘ ราย ในการขายเอกสารครั้งนี้การรถไฟ แห่งประเทศไทยได้ยกเลิกการประกวดราคาซื้อ เพราะอ้างว่าต้องการปรับปรุงเงื่อนไข ในทีโออาร์ให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น นอกจากนั้นแล้วยังต้องการให้มีผู้แข่งขันมากรายยิ่งขึ้น แต่ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมมีข้อสังเกตของการยกเลิกครั้งนี้ก็คือว่ามันมีคุณสมบัติ ข้อหนึ่งตามประกาศ เลขที่ ๕๒๐๙๔ เป็นประกาศข้อที่ ๑ ที่กําหนดว่า ผู้เสนอราคานั้นต้อง เป็นผู้ที่มีอาชีพในการขายหัวรถจักรไฟฟ้า หรือขายพัสดุตามที่คณะกรรมการได้แจ้งในการ ประกวดราคา ประเด็นนี้เป็นประเด็นน่าสงสัย เพราะว่าขั้นตอนนี้หลายบริษัทที่ได้ซื้อเอกสาร ในครั้งนั้นไม่มีบริษัทใดที่เป็นผู้ผลิตหัวรถจักรไฟฟ้า รวมทั้งบริษัท ล็อกซเล่ย์ จํากัด (มหาชน) แห่งประเทศไทย เพราะว่าบริษัท ล็อกซเล่ย์ จํากัด (มหาชน) แห่งประเทศไทยนั้น ไม่เคยมี ประวัติหรือมีอาชีพในการขายหัวรถจักรไฟฟ้ามาก่อน พอยกเลิกการขายแบบในครั้งที่ ๑ ก็เป็นการขายเอกสารลําดับที่ ๒ ก็คือเอกสารเลขที่ ๕๒๐๙๔-๑ อันแรกนั้น ๕๒๐๙๔ ไม่มีขีด อันที่ ๒ ๕๒๐๙๔-๑ จําหน่ายเอกสารเมื่อวันที่ ๑๘ ถึงวันที่ ๒๘ ธันวาคม ยื่นซองวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๓ ขอบคุณมากนะครับ เป็นเอกสารที่ปรากฏอยู่หน้าจอ ในการซื้อเอกสารในครั้งนี้ เราจะสังเกตเห็นของการเปลี่ยนแปลง บริษัท ล็อกซเล่ย์ จํากัด (มหาชน) แห่งประเทศไทยนั้น จริง ๆ แล้วขาดคุณสมบัติก็ได้ไปจดกิจการร่วมค้า เรียกว่า กิจการร่วมค้าล็อกซเล่ย์ หงไห่ จี้หลิน ซื้อแบบเข้าไปเพิ่มเพื่อให้คุณสมบัตินั้นได้ครบ เช่นเดียวกับอีกหลายบริษัท ท่านประธานครับ อีกหลายบริษัทก็ได้จดกิจการร่วมค้าเพื่อให้มีโอกาสได้ซื้อแบบในการ ประกวดราคาครั้งนี้และมีคุณสมบัติเบื้องต้นในการได้รับการพิจารณา ในการขายแบบครั้งนี้ มีการตรวจเอกสารเรื่องคุณสมบัติ การรถไฟแห่งประเทศไทยได้พิจารณาว่ามีผู้เสนอเรื่อง คุณสมบัติเบื้องต้นอยู่ ๒ ราย เป็นบริษัทที่มีสิทธิในการเสนอราคา หลังจากไปจดในเรื่องของบริษัท กิจการร่วมค้าแล้ว การรถไฟแห่งประเทศไทยในครั้งนั้นก็ยังไม่ได้พิจารณาให้บริษัทใดมีสิทธิ ในการเสนอราคาด้วยเหตุดังนี้ท่านประธานครับ บอกว่าบริษัทเอสบีไม่เคยมีประวัติในการส่งออก หัวรถจักร เพียงแต่มีโรงงานผู้ผลิตหัวรถจักร ผลิตหัวรถจักรใช้ในโรงงานของตนเองเท่านั้น ส่วนบริษัท ล็อกซเล่ย์ จํากัด (มหาชน) แห่งประเทศไทย ท่านประธานครับ ได้เสนอหัวรถ จักรที่ได้ใช้เครื่องยนต์ของเอ็นทียู (NTU) ของประเทศเยอรมนี ซึ่งเครื่องยนต์นี้มีกําลังแรงม้า ที่ไม่ถึงที่การรถไฟแห่งประเทศไทยต้องการก็นําไปสู่การขายแบบเป็นครั้งที่ ๓ ขอเจ้าหน้าที่ ได้แสดงเอกสาร เลขที่ พด./ปซ. ๕๒๐๙๔-๒ อีกสักครั้งครับ ในการขายเอกสารครั้งนี้เป็น การขายเอกสารระหว่างวันที่ ๒๓ เมษายน ถึงวันที่ ๔ พฤษภาคม ยื่นซองวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๕๓ ช่วงนั้นท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเรียบร้อยแล้ว มีผู้ซื้อแบบ ๗ ราย ยื่นเอกสาร ๔ ราย การรถไฟแห่งประเทศไทยได้พิจารณาคุณสมบัติของผู้เสนอราคา แล้วสรุปว่ามีเพียง ๒ บริษัท ที่ผ่านการเสนอราคาก็คือบริษัท กิจการร่วมค้าล็อกซเล่ย์ ทั้งนี้ได้มีคุณสมบัติครบ แล้วมีอีกบริษัทหนึ่งที่ผ่านการพิจารณาในเรื่องคุณสมบัติทางด้านเทคนิค ก็คือบริษัท จีซีเอส ซึ่งทั้ง ๒ บริษัทนี้เป็นบริษัทในกลุ่มเดียวกัน เมื่อเป็นบริษัทในกลุ่มเดียวกัน ผมจะอธิบาย ท่านประธานต่อถึงเรื่องของการสมยอมราคา เพราะผมเห็นว่าการพิจารณาคุณสมบัติในครั้งนี้ นายโสภณ ซารัมย์ ได้อยู่เบื้องหลังการพิจารณาทีโออาร์ที่เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มล็อกซเล่ย์ ดังนี้ครับ
เรื่องแรก เรื่องข้อกําหนดของการประกวดราคาซื้อตามข้อที่ ๔.๓.๓ ในเรื่อง ของการทดสอบกําลังเครื่องยนต์ ต้องคํานวณค่าแรงต้านทาน หรือที่ภาษาฝรั่งเขาเรียกว่า ค่า ดิเลท แอด ลีสท์ ซีทส์ อิน เปอร์เซ็นต์ (Delete Add List Sites In Percent) ในการ คํานวณค่าแรงต้านทานนั้น เงื่อนไขในทีโออาร์นั้นให้ใช้สูตรในการคํานวณแรงต้านทาน ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ท่านประธานครับ บริษัทกิจการร่วมค้าล็อกซเล่ย์ได้ใช้สูตร ในการคํานวณของประเทศจีน ซึ่งผิดเงื่อนไขตามที่ทีโออาร์ได้กําหนด แต่คณะกรรมการพิจารณา ในขณะนั้น ก็ได้พิจารณาให้เป็นผู้ที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นในการเสนอราคาเช่นเดียวกัน กระผม มีเอกสารซึ่งจะได้ส่งมอบให้ท่านประธาน ถึงวิธีการคํานวณในเรื่องของการคํานวณการทดสอบ กําลังเครื่องยนต์ ซึ่งมีอยู่ ๓ แบบ บริษัทอื่น คือบริษัท สยามโบกี้ หรือกิจการร่วมค้าเอสบี เขาก็ได้เสนอค่าคํานวณแรงต้านทาน กําลังของเครื่องยนต์เป็นแบบสูตรของประเทศจีน เหมือนกัน แต่คณะกรรมการพิจารณาการประกวดราคาก็ตีคุณสมบัติในข้อนี้ตกไป
ข้อที่ ๒ ในเรื่องของการกําหนดเงื่อนไขในทีโออาร์ ทีโออาร์ได้กําหนดให้ บริษัทผู้ผลิตหัวรถจักรไฟฟ้าต้องผลิตกระแสไฟฟ้าเป็นแบบกระแสสลับ ก็คือระบบเอซีเอซี (ACAC) เพียงอย่างเดียว ถือว่าเป็นการล็อกสเปก ท่านประธานที่เคารพครับ บริษัทที่ผลิต หัวรถจักรแบบเอซีเอซีนั้น ในประเทศจีนมีเพียงแห่งเดียวก็คือโรงงานผลิตหัวรถจักร ของต้าเหลียน ต้าเหลียนนั้นเป็นบริษัทตัวแทนจําหน่ายของบริษัท ล็อกซเล่ย์ จํากัด (มหาชน) แห่งประเทศไทย ในขณะที่ในประเทศจีนนั้นมีโรงงานหลายแห่ง ผลิตหัวรถจักรรถไฟไม่น้อยกว่า ๓ แห่ง และในโรงงานเหล่านั้นเขาสามารถผลิตหัวรถจักรได้ทั้งในระบบเอซีเอซีและในระบบเอซีดีซี ก็คือผลิตกระแสไฟฟ้าเป็นกระแสตรงได้เช่นเดียวกัน แต่ทีโออาร์นั้นไม่ได้เปิดโอกาสให้ บริษัทโรงงานผู้ผลิตเหล่านั้นได้มีคุณสมบัติในการ เป็นผู้เสนอราคาแต่อย่างใด คณะกรรมการ ยังอ้างไปอีกว่ามีโรงงานหลายแห่งในยุโรปได้ผลิตรถจักรที่ผลิตกระแสไฟฟ้าเป็นระบบเอซีเอซี แต่ท่านประธานครับ ราคาที่การรถไฟแห่งประเทศไทยได้ตั้งไว้นั้นเป็นราคาที่บริษัท ในต่างประเทศโดยเฉพาะในยุโรปไม่สามารถที่จะมานําเสนอราคาได้มีเฉพาะโรงงาน ในประเทศจีนเพียงแห่งเดียว ก็คือโรงงานต้าเหลียน การกําหนดเงื่อนไขในทีโออาร์ต่อไป ก็คือการกําหนดให้โรงงานผู้ผลิตนั้นต้องมีผลงานในการส่งออก ๕ ปี เรื่องนี้เช่นเดียวกันครับ ท่านประธาน ในประเทศจีนนั้นมีโรงงานต้าเหลียนเพียงโรงงานเดียวที่มีคุณสมบัติครบดังกล่าว แล้วก็โรงงานต้าเหลียนนั้นก็เป็นโรงงานที่เป็นตัวแทนของบริษัท ล็อกซเล่ย์ จํากัด (มหาชน) แห่งประเทศไทย เช่นเดียวกัน การช่วยเหลือบริษัท ล็อกซเล่ย์ จํากัด (มหาชน) แห่งประเทศไทย ในเรื่องของการเอื้ออํานวยประโยชน์ในเงื่อนไขของทีโออาร์แล้ว กระผมยอมรับว่ามีกระบวนการ ที่แยบยลเป็นอย่างยิ่ง ค่อยเป็นค่อยไป มีการขายแบบประกวดราคาหลายครั้ง จนเป็นที่แน่ใจว่า บริษัท ล็อกซเล่ย์ จํากัด (มหาชน) แห่งประเทศไทยนั้นมีคุณสมบัติ เพราะว่าขั้นตอนสุดท้ายก็คือ การเสนอซองพิจารณาราคา หลังจากการขายแบบครั้งสุดท้าย ท่านประธานที่เคารพครับ มีผู้ที่มีคุณสมบัติครบ ๒ รายที่ผมได้กราบเรียนเบื้องต้น ก็คือ บริษัท กิจการร่วมค้าล็อกซเล่ย์ และบริษัท จี ซี เอส ๒ บริษัท ซึ่ง ๒ บริษัทนี้เป็นบริษัทในกลุ่มเดียวกัน ราคางบประมาณ การจัดซื้อหัวรถจักรในครั้งนี้ ราคางบประมาณ ๑,๐๕๐ ล้านบาท บริษัท จีซีเอส เสนอราคา ๑,๐๓๐ ล้านบาท บริษัท กิจการร่วมค้าล็อกซเล่ย์เสนอราคา ๑,๐๑๘ ล้านบาท ท่านประธานครับ ทั้ง ๒ บริษัทนี้เสนอราคาห่างกันเพียงเปอร์เซ็นต์เดียว ซึ่งในทางปฏิบัตินั้น ถ้ามีการแข่งขันที่ เป็นธรรมแล้ว ไม่มีทางเป็นไปได้ ท่านประธานครับ เพราะว่าก่อนหน้านี้การรถไฟแห่งประเทศไทย ก็เคยประกวดราคา การจัดซื้อตู้คอนเทนเนอร์ (Container) ในวงเงิน ๒๐๐-๓๐๐ ล้านบาท มีการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม แล้วก็ราคาต่างกันถึง ๕๕ ล้านบาท แต่นี่ ๑,๐๕๐ ล้านบาท เสนอราคาต่างกันแค่ ๑ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นแล้วผมจึงสงสัยว่าการเสนอราคาครั้งนี้จะมี การสมยอมราคากัน ข้อสังเกตอีกอย่างหนึ่งก็คือว่า ทั้งล็อกซเล่ย์และ จีซีเอส ซึ่งเป็นผู้ยื่นนั้น ได้ใช้หัวรถจักรไฟฟ้าดีเซลจากโรงงานเดียวกัน ก็คือโรงงานจากประเทศจีนที่ชื่อ ต้าเหลียน ท่านประธานที่เคารพครับ นายโสภณ ซารัมย์ ทราบข่าวมาโดยตลอดว่ามีการร้องเรียน ขอความเป็นธรรม ที่ผมต้องกราบเรียนเช่นนี้ก็เพราะว่า นายโสภณ ซารัมย์ นั้นถูกฟ้องเป็น จําเลยที่ ๔ ที่บริษัท สยามโบกี้ กับพวกเป็นโจทก์ฟ้องร้องกับศาลปกครอง เมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๓ เป็นคดีดําเลขที่ ๑๒๑๕/๒๕๕๓ ที่กระผมได้กราบเรียนท่านประธาน ในข้อหา คดีพิพาทเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทําโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย นายโสภณจะอ้างความ ไม่รู้ไม่ได้ เพราะว่าเป็นผู้ที่ถูกกล่าวหาและเป็นจําเลยที่ ๔ และเรื่องที่น่าสงสัยอีกประการ หนึ่งท่านประธานที่เคารพครับ นายโสภณ ซารัมย์ นั้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เมื่อประมาณต้นปี ๒๕๕๒ เข้าใจว่าประมาณต้นเดือนมกราคม หลังจากที่รัฐบาลนั้น ได้แถลงนโยบายต่อสภาแล้วก็ถือว่าการปฏิบัติหน้าที่เกิดขึ้นได้ ในวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๒ มีการเปลี่ยนแปลงของบอร์ดการรถไฟอยู่ท่านหนึ่ง ขออนุญาตเอ่ยนาม ชื่อ นายสมชาย ชาญณรงค์กุล นายสมชาย ชาญณรงค์กุล นี้นะครับ เป็นอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ท่านประธานครับ แล้วก็เป็นคนที่ถูกนินทาถูกกล่าวหาว่าเป็นเด็กของนักการเมืองค่ายใหญ่ จากจังหวัดบุรีรัมย์ส่งมาเป็นกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทยเพื่อคอยดูแลในเรื่อง ผลประโยชน์ เรื่องการประสานงานและเรื่องต่าง ๆ หลังจากที่เป็นรัฐมนตรีอยู่ไม่กี่วัน ท่านประธานที่เคารพครับ หลังจากที่บริษัทล็อกซเล่ย์ จํากัด (มหาชน) ประกวดราคาได้ ผมถือว่าเป็นโชคดีของประเทศไทย ประกวดราคาได้ก็จริง แต่เซ็นสัญญายังไม่ได้ สาเหตุที่ เซ็นสัญญายังไม่ได้ก็เพราะว่า การรถไฟแห่งประเทศไทยนั้นมีเงื่อนไขอยู่ข้อหนึ่งก็คือว่า ให้เอกชนเป็นผู้เสนอเงื่อนไขทางด้านการเงิน กําหนดให้เอกชนนั้นต้องเป็นผู้หาแหล่งเงินกู้ อันนี้เป็นเรื่องหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ
อีกเรื่องหนึ่งที่มีความสําคัญก็คือว่า การประกวดราคาครั้งสุดท้ายที่บริษัท ล็อกซเล่ย์ จํากัด (มหาชน) ชนะนั้นผิดเงื่อนไขตามมติ ครม. สํานักบริหารหนี้สาธารณะ ได้ออกมาท้วงติง เพราะว่าการประกวดราคาครั้งนี้เป็นการประกวดราคาแบบ อินเตอร์เนชั่น แนล บริดจ์ (International Bridge) ขออภัยท่านประธานครับ ไม่ได้เป็นการประกวดราคา แบบ อินเตอร์เนชั่นแนล บริดจ์ การประกวดราคาแบบนี้ก็คือว่าต้องเชิญชวนผู้รับเหมา ในต่างประเทศ ผู้ผลิตในต่างประเทศได้มายื่นซองประกวดราคาด้วย เพราะว่าในประเทศไทยนี้ ไม่มีบริษัทใดที่สามารถผลิตหัวรถจักรได้ แต่การรถไฟแห่งประเทศไทยได้ใช้วิธีการประกวด ราคาแบบ โลคอล บริดจ์ (Local Bridge) ก็คือเชิญชวนแต่ผู้รับเหมาภายในประเทศนั้นได้มา เป็นผู้เสนอราคา แล้วก็ใช้เป็นลักษณะกิจการร่วมค้ากับบริษัทในต่างประเทศเพื่อมาแสวงหา กําไรอันมิควร มีการตั้งราคาสูงกว่าปกติโดยอาศัยช่องว่างของร่างทีโออาร์ ท่านประธาน ที่เคารพครับ เมื่อเห็นความผิดที่รออยู่ข้างหน้า เซ็นสัญญาไม่ได้ การรถไฟแห่งประเทศไทย จึงได้ประกาศการยกเลิกการประกวดราคาเมื่อวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๕๔ ผมมีเอกสารยืนยันนะครับ การยกเลิกการประกวดราคาเมื่อวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๕๔ ผมเชื่ออย่างหนึ่งท่านประธานครับ การยกเลิกการประกวดราคาในครั้งนี้ ไม่ใช่ความคิดของการรถไฟหรอกครับท่านประธาน เพราะว่าการรถไฟนั้นเขาไม่ได้กลัวเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่คนที่กลัวคือ นายโสภณ ซารัมย์ ท่านประธานครับ เพราะว่าพรรคเพื่อไทยนั้นได้ยื่นญัตติไม่ไว้วางใจท่านในวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ กําหนดการอภิปรายในวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๔ การรถไฟแห่งประเทศไทย ยกเลิกการประกวดราคาในวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๕๔ หลังจากการยื่นญัตติไม่ไว้วางใจเพียง ๑ วันเท่านั้นเอง เพื่อหลีกเลี่ยงข้อกล่าวหาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เอกสารที่ยกเลิก ปรากฏอยู่บนหน้าจอที่ผมได้แสดงให้ท่านประธานได้เห็นนะครับ การกระทําของ นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมกํากับดูแลการรถไฟแห่งประเทศไทย ถือว่า ท่านเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทําความผิดต่อราชการตามมาตรา ๑๐ ของ พ.ร.บ. ว่าด้วย ความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาของรัฐ ๒๕๔๒ เพราะมีผู้เสนอราคา ๒ ราย สมยอมราคากัน มีการเอื้อประโยชน์ในเรื่องของทีโออาร์ให้บริษัทล็อกซเล่ย์เป็นผู้ชนะในการประมูล แม้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยจะยกเลิกการประกวดราคาแล้ว ท่านประธานครับ แต่ก็ เป็นเพราะฝ่ายค้านได้ยื่นญัตติไม่ไว้วางใจท่าน การยกเลิกของท่านนั้นมิได้เกิดจากจิตสํานึก ในการปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติแต่อย่างใด การกระทําของท่านจึงเปรียบเสมือน โจรที่เข้าบ้านแล้ว แต่เจ้าของบ้านนั้นรู้ทันเสียก่อน จับได้เสียก่อน โจรนั้นก็เลยต้องหนี ออกจากบ้านไปยังไม่ทันขโมยของ แต่ถ้ามีโอกาสจะกลับมาในบ้านหลังนั้นอีก ท่านประธาน ที่ผมได้กราบเรียนเช่นนี้ก็เนื่องจากว่าหลังจากที่การรถไฟแห่งประเทศไทยได้ยกเลิก การประกวดราคาครั้งสุดท้าย อีกไม่กี่วันการรถไฟแห่งประเทศไทยจะทําการประกวดราคา ใหม่อีกครั้งหนึ่ง ผมจําเป็นต้องพูดดักเอาไว้ก่อน คราวนี้เป็นการประกวดจาก ๗ หัว เข้าใจว่า เป็นถึง ๒๐ หัวทีเดียว มากกว่าเก่าอีกท่านประธานที่เคารพครับ ในช่วงที่การเมืองนั้น กําลังจะมีการเลือกตั้งพอดี การเมืองที่กําลังวุ่นวายมีการยุบสภาผู้แทนราษฎรก็ดี ผมเชื่อว่า การกระทําของ นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมกํากับดูแลกิจการ การรถไฟแห่งประเทศไทยในการจัดซื้อหัวรถจักรดีเซลไฟฟ้า จํานวน ๗ คัน เป็นการ ดําเนินการที่มีเงื่อนงําและไม่ชอบด้วยกฎหมาย นายโสภณ ซารัมย์ ได้เข้าไปเกี่ยวข้อง นายโสภณ ซารัมย์ จะอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้ เพราะ ๑. โดนคดีที่บริษัทสยามโบกี้ได้ฟ้องร้อง ๒. นายโสภณ ซารัมย์ นั้นได้ส่งกรรมการรถไฟคนหนึ่ง ชื่อนายสมชาย ที่ผมได้กราบเรียน ท่านประธานตอนเบื้องต้น นายสมชายนั้นเป็นที่รู้กันอยู่ว่าเป็นคนของพรรคภูมิใจไทย ท่านประธานที่เคารพครับ การประกวดราคาแบบนี้ ถ้ามีการเสนอราคาแบบถูกต้อง มีการ แข่งขันราคาที่เป็นธรรมแล้วรัฐจะสามารถประหยัดงบประมาณได้มากกว่านี้ ไม่ใช่ประหยัด ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท เสนอราคาต่างกันแค่ ๑ เปอร์เซ็นต์ ด้วยเหตุนี้ท่านประธานที่เคารพ ครับ ผมเองจึงไม่อาจไว้วางใจท่านรัฐมนตรีโสภณ ซารัมย์ ได้ แล้วก็ไม่อาจปล่อยให้บริหาร ราชการแผ่นดินได้แม้แต่อีกวันเดียว ท่านประธานครับ เพราะว่านอกจากจะทําความผิดแล้ว ตั้งบอร์ดที่เป็นพวกพ้องของตัวเองเข้าไปดูแลผลประโยชน์ในการรถไฟแห่งประเทศไทย เขาทราบกันหมดท่านประธานครับ นี่ยังมีอีกหลายบอร์ดท่านประธาน ไม่ใช่เฉพาะกระทรวง คมนาคม อีกหลายกระทรวงที่ได้ไปดูแลในกลุ่มการเมืองกลุ่มนี้นะครับ เพราะฉะนั้นแล้ว กระผมจึงกราบเรียนท่านประธานและพี่น้องประชาชนทุก ๆ คนว่ากระผมไม่อาจไว้วางใจ นายโสภณ ซารัมย์ ได้ ไม่สามารถปล่อยให้ นายโสภณ ซารัมย์ ได้มาบริหารกระทรวง คมนาคมได้ต่อไป จึงเรียนท่านประธานมาด้วยความเคารพ ขอบคุณครับ