สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๔

กรณี จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หารือเรื่องการใช้หนี้สาธารณะของรัฐบาล โดยอธิบายว่ารัฐบาลที่มีการใช้หนี้สาธารณะมากที่สุด และเสนอแนะให้รัฐบาลดำเนินการผลักดันเรื่องร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการปรับค่าแรงให้กับประชาชนที่ยากจน และส่งเสริมความยุติธรรมในการจัดสรรทรัพยากร

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขอใช้เวลาสั้น ๆ ครับ ที่จะชี้แจงเพิ่มเติมให้กับท่านสมาชิกนะครับ เมื่อสักครู่ความจริง ท่านสมาชิกได้บอกว่าไม่อยากที่จะนําตัวเลขมาต่อสู้กัน แต่ว่าท่านก็ได้พูดถึงความสามารถ ในการชําระหนี้ของทางรัฐบาล เพราะฉะนั้นผมจึงมีความจําเป็นจริง ๆ ที่ต้องเอาข้อเท็จจริง ที่เดิมทีก็คิดว่าจะไม่ต้องมาใช้ในการที่จะชี้แจงเพื่อให้ท่านกระจ่างในส่วนของบทบาทหน้าที่ ที่ผ่านมาของทางรัฐบาลนี้ ต้องขออนุญาตเรียนว่ารัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลที่มีการใช้หนี้มากที่สุด แล้วก็มีการใช้หนี้คืนอย่างต่อเนื่องในจํานวนที่เพิ่มขึ้นทุก ๆ ปี ตั้งแต่เรามารับหน้าที่ ในปี ๒๕๕๑ ก็คือก่อนที่เราจะมาเป็นรัฐบาล มีการใช้คืนเงินต้นในงบประมาณ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๕๒ ๖๖,๗๐๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๕๓ ซึ่งเป็น พ.ร.บ. งบประมาณฉบับแรกที่เราทํา ในฐานะเป็นรัฐบาล มีการใช้เงินต้นสูงถึง ๗๐,๖๘๐ ล้านบาท และนี่ยังไม่รวมการใช้หนี้ ก่อนกําหนดอีก ๔๒,๐๐๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๕๓ ด้วย ซึ่งจะทําให้ยอดการชําระหนี้ สาธารณะของรัฐบาลนี้ในปีนั้นปีเดียวสูงถึง ๑๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ไม่เคยมีรัฐบาลในช่วง ระยะเวลาที่ผ่านมา ที่ใช้หนี้สาธารณะในงบประมาณในจํานวนเท่านี้ นั่นคือข้อเท็จจริง อันดับแรก

ประเด็นที่ ๒ ผมต้องขออนุญาตยืนยันนะครับ เนื่องจากเป็นนโยบายที่สําคัญ ของรัฐบาลนี้ ก็คือเรื่องของ พ.ร.บ. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างว่าเราเอาจริงกับเรื่องนี้ ท่านพูดว่า ๒ ปีที่ผ่านมาไม่คืบหน้า ท่านอ้างว่ารัฐบาลสมัยคุณทักษิณก็เอาจริงกับเรื่องนี้ ผมก็เห็นรัฐบาลนั้นอยู่ตั้ง ๕ ปี ก็ไม่เห็นมีความคืบหน้าแม้แต่นิดเดียว แต่ในส่วนของ ร่างพระราชบัญญัตินี้โดยรัฐบาลนี้ ตอนนี้อยู่ในชั้นคณะกรรมการกฤษฎีกา แล้วก็จะกลับมาสู่ ครม. ในเร็ววันนี้ แล้วก็ทางรัฐบาล เมื่อร่างกลับมาที่คณะรัฐมนตรีก็จะส่งบรรจุเป็นวาระประชุม ในสภาทันที ส่วนประเด็นเรื่องภาษีมรดกก็ต้องขออนุญาตเรียนเพื่อความชัดเจนว่า ผมพูดไว้แต่แรกว่าขอที่จะผลักดันเรื่องของภาษีทรัพย์สินและที่ดินก่อน แล้วค่อยมาพิจารณา อีกทีหนึ่งว่าภาษีมรดกในรูปแบบใดจะมีความเหมาะสมในการนําเสนอที่สําคัญอีกประเด็น หนึ่ง แล้วก็ต้องขออนุญาตจริง ๆ ท่านสมาชิกบอกว่าผมไม่ควรที่จะไปอ้างว่าคนโน้นเคยทํา อย่างนี้ เราจะทําอย่างโน้น ซึ่งผมก็เห็นด้วย แต่ว่าเพื่อความชัดเจนต่อพี่น้องประชาชน ไม่ให้สับสนต่อการอภิปรายของท่าน ผมก็มีความจําเป็นในบางกรณีที่จะต้องเปรียบเทียบ แล้วก็อย่างเช่นในส่วนของภาษีทรัพย์สินและที่ดิน ท่านบอกว่าเป็นเรื่องที่ความจริง รัฐบาลคุณทักษิณเป็นคนทํามา แล้วเราก็เอามาปัดฝุ่น ข้อเท็จจริงเลยนะครับ ถ้าท่านไปศึกษาประวัติของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านจะพบว่าจุดเริ่มต้น คือปี ๒๕๓๗ รัฐบาลของท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ท่านชวน หลีกภัย ท่านมีความคิดริเริ่ม ในการที่จะรวมภาษีบํารุงท้องที่ และภาษีโรงเรือนมาเป็นภาษีเดียวกัน ซึ่งยังเป็นแนวคิด ที่เราใช้เป็นหลักในการร่างพระราชบัญญัติภาษีทรัพย์สินและที่ดินชุดที่เรากําลัง พิจารณาอยู่ อันนี้ก็เพื่อความชัดเจนนะครับ และในส่วนของรัฐบาลชวนในปี ๒๕๔๑ ก็คือรัฐบาลชวน ๒ ก็เป็นผู้ที่มีมติคณะรัฐมนตรีเป็นครั้งแรกที่ได้เสนอ พ.ร.บ. ภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แล้วก็รัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ อันนี้ก็จะผลักดันเรื่องนี้ต่อไป

ในส่วนสุดท้ายที่ผมจะขออนุญาตเรียน ท่านบอกว่า นโยบายการปรับ เรื่องของค่าแรงของทางรัฐบาล เหมือนจะเป็นการปรับเพื่อหนีเรื่องของเงินเฟ้อ ก็คือ ของแพงขึ้นก็ปรับขึ้น เหมือนกับไม่มียุทธศาสตร์ แต่ผมขอเรียนนะครับว่าไม่เป็นเช่นนั้น รัฐบาลนี้ได้ปรับค่าแรงขั้นต่ํามาแล้วให้กับพี่น้องประชาชนผู้ยากจน โดยที่ในเที่ยวที่แล้ว เราได้ปรับโดยเฉลี่ยประมาณ ๑๑ บาท แล้วก็เป็นการปรับภายใต้หลักความคิดว่าเราต้องการ ที่จะแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ําระหว่างผลตอบแทนในส่วนของนายทุน ซึ่งตอนนี้ต้องบอก มีกําไรในระดับที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์เช่นเดียวกัน บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ รวมกันไม่เคยมีกําไรมากเท่าปีนี้ แล้วก็ตัวชี้วัด คือตัวดัชนีหลักทรัพย์ทะลุ ๑,๐๐๐ จุด ไม่ได้เป็นเพราะการปลุกปั่นหรือปั่นหุ้นหรืออย่างไร แต่สะท้อนถึงระดับกําไรของบริษัท ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ เมื่อผู้ประกอบการมีกําไร ในระดับที่สูงเช่นนั้น ความเป็นธรรมในสังคมในแง่มุมของรัฐบาลนี้ ก็คือเราควรที่จะต้องปรับ ค่าแรงให้กับผู้ใช้แรงงานด้วย อันนี้คือสาเหตุที่เราใช้ในการปรับค่าแรงที่ผ่านมา แล้วเราก็ยืนยัน ว่าเราจะปรับโดยตรรกะเดิมนี้ให้กับผู้ใช้แรงงานอีกต่อไปอีก ๒๕ เปอร์เซ็นต์ใน ๒ ปีข้างหน้า

ส่วนประเด็นสุดท้ายครับ เรื่องของประเด็นสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่ท่านบอกว่า เอาละ ก็เอาให้เป็นหน้าที่ของทาง ป.ป.ช. ก็แล้วกันว่าจะพิจารณาว่ามีการทุจริตหรือไม่ คือมันพูดง่ายครับ แต่ท่านยื่นญัตติถอดถอนผมเรื่องนี้ ผมไม่เห็นท่านเสนอหลักฐาน แม้แต่ชิ้นเดียวว่าผมได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการทุจริตอย่างใดเกี่ยวกับการออกสลากการกุศล โดยรัฐบาล ท่านจะเสนอญัตติสุดท้ายแล้วก็ส่งต่อไปให้ ป.ป.ช. เขาพิจารณาอย่างนั้น ผมคิดว่ามันไม่เป็นการรับผิดชอบที่เพียงพอโดยฝ่ายค้าน ผมก็ขออนุญาตที่จะตําหนิท่าน ในประเด็นนี้ ส่วนการที่ท่านบอกว่าผมยอมรับอย่างโน้นอย่างนี้ว่ามีประเด็นปัญหาในการขาย สลากในช่วงที่ผ่านมาราคาสลากสูงเกินควร ผมก็เพียงแต่บอกว่าเช่นเดียวกับทุก ๆ ท่าน ผมเห็นปัญหาว่าสลากแพงเกินราคา ผมก็ได้เสนอให้ท่านได้ฟังแล้วเมื่อสักครู่ว่าแนวคิดในทาง นโยบายต่อการแก้ปัญหานั้นเป็นเช่นใด แล้วก็หวังว่าจะมีโอกาสที่จะผลักดันมาตรการ เพื่อที่จะแก้ปัญหาเรื่องสลากแพงให้กับพี่น้องประชาชนต่อไปครับ ขอบคุณครับ