สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๔

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ โต้แย้งนโยบายของรัฐบาล โดยกล่าวหาว่าหนี้สาธารณะของไทยมีมากที่สุดในประวัติศาสตร์ และไม่มีแผนการชำระหนี้ที่ชัดเจน นอกจากนี้ยังวิพากษ์วิจารณ์กระบวนการนโยบายของรัฐบาลที่ไม่มีประสิทธิภาพและไม่มีแนวทางที่ชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องการรักษาเสถียรภาพอัตราแลกเปลี่ยนและภาวะเงินเฟ้อ การปรับค่าแรงขั้นต่ำ การเบียดบังงบประมาณของพี่น้องท้องถิ่น และการขายสลากเกินราคา จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์เรียกร้องให้มีความโปร่งใสในการจัดสรรโควตาและตรวจสอบการขายสลากเกินราคา

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่จากพรรคเพื่อไทย ต้องกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพ ผมกราบขอบพระคุณผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี ทั้ง ๒ ท่าน ที่ได้ให้เกียรติลุกขึ้นมาตอบในคําอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถึงแม้ว่าโดยความรู้สึก ผมจะรู้สึกว่าท่านรัฐมนตรีกรณ์จะลุกขึ้นมาแถลงนโยบายอีกครั้งหนึ่ง มากกว่าการตอบ ในประเด็นคําถาม แต่ไม่เป็นอะไรครับ นั่นก็ถือว่าเป็นวิธีการเป็นลีลา ผมเองต้องกราบเรียน ว่าผมคงไม่ยกตัวเลขมาเป็นต่อสู้กับท่าน เพราะว่ามันไม่มีที่สิ้นสุด ท่านยกตัวเลขซ้าย ผมยกตัวเลขขวาเอามาดูกันมันก็จะหักล้างกันไปหักล้างกันมาเป็นการเสียเวลาของสภาครับ เพราะเพื่อนเรารออภิปรายอยู่ในหลายประเด็น แต่อย่างไรก็ตามผมต้องกราบเรียนอย่างนี้ครับ สิ่งที่จะชี้วัดได้ถึงความสําเร็จของนโยบายเศรษฐกิจของท่าน ง่ายที่สุดกําลังจะมาถึงครับ คือการยุบสภาและการเลือกตั้ง เพราะพี่น้องประชาชนจะเป็นคนตัดสินครับ ถ้าเขารู้สึกว่า สิ่งที่ผมได้พูดมา เงินมันแข็งจนกระทั่งผู้ส่งออกลําบาก เรื่องของเงินเฟ้อจนกระทั่งข้าวของ มันแพง เรื่องของความเหลื่อมล้ําในรายได้เขายังจนอยู่อย่างเดิม ถ้ามันเป็นจริงถึงเวลา เขาก็ไม่เลือกท่าน แต่ถ้าท่านดําเนินกิจกรรมมาได้ด้วยดีทําได้ดี ผมก็คงต้องแสดงความยินดี กับท่าน ถึงเวลาเขาก็คงจะไปสนับสนุนท่านให้กลับมาปฏิบัติภารกิจในฐานะรัฐบาล อีกครั้งหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตามท่านประธานมันมีบางประเด็นที่ไม่ชี้แจงไม่ได้ ผมเองไม่รู้ว่า ผมเป็นคนที่อภิปรายแล้วพูดผิดหรือท่านฟังไม่ถูก ผมก็ไม่กล้าที่จะตอบ หรือท่านพยายาม ที่จะสรุปความในบางส่วนว่าแนวความคิดของพรรคฝ่ายค้านเป็นอย่างนี้ใช่ไหม ลักษณะนั้น ผมได้พยายามเตือนตั้งแต่ตอนอภิปรายในครั้งแรกว่า ในการที่จะเป็นเสนาบดี ในการที่จะ เป็นผู้นําองค์กรใด ๆ ผมมองว่ามันไม่ใช่วิธีการที่เหมาะสมที่ท่านจะมาตอบโต้กันด้วยวาจา แล้วทีคุณล่ะผมทําแล้ว ทีคุณล่ะมันไม่ใช่สิ่งซึ่งนักบริหารที่ดีควรจะเป็น ผมกราบเรียนด้วย ความเคารพไว้ก่อน สิ่งที่ท่านได้กราบเรียนมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องประเด็นหนี้สาธารณะ ผมประทานโทษก็ได้มันเป็นงบประมาณที่พรรคพลังประชาชนตั้งไว้อยู่ส่วนหนึ่ง แต่ท่าน เป็นผู้ใช้ หักลดให้ ท่านก็ยังก่อหนี้มากที่สุดในประวัติการณ์ถึง ๑ ล้านกว่าล้านบาท ก็ยังอยู่ ครับ นี่ครับคือประเด็น แล้วประเด็นที่ผมชี้ลงไปจริง ๆ ในเรื่องของหนี้สาธารณะนั้น คือเรามองไม่เห็นเลยว่าด้วยภาระหนี้ระดับปัจจุบันนี้รัฐบาลไทยจะประคองจะหาเงิน ที่ไหนในอนาคตมาใช้ ต้องใช้เวลากี่ปีถึงจะหมด แค่ให้ใช้หนี้สินปีละ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท บวกกับดอกเบี้ยปีละ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ต้องลงทุนเลย ผมว่าก็เกือบ ๑๐๐ ปีแล้ว กระมังครับ นี่ครับคือภาระหนี้สินในปัจจุบันที่เราจะต้องไปชดใช้ในอนาคต เรื่องของ ประเด็นอื่น ๆ ผมฟังคําตอบแล้วผมก็รู้สึกว่ามันล่องลอย ท่านก็บอกว่าอันนี้ก็ดําเนินการอยู่ เรื่องของกฎหมายทรัพย์สินและมรดกก็ดําเนินการ รถไฟกําลังเจรจา ๓ จีก็กําลังคาราคาซัง กําลังดําเนินการ บอกคนโน้นทํามาก่อนคนนี้ทํามาก่อน ไม่ใช่คําตอบที่ดีครับท่าน แล้วที่สําคัญท่านใช้เวลามา ๒ ปีกว่าแล้วนะครับมันยังไม่คืบหน้า มันยังไม่เห็นเป็นรูปธรรม ตรงนี้ผมยังยืนยันเลย

ในประเด็นถัดไป เรื่องของการรักษาเสถียรภาพอัตราแลกเปลี่ยนและภาวะ เงินเฟ้อ ผมต้องเปลี่ยนชื่อนะครับ ครั้งแรกผมอาจจะใช้คําว่า ท่านแก้ปัญหาภาวะเงินเฟ้อ กับค่าเงินแข็งตัวไม่ได้ ผมว่าเอาอย่างนี้ดีกว่าท่านรักษาเสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยนไม่ได้ มันแข็งตัวอย่างต่อเนื่องอันนี้ต้องยอมรับความจริง แน่นอนครับ คนที่นําเข้าอาจจะมีความสุข แต่คนส่งออก พี่น้องเกษตรกรที่เขาต้องขายข้าว ในที่สุดเขาขายข้าวให้ผู้ส่งออก ผู้ส่งออกก็ไปขาย เมืองนอกได้เงินกลับมาน้อยลง เงินมันก็กลับไปในกระเป๋าของพี่น้องประชาชนน้อยลง นั่นเองครับ อันนี้ครับคือประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียนท่าน แต่สิ่งที่ผมบอกนี่นะครับ เรื่องของการไต่บันไดลิง ประเด็นของผมนะครับ ผมกราบเรียนอย่างนี้ ผมได้ชี้ชัดไว้ ในการอภิปรายในช่วงแรกอย่างชัดเจนแล้วว่า ไม่ใช่ว่าพรรคฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทยไม่อยากปรับ ค่าแรงขั้นต่ํานะครับ ท่านจะได้เห็นแล้วจะตกใจนโยบายของพรรคเพื่อไทย การปรับค่าแรงขั้นต่ํา เรามีตัวเลขให้แล้วครับ แต่ผมยังไม่มีหน้าที่จะต้องมาชี้แจงท่านในเวทีนี้ เพราะเวทีนี้ คือการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีในคณะรัฐบาลของท่าน แต่ผมกราบเรียนเลยว่าเรามี แนวความคิดในการปรับค่าแรงขั้นต่ําเช่นกัน แต่วิธีการมันต่าง ถ้าไปเริ่มจากจุดคิดที่ว่าเงินเฟ้อ ก็เลยต้องเพิ่มค่าแรง ทั้งที่เงินเฟ้อครั้งนี้มันเกิดจากการที่ต้นทุนสินค้ามันแพงขึ้น ถึงเวลา มันก็จะผลักดันให้มันเป็นวงจรที่มันไม่มีที่สิ้นสุดของการเกิดภาวะเงินเฟ้อ ขึ้นค่าแรง ต้นทุนขึ้น เงินเฟ้อ ขึ้นค่าแรง ต้นทุนขึ้นอีก มันไม่จบไม่สิ้น วิธีการนี้ท่านจะต้องหาวิธีการในการรักษา เสถียรภาพก่อนในเรื่องของปัญหาเงินเฟ้อ แล้วค่าแรงไปขึ้นนี่ใครก็อยากขึ้น ถามบอกท่านพูด หาเสียงหรือเปล่า ผมถึงถามอย่างไรครับ เพราะผมเชื่อว่าท่านทราบว่าอยู่ดี ๆ พรวดพราด โดดโยนค่าแรงเพิ่มขึ้นไปตูมนี่ โครงสร้างทางเศรษฐกิจมันรับไม่ได้ ในเรื่องของปัญหาต่าง ๆ ที่มันรุมเร้าอยู่นี้มันอาจจะรับไม่ได้ นี่มันเป็นความเสี่ยง ผมก็เชื่อว่าท่านรู้ เพราะฉะนั้น ผมกราบเรียนเลย ผมเชื่อว่าท่านหาเสียงล่วงหน้าเท่านั้นเอง ในเรื่องของการปรับขึ้นค่าแรง ผมจะรอดูว่าท่านจะทําเมื่อไร จะทําทันยุบสภาหรือเปล่า ผมก็จะรอดูว่าท่านจะทิ้งไพ่ใบนี้ อย่างไร

ในส่วนสุดท้ายผมยังยืนยันครับ การตั้งงบประมาณมันเป็นเรื่องที่เรามีการ เบียดบังกับพี่น้องท้องถิ่นจริง ๆ ผมขออนุญาตไม่ลงรายละเอียด เพราะอะไรครับท่านประธาน ท่านรอวัน ๒ วัน เดี๋ยวจะมีท่านประธานวิปฝ่ายค้านของผม ท่านวิทยา บุรณศิริ จะมาชี้แจง แถลงไขให้กับพี่น้องประชาชน รวมถึงพี่น้องท้องถิ่นทั่วประเทศ ๘,๐๐๐ กว่าองค์กร เขาได้รู้ว่า เกิดอะไรขึ้นกับเงินของเขา รัฐบาลนี้ทําอะไรกับเงินของเขา โดนโกงจริงหรือเปล่า ไปฟังกัน วันนั้นดีกว่า

ในส่วนของเรื่องสลากการกุศล ผมต้องกราบเรียนอย่างนี้ครับ ไม่ว่าจะตอบ อย่างไรก็ตาม มันมีข้อสงสัยในเรื่องของความโปร่งใสในการจัดสรรโควตา ซึ่งเรื่องนี้ทาง พรรคฝ่ายค้านก็ได้ดําเนินการในเรื่องของ ป.ป.ช. การถอดถอนท่านรัฐมนตรีกรณ์ไปแล้ว ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทาง ป.ป.ช. เขาดําเนินการไป ผลออกมาอย่างไรทุกฝ่ายยอมรับได้ครับ ผมกราบเรียนด้วยความเคารพ แต่อย่างไรก็ตามนี่นะครับฟังจากที่ท่านรัฐมนตรีชี้แจง เมื่อสักครู่นี้ ท่านก็เห็นดีเห็นงามกับการที่มีบริษัทยักษ์ใหญ่ไม่กี่รายเข้าไปผูกขาดตลาด การผูกขาดตลาดสลากนี้มันเกิดขึ้นมานาน ในสมัยรัฐบาลปัจจุบันก็เกิดขึ้นอีก แล้วผลก็คือ ผมซื้อสลากเมื่อเช้าอย่างที่บอก ใบหนึ่งต่อใบนะครับ คู่ละ ๑๑๐ กว่าบาท ๑๑๒ บาท นี่ครับ สิ่งที่เกิดขึ้น แล้วท่านไม่สังเกตหรือครับ ผมอุตส่าห์ให้คําใบ้ท่านนะครับ ท่านเห็นไหมครับ มันมาเย็บเล่มรวมกันนี้ขายอยู่เต็มตลาด มันเกิดจากอะไร ถ้าไม่ใช่มีการล็อก (Lock) โควตา สลากทุก ๆ ประเภท มีการขายข้ามไหมครับ เมื่อก่อนเขามีการทําแถบป้องกันการขายข้ามเขต เดี๋ยวนี้หายไปไหน นี่ละครับคือปัญหา ผมถือว่าท่านรัฐมนตรีกรณ์ได้ยอมรับกลางสภาว่า ท่านปล่อยปละละเลยในการทําหน้าที่ จนกระทั่งลอตเตอรี่สลากกินแบ่งรัฐบาลนี้มันขายเกิน ราคากว่าที่กฎหมายกําหนด ตาม พ.ร.บ. สํานักสลากกินแบ่งรัฐบาล เขากําหนด ๔๐ บาท ขายอยู่ ๕๐ กว่าบาท ๖๐ บาท ท่านยังโอเคกับมันอยู่ ท่านละเว้นในการปฏิบัติหน้าที่ เป็นเหตุ ให้เงินของพี่น้องประชาชน ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ ต้องสูญไปกับระบบการจัดสรรโควตา กับระบบการขายสลากเกินราคา ผมต้องกราบเรียนว่าด้วยประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ก็ให้เพื่อน สมาชิกได้รับฟังไว้ แต่คนที่จะตัดสินจริง ๆ คือพี่น้องประชาชนในวันเลือกตั้งครับ ขอบคุณครับ