สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๔

วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ วิจารณ์ความเหมาะสมของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เนื่องจากไม่มีผลงานที่ชัดเจน และมีคําพูดที่บั่นทอนจิตใจและเสื่อมเสียต่อประเทศไทย วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ยังต่อต้านการกล่าวหาประเทศเพื่อนบ้านของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และพูดว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนั้นไม่เหมาะสมในการใช้ปากสร้างปัญหา

นางสาววิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย

ท่านประธานคะ ก็ต้องขอขอบคุณ นะคะ จริง ๆ แล้วดิฉันเองก็เป็นคนหนึ่งที่รักในสถาบันพระมหากษัตริย์ แล้วก็เทิดทูนท่านไม่แพ้ กว่าใคร ๆ ในประเทศไทยแน่นอน แล้ววันนี้ดิฉันมาพูดถึงเนื้อหา ไม่ได้มาพูดถึงเนื้อหา แต่มาพูดถึง การทํางานของรัฐมนตรีต่างหาก เอาละค่ะ ถ้าอย่างนั้นเรามาเข้าในข้อที่ ๔ กับการที่ดิฉันทําไมถึง ไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีคนนี้ ขอสไลด์ด้วยนะคะ

ข้อที่ ๔ ค่ะ คือความไม่เหมาะสมกับการเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ เขาบอกว่าการเป็นนักการทูตที่ดีต้องมีปากเป็นเอกนะคะ คุณสมบัติการเป็น นักการทูตที่ดีจะต้องสามารถสร้างลักษณะเป็นภาพพจน์ให้กับประเทศเราได้ แต่รัฐมนตรีคนนี้ ทําสิ่งตรงกันข้ามค่ะ การทํางาน ๒ ปีที่ผ่านมาต้องถือว่าติดลบนะคะ ไม่มีผลงานที่ชัดเจน มีแต่ คําพูดที่บั่นทอนจิตใจแล้วก็ทําให้เสื่อมเสียต่อประเทศไทยเรา คําพูดนี่สร้างศัตรูค่ะ ยกตัวอย่างเช่น วันที่ ๙ เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ คํากล่าวสะท้านโลก ท่านพูดถึงว่าประเทศกัมพูชาเป็นเด็กเกเร พร้อมทั้งมีท่าทีเป็นปฏิปักษ์กับมิตรต่าง ๆ ในประเทศมหาอํานาจ ซึ่งที่จริงแล้วเป็นการแสดงถึง ความเป็นเด็กเกเรของทางการทูตของรัฐมนตรีคนนี้เท่านั้นเอง

ต่อไปวันที่ ๙ เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ วันเดียวกัน ในคณะกรรมาธิการ การต่างประเทศ วุฒิสภา ที่ท่านได้เข้าไปชี้แจง ท่าทีของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่ไม่ดูแคลนประเทศเพื่อนบ้านแล้ว ก็ยังมีท่าทีเปลี่ยนไปเป็นนายกษิตบนเวทีพันธมิตรคนเดิม ท่านได้เรียกท่านสมเด็จฮุนเซนว่า กุ๊ย แต่วันนี้เบาลงมาหน่อยท่านมาเรียกเขาว่าเด็กเกเรข้างบ้าน ข้อความนะคะ ท่านได้พูดว่า แม้เขมรจะแสดงให้เห็นภาพว่าผู้ถูกกระทําขอความเห็นอกเห็นใจผ่าน การสู้รบมาตลอดเพื่อให้ได้สิทธิเสรีภาพ แต่ความเห็นใจเหล่านี้ไม่อนุญาตให้สมเด็จฮุนเซนเป็นเด็ก เกเรกับประเทศไทย ต้องมาชี้แจงว่าตอนนี้มีเด็กเกเรตอแยอยู่ข้างบ้าน แต่เราเป็นผู้ใหญ่ที่มีมิตรจิต มิตรใจกับชาวกัมพูชาที่ยากจนทุกคน นี่คือคําพูดของท่านค่ะ ท่านบอกว่าประเทศกัมพูชาคือเด็ก ส่วนประเทศไทยเป็นผู้ใหญ่ที่ใจดี ถามว่าแค่นี้มันยังไม่พอนะคะ ท่านยังประกาศว่าท่านจะถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ประเทศกัมพูชา ท่านฮอนัมฮง ท่านจะถามว่าหรือ สู้รบฟาดฟันกันตลอดแนวชายแดนก็ได้ แต่ที่ผ่านมาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าอย่ามาต่อกรกับไทย เพราะหากยังเกเรอยู่นี่ก็จะมีแต่เจ็บลูกเดียว อันนี้ท่านพูด ยังไม่จบค่ะ การพูดถึงประเทศจีน ประเทศอินเดีย และประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ ๔ เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาก็เช่นเดียวกัน ท่านได้พูดไว้ว่า ที่ประเทศกัมพูชาทําสําเร็จโดยอาจจะมีประเทศอื่นสนับสนุน เช่น ประเทศรัสเซีย ประเทศอินเดีย หรือประเทศจีน แล้วจึงฟ้องคณะมนตรีความมั่นคง แห่งสหประชาชาติ เป็นการกล่าวหาโดยไม่มี หลักฐาน เป็นการสร้างศัตรูเพิ่มขึ้นด้วยซ้ําไป คือท่านไปกล่าวหา เพราะว่าทางประเทศรัสเซีย ไม่ช่วยซื้ออาวุธ ท่านก็เลยบอกว่าประเทศรัสเซียตอนนี้มันไม่ใช่เป็นประเทศมหาอํานาจเหมือนเดิม แล้ว แต่ว่าเป็นแค่ประเทศระดับกลางแค่นั้นเอง คําพูดที่ท่านเอาไปพูดตอนนั้นถามว่า ไปต่อว่าประเทศรัสเซีย วันนี้มันไม่ใช่แค่นั้น วันนี้นอกจากนั้นแล้วท่านยังเปิดไพ่อย่างชัดเจนด้วยซ้ําว่า ประเทศเราเป็นพันธมิตรกับทางประเทศสหรัฐอเมริกา ท่านพูดว่า ผมจะทวงสัญญากับประเทศ สหรัฐอเมริกาในฐานะที่เป็นพันธมิตรกันและมีสัญญาระหว่างกันมากมายเพื่อช่วยปัญหาประเทศ ไทยกับประเทศกัมพูชาด้วย ถามว่าวันนี้การแก้ไขปัญหาระหว่างเพื่อนบ้าน ดิฉันคิดว่ารัฐมนตรีควร จะมีวุฒิภาวะเป็นผู้ใหญ่พอในการตอบคําถาม ไม่ควรใช้อารมณ์ตอบโต้ ต้องใช้วิจารณญาณและสติ ให้มากที่สุดค่ะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนี่ไม่ใช่ดีแต่ใช้ปาก รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศที่ดีควรที่จะใช้ปากแก้ปัญหา ไม่ใช่ดีแต่เอาปากไปสร้างปัญหา ยกตัวอย่างกรณีทุกอย่างที่ดิฉันได้พูดมาหมดแล้ว วันนี้ยังมีคอมเมนท์ (Comment) เหมือนกัน จากท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ท่านบรรหาร ศิลปอาชา ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่านนะคะ ท่านได้ให้ คําสัมภาษณ์ไว้ตั้งแต่วันที่ ๑๐ เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ท่านได้พูดว่า ตนไม่เข้าใจว่าทําไมนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจึงไปพูดว่าหลายประเทศให้การหนุนหลังการรบ แก่ประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นเรื่องไม่สมควรพูด ไปพูดได้อย่างไรว่า ประเทศรัสเซีย ประเทศจีน และประเทศอินเดีย ให้การหนุน พูดได้อย่างไรในเมื่อไม่มีหลักฐาน ถ้าพูดอย่างนี้มีปัญหาแน่ ๆ เห็นไหมคะ แม้แต่อดีตท่านนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยเราก็ออกมาให้คอมเมนท์เหมือนกัน ท้ายที่สุดและเลวร้ายที่สุด อันนี้นะคะท่านประธาน ดิฉันจําเป็นที่จะต้องพูด เพราะเป็นการทํางาน การที่ท่านรัฐมนตรีคนนี้ไปให้สัมภาษณ์ไว้ ท่านไปให้สัมภาษณ์อะไรไว้ที่กรุงวอชิงตันคะ ไปกล่าว ไปนําเสนอในความคิดที่ไม่ควรจะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ หรือแม้กระทั่ง เป็นประชาชนคนไทยได้ รบกวนขอสไลด์ที่ ๑ ด้วยค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันขออนุญาตอ่าน เป็นภาษาอังกฤษให้ฟังก่อน แล้วก็จะแปลเป็นภาษาไทยให้ฟังอีกทีหนึ่ง ท่านกษิตได้พูดไว้ ในที่ประชุมนะคะว่า อิท อีส อะ โพรเซส แดธ วี แฮพ ทู โก ธรูจ แอนด์ ไอ ธิงค์ วี ชูด บี เบรฟ อิ นาฝ ทู โก ธรูจ ออล ออฟ ดีส ทู ทอลค อะเบาท์ อีฝเวน เดอะ ทาบู ซับเจคท์ ออฟ เดอะ อินสทิทิวชัน ออฟ เดอะ โมนาคี (It’s is a process that we have to go through and I think we should be brave enough to go through all of this to talk about even the taboo subject of the institution of the monarchy) ถ้าสมมุติให้แปลนะคะ เขาได้พูดว่า ให้ถือว่า นี่คือกระบวนการที่เราต้องประสบ และผมคิดว่าเราควรมีความกล้าพอที่จะผ่านพ้นทั้งหมด และพูดคุยในเรื่องที่ถือกันว่าเป็นเรื่องต้องห้าม นั่นก็คือเรื่องของสถาบันพระมหากษัตริย์ เขากล่าว เช่นนี้ค่ะ ในงานสัมมนาเมื่อวันจันทร์ที่ ๑๒ เดือนเมษายน ๒๕๕๓ สไลด์ต่อไปค่ะ เป็นสไลด์ที่ ๓ นะคะ เขียนไว้ว่า เอเวอรีธิง อีส นาว อิน เดอะ โอเพน เลท แฮพ อะ ดิสคัซซัน วอท ไทพ์ ออฟ ดีมอคเคติก โซไซตี วูด วี ไลค์ ทู บี (Everything is now in the open. Let’have a discussion what type of democratic society would we like to be.) คําแปลนะคะ ก็คือว่าตอนนี้ ทุกอย่างถูกนํามาพูดกันอย่างเปิดเผยแล้ว เรามาถกแถลงหารือกันดีกว่าอยากให้สังคม ประชาธิปไตยแบบไหนดี ท่านคะ แต่ว่าก่อนที่จะพูดถึงสไลด์นี้ ท่านประธานหรือว่าท่านรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีอาจจะสงสัยว่าทําไมดิฉันข้ามจากสไลด์ที่ ๑ มาสไลด์ที่ ๓ จริง ๆ แล้วมันมี สไลด์ที่ ๒ ค่ะ แต่ว่าสไลด์ที่ ๒ ดิฉันเองได้เอาขึ้นไว้แล้วละ แต่มีผู้ใหญ่หลายคนท่านทักไว้ แม้แต่ ดิฉันตอนนี้เองยังไม่กล้าเอาคําพูดของท่านในพาร์ท (Part) ที่ ๒ ขึ้นมาวางบนสไลด์ เพราะว่าอะไรคะ เพราะว่าท่านได้ไปพูดเกี่ยวกับแนวคิดของท่านว่าสถาบันจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงตามกระแสโลก

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)

จะประท้วงในเรื่องเดิม หรือเปล่าคะ เพราะว่าดิฉันก็พูดตามคําพูดที่ท่านกษิตได้พูดไว้นะคะ พยายามที่จะปกป้องสถาบันค่ะ