สรวงศ์ เทียนทอง แสดงความไม่พอใจต่อการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โดยระบุว่าไม่เหมาะสมและไม่ระมัดระวังในการพูดในฐานะรัฐมนตรี และเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการประท้วงและการกล่าวหาผู้นำต่างประเทศ และใช้เงินงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สรวงศ์ เทียนทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระแก้ว พรรคประชาราช ต้องขอกราบเรียน กับท่านสมาชิกทุกท่านด้วยนะครับว่าผมเองเป็นหนึ่งในจํานวนพรรคการเมืองนอกเหนือจาก พรรคเพื่อไทยที่ร่วมยื่นญัตติไม่ไว้วางใจ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ตลอดจนรัฐมนตรีอีก ๙ ท่าน ผมได้รับมอบหมายแล้วก็แจ้งความประสงค์ไปว่าอยากจะอภิปรายในเรื่องของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ ต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกนะครับว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนั้นเป็นเรื่องที่ลําบากมาก เพราะว่าเราจะไม่มีข้อมูลที่เป็นตัวเลขเหมือนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอื่น ๆ จะสังเกตได้ว่า ท่านเป็นคนเดียวในรัฐมนตรีที่ไม่ถูกถอดถอน เพราะว่าท่านไม่ได้โกง ท่านไม่ได้มีการทุจริต แต่ที่ท่านต้องถูกหยิบยื่นชื่อของท่านเป็นครั้งที่ ๓ ที่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แล้วก็มีชื่อของท่าน ติดโผตลอดเวลา ผมเองก็กราบเรียนตรง ๆ ว่าเคยที่จะเตร็ดเตร่ ๆ แล้วก็ทํางานร่วมกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ คือท่านดอกเตอร์สุรเกียรติ์ เสถียรไทย มาตั้งแต่สมัยแรก ที่เป็น ส.ส. ได้มีโอกาสแวะเวียน แล้วก็ได้มีโอกาสที่จะทํางานร่วมกับข้าราชการกระทรวงการ ต่างประเทศหลาย ๆ ท่าน หลาย ๆ ท่านก็เกษียณไปแล้ว หลาย ๆ ท่านก็ไปอยู่ต่างประเทศแล้ว ต้องขอกราบเรียนตรงนี้ว่ากระผมนั้นชื่นชมแล้วก็แอบ ๆ ให้กําลังใจข้าราชการกระทรวง การต่างประเทศอยู่สม่ําเสมอ เพราะเห็นถึงความเหนื่อยยากและความยากลําบากในการทํางาน ต้องเจอภาษาที่แตกต่าง วัฒนธรรมที่แตกต่าง แต่นั่นไม่ใช่เรื่องใหญ่นะครับท่านประธาน เรื่องใหญ่ ก็คือการที่มีเจ้ากระทรวงเป็นรัฐมนตรีท่านนี้ ซึ่งกระผมเองก็ได้ให้โอกาสรัฐบาลชุดนี้ในการ ที่จะเปลี่ยน ในการที่จะแก้ไขผู้นําในกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งผมเองและผมเชื่อว่าพี่น้อง ประชาชนคนไทยก็เห็นเหมือนผมว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคือหน้าตาของ ประเทศไทย สิ่งต่าง ๆ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศท่านนี้ได้กระทํา ได้พูด ท่านไม่ได้ ทําอะไรเยอะหรอกครับ ท่านพูดอย่างเดียวก็พังกันเกือบหมดแล้ว ต้องไม่ปฏิเสธนะครับว่าโลกสมัยนี้ มันแบนมันไม่กลม ท่านทําอะไรตรงนี้ไม่กี่วินาทีคนทั้งโลก ถ้าเขาติดตามสนใจอยู่เขาก็จะรู้ทันที ต้องยอมรับนะครับว่าทุกครั้งที่มีการประชุมต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการประชุมใหญ่หรือเล็ก ก็แล้วแต่ที่มีตัวแทนของประเทศไทยไป เราจะเห็นภาพรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หรือไม่ก็ผู้นําของนานาชาติมาจับมือกัน มาร่วมสังสรรค์กัน แล้วก็มาร่วมพูดคุยกัน ผมเองก็สังเกต นะครับ แล้วผมเชื่อมั่นจากที่ได้เคยไปต่างประเทศกับท่านรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ก็คือ ท่านอภิวันท์มาแล้ว ต่างประเทศเขามีข้อคลุมเครือมากกับเรื่องประชาธิปไตยของคนไทย ท่านอาจจะมองว่าเป็นที่ยอมรับของนานาอารยประเทศ แต่ผมมั่นใจเลยนะครับเขาทราบว่ารัฐบาล ท่านมาแบบไหน เขาทราบว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศท่านนี้มาอย่างไร เคยพูดอะไรไว้บ้าง ทั้งก่อนและหลัง ผมเองก็ยังเคยชื่นชมนะครับว่ารัฐบาลชุดนี้ได้ใช้คนที่ตรงกับ สายงานมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งท่านกษิตเองก็เคยดํารงตําแหน่งเป็น เอกอัครราชทูตมาหลายประเทศ ก็เป็นประเทศที่ใหญ่ ๆ โต ๆ ทั้งนั้นนะครับ เราจะเห็นได้ว่าเหตุที่ เกิดขึ้นกับพี่น้องชาวญี่ปุ่นที่ผ่านมารัฐมนตรีท่านนี้ก็รู้สึกว่าจะแอคชั่น (Action) เพิ่งจะเคยเห็น รัฐมนตรีท่านนี้แอคชั่นมากขนาดนี้นะครับ แต่ก็เป็นสิ่งที่ดีก็ขอชื่นชม แต่ว่าระยะเวลา ๒ ปีกว่า ๆ ที่ผ่านมาเราจะเห็นรัฐมนตรีท่านนี้อยู่หลังฉากตลอด ผมเองยังเคยบอกกับเพื่อน ๆ พี่ ๆ ว่าผมสงสัย เหลือเกินว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของเราชื่อชวนนท์หรือเปล่า ผมเองรู้จัก พี่ออฟ ผมเรียกพี่ออฟ ท่านชวนนท์เป็นการส่วนตัว เพราะเป็นรุ่นพี่ผมที่โรงเรียน ชื่นชมในการ ทํางานของท่านจริง ๆ แล้ว พูดตรง ๆ ก็คือเหมาะสมกว่ารัฐมนตรีท่านนี้อีกไม่รู้กี่เท่าถ้าไม่นับอาวุโส นะครับ การทํางานของท่านชวนนท์ผมยอมรับเลยว่าสุดยอดจริง ๆ การสัมภาษณ์สื่อ การอะไร กับสื่อ เพราะว่าเป็นพฤติกรรมที่คนไทยพึงปฏิบัติ คนไทยซึ่งรับหน้าเสื่อว่าเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ ที่ผมเรียกว่าหน้าตาของประเทศไทยควรจะปฏิบัติ แต่รัฐมนตรีท่านนี้ ไม่เคยเลยแม้แต่ครั้งเดียวนะครับที่จะปฏิบัติให้เหมาะสมกับที่เรียกว่าเป็นคนไทย จากที่ท่าน ส.ส. ธเนศได้ยกตัวอย่างมาในหลายสปีค (Speech) หลาย ๆ ครั้งที่รัฐมนตรีท่านนี้ไปพูดในที่ต่าง ๆ ก็เห็นนะครับว่าท่านไม่เคยเลยที่จะระมัดระวังคําพูดของท่านในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ ท่านไม่ใช่นายกษิต ภิรมย์ ที่เป็น นายกษิต ภิรมย์ ท่านเป็น นายกษิต ภิรมย์ ซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของประเทศไทย เพราะฉะนั้นไม่ว่าท่านจะ พูดอะไรกับใครระหว่างที่ท่านดํารงตําแหน่ง นั่นคือประเทศไทยพูด ท่านได้ไปโจมตีเพื่อนบ้าน ท่านได้ไปโจมตีประเทศมหาอํานาจหลาย ๆ ประเทศซึ่งท่านธเนศก็ได้พูดไปแล้ว ผมจริง ๆ แล้วก็ไม่ อยากพูดซ้ํา แต่ว่าคําพูดหลาย ๆ ครั้ง ที่ไปดูหมิ่นดูแคลนผู้นําของประเทศเพื่อนบ้าน การไปดู แคลนประชาชนของประเทศเพื่อนบ้าน ดูว่าเขาเป็นคนจน ดูว่าเขาเป็นคนที่ต่ําต้อยกว่าเรา ผมกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่าเหตุการณ์ตั้งแต่วันที่ ๔ เดือนกุมภาพันธ์ที่มีการปะทะกันที่เกิดขึ้น มันไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสระแก้วที่ผมรับผิดชอบอยู่โดยตรง แต่ต้องกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่ามันเป็นที่เดือดเนื้อร้อนใจของคนจังหวัดสระแก้ว โดยเฉพาะ คนโคกสูง คนโนนหมากมุ่น ที่เขาถูกมองว่าการออกมาต่อต้านกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่ไปเรียกร้องให้ ปล่อยตัวคนไทยว่าเขาเป็นตัวไทยใจกัมพูชา ผมต้องออกมาตอบโต้แทนพวกเขา เพราะเขา ไม่มีสิทธิที่จะมาพูดในที่แห่งนี้ แล้วก็พูดให้กับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศได้ฟัง ผมได้เคยอภิปราย ไปแล้วตอนที่ท่านธเนศได้ยื่นญัตติปากเปล่าเรื่องของการปะทะไทย-กัมพูชาได้มีการพาดพิง ได้มีการพูดถึงท่าน ส.ส.พนิช ผมไม่อยากจะพูดนะครับ ไม่อยากจะพูดอีกแล้ว เพราะว่าประเด็นนั้น ก็เคยถูกพูดไปแล้ว แล้วหลาย ๆ ท่านในที่นี้ ไม่ว่าจะเป็นท่านต่อพงษ์ ไชยสาส์น หรือว่าท่านธเนศ ก็ดี ก็ได้เคยพูดประเด็นพวกนี้ไปแล้ว แต่ไม่ได้รับการตอบจากท่านรัฐมนตรีโดยตรง ไม่ได้ตอบแบบ ที่พวกผมถามนะครับ บางทีพวกผมอาจจะถามไม่ตรงคําตอบของท่าน ท่านตอบมาว่ากําหนดการ ของท่านคือมีประชุมที่ไหน อะไรต่อไปอย่างไร แต่การแก้ปัญหามันไม่ใช่แค่นั้นครับ เราอย่าไปมอง ถึงแค่ว่าพี่น้องประชาชนคนไทยที่อยู่ตามชายแดนจะอยู่อย่างไรเลยครับ เขาลําบากอยู่แล้ว ผมได้ กราบเรียนให้ท่านทราบแล้วว่า ๗๐๐ กว่ากิโลเมตรที่ติดชายแดนไทย-กัมพูชา บ้านของคนไทย บ้านของพี่น้องชาวไทย อยู่ติดชายแดนกัมพูชาเป็นอย่างมากเลยครับ บ้านท่านประธานก็เยอะ บ้านผมก็เยอะ อย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้บอกนะครับว่า เขายิงมาเขายิงมาที่บ้านเรือนของ ประเทศไทย ของคนไทย แล้วผมก็ได้กราบเรียนไปแล้วว่าเขาหลับตายิงขึ้นฟ้าอย่างไรก็โดนหลังคา บ้านคนไทย ต้องกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่าความล้มเหลวในการที่จะฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่าง ประเทศเพื่อนบ้านของรัฐมนตรีท่านนี้ไม่มี ต้องเข้าใจนะครับว่าคนที่จะมาเที่ยวประเทศกัมพูชา จุดมุ่งหมายของเขาอาจจะเป็นประเทศกัมพูชา อาจจะเป็นนครวัด อาจจะเป็นที่ไหนก็แล้วแต่ อย่างไรเขาก็ต้องผ่านประเทศไทย แต่สิ่งที่ท่านทําขณะนี้ มันทําให้การเดินทางของพวกเขานั้น ลําบาก การที่เขาจะมุ่งสู่เมืองไทยแล้วไปประเทศเพื่อนบ้าน เขาก็ต้องมองการที่จะเดินทางไป ประเทศเพื่อนบ้านโดยตรงโดยไม่ผ่านประเทศไทย ท่านนายกรัฐมนตรีพูดเสมอนะครับ ว่าเงินงบประมาณของแผ่นดินเราได้มากขึ้นเยอะจากการท่องเที่ยว แต่มันจะไม่ดีกว่าหรือครับ จะไม่ได้เพิ่มมากกว่านี้หรือครับ ถ้าความสัมพันธ์ของคนไทยและประเทศเพื่อนบ้านทั้งประเทศ กัมพูชา ทั้งประเทศพม่า ทั้งประเทศลาวนี้มันแน่นแฟ้น สิ่งที่กระผมต้องยื่นญัตติไม่ไว้วางใจ ท่านรัฐมนตรีท่านนี้ เพราะว่ามีการฝากถึงประเด็นของคนไทยที่ไปลงทุนในประเทศกัมพูชา รายใหญ่ ๆ ทั้งนั้นครับ บริษัทปูนซีเมนต์ไทยเอสซีจี (SCG) ได้สัมปทานปูนซีเมนต์ที่นั่น ไม่รู้ กี่พันล้านบาท บริษัททิฟฟี่ที่เรารู้จักกันดี ยาทิฟฟี่แก้ปวดเขาทําธุรกิจท่องเที่ยวอยู่ที่นั่น โรงแรม สนามกอล์ฟ ผลิตภัณฑ์ เสียมเรียบที่คนไทยเป็นเจ้าของ โรงพยาบาลกรุงเทพ โรงพยาบาลบํารุงราษฎร์ ผู้ประกอบการเหล่านี้ นี่แค่เป็นตัวอย่างรายใหญ่ ๆ ที่ผมยกตัวอย่างขึ้นมาต้องเสียหาย ต้องขาดทุน หลังจากที่เขาลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านเราเป็นหมื่น ๆ ล้านบาท ผมต้องกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า ประเทศกัมพูชารู้เราหมด ดูละครเหมือนเรา ดูหนังเหมือนเรา ขณะที่เราอภิปรายอยู่เขาก็อาจจะดู อยู่ แต่เราไม่เคยรู้อะไรเขาเลยนะครับ เขาฟังภาษาไทยออก เราฟังภาษากัมพูชาไม่ออก ยกเว้น ท่านประธาน ผมต้องกราบเรียนอย่างนี้จริง ๆ นะครับว่า อะไรก็แล้วแต่ที่เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เหตุการณ์เพิ่งผ่านมาไม่กี่ปีนี้เอง ละครเราอาจจะไปกระทบกระทั่งด้วยความเข้าใจผิด เราเสีย สถานทูตไปเลยนะครับ และคนไทยอีกไม่รู้กี่คนที่จะต้องบอบช้ํากับความเข้าใจผิดนั้น ผมต้อง กราบเรียนกับท่านประธานว่าสิ่งที่พวกผมได้ยื่นไปนี้มันมีเหตุผล และอยากอย่างยิ่งถ้ามีเวลา ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีไม่รีบยุบสภาก่อน เปลี่ยนเถอะครับ
อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นประเด็นอยู่ทุกวันนี้ ก็คือก็เรื่องพี่น้องประชาชนที่ออกมาชุมนุม ข้างทําเนียบ ก็คือกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้พูด ได้เอ่ย ได้ด่า ได้พาดพิงถึงบุคคล สําคัญหลาย ๆ คน ถ้าเขาด่าท่านนายกรัฐมนตรีหน้าหล่อ หรือว่ารัฐมนตรีกษิต หรือว่ารัฐบาลชุดนี้ หรือว่านักการเมือง ผมจะไม่ว่าเลย เพราะเป็นสิทธิของพี่น้องประชาชนที่เขาจะออกสิทธิออกเสียง แต่นี่ลามไปถึงผู้นําต่างประเทศ ซึ่งตรงนี้ผมอยากจะยกประเด็นตรงนี้ขึ้นมาว่า ท่านนายกรัฐมนตรี เองหรือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเองไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยหรือครับ หรือไม่คิด ว่าจะทําอะไรบ้างเลยหรือครับ การที่พี่น้องประชาชนที่ออกมาประท้วงรัฐบาลไทย แต่ไปกล่าวหา ไปด่าหยาบ ๆ คาย ๆ กับผู้นําต่างประเทศ โดยเฉพาะผู้นําเพื่อนบ้านเรา ท่านนิ่งอยู่ได้อย่างไร ท่านไม่มีอุปสรรคอะไรเลยหรือในการที่จะปฏิบัติหน้าที่ หรือว่าอันนี้จะเป็นการละเว้นการปฏิบัติ หน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๗ หรือเปล่า ผมกราบเรียนอย่างนี้ว่าผมให้กําลังใจกับทุก ๆ ท่าน ตลอดในการทํางาน ผมเคยพูดเสมอว่าข้าราชการเป็นข้าราชการในองค์พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวฯ ไม่ใช่ของผม ไม่ใช่ของรัฐมนตรีที่นั่งอยู่ข้างบน ไม่ใช่ของใครทั้งนั้นพวกเราในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาแล้วก็ไป ข้าราชการที่เป็นที่พึ่งของพี่น้องประชาชนคนไทยต้องยืนหยัดครับ อะไรก็แล้วแต่ที่เจ้ากระทรวงปฏิบัติหน้าที่ไม่ถูกต้อง ท่านต้องยับยั้ง ท่านต้องช่วยครับ ไม่ใช่เป็น คลื่นตามกับผู้นําไป มันไม่ถูกครับ จนถึงตรงนี้ผมก็ยังยอมรับนะครับ แล้วก็ยังที่จะเน้นว่าผมยัง มั่นใจว่าข้าราชการหรือว่านักการเมืองที่มีเนื้อดีมีเยอะครับ แต่ที่มันเป็นเนื้อเลว เนื้อชั่วมันก็ไม่น้อย ผมกราบเรียนกับท่านประธานอย่างนี้นะครับว่างบประมาณทุกเม็ดทุกบาททุกสตางค์ที่พี่น้อง ประชาชนคนไทยได้เสียให้กับประเทศนี้ ผมอยากจะเห็นที่จะนําเม็ดเงินงบประมาณตรงนี้มาใช้ ประโยชน์อย่างดีที่สุด แล้วก็เป็นประโยชน์ทุกบาททุกสตางค์ ผมเสียดายเงินครับ เสียดายแทนพี่ น้องประชาชนที่เขาลําบาก ที่จะต้องเสียภาษีให้กับประเทศนี้ โดยเฉพาะการบริหารงานที่ผิดพลาด แทนที่เราจะได้เงินงบประมาณเข้ามาในประเทศนี้เยอะกว่านี้ กลับเสียไปโดยปากคน ผม เปรียบเทียบนะครับ ถ้าเปรียบเทียบกับนกที่มันใช้ปาก ใช้น้ําลายในการสร้างรังสร้างบ้านของมัน รัฐมนตรีท่านนี้ไม่มีอะไรไปเทียบกับนกเลยแม้แต่นิดเดียว ท่านมีแต่ใช้ปาก ใช้น้ําลายท่านในการ ทําลายบ้าน ทําลายประเทศชาติ โดยไม่ต้องทําอะไรเลยครับ พูดอย่างเดียว ผมกราบเรียนอย่างนี้ นะครับว่าผมยังเน้นในการที่จะให้มีการแก้ปัญหา รัฐบาลชุดนี้เหลือเวลาอยู่เท่าไรผมไม่ทราบ ถ้าเป็นอย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูดก็เหลือเวลาอีกไม่เยอะ แต่มันยังทันครับ มันยังทันที่ท่าน สามารถที่จะทําอะไรสักอย่างหนึ่งเพื่อจะให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ตามเขตชายแดนได้กลับไปใช้ชีวิต เหมือนเดิมครับ ทุกวันนี้ทั้งอ้อย ทั้งมัน ทั้งข้าว ไม่มีใครเกี่ยวครับ ไม่มีใครตัดครับ ต้องเข้าใจ นะครับว่าพี่น้องประชาชนที่อยู่ตามแนวชายแดนต้องใช้แรงงานต่างด้าวครับ ทุกวันนี้บ้านเรา ถ้าจ้างคนไทยวันหนึ่งไม่ต่ํากว่า ๓๐๐ บาท แต่ประเทศกัมพูชาทุกวันนี้ค่าแรงเขาก็ยังถูกกว่า บ้านเราเป็นครึ่งนะครับ นี่คือการลดรายจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างเห็นได้ชัด รัฐบาลชุดนี้ ต้องทํานะครับ ถึงจะเหลือเวลาอีกไม่เยอะ ยังให้กําลังใจยังเป็นแรงใจให้ แต่ผมต้องขอโทษจริง ๆ ที่ผมไม่สามารถที่จะไว้วางใจรัฐมนตรีท่านนี้ให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ เพราะผมให้โอกาสมา ๓ ครั้งแล้ว ในการที่จะปรับรัฐมนตรีท่านนี้ ส่วนตัวผมไม่มีอะไรที่ไม่ถูกกับท่านนะครับ ผมเองเป็น ส.ส. ต่างจังหวัด ส.ส. ชายแดน ซึ่งได้รับคําติฉินนินทา ได้รับคําต่อว่าผ่านทางผู้แทนราษฎรมาถึงตัว กระผม กระผมก็เป็นเหมือนโทรโข่งมาประกาศให้ท่านรู้ มาประกาศให้พี่น้องประชาชนที่ไม่ได้อยู่ ในพื้นที่ชายแดนทราบว่าความทุกข์ร้อนตอนนี้มันเป็นอย่างไร ผมไม่ได้หวังจะให้รัฐมนตรีท่านนี้ ตอบอะไร แต่หวังอย่างยิ่งว่ารัฐบาลชุดนี้จะมองเห็นถึงข้อมูลแล้วก็ประเด็นที่ ส.ส. ๔ ท่าน เดี๋ยวน้องสาวผมก็จะอภิปรายอีกคนหนึ่งคนสุดท้าย ได้เห็นนะครับ ผมได้เคยคุยกับเพื่อน ๆ ที่เป็น สมาชิกฝ่ายรัฐบาลบางท่านก็พูดตรง ๆ ก็ไม่เห็นด้วยในการตั้งท่านขึ้นมา แล้วท่านเองก็ไม่พูดอีก นะครับ อย่างที่ท่านต่อพงษ์เคยพูดในสภาผู้แทนราษฎรนี้ละครับ ตอบคําถามท่านคํานูณ ท่าน ส.ว. ทั้ง ๆ ที่ท่านกษิตบอกว่าตนไม่คิดจะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอยู่แล้ว อยู่บนเวทีพันธมิตรสนุกสนานดีอยู่แล้ว ท่านพูดสิ่งนี้ในสภาผู้แทนราษฎร ผมก็เลยอยากจะฝาก ตรงนี้นะครับว่าสนองคําขอของท่านรัฐมนตรีท่านนี้หน่อยนะครับท่านนายกรัฐมนตรี
สุดท้ายนะครับ ผมก็ยังยืนยันว่าการแก้ปัญหาตรงนี้สําคัญมาก แล้วคนหนึ่ง ที่จะทําได้ผมต้องกราบบอกท่านประธานอีกทีว่าท่านประธานสามารถทําได้จริง ๆ นะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีร้องขอก็ได้ครับ ผมว่าท่านประธานพร้อมเลย ท่านประธานพร้อมที่จะทําหน้าที่ เป็นตัวแทนของพี่น้องชาวไทย ซึ่งผมก็มั่นใจว่าท่านประธานก็เต็มใจที่จะทํา เพราะว่าการสื่อสาร การพูดจา มันไม่เป็นอะไรที่เป็นอินเตอร์เนชั่นแนล (International) นะครับ ภาษาอังกฤษไปเป็น ภาษากัมพูชานี่ อย่างไรมันก็ไม่ตรง กุ๊ยก็ยังเป็นไลอ้อน ฮาร์ทได้ อย่างนั้นถ้าผมเรียกว่า อย่างนั้น ถ้าผมเรียกว่าท่านรัฐมนตรีกุ๊ยก็คงจะไม่ผิด เพราะว่าไลอ้อน ฮาร์ท ถ้าแปลอีกอย่างก็เป็นหัวใจสัตว์ นะครับ ก็ยังไปเปรียบเทียบเขาอีกว่าเป็นหัวใจสัตว์อีก ไม่ใช่หัวใจมนุษย์ ผมก็รู้ภาษาอังฤษ นิด ๆ หน่อย ๆ นะครับ ก็ไม่ได้มีความรู้อะไรมากมายเกี่ยวกับเรื่องจิตใจ แต่ว่าผมมั่นใจ อย่างยิ่งว่าการแก้ปัญหาจะต้องรีบทํา และต้องทําโดยเร็ว ไม่ว่ารัฐบาลนี้จะอยู่นานแค่ไหน จะเป็น รัฐบาลไหนต่อ ต้องติดตามแล้วก็ต้องแก้ไขปัญหานี้โดยเร็วที่สุด เพราะท่านอย่าลืมว่าเราอยู่ได้ เขาก็อยู่ได้ เขาอยู่ได้ เราก็อยู่ได้ ถ้าเราอยู่ไม่ได้ เขาก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน มันไม่มีทางยกไป ไหนได้ครับ ประเทศติดต่อกันขนาดนี้ มีวิธีหลายวิธีมาก ต้องขอกราบขอบคุณท่านสมาชิก พรรคเพื่อไทยทุกท่านนะครับที่ให้โอกาสผม ในฐานะที่เป็นพรรคร่วมฝ่ายค้านด้วยกันใช้เวลาในการ อภิปรายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผมไม่สามารถที่จะเห็นชอบ แล้วก็ไว้วางใจ ในการที่จะให้รัฐมนตรีท่านนี้ปฏิบัติหน้าที่ต่อ เพราะว่าประเทศไทยมีขีดจํากัดในการที่จะสูญเสีย ผมไม่อยากให้ประเทศไทยสูญเสียไปมากกว่านี้ครับ กราบขอบพระคุณครับ