พรทิวา นาคาศัย หารือเรื่องราคาสินค้า โดยอธิบายว่าราคาสินค้ามีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้ต้องปรับตัว เธอยังอธิบายว่ากระทรวงพาณิชย์ไม่สามารถควบคุมราคาสินค้าทุกอย่างได้ แต่สามารถควบคุมในบางส่วนได้ นอกจากนี้ เธอยังพูดถึงเรื่องน้ำตาลและบริษัทไชน่า มารีน ชิปปิ้ง เอเจนซี โดยชี้แจงว่าบริษัทไชน่า มารีน ชิปปิ้ง เอเจนซี เป็นรัฐวิสาหกิจจริง และได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงพาณิชย์ในการจัดจำหน่ายน้ำตาลให้กับประชาชนในพื้นที่ที่ขาดแคลน
กราบขอบพระคุณค่ะ ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก คือในส่วนของเรื่องของราคาสินค้าที่ต้องขออภัยที่เอ่ยนามนะคะ ท่าน ส.ส. วิชาญ มีนชัยนันท์ คือก็ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายที่จะพูดไปในเชิงว่าทําให้เกิดเรื่องของ ความไม่เข้าใจแบบที่ท่านพูดนะคะ แต่ว่าดิฉันอยากจะเรียนชี้แจงนะคะว่า เรื่องของราคาสินค้า มันมีปัจจัยหลายอย่างที่ทําให้มันต้องมีการปรับตัวบ้าง ซึ่งตรงนี้ดิฉันก็อยากเรียนว่ามันเป็น ธรรมชาติของระบบเศรษฐกิจนะคะว่า ราคาสินค้านี่มันสะท้อนในเรื่องการเจริญเติบโต คือถ้าราคา สินค้านี่มันหยุดนิ่งก็แสดงว่าเศรษฐกิจมันไม่โตเลย ประชาชนไม่มีกําลังซื้อ ซึ่งในส่วนนี้กระทรวง พาณิชย์เราก็ดูในเรื่องของทําอย่างไรไม่ให้สินค้านี่ราคามันมากเกินไป เพราะเราต้องดูเรื่องเงินเฟ้อ ด้วย เพราะฉะนั้นในสิ่งนี้ในฐานะที่ดิฉันต้องเรียนว่าดิฉันก็เป็นแม่บ้านคนหนึ่ง ดิฉันก็ไม่ได้อยากจะ ซื้อสินค้าแพงหรอกค่ะ เพราะฉะนั้นในส่วนที่ความรับผิดชอบแล้วก็เป็นนโยบายของรัฐบาล โดยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์นี่ก็ไม่ได้อยากให้ราคาสินค้ามันปรับสูงขึ้น แต่ประเภทไหนที่มันมี ความจําเป็นที่เราจะต้องดูนะคะว่า มันมีเรื่องของพลังงาน มีเรื่องของน้ํามันเข้ามาก็ต้องถือว่า มันมีผลต่อราคาสินค้ามาก ซึ่งตรงนี้จะเรียนว่าในบางประเภทในกระทรวงพาณิชย์เราไม่ได้มีอํานาจ ดูเต็มที่ รับผิดชอบอย่างที่กราบเรียนไปแล้วนะคะ เราก็มาคุมได้นิดหนึ่งตอนปลาย อย่างเช่น เรื่องของบอร์ดทั้งหลายอย่างที่ได้กราบเรียนไปเบื้องต้นนะคะ เพราะฉะนั้นในประเทศนี่ตัวเราเอง ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์เราเน้นเรื่องของเสถียรภาพ แล้วก็เรื่องของความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ของประเทศ โดยเราก็อยากจะให้พื้นฐานทางเศรษฐกิจมีความแข็งแกร่งในเรื่องของเกษตรกร เรื่องของค้าปลีกค้าส่ง ซึ่งตรงนี้สิ่งที่จะทําให้แข็งแกร่งโดยเป็นนโยบายนี่นะคะ คือท่านนายกรัฐมนตรี ก็ให้นโยบายอยู่แล้วเรื่องของราคาสินค้าเกษตรก็ให้มีราคาดีนะคะ เรื่องเงินเฟ้ออย่างที่เรียนไปแล้ว เราก็ต้องดูให้เหมาะสมกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ แล้วก็ไม่ให้เกิดภาวะเงินฝืด ซึ่งตรงนี้ เราก็ถือว่าคนไม่มีเงินก็ไม่อยากซื้อของ เศรษฐกิจในประเทศมันก็เดินไปไม่ได้นะคะ อันนี้ ก็คือสิ่งที่อยากจะบอกนะคะว่าในฐานะเป็นแม่บ้าน อย่างที่เรียนว่าก็ไม่ได้อยากให้สินค้าราคาแพง แล้วก็ในฐานะที่มาตําแหน่งดูแลเรื่องของกระทรวงพาณิชย์เราก็พยายามทําอย่างเต็มที่ โดยให้กลุ่ม ๓ กลุ่มอย่างที่บอกนะคะ ประชาชน ผู้ประกอบการ แล้วก็เกษตรกรอยู่ร่วมกันได้โดยมีความสมดุล ก็อยากจะกราบเรียนชี้แจงนะคะ
ส่วนประเด็นอื่น ๆ ก็ได้ชี้แจงไปพอสมควร แต่มีเรื่องหนึ่งที่เมื่อกี้มียังไม่ตอบ ท่านพฤฒิชัยคือเรื่องของบริษัทไชน่า มารีน ชิปปิ้ง เอเจนซี ที่ท่านว่า ว่ามันมีหนังสือจากสถานทูตจีน ว่ามีหนังสือรับรองว่าเป็นรัฐวิสาหกิจจริง อันนี้ก็อยากจะชี้แจงว่าเป็นเรื่องจริง ส่วนเรื่องของน้ําตาล ดิฉันก็คงพูดไม่ละเอียดเท่าท่านเจริญนะคะ แต่ก็อยากจะชี้แจงว่าเราเข้ามาเป็นบางส่วนในการที่จะ ดูให้น้ําตาลไปถึงมือพี่น้องประชาชนโดยเข้ามาแทรกแซงในส่วนของกรมการค้าภายใน แล้วก็ช่วย กระจายไปสู่พี่น้องประชาชนในส่วนที่มันเป็นพื้นที่ที่มีความเดือดร้อน หาซื้อน้ําตาลยาก เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็อยากจะเรียนว่าบริษัทยี่ปั๊วที่ได้รับจัดสรรในสัดส่วนของกระทรวงพาณิชย์ ๑ ล้านกระสอบมี ๑๐ รายนะคะ แล้วก็แต่ละรายนี้เป็นรายใหม่ ทําไมต้องใหม่ เพราะว่ายี่ปั๊วเดิม ถูกบีบจากโรงงานน้ําตาล เนื่องจากไม่อยากให้ยี่ปั๊วรายเดิมสนับสนุน ซึ่งตรงนี้ ๑๐บริษัท ก็มีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งบริษัท อย่างที่ท่านพูดว่าบริษัทจัดตั้งมามันไม่เกี่ยว จริง ๆ แล้วการจด ทะเบียน วัตถุประสงค์การค้าก็มีหลายวัตถุประสงค์เป็นวัตถุประสงค์ทั่วไป การจัดสรรเราก็จัดสรร ไปตามพื้นที่ที่มีความขาดแคลนแล้วก็มีการโก่งราคา ในเรื่องของการจัดสรรแล้วก็บริการของ น้ําตาลของกระทรวงพาณิชย์เรามีการจัดตั้งอย่างที่ท่านพูดนะคะ ในรูปของคณะกรรมการ แล้วก็ เป็นเครื่องมือการจัดสรรเราก็ถือว่าเป็นเครื่องมือหนึ่งในการแทรกแซงตลาดตามที่พี่น้องประชาชน เดือดร้อนนะคะ ก็คือเราก็เอาไปเข้างานธงฟ้าอย่างที่บอก จ่ายในพื้นที่ที่ขาดแคลน แต่มันมี อุปสรรคอย่างหนึ่ง คือโรงงานนี้ก็ไม่ยอมจ่ายน้ําตาลเมื่อไปขึ้นกระดาน จริง ๆ ก็ยังคงเหลือ แต่จริง ๆ ได้รายงานมาว่า ในส่วนนี้ก็คงจะขึ้นมาแล้ว แล้วก็ได้ไปช่วยเหลือประชาชนในส่วนที่เหลือ โควตาที่เหลือ ๕๗,๐๐๐ กระสอบก็อยากจะเรียนว่าโควตานี้ก็คงจะรีบนํามากระจายไปสู่ พี่น้องประชาชนธงฟ้า ก็คงจะขอกราบเรียนเพียงแค่นี้
ในส่วนของท่านประธานคณะกรรมาธิการ ประเด็นที่ท่านพูดท่านนายกรัฐมนตรี ก็กําชับให้ไปคณะกรรมาธิการ ซึ่งท่านก็บอกว่ามาครั้งหนึ่งก็ได้ จริง ๆ ก็ต้องกราบเรียนว่าอยากไป เพียงแต่ว่าบางครั้งภารกิจมันเยอะ ก็ต้องเข้าใจ ท่านก็บอกว่ามาครั้งหนึ่ง ที่เหลือให้อธิบดีหรือ ผู้แทนมาก็ได้ อันนี้ก็อยากจะชี้แจงนะคะ แล้วก็ประเด็นเหล่านี้ดิฉันต้องบอกว่า ก็คือไม่ได้มี ความรู้สึกอะไรที่ไม่ดีต่อท่านนะคะ แต่ก็ไม่อยากให้มองว่าสิ่งที่ท่านมีภาระอยู่กับกระทรวงพาณิชย์ นี่ ไม่อยากให้เอาประเด็นนั้นมาเป็นตัวที่ทําให้ข้าราชการเขาตกอกตกใจ ต้องเรียนตามตรงเลย เพราะว่าบางทีไปนี่ก็ได้รับรายงานมา ดิฉันก็อยากจะเรียนท่านว่าต้องขอชี้แจงนะคะว่าส่วนนี้ อยากจะให้ท่านเข้าใจด้วยว่าข้าราชการเขาก็ทํางานกันเต็มที่ พยายามที่จะตอบข้อซักถามของ ท่านในทุก ๆ ครั้ง แต่ในบางครั้งถ้าเขาอาจจะต้องติดประชุมหรือติดการทํางานก็อยากจะให้ ท่านเข้าใจว่าพวกเรา โดยเฉพาะในส่วนที่ดิฉันมอบหมายเขาก็ตั้งใจเต็มที่ที่จะไปให้คําชี้แจงกับท่าน ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็กําชับว่าต้องไปชี้แจงในส่วนที่ถ้ามีโอกาสและเวลา โดยส่วนตัวก็ไม่มี อะไรกับทุก ๆ ท่านนะคะ ก็ขอขอบคุณในสิ่งที่ท่านได้แนะนํานะคะ ในส่วนที่กระทรวงพาณิชย์ ทํางานเราก็จะพยายามทําให้เต็มที่ พูดถึงสิ่งที่เรารับผิดชอบเราก็จะดูแลพี่น้องประชาชนให้ดีที่สุด ก็กราบขอบคุณค่ะ