วิชาญ มีนชัยนันท์ อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พรทิวา นาคาศัย โดยวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการบริหารจัดการของรัฐมนตรีนี้ ที่ทำให้เกิดการทุจริตและความล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดิน นอกจากนี้ยังทำให้เกิดการขาดแคลนอาหารและราคาสินค้าเกษตรสูงขึ้น
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย คงไม่เป็นไรหรอก ครับ เพราะว่าที่ท่านแจ้งมานี้ชาวบ้านก็คงจะทราบเหมือนกันละครับ เพราะทุกอย่างประชาชนเอง ที่ฟังอยู่ทางบ้าน ข้อมูลข่าวสารเป็นเรื่องเก่าแล้วครับ แต่ที่ผมเรียนชี้แจงนี้เป็นเรื่องใหม่ เพื่อท่านนายกรัฐมนตรีจะได้ตอบประเด็นต่าง ๆ นะครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตนะครับ ว่าวันนี้ผมได้รับมอบหมายจากทางฝ่ายค้านในการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๕๙ เสนอขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี เป็นรายบุคคล ซึ่งก็คงขออนุญาตนะครับว่าผมได้รับมอบหมายให้อภิปรายท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ คุณพรทิวา นาคาศัย ซึ่งผมได้กล่าวตามข้อที่ทางฝ่ายค้านได้ยื่นไว้ว่าบริหาร ราชการแผ่นดินตามที่ได้แถลงไว้นะครับ ทําให้เกิดการทุจริตและความล้มเหลวในการบริหาร ราชการแผ่นดิน นอกจากนั้นยังไม่กํากับให้มีการประกอบกิจการให้มีการแข่งขันอย่างเสรีและเป็น ธรรม การจัดซื้อจัดจ้างในลักษณะผูกขาด ตัดตอน กักตุนสินค้า ทําให้ประชาชนผู้บริโภคเสียหาย ไม่คุ้มครองและรักษาผลประโยชน์ของเกษตรกร ในการผลิตและการตลาดท่านไม่สามารถแก้ไข ปัญหาปากท้องของประชาชน โดยปล่อยให้ประชาชนต้องจําทนกับความยากลําบากในการ ดํารงชีวิตจากกรณีสินค้าอุปโภค บริโภคที่จําเป็นมีราคาสูงขึ้นและขาดแคลน ไม่ใส่ใจความทุกข์ยาก ของประชาชน มุ่งเน้นเล่นการเมืองเพื่อแบ่งผลประโยชน์ระหว่างกัน โดยปกติแล้วตัวกระผมเองกับ ท่านรัฐมนตรีนั้นก็รู้จักกัน แล้วก็ด้วยความเคารพครับ ท่านเองก็เป็นคนมีอัธยาศัยที่ดี โดยเฉพาะ สามีของท่านเองส่วนตัวก็รู้จักกัน เพราะฉะนั้นผมเองไม่มีความบาดหมางซึ่งกันและกัน แต่ด้วยหน้าที่ครับ เพราะตัวท่านเองนั้นบริหารราชการที่ได้กล่าวมามีความผิดพลาด แล้วก็รวมถึง ประชาชนเองเดือดร้อน จึงเป็นเหตุให้ประชาชนเรียกร้องครับ ท่านอยู่อันดับ ๔ จากโพล ว่าน่าจะ เป็นคนหนึ่งที่เข้าข่ายในการที่จะถูกอภิปรายในครั้งนี้ ท่านประธานครับ สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ต้อง ยอมรับครับว่าของขาด สินค้าแพง เป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อ โดยเฉพาะสินค้าเกษตร ประเทศไทยนี้ จัดว่าอยู่ในกลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่ของโลก แล้วก็ส่งสินค้าออกเป็นจํานวนมากในปี ๆ หนึ่ง แล้วสินค้า เกษตรนี้ของเราขึ้นชื่อครับ เพราะมีคุณภาพมาตรฐานต่าง ๆ แล้วก็เป็นสินค้าซึ่งมีความต้องการ จากต่างประเทศ เป็นเรื่องแปลกครับทุกยุคทุกสมัยกระทรวงพาณิชย์เองเป็นกระทรวงซึ่งเป็น กระทรวงหลัก แล้วก็เป็นกระทรวงที่มีความจําเป็นแล้วก็สําคัญอย่างยิ่งที่จะต้องมีการดําเนินการ ในเรื่องของสมดุลระหว่างฝ่ายผู้ประกอบการคือฝ่ายผู้ผลิต คือพี่น้องประชาชน พวกชาวไร่ ชาวนา ภาคเกษตร แต่อีกส่วนหนึ่งก็คือการที่จะดําเนินการในภาคธุรกิจไปสู่ดําเนินการภาคอุตสาหกรรม และนําส่งออก และบริโภคใช้ภายในประเทศ ท่านประธานครับ ยุคนี้ทุกคนเองแม้แต่สื่อมวลชน เขาตั้งชื่อว่ายุคข้าวยากหมากแพง ผมไปเปิดในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานนะครับ ปี ๒๕๔๒ เขาให้คําจํากัดความว่า ภาวะขาดแคลนอาหารเป็นทุภิกขภัย ซึ่งไปดูแล้วมันเป็นเรื่อง ตลกครับ เพราะว่าคําว่า ขาดแคลนอาหาร ขาดแคลนข้าว จนถึงเกิดความทุกข์ต่อคิวซื้อข้าว ซื้อของมันน่าจะเกิดในยามสงคราม เหมือนกับประเทศต่าง ๆ ที่เขาสู้รบกันในลิเบียอย่างนี้ แต่ประเทศไทยอุดมสมบูรณ์ทุกอย่างครับ การบริหารงานในส่วนนี้ของรัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์ ผิดพลาดล้มเหลวอย่างมาก ทําให้ราคาของขึ้นสูง ขาดด้วย บางอย่างก็เกินครับ เมื่อ ๒ วันก่อน ชาวนาก็ออกมาประท้วง แต่ของถูกคือการซื้อข้าวเปลือก แต่ข้าวสารกลับแพงครับท่านประธาน ราคาไม่สมดุลกันเลย ผมจึงแปลกใจครับว่าการบริหารจัดการซึ่งทําให้องค์กรของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเกิดขึ้นมานานครับ เขาบอกอย่างนี้ครับ บอกว่า ผลการบริหารงานที่ล้มเหลวที่ของกระทรวง พาณิชย์ทําให้ดัชนีราคาสินค้าเดือนมกราคม ๒๕๕๓ สูงขึ้นเป็น ๑๐๖.๒๙ ซึ่งเป็นการปรับตัวเลขที่ สูงที่สุดในรอบ ๖๐ ปี เห็นไหมครับ แล้วมันเกิดอะไรขึ้นครับ คนที่กําลังเดือดร้อนก็คือภาค ประชาชน ไม่ใช่ใครละครับ ทุกคนครับ แม้กระทั่งคนที่นั่งอยู่ในนี้ ผมจึงขออนุญาตครับว่าผมได้ ดําเนินการประเมินดูในรายละเอียดต่าง ๆ แล้วเห็นชัดครับว่าของต่าง ๆ เหล่านี้ขึ้นราคาเพราะว่า การบริหารงานในส่วนของท่านรัฐมนตรีเองผิดพลาด ท่านทราบไหมครับท่านประธาน ในส่วนของ หน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์และในส่วนราชการที่ท่านดูแลในสังกัดของกระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่ อะไรครับ มีหน้าที่ดูแลราคาสินค้าเกษตรและรายได้เกษตรกร ดูแลผู้บริโภคภายในกรอบกฎหมาย ของกระทรวงพาณิชย์ ส่งเสริมพัฒนาธุรกิจการค้า ทั้งการค้า สินค้า ธุรกิจบริการ รวมถึงธุรกิจ ประกัน คุ้มครองด้านทรัพย์สินทางปัญญา ด้านต่างประเทศก็มีหน้าที่อีกครับ เจรจาการค้าระหว่าง ประเทศซึ่งประกอบด้วยการเจรจาภายใต้กรอบดับเบิ้ลยูทีโอ เอฟทีเอ (FTA) อนุภูมิภาค ในส่วนของภูมิภาค แล้วก็จัดระเบียบการบริหารการนําเข้า ส่งออก รวมถึงการขายข้าวรัฐต่อรัฐ การค้ามันสําปะหลังและสินค้าตามตกลง และยังมีข้ออื่นอีกครับท่านประธาน นี่คืออํานาจหน้าที่ ที่ท่านมีอยู่ แต่พอผมลงมาดูแล้วประเมินว่าของที่มันแพงนี้ท่านประธานเชื่อไหมครับ ถ้าวันนี้ผมพูด บอกว่าวันนี้ของแพง ชาวบ้านก็รู้ครับ บอกว่าข้าวราคาแพง เนื้อหมูราคาขึ้น ไข่ราคาสูงขึ้น น้ํามัน ปาล์มขาดตลาดราคาสูงขึ้นทุกคนก็บอกว่า ถ้าอย่างนั้นไม่ต้องไปพูดหรอกครับในสภา ผมมานั่ง ขบคิดครับบอกว่า ที่ราคาสูงขึ้นนี้เพราะอะไร ขออนุญาตนะครับ ผมจะชี้เป็นประเด็น ต้นเหตุของ ราคาสินค้าแพง ท่านประธานครับ ยุครัฐบาลข้าวยากหมากแพงนี่ อันแรก เดี๋ยวผมขออนุญาตใช้ ตัวช่วยนะครับ ท่าน ส.ส. สมคิดนะครับ ใช้จีที ๒๐๐ (GT200) ชี้สักหน่อยครับ เพราะจะได้ตรวจดู ว่าสินค้ามันแพงจริงหรือเปล่า ๑. ผมกล่าวหาว่ารัฐมนตรีขาดความรู้ความเข้าใจและวิสัยทัศน์ในการบริหารราชการแผ่นดิน ท่านประธานครับ ที่ผมกล่าวหาท่านรัฐมนตรีนี่เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่าในวันที่ ๒๔ เดือนธันวาคม ๒๕๕๑ ท่านรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายไว้ว่า ขอโอกาส ๓ เดือนโดยนโยบายที่ต้องเร่ง ผลักดันคือการแก้ไขปากท้อง สินค้าเกษตรตกต่ํา การส่งออก โดยท่านรัฐมนตรีท่านได้แต่งตั้ง ที่ปรึกษาทรงคุณวุฒิเข้ามาทํางานทําหน้าที่ในการบริหารกระทรวงพาณิชย์ ๑๘ คน ซึ่งมี นักวิชาการ นักธุรกิจ อาจารย์ผู้เคยสอนในระดับปริญญาโทช่วยงานอีก ๔ ด้านของท่านซึ่งถือว่า เป็นการแต่งตั้งที่ปรึกษามากที่สุดตั้งแต่กระทรวงนี้เคยตั้งมา และห้องทํางานชั้น ๑๑ เต็มไปหมด ครับ ไม่พอครับ ขยายลงไปถึงชั้น ๑๐ ดังนั้นผมในใจยังคิดว่ากระทรวงพาณิชย์นี่ได้รัฐมนตรีที่ดี เกษตรกร ประเทศชาติคงดีนะครับ ส่งออกทุกอย่างดีหมด แต่ท้ายที่สุดนี่มันกลับเปลี่ยนแปลงครับ เขาบอกว่าพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก ผมเห็นใจรัฐมนตรีนะครับเดี๋ยวท่านนายกรัฐมนตรีบอก เดี๋ยวคนโน้นบอกคนนี้สั่ง เพราะกลัวว่ารัฐมนตรีทํางานเป็นหรือเปล่า บังเอิญนี่เขาบอกว่า ท่านอาจจะเป็นตัวแทนในขณะนั้นเลยต้องถูกเรียกมานั่งตําแหน่งนี้ ท่านเองพูดเองนะครับ จากการ ให้สัมภาษณ์มติชนเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า จริง ๆ แล้วสามีของท่าน ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน ขออนุญาต เอ่ยนามนะครับว่าน่าจะเป็นคนที่มาช่วยดูแลตรงนี้ แต่ปรากฏว่าในส่วนประเด็นตรงนี้เป็นที่ปรึกษา ท่านอีกส่วนหนึ่ง แต่ไม่ได้ดูครับ ท่านไปกล่าวถึงแต่ท้ายที่สุดนี่คนที่ท่านเอ่ยถึงนี่กลับเป็น ท่านรองนายกรัฐมนตรีสนั่น ซึ่งท่านรู้เรื่องมาก ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ ในบทสัมภาษณ์ ที่เขียนไว้นะครับ ทีนี้ที่ผมบอกว่าผมว่าท่านเองนั้นน่าจะนั่งกระทรวงอื่นจะดีกว่า ก็เหมือนกับ ท่านรัฐมนตรีบอกว่าถ้าเลือกนั่งได้ ในกระทรวงนี้มันยุ่งยาก ปัญหาเยอะแยะไปหมดเลย มันเหนื่อย ครับ เวลาที่จะอยู่กับบ้านพักผ่อนนี่ก็น้อย ผมก็เห็นใจท่านอีกละครับ เพราะท่านปรารภอยู่ใน คําสัมภาษณ์ แต่สิ่งหนึ่งนี่เมื่อท่านมานั่งแล้วนี่ท่านเองขาดความรู้วิสัยทัศน์หรือเปล่า เพราะท่านเอง ไม่ได้ถนัดงานอย่างนี้ ก็เลยทําให้สิ่งที่ขาดองค์กรหรือองค์ประกอบในเรื่องของความรู้ต่าง ๆ นี่ทําให้