อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อภิปรายเรื่องการทุจริตในอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม โดยกล่าวหานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และผู้มีอำนาจในกระบวนการนี้ว่ากระทำการทุจริตโดยการปล้นประชาชน และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำมันปาล์มและราคาสูง
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขตสายไหม ดอนเมือง บางเขน พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ พี่น้องประชาชนทั้งในเขตที่ผมเป็นผู้แทนราษฎรอยู่ ทั้งในกรุงเทพมหานคร แล้วก็คนไทย ทั้งประเทศ ผมเชื่อว่าขณะนี้ทุกคนกําลังเฝ้าติดตามชมการถ่ายทอดสดครั้งนี้อย่างตั้งใจครับ จากผลสํารวจความเห็นของพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ เราพบว่าเรื่องของ การทุจริตน้ํามันปาล์มนั้นเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจครับ เป็นความสนใจของพี่น้องประชาชน ในลําดับต้น ๆ พี่น้องประชาชนจํานวนมากได้เรียกร้องให้ฝ่ายค้านคือพรรคเพื่อไทยนั้น ได้ดําเนินการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมาครับ เพื่อที่จะตรวจสอบว่าใครกันแน่ที่อยู่ใน เบื้องหลังการทุจริตครั้งนี้ ใครกันแน่ที่อยู่ในกระบวนการที่เขาเรียกว่ากระบวนการสวาปาม ใครกัน แน่ที่สวาปามเข้าไป เรียกว่าปากมันกินกันอย่างตะกละมูมมาม กินกันอย่างสนุกสนานละครับ วันนี้ คนไทยทั้งประเทศเขาเดือดร้อนครับ ท่านประธานครับ ก่อนที่ผมจะเริ่มต้นอภิปราย เพื่อจะได้ กระชากหน้ากากของกระบวนการนี้ คนที่มีนิสัยชอบสวาปาม คนที่มีนิสัยชอบตีท้ายครัวคนอื่น เข้าไปตีท้ายครัวจนกระทั่งน้ํามันปาล์มตอนนี้เขาหายไปจากครัวอย่างน่าสงสัยครับ ผมกราบเรียน ท่านประธานครับว่าผมได้รับมอบหมายให้อภิปรายในเรื่องนี้ เพราะการทุจริตที่เกิดขึ้นครั้งนี้ เป็นการฉ้อราษฎร์โดยไม่ต้องบังหลวงครับ ไม่ต้องรอให้มีการเก็บภาษีมาก่อนแล้วค่อยโกง ท่านสามารถที่จะดูดเงินโดยตรงจากกระเป๋าของคนไทยทั้ง ๖๗ ล้านคนครับ ทุจริตในสมัยก่อนนั้น รอเก็บภาษีมาจากพี่น้องประชาชนเอามาทําโครงการแล้วจึงค่อยทุจริต แต่ทุจริตครั้งนี้ในสมัยที่ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรีนี้ ใช้วิธีสวาปามครับ ตั้งแต่ท่านมาเป็นรัฐบาลนั้นคน ไทยเขาล้วงกระเป๋ากัน วันนี้เขารู้สึกทันทีว่าเขาจนลง ข้าราชการมากมายตอนนี้หลงดีใจจะได้รับ เงินเดือนขึ้น ๕ เปอร์เซ็นต์ แต่วันนี้พอล้วงกลับเข้าไปในกระเป๋า วันนี้ค่าครองชีพมันแซงขึ้นไปแล้ว ครับ เป็น ๒๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ท่านประธานครับ การกระทําที่มันไม่ชอบครั้งนี้ส่งผลให้เกิดการ ขาดแคลนน้ํามันปาล์มในการอุปโภค บริโภค น้ํามันปาล์มนั้นมีราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเกิด ขึ้นมาก่อน เป็นน้ํามันปาล์มที่พี่น้องประชาชนนั้นเขาจําเป็นต้องบริโภคทุกครัวเรือน เป็นน้ํามัน ปาล์มที่ถือเป็นวัตถุดิบในการผลิตสินค้าอื่น ๆ มากมาย หลายพันชนิดก็ใช้น้ํามันปาล์มเป็นวัตถุดิบ ทั้งสิ้น เป็นน้ํามันปาล์มที่ราคาแพงหาซื้อไม่ได้ เกิดจากคนกลุ่มน้อยเพียงไม่กี่คนเท่านั้นเองที่สมคบ คิดกัน แสวงประโยชน์เอารัดเอาเปรียบคนไทยทั้งชาติ โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นี่ละครับมีส่วนรู้และร่วมกันสมคบคิดในการปล้นประชาชนในครั้งนี้อย่างแน่นอนครับ ท่านประธานครับ เพราะว่าเรื่องนี้ถ้าหากว่านายอภิสิทธิ์ต้องการจะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ครั้งนี้ง่ายนิดเดียวครับ ด้วยอํานาจที่ท่านบอกว่าพี่น้องประชาชนมอบให้ท่าน วันนี้ท่านสามารถจ ะแก้ไขได้อย่างง่ายดาย แต่ท่านปล่อยปละละเลยครับ ปล่อยให้คนกลุ่มนี้เข้าไปตักตวงผลประโยชน์ ผมต้องบอกท่านประธานว่าอย่างไร้ยางอายครับ ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็ทราบเป็นอย่างดีครับว่าหากจะ ปล่อยให้การขาดแคลนนั้นเกิดขึ้นโดยไม่รู้จักแก้ไข พี่น้องทั้งหมดทั้งประเทศเดือดร้อนแน่นอน ท่านประธานครับ ผมเคยดํารงตําแหน่งเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการส่งเสริมพลังงานทดแทน ผมมีความรู้เรื่องน้ํามันปาล์มเป็นอย่างดีครับ ทั้งกระบวนการต้นน้ํา ก็คือการผลิต กระบวนการ กลางน้ําที่เอาผลปาล์มสดมาแปรรูป ไปสกัด แล้วไปเข้าโรงกลั่นออกมาเป็นน้ํามันพืช หรือจะไปทํา สินค้าอย่างอื่น แล้วกระบวนการปลายน้ําที่หลังจากแปรรูปแล้ว จะเอาไปบรรจุเป็นผลิตภัณฑ์ ต่าง ๆ ผมทราบเป็นอย่างดีครับ ดังนั้นพรรคเพื่อไทยมอบหมายให้ผมเข้าไปตรวจสอบในกรณีนี้ อย่างละเอียด สิ่งที่ผมได้ไปตรวจพบครับท่านประธาน เป็นความสกปรก เป็นความโสมม เป็นการ ฉ้อฉลที่น่ารังเกียจครับ และข้อเท็จจริงที่ปรากฏนั้นเป็นเหตุผลสําคัญครับ ทําให้ผมไม่สามารถ ไว้วางใจนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีได้ต่อไป เพราะในขณะที่ประเทศนี้ กําลังเดือดร้อนอย่างหนัก หลายคนผมไม่ทราบว่าจะทราบไหม ว่าเหตุการณ์ความเดือดร้อนนี้ มันมีหลายคนต้องขับรถตระเวนหาซื้อน้ํามัน ไปเข้าคิวกันซื้อ มีการแบ่งสันปันส่วน เหมือนประเทศนี้อยู่ในภาวะสงครามอย่างไรอย่างนั้นครับ แต่คนที่ทํางาน ใกล้ชิดกับนายกรัฐมนตรี มีตําแหน่งอยู่ในรัฐบาล แล้วก็พ่อค้ากลุ่มเล็ก ๆ อีกกลุ่มหนึ่งสมคบคิดกัน ได้สิทธิในการปล้นประชาชน ๖๗ ล้านคน ๒๐ ล้านครอบครัวจากการอนุญาตให้ปล้นของ นายอภิสิทธิ์ครับ และนี่คือการทุจริตที่ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่โหดเหี้ยมที่สุดครับ เป็นความ โหดเหี้ยมที่เกิดจากการแสวงประโยชน์กับพี่น้องประชาชนทุกคน ไม่ว่าท่านจะยากดีมีจนครับ ท่านอยู่ในประเทศไทย ท่านโดนปล้นอย่างเท่าเทียมกันครับ แต่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่า มีข้อดีอย่างหนึ่งครับ ท่ามกลางสภาวะที่มีความขัดแย้งทางด้านความคิดครับ มีสีเสื้อหลายสี ในสังคมของเรา แต่เฉพาะเรื่องนี้ครับ พี่น้องประชาชนจะชอบใส่เสื้อสีไหน สีเหลือง สีแดงก็แล้วแต่ เรื่องนี้ไม่มี ๒ มาตรฐานครับ นายอภิสิทธิ์จัดหนักให้ทุกคนเท่าเทียมกัน เพราะฉะนั้นพฤติกรรม ที่นายอภิสิทธิ์และพวกร่วมกันกระทําในครั้งนี้ถือเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้อง เป็นการ ทุจริตเชิงนโยบายอย่างแท้จริงครับ เป็นการทุจริตเชิงนโยบายที่นายกรัฐมนตรีท่านนี้เคยใช้คําพูด กล่าวหารัฐบาลอื่น ๆ ศัตรูทางการเมือง โดนกล่าวหาเรื่องนี้มาตลอดว่าใช้นโยบายเพื่อแสวง ประโยชน์กับพวกพ้อง แต่ในวันนี้ครับท่านประธาน นายกรัฐมนตรีประเทศนี้ ในฐานะหัวหน้า รัฐบาลกลับกระทําการสมคบคิดเอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้องเสียเองครับ การที่รัฐบาลอ้างว่าราคา ผลปาล์มพุ่งสูงขึ้นจากเดิมเกือบ ๓ เท่า ท่านอ้างเหตุผลว่าผลผลิตมีน้อย มีภัยแล้ง มีอุทกภัย จริงครับ สิ่งเหล่านี้มีผลกระทบต่อความขาดแคลนจริงครับ แต่ว่าหากลงไปตรวจสอบในข้อเท็จจริง แล้ว ลงไปลึก ๆ ถึงปัญหาเรื่องนี้ เหตุผลที่แท้จริงที่ทําให้ราคาปาล์มนั้นสูงขึ้นกลับมาจากการ ดําเนินนโยบายอย่างตั้งใจของนายอภิสิทธิ์และพวก ทําให้น้ํามันปาล์มที่มีอยู่ในตลาดนั้นขาดแคลน แล้วก็ไม่พอเพียงกับการบริโภค ความขาดแคลนน้ํามันปาล์มในครั้งนี้เกิดจากการบริหารผิดพลาด ที่ล้มเหลว ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ พี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้านครับ ท่านประธาน ทราบกัน เป็นอย่างดีว่าการบริหารครั้งนี้อย่างไรก็ผิดพลาดแน่ ๆ ปัญหาจริงมันอยู่ตรงนี้ครับว่าการผิดพลาด ดังกล่าวนั้นเกิดจากการจงใจในการทําหรือว่าไร้เดียงสาในการบริหาร ตรงนี้ต้องเป็นเรื่องที่จะต้อง พิสูจน์จากการอภิปรายต่อไป แต่อย่างไรก็ดีครับท่านประธาน สภาพข้อเท็จจริงที่ผมจะกล่าวต่อ จากนี้ครับ ไม่ว่านายกรัฐมนตรีนายอภิสิทธิ์หรือว่าจะเป็นคนอื่นลุกขึ้นมาอธิบายเรื่องราวนี้อย่างไร ไม่ว่าท่านจะชี้แจงด้วยเหตุผลอันสวยหรู ไม่ว่าท่านจะกล่าวอย่างไรให้มันน่าเคลิบเคลิ้มอย่างไร ใช้เหตุผลอย่างไรก็แล้วแต่ ทุกสิ่งที่ถูกกล่าวของท่านไม่สามารถเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงที่โหดร้าย ที่เกิดขึ้นกับประเทศนี้ได้ ท่านจะไม่สามารถไปเปลี่ยนแปลงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ที่เขาเดือดร้อนมากว่า ๒ เดือนเศษได้ แล้วจะไม่สามารถลบล้างความเสียหายที่เกิดขึ้นในประเทศนี้ ได้เลยเพราะมันเกิดขึ้นไปแล้ว ท่านประธานที่เคารพ ก่อนที่เราจะเข้าไปสู่เนื้อหาสาระในการ อภิปรายว่าเขาโกงกันแบบไหน เขาโกงกันอย่างไร เขาสมคบคิดกันอย่างไรนั้น เพื่อให้ท่านประธาน และพี่น้องประชาชนได้เข้าใจภาพข้อเท็จจริงครับ ผมขออนุญาตอธิบายสั้น ๆ ไม่ยาวครับ เกี่ยวกับ เรื่องของกระบวนการของปาล์มทั้งระบบเพื่อให้พี่น้องประชาชนและท่านประธานได้ติดตาม และเข้าใจ ท่านประธานครับ ประเทศไทยนั้นถือเป็นประเทศผู้ผลิตน้ํามันปาล์มอันดับ ๓ ของโลก ผลผลิตในแต่ละปีนั้นถือว่ามีปริมาณเพียงพอต่อการบริโภคอย่างแน่นอนครับ ถ้าหากว่าประเทศนี้ เราบริหารอย่าง เขาเรียกว่าบริหารจัดการและดําเนินการอย่างถูกต้องไม่มีขาดแคลนหรอกครับ ผมยืนยันเช่นนั้น ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตให้ท่านประธานและพี่น้องประชาชนทางบ้าน ได้ติดตามดูคลิปนี้เป็นการทบทวนว่า ๒ เดือนเศษมานี้เกิดอะไรขึ้นในประเทศนี้ ห้องโสตขอเชิญนํา คลิปที่ขออนุญาตแล้วฉายครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)
ท่านประธานครับ ภาพที่แสดงนั้นมากมายเกินคําอธิบายมากมายครับ เป็นภาพที่ เกิดจากการแย่งชิงน้ํามันปาล์มกัน ผมไม่ทราบว่ารัฐบาลที่นั่งอยู่ในกระบวนการการบริหารปาล์ม ท่านเห็นภาพนี้แล้วท่านรู้สึกกันอย่างไรครับ นี่คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงครับ ท่านประธานที่เคารพ ครับ คนไทยครับ นี่คือข้อเท็จจริงใน ๒ เดือนเศษครับผมย้ําอีกครั้ง คนไทยไม่มีน้ํามันปาล์มบริโภค เกิดความขาดแคลนหาซื้อไม่ได้ พี่น้องประชาชนทั้งประเทศได้รับผลกระทบทั้งทางตรง ทางอ้อม เป็นเวลา ๒ เดือนเศษครับ พี่น้องประชาชนจํานวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้มีรายได้น้อยครับ มีผลกระทบด้านสุขภาพครับ ท่านประธาน ทราบไหมครับน้ํามันปาล์มจริง ๆ มีบริโภคครับ แต่ท่าน ต้องไปซื้อในตลาดมืดสูงถึงลิตรละ ๗๐ บาทครับ แต่ผู้มีรายได้น้อยไม่มีสิทธิเลือกครับ เขาทําได้ ๒ อย่าง เขาต้องกลับไปใช้น้ํามันหมูครับ ท่านประธานครับ ไขมันสัตว์นี่นะครับ ประเทศที่มีอาริยะ เขาไม่ใช่กันแล้ว แต่วันนี้คนไทยต้องกลับไปใช้ไขมันสัตว์ครับ ท่านประธานครับ มีลูกจ้างมีผู้มี รายได้น้อย ไม่มีทางเลือกครับต้องไปซื้อของไปใช้น้ํามันที่เรียกว่ารีไซเคิล (Recycle) ท่านที่นั่งอยู่ ข้างบนท่านไม่เคยทานหรอกครับ ท่านทราบไหมครับไอร้อนออกจากเตานี่มันเผาผลาญมันสูดเข้า ไปแล้วมันเป็นมะเร็งอย่างไร ไม่ทราบหรอกครับ แต่พี่น้องผู้มีรายได้น้อย พี่น้องประชาชนที่เขา ติดตามการถ่ายทอดนี่ละครับ เขาจะบอกว่าเขาเดือดร้อนอย่างไรครับ คนไทยต้องเข้าคิวซื้อน้ํามัน ครับ มีการจํากัดจํานวนการซื้อเหมือนอยู่ในสงครามอย่างไรอย่างนั้นครับ มีการทําร้ายกัน มีการ ตบตีแย่งชิงเพื่อแย่งชิงน้ําปาล์มกันครับ คนไทยครับ ต้องจ่ายค่าน้ํามันพืชขึ้น สูงขึ้นกว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ราคาควบคุมใหม่อยู่ที่ ๔๗ บาทในขณะที่ราคาน้ํามันขวดในตลาดมืดนั้นสูงถึง ลิตรละ ๗๐ บาทครับ ท่านมองเห็นในแผ่นชาร์ทนี้สักนิดครับ ท่านควบคุมน้ํามันขวด ๔๗ บาท ราคาใหม่ ท่านไม่เคยควบคุมปีบครับ ใครไปซื้อน้ํามันปีบสําหรับคนที่เขาต้องค้าขาย ต้องเป็นพ่อ ค้าขายของทอด แม่ค้าขายของทอดปี๊บหนึ่ง ๑๘ ขวดครับ ลิตรละ ๗๐ บาท ท่านประธานครับ คนไทยต้องจ่ายเงินซื้อสินค้าต่าง ๆ แพงขึ้นครับ แพงขึ้นกว่าเดิมกว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์หลายรายการ ครับ ผมจําได้ครับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คนเดียวกันนี่ละครับบอกว่าจะขึ้นราคาจาก ๓๘ บาท เป็น ๔๗ บาท และจะควบคุมไม่ให้ราคาสินค้าอื่นขึ้นตามไปด้วย กรุณาตามมาดูแผ่นชาร์ทนี้ครับว่า สิ่งที่ท่านได้พูดไว้นั้นจริงหรือไม่ครับ บะหมี่กึ่งสําเร็จรูปครับ ผู้มีรายได้น้อยบริโภคเป็นอาหารหลักค จาก ๕ บาทขึ้นเป็น ๖ บาท ราคาใหม่เรียบร้อยแล้วครับ นมผงเด็ก ๑,๐๗๐ บาท เป็น ๑,๔๐๐ บาท แป้งสาลี ๙๐ บาท เป็น ๒๐๐ บาท เกิดอะไรขึ้นครับท่านประธาน เอาละครับท่านประธานครับ ผมจะเข้าสู่เนื้อหาสาระ เมื่อท่านเห็นข้อเท็จจริงว่ามันเกิดขึ้น อะไรเกิดขึ้นกับประเทศนี้แล้วเราไปดู กันครับว่าปาล์มนั้นมีความสําคัญกับประเทศนี้อย่างไร ปาล์มเป็นพืชเศรษฐกิจครับ ท่านประธาน ปาล์มในประเทศของเรานั้นถือเป็นพืชที่สําคัญอย่างยิ่งครับให้ผลกําไร ต่อเกษตรกร ต่อไร่ ต่อปี สูงเป็นอันดับ ๒ ต่อจากยางพารา กระบวนการของปาล์มครับ ท่านผลิตออกมา ผลปาล์มสด เสร็จแล้วนี่ไปส่งโรงงานสกัดออกมาเป็นน้ํามันปาล์มดิบ น้ํามันปาล์มดิบท่านก็เอาเข้าสู่กระบวนการ เปลี่ยนเป็นเข้าโรงงานกลั่น แล้วก็เปลี่ยนมาเป็นสินค้าต่าง ๆ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ เกษตรกรของเรานี่ครับสามารถที่จะขายผลผลิตผลปาล์มสดนั้นเอาเทียบกับประเทศมาเลเซีย ประเทศมาเลเซียนั้นพี่น้องเกษตรกรไทยขายผลปาล์มถูกกว่าพี่น้องเกษตรกรมาเลเซียครับ แต่เวลา มันผลิตออกไปเป็นน้ํามันพืชปลายน้ํานี่นะครับ คนมาเลเซียซื้อน้ํามันพืชถูกกว่าคนไทยเสมอ เพราะฉะนั้นโดยอนุมานตอนนี้เราพอจะมองเห็นแล้วละว่าปัญหาน่าจะอยู่ที่กระบวนการกลางน้ํา แต่อย่างไรก็ดีครับ ท่านประธานครับ เราต้องมารู้จักเครื่องมือของรัฐบาลครับ รัฐบาลมีเครื่องมือ ในการที่จะบริหารจัดการปาล์มนั้นให้เกิดความสมดุล วันนี้เราเห็นชัดเจนครับต้นน้ําเป็นเรื่องของ การผลิต เป็นเรื่องเกี่ยวกับเกษตรกร เรามีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ กลางน้ํานั้นเรามี โรงงานอุตสาหกรรม มันเกี่ยวกับการแปรรูป ปลายน้ําเป็นผลิตภัณฑ์กระทรวงพาณิชย์ก็ดูแลไป เพราะฉะนั้นทั้งหมดไม่มีเจ้าภาพ ดังนั้นรัฐบาลมีเครื่องมือครับ เราเรียกว่าคณะกรรมการนโยบาย ปาล์มน้ํามันแห่งชาติครับ เป็นเครื่องมือในการสร้างสมดุลให้เกิดในระบบของปาล์มทั้งระบบ เกษตรกรก็จะได้ขายผลผลิตของเขาให้มีราคาที่พอเหมาะพอสม ไม่แพงเกินไป ไม่สูงเกินไป เมื่อเกษตรกรขายได้ในราคาที่เหมาะสม ตรงกลางน้ํารับผลผลิตมาแปรรูป สุดท้ายปลายทางครับ พี่น้องประชาชนก็จะได้ราคาที่เหมาะสมในการบริโภค แต่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นครับ สิ่งที่เกิดขึ้นเรากลับ เห็นว่าสุดท้ายแล้ววันหนึ่งเกิดความขาดแคลนน้ํามันปาล์มหายไป จริง ๆ แล้วนะครับ คณะกรรมการนโยบายเดี๋ยวผมจะขออนุญาตเรียกชื่อสั้นครับ เขาเรียกกว่า กนป. กนป. มีหน้าที่ ในการใช้อาวุธที่จะทําให้น้ํามันปาล์มนั้นมันเกิดความสมดุล ในประเทศของเรานั้นเราใช้การบริหาร สต็อกครับ กนป. จะทราบแล้วสํารองสต็อกไว้ให้เพียงพอไม่ให้เกิดความขาดแคลน และถ้าเกิดว่า มันเกิดความขาดแคลนเกิดขึ้นเขาจะนําเข้าครับ นําเข้าในเวลาที่เหมาะสมเพื่อไม่ไปแทรกแซง ในกระบวนการต้นน้ํา ไม่ทําให้ผลผลิตของเกษตรกรตกต่ําลงจนเกินไป แต่ก็ไม่ให้ขายแพงมาก จนกระทั่งทําให้กลางน้ํานั้นต้องรับวัตถุดิบมาในราคาสูง แล้วก็สุดท้ายพี่น้องก็ต้องมาแบกภาระ พี่น้องประชาชนที่ต้องซื้อผลิตภัณฑ์ เพราะฉะนั้นวันนี้ดูสต็อกที่เกิดจากการบริหาร อันนี้เป็นสต็อก ล่าสุดที่เป็นข้อมูล ปี ๒๕๕๒ เราจะเห็นการบริหารสต็อกในช่วงท้ายในเดือนพฤศจิกายนและ เดือนธันวาคมที่ถือว่าผลผลิตปาล์มนั้นต่ํานะครับ เพราะฉะนั้นในปี ๒๕๕๒ จะเห็นว่าการบริหาร สต็อกนั้นไม่ได้เกิดผลกระทบกระเทือนกับการบริโภคในประเทศ แต่อย่างใด ไม่ได้มีภาวะความขาดแคลน แต่ว่าในปี ๒๕๕๓ สัญญาณเตือนบอก กนป. มาตั้งแต่ต้นละครับ ตั้งแต่เดือนกันยายนนั้นสต็อก ตกลดต่ําจาก ๒๐๐,๐๐๐ นั้นเหลือเพียงเดือนตุลาคมเหลือเพียง ๑๓๐,๐๐๐ เท่านั้นเองนะครับ เดือนพฤศจิกายนนั้นเหลือเพียง ๙๐,๐๐๐ วันนั้นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงในฐานะที่ ท่านนายกรัฐมนตรีได้เซ็นคําสั่งให้มารับผิดชอบนั่งเป็นประธานของ กนป. นะครับ ชี้แจงว่า ความขาดแคลนทั้งหมดนั้นเกิดจากภัยแล้งครับ ท่านประธานครับ ความขาดแคลนที่เกิดจาก ธรรมชาตินั้นเป็นสิ่งที่ไม่มีใครกําหนดได้ อันนี้เป็นข้อเท็จจริงครับ แต่ที่นี่มันแปลก อย่างหนึ่งครับ ผมทราบว่าท่านที่นั่งอยู่ด้านบนบางท่านรู้เหนือกว่าธรรมชาติอีกครับ รู้ว่าเมื่อไรนั้น น้ํามันปาล์มจะขึ้น เมื่อไรน้ํามันปาล์มจะลด สามารถจะกําหนดให้น้ํามันปาล์มนั้นจะมีน้อย มีมาก จะทําให้ราคาสูง ราคาต่ํา ท่านทําได้หมดครับ เพราะฉะนั้นมาดูข้อเท็จจริงก่อนว่าผลผลิตมันลดลง จริงหรือเปล่า ปี ๒๕๕๒ ท่านประธานครับ เราไม่เกิดภาวะขาดแคลนนะครับ เรามีน้ํามันปาล์ม สําหรับการบริโภคเหลือเฟือ เขาผลิตผลปาล์มสดในปี ๒๕๕๒ ๘.๑ ล้านตัน ปี ๒๕๕๓ ที่เราต้องเกิด ภาวะวิกฤติเรามีผลผลิตถึง ๘.๒ ล้านตัน เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ครับเป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้แล้วนะครับว่า ปริมาณน้ํามันปาล์มดิบที่ถูกผลิตขึ้นในปี ๒๕๕๓ นั้นจากจํานวนผลปาล์มสด ๘.๒ ล้านตันถูกเปลี่ยน มาเป็นน้ํามันปาล์มดิบจะได้ถึงประมาณ ๑.๓ ล้านตัน ๑.๔ ล้านตันรวมกับสต็อกต้นปีประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ เรามีน้ํามันดิบในประเทศนี้ถึง ๑.๕ ล้านตัน เพราะฉะนั้นน้ํามันปาล์มนั้นจึงได้ถูกพิสูจน์ชัดเจนแล้วครับว่ามันเพียงพอต่อการบริโภคแน่นอน แล้วมันหายไปไหน จากการที่ท่านบอกว่าผลผลิตตกต่ําจากน้ําท่วมทําให้ปาล์มปีนี้แพงมันจึง เป็นเรื่องที่อาจจะบิดเบือนข้อเท็จจริง วันนี้ต้องถามว่าการที่ท่านออกมาพูดในลักษณะดังกล่าวนั้น ท่านบอกว่าวันนี้ประเทศยังไม่เกิดวิกฤติ ผลปาล์มมีน้อยท่านพูดจากหลักฐานเอกสารแบบไหน อย่างไรครับ มันเป็นเรื่องแปลกปี ๒๕๕๒ มีการผลิตได้เพียง ๘.๑ แต่ปรากฏว่าเรามีน้ํามันเหลือเฟือ แต่วันนี้เราได้เอารองนายกรัฐมนตรีที่ผมต้องบอกว่าท่านเป็นผู้ชํานาญน้ํามันปาล์มแบบที่ศัพท์วัยรุ่น เขาเรียกว่า ขั้นเทพ เลือกเอาท่านมา ท่านอยู่ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ท่านอยู่กับสวนปาล์มมาตลอด ชั่วชีวิตของท่าน วันนี้ท่านมาดูแลปาล์มข้ามมาจากรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงมาดูเรื่องนี้ โดยเฉพาะเลย แล้ววันนี้ท่านไม่ทราบเลยหรือครับว่าตั้งแต่เดือนกันยายนเมื่อสักครู่ที่ดูจากสต็อก น้ํามันมันลดต่ําลงแล้วท่านทําอะไรอยู่ ตรงนี้จึงเป็นปัญหาว่า กนป. ทราบหรือไม่ อย่างไรว่าน้ํามัน ปาล์มในประเทศนี้มันเริ่มล่องหนอันตรธานหายไปตั้งแต่เดือนกันยายนครับ ดังนั้นต้องมาดูครับว่า น้ํามันปาล์มนั้นหายไปไหนครับ ข้อที่ ๑ หายไปจากการส่งออก ดูตารางการส่งออกจะเห็นว่า ในช่วงว่าที่มีวิกฤติการขาดแคลนเรามีการส่งออกน้ํามันปาล์มอย่างต่อเนื่องครับ อีกเดือนกันยายน ๓๗,๐๐๐ ตัน เดือนตุลาคม ๑๗,๐๐๐ ตัน เดือนพฤศจิกายน ๗,๙๐๐ ตัน แล้วก็เดือนธันวาคม ๓,๖๐๐ ตัน ท่านประธานครับเมื่อสักครู่ที่ผมให้ดูสต็อกเดือนพฤศจิกายนนั้นเราเหลือสต็อกน้ํามัน ปาล์มในประเทศนี้ ๙๐,๐๐๐ ตันครับ เดือนธันวาคมไม่เหลือเลย ยังมีการส่งออก ดังนั้นต้องถามว่า การส่งออกทําได้หรือเปล่า ทําได้ ไม่ได้ผิดหรอกครับ ประเทศนี้ระบบปาล์มของเราเป็นกึ่งปิดครับ เวลานําเข้าท่านต้องถามต้องขออนุญาตจาก กนป. แต่เวลาที่ท่านส่งออกไม่ต้องครับ อย่างไรก็ดีคน ที่ทําอาชีพในการส่งออก ท่านประธานครับ ก็มีความสนิทสนมก็รู้จักกันดีกับท่านรองนายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่าเรื่องนี้ก็คงจะมีการพูดคุยกัน แต่ไม่เป็นไรครับ การส่งออกก็ไม่ได้ถือว่า ผิดหรอกครับ แต่ก็ต้องมาดูว่า กนป. ได้เคยพูดคุยกับผู้ที่เขามีธุรกิจส่งออกหรือไม่อย่างไร
อีกเรื่องหนึ่งครับ ก็คือเรื่องของการนําเอาน้ํามันปาล์มดิบไปทําเป็นน้ํามัน บี ๑๐๐ (B100) หรือว่าเอาไปทําเป็นไบโอดีเซลครับ ท่านประธานดูตัวเลขตรงนี้เราจะเห็นว่าน้ํามันปาล์ม นั้นหายไปไหนในอีกเส้นทางหนึ่ง เดือนธันวาคมที่เกิดวิกฤติของน้ํามันปาล์มนี้ที่สัมผัสพี่น้อง ประชาชนได้สัมผัสเป็นอย่างดี เราพบว่ามีการทําน้ํามันไบโอดีเซลถึง ๑.๙ ล้านลิตรต่อวัน ถ้าแปล ความออกมาเป็นตัวเลขของชาวบ้านง่าย ๆ เลยก็คือมีการใช้น้ํามันดิบในการเป็นวัตถุดิบไปผลิต ไบโอดีเซลถึง ๕๐,๐๐๐ ตัน เพราะฉะนั้น ๒ ตัวแล้วท่านส่งออกท่านเอาไปทําไบโอดีเซลแล้วน้ํามัน ที่เหลืออยู่ที่ไหนอีกครับ ผมกราบเรียนท่านประธานครับอยู่อีก ๒ ที่ครับ อยู่อีก ๒ ที่ก็คืออยู่ในคลัง น้ํามัน ผมอธิบายตรงนี้นิดหนึ่งครับ หลังจากเกษตรกรนั้นผลิตปาล์มสดออกมาส่งไปโรงหีบ เวลาที่เขามีผลผลิตออกมามาก ๆ โรงหีบนั้นจะผลิตน้ํามันปาล์มดิบออกมาจะมีผู้ที่ทําการจัดเก็บ น้ํามันปาล์มครับ เขาจะจัดเก็บน้ํามันปาล์มดังกล่าวเอาไว้เป็นสต็อก จะเอาออกมาขายอีกทีก็เมื่อ ของนั้นได้ราคาครับ ของตรงนี้ก็มีการตรวจสอบได้ว่ามีของอยู่ในสต็อกของใครอย่างไรครับ ท่านประธานครับ มาถึงตรงนี้ผมได้ชี้แจงแล้วว่าฝ่ายค้านเองนั้นเราก็ทราบครับว่าน้ํามันหายไปไหน หายไปจากการส่งออก หายไปจากการไปทําไบโอดีเซล ดังนั้นครับ คําถามก็ต้องถามว่า กนป. นั้นรู้หรือไม่ว่าน้ํามันหาย ท่านรู้หรือเปล่าว่าน้ํามันนั้นจะขาดแคลน และท่านตัดสินใจอย่างไรกับ เรื่องนี้ ท่านประธานครับ ท่านรู้อย่างแน่นอนครับว่าสต็อกของน้ํามันปาล์มเริ่มมีปัญหาตั้งแต่เดือน กันยายนครับ พอเดือนตุลาคมนั้น อีกทีนะครับ ตรงนี้ต้องบอกท่านว่าไฟเริ่มโชว์ (Show) แล้วครับ ถ้าหากว่าเป็นรถยนต์เดือนตุลาคมเหลือ ๑๓๓,๐๐๐ ตันเศษนั้นไฟเริ่มโชว์แล้วครับ ท่านประธาน ครับรัฐบาลชุดอื่น ๆ นะครับ เวลาที่น้ํามันปาล์มมันอยู่ในขั้นที่ยังพอจะแก้ไขได้ วิธีการในการแก้ไข คือเวลาน้ํามันหมดนะครับ รถวิ่งไปน้ํามันหมดไฟโชว์เราก็แวะ แล้วก็เติมน้ํามันครับ ปัญหาก็อยู่ที่ว่า เมื่อสต็อกมันตกในเดือนพฤศจิกายนเป็นขีดแดงแล้วล่ะครับ เขาเรียกว่าเกจ์ (Gauge) มันตกแล้ว ท่านทําอะไรอยู่ครับ ทําไมท่านไม่ได้สั่งนําเข้าเพื่อมาบริหารสต็อกตรงนี้ให้มันเกิดความพอเพียงกับ การบริโภคภายในประเทศครับ แล้วตอนที่วิกฤติจริง ๆ นะครับ ท่านประธานครับ ในเดือน ธันวาคมผมชี้แล้วครับว่าสต็อกนั้นตกลงไปจนกระทั่งเหลือศูนย์ แต่ในวันที่ ๑๖ ธันวาคมนั้น มีการ ประชุมของคณะกรรมการ ทําไมท่านสุเทพครับ ทําไมท่านยังยืนยันว่าขณะนั้นไม่มีปัญหา ทั้ง ๆ ที่หน่วยงานราชการนะครับ กระทรวงพาณิชย์เองก็ดี หน่วยงานราชการอื่น ๆ เขาบอกหมดเลยว่า วันนี้น้ํามันปาล์มขาดแคลน มันกําลังจะเข้าสู่วิกฤติ ทําไมท่านบอกว่ายังไม่วิกฤติครับ ทําไม ท่านไม่ตัดสินใจนําเข้าตั้งแต่วันที่ ๑๖ ธันวาคม ทั้ง ๆ ที่ท่านรู้ว่าปัญหาขณะนั้นมันเกิดขึ้นแล้ว เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ๑๖ ธันวาคม กนป. ยืนยันว่าภาวะขาดแคลนน้ํามันปาล์มของ ประเทศไทยนั้นยังสามารถรับได้ครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมก็ต้องกราบเรียน ท่านประธานชัดเจนครับว่าสิ่งที่ผมได้พิสูจน์มานะครับ ตั้งแต่กระบวนการต้นน้ํา กลางน้ํา ปลายน้ํา ใครดูแลรับผิดชอบ กนป. รับผิดชอบชัดเจนครับ แล้วก็ใช้อาวุธของรัฐบาลในการที่จะบริหารสต็อก ให้มันเกิดความพอเพียง ท่านประธานครับ อาวุธของ กนป. คือสต็อกครับ เวลาที่น้ํามันมันลด มันตกลงไม่เพียงต่อการบริโภค กนป. ก็จะดันเอาสต็อกเหล่านี้มาทําให้กลไกตลาดนั้นไม่ถูกพ่อค้า นั้นปั่นราคาในสภาวะที่ขาดแคลนได้ให้มันเกิดความเพียงพอ แต่ท่านไม่ได้ทําครับ ท่านปล่อยให้ ราคาของน้ํามันปาล์มนั้นสูงขึ้น ๆ แล้วท่านก็ไม่แก้ไขครับ อาวุธที่ท่านจะมีต่อสู้กับพ่อค้าคือสต็อก สต็อกหมด ท่านทําลายสต็อกของท่านไปเองนะครับ ท่านทําลายอาวุธของท่านเอง เพราะฉะนั้น ท่านประธานครับ วันนี้สาเหตุของความขาดแคลนนั้น ปัญหาที่บอกว่าเกิดจากการบริหารผิดพลาด ล้มเหลวหรือเปล่านั้นไม่ต้องพูดกันแล้วครับ ท่านบริหารผิดพลาดล้มเหลว ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ แต่ว่าสิ่งที่เป็นปัญหาที่พี่น้องประชาชนเขาสงสัยครับ เขาสงสัยว่าวันนี้ท่านจงใจหรือไม่ หรือว่า รู้ไม่เท่าทันหรือว่าไปร่วมสมคบคิดกับใคร อย่างไร เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ท่านประธานครับว่าในวันนี้เราจะมารู้กันว่าการบริหารที่มันผิดพลาดล้มเหลวนั้นมันเกิดจาก ความจงใจหรือไม่ อย่างไรนะครับ ท่านประธานครับในขณะที่มีการปล่อยให้น้ํามันปาล์มขาดแคลน นั้นนะครับ รัฐบาลได้ควบคุมราคาเพียงน้ํามันขวดใสน้ํามันแบบนี้นะครับ ควบคุม แต่น้ํามันที่ใช้ใน ภาคอุตสาหกรรมก็ดีที่เอาไปทําไบโอดีเซลหรือว่าน้ํามันปี๊บมันไม่ได้มีการควบคุมราคาครับ ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือน้ํามันปาล์มดิบที่เก็บเอาไว้ เมื่อสักครู่ท่านรู้แล้วนะครับว่าน้ํามันปาล์มดิบไปอยู่ ที่ไหน อย่างไรนะครับ พวกที่เขาเก็บอยู่ในคลังนั้น ดังนั้นแทนที่มันจะไหลออกไปสู่โรงกลั่นแล้วก็ผลิตออกมาเป็นน้ํามันให้กับพี่น้องประชาชน ได้บริโภคนี้ มันก็ไหลออกไปสู่ภาคอุตสาหกรรมหมด ก็ไหลลงปีบหมด ท่านไม่ได้ควบคุม ตรงนี้เลย แล้วใครได้ประโยชน์ครับ มีการได้ประโยชน์จากการที่ท่านนําเข้าสินค้าหรือน้ํามันปาล์มนี้ เชื่องช้า พ่อค้าที่เขาเก็บเอาน้ํามันปาล์มเอาไว้ในคลังนี้เขาสามารถระบายสินค้าได้อย่างสบายมาก ในขณะที่พี่น้องประชาชนไม่ได้มีน้ํามันบริโภค เพราะมันไม่ไหลเข้าที่โรงกลั่น ไม่ได้ถูกผลิตออกมา เป็นน้ํามันปาล์มขวดแบบนี้ให้พี่น้องประชาชนได้รับประทาน ผมขอยกตัวอย่างของผู้ประกอบการ รายหนึ่ง ผมใช้ชื่อว่า มิสเตอร์ พีเค ก็แล้วกัน เป็นเจ้าของกิจการ ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีเขามีคลัง สําหรับเก็บน้ํามันดิบนี้ถึง ๑๕๐,๐๐๐ ตัน ที่บางปะกงก็มีอีก ๑๕,๐๐๐ ตันยอดรวมครับ ๒ สต็อก ๒ คลังใหญ่ ๆ นี้เขามีสต็อกน้ํามันปาล์มอยู่ถึง ๑๖๕,๐๐๐ ตัน ซึ่งสต็อกน้ํามันที่อยู่ในความ ปลอดภัยของประเทศนี้ สามารถที่จะปล่อยออกมาแล้วแทรกแซงแล้วไม่ทําให้น้ํามันปาล์มแพงขึ้นนี้ ๑๕๐,๐๐๐ ตันเท่านั้นเอง ผมไม่ได้กล่าวว่านายพีเคคนนี้ทําผิดหรืออะไร เขาสามารถที่จะประกอบ ธุรกิจของเขาได้ แต่ผมอยากจะกราบเรียนว่าในช่วงของเดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคม และเดือนมกราคมนี้ที่ท่านบอกว่าน้ํามันขาดแคลนแล้วท่านก็ยังไม่ได้สั่งน้ําเข้านี้ มีการเคลื่อนย้าย น้ํามันเอาไปทําประโยชน์ แน่นอนครับ มันไม่ได้ถูกเอาไปผลิต มันถูกเอาไปทําอย่างอื่น มันอาจจะ ถูกออกไปใส่ปีบเพื่อเอาไปขายในราคาสูงในตลาดมืด มันอาจจะถูกส่งเข้าไปเพื่อผลิตไบโอดีเซล ซึ่งเมื่อสักครู่เห็นตัวเลขแล้วเดือนธันวาคมทําไบโอดีเซล ๕๐,๐๐๐ ตัน เพราะฉะนั้นผู้ที่ได้ประโยชน์ ในห้วงดังกล่าวจากการที่ท่านไม่ยอมสั่งน้ํามันนําเข้ามานี้ทําให้คนเหล่านี้ อันนี้ยกตัวอย่างรายเดียว นะครับ อย่างนายพีเคส่งน้ํามันนี้ ๓ เดือน ๖๓,๐๐๐ ตัน ส่วนจะไปขายได้ราคาแบบไหน อย่างไรนี้ ท่านดูอีกหน้าหนึ่งครับ ท่านดูนะครับ ราคาน้ํามันปาล์มดิบที่คนเหล่านี้เก็บเอาไว้ตั้งแต่ในฤดูกาล เก็บเอาไว้ราคาถูก ๆ แหละครับ ๒๙ บาท ๓๐ บาท แต่เวลามาขาย ขายกันได้ตั้งแต่ต้นเดือน พฤศจิกายนนั้นอยู่ ๓๕ บาท แต่พอมีวิกฤติ ๓๐ เดือนธันวาคมนั้นน้ํามันปาล์มดิบพุ่งสูงราคา ๔๙ บาท ส่วนเดือนมกราคมผมสามารถตรวจสอบจากข้อมูลกรมการค้าภายในได้ถึงวันที่ ๒๐ เดือนมกราคมเท่านั้นเอง คือ ๖๓ บาท ๕๐ สตางค์ แต่ว่าท่านมาดู ๒๑ ถึง ๓๑ เดือนมกราคม และผมกราบเรียนท่านประธานท่านไปดูเดี๋ยวนี้ได้เลย พี่น้องประชาชนก็ตามไปดูไม่มีราคานี้ ถูกบันทึกไว้ในราคาของกรมการค้าภายในครับ นั่นแสดงว่าราคาตรงนี้ไม่อยากแสดงให้พี่น้อง ประชาชนทราบหรือไม่ผมไม่ทราบ แต่ที่แน่ ๆ เราไปตรวจสอบตรงนี้ราคา ๗๐ บาท เพราะฉะนั้น ท่านประธานครับท่านลองดูเนื้อของน้ํามันนี้ที่ถูกขนถ่ายไป ถ้าหากท่านบอกว่าขาดแคลน คําถาม ที่ผมจะถามก็คือว่า แล้วน้ํามัน ๖๓,๐๐๐ ตันนี้รายเดียว ทําไมท่านไม่เอาให้ผู้ประกอบการเหล่านี้ ส่งเข้าไปบรรจุขวดแล้วก็ขายให้กับพี่น้องประชาชน ท่านคุยนักคุยหนาสั่งเข้ามา ๓๐,๐๐๐ ตัน ๒ ลอต พี่น้องประชาชนมีกินมีใช้ แต่ท่านควบคุมคนที่เขาคุมสต็อกอยู่ตรงนี้หรือเปล่า คนคุมสต็อก ตรงนี้เป็นผู้เล่นรายใหญ่ คลังอยู่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผมจะไม่บอกหรอกครับว่า คน ๆ นี้เวลาที่ท่าน กลับจังหวัดสุราษฎร์ธานีนี้เขาไปรับท่านหรือเปล่าผมไม่รู้ แต่ผมเชื่อว่าท่านรู้จักครับ ท่านเล่น แบบนี้เลย ท่านรู้ไหมครับพี่น้องประชาชนเขาเดือดร้อนกันอย่างมาก อย่างแสนสาหัส ผมเชื่อว่า พี่น้องประชาชนจํานวนมากหลายคนที่เขาไปต่อคิว ๑ ขวด ไปขับรถตะเวนนี้ วันนี้เขาก็จะได้รู้กัน ครับว่า วันนี้ท่านเล่นกันแบบนี้เลยหรือ เพราะฉะนั้น ๖๓,๐๐๐ ตันเศษนี้เป็นกี่กิโลกรัมท่านคูณกัน เขาทํากําไรเป็นพัน ๆ ล้านบาท จากการที่ท่านดึงเวลาไม่ยอมนําเข้า ผมย้ํานะครับ ๑๖ เดือนธันวาคมท่านประชุม ก่อนหน้านี้เขาก็ หารือกันมาตลอดไม่มีบันทึกไว้เป็นหลักฐานหรอกครับ แต่ ๑๖ เดือนธันวาคม ไม่มีใครสักคนครับ บอกว่าประเทศนี้ไม่ประสบผล ไม่ประสบการขาดแคลน เขารู้อยู่แล้วครับว่าต้องขาดแคลนแน่นอน ท่านเฉยครับ ท่านไม่ทําอะไรเลยครับ ท่านประธานครับ ยังมีอีกเรื่องหนึ่งนะครับ สักครู่นี้ผมชี้แจง ให้ท่านเห็นว่ามีคนแสวงประโยชน์จากการบริหารสต็อก ขนย้ายถ่ายเทกันออกไปแล้วไปขายกัน ในราคาแพง ๆ
อีกเรื่องหนึ่งที่ไม่พูดไม่ได้ครับ ก็คือเรื่องของการชดเชยราคาน้ํามัน ดีเซล นี่ละครับ ไบโอดีเซลที่บริษัทน้ํามันเขาสามารถไล่ซื้อไบโอดีเซล ให้ราคาไบโอดีเซลนั้นสูงขึ้นถึง ๗๐ บาทต่อลิตร ท่านประธาน กนป. ท่านประธาน กปช. ก็คือท่านนายกรัฐมนตรีท่านทราบ นะครับว่าราคาวันที่ ๗ เดือนกุมภาพันธ์ ไบโอดีเซลราคาถึง ๗๑ บาท ๓๖ สตางค์ เพราะฉะนั้นเมื่อ ท่านมีนโยบายในการคุมราคาชดเชยในราคาชดเชยของน้ํามัน เพราะฉะนั้นวัตถุดิบที่สําคัญคือ น้ํามันปาล์มดิบที่ใช้อยู่ในประเทศนี้ครับ ไหลออกไปภาคอุตสาหกรรม ไหลออกการผลิตไบโอดีเซล หมด ไม่เหลือมาให้พี่น้องประชาชนได้บริโภคเลย แล้วสิ่งเหล่านี้เป็นความรับผิดชอบของท่านทําไม ท่านไม่แก้ครับ ทําไมจึงปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นก่อนที่จะไปพูดถึงคําพูด ท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ผมขอสรุปว่าวันนี้เราเห็นชัดเจนครับ พี่น้องประชาชน ๖๗ ล้านคน ๒๐ ล้านครอบครัวเขาประสบกับความเดือดร้อนอันนี้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ส่วนคนได้ประโยชน์ ก็เป็นคนกลุ่มเล็ก ๆ ที่ได้ประโยชน์จากการไม่ดําเนินนโยบายในการแก้ไขปัญหาความขาดแคลน แล้วถ้าหากท่านจะเชื่อมโยงกลุ่มบุคคลเหล่านี้ ทั้งกลุ่มที่ปั่นราคา กักตุน จัดเก็บ นําเข้า ส่งออก ก็เป็นคนใกล้ชิดกับผู้ทีกํากับนโยบายอย่างชัดแจ้ง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่อยู่ใกล้กับท่านประธาน กนป. คือกลุ่มจังหวัดสุราษฎร์ธานี หรือจะกลุ่มฝั่งอันดามันก็แล้วแต่ ผมยกตัวอย่างนะครับ อย่างเรื่องของ บริษัทที่ทําไบโอดีเซล มิสเตอร์ พีเค ก็มีบริษัททําไบโอดีเซลเช่นเดียวกันครับ เพราะฉะนั้นมันก็ หมุนวนในการบริหารสต็อกในราคาที่สูงแบบนี้ แล้วใครเป็นคนจ่ายสตางค์ วันนี้มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ที่ฟังอยู่เขาใช้น้ํามันเบนซินครับ เวลาที่ชดเชย ชดเชยน้ํามันจากบริษัทที่เขากลั่นออกมาเป็นน้ํามัน ไบโอดีเซล เงินเวลาจ่ายกลับ สุดท้ายมันก็ไหลกลับไปที่คนที่ขายรายสุดท้าย ก็คือนายพีเคนี่ละครับ กลับไปที่โรงงานไบโอดีเซล ไบโอดีเซลกลับมาที่นายพีเค แล้วออกจากนายพีเคไปที่ไหน จะบอกได้ อย่างไรครับว่าไม่เกี่ยวกับท่าน ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นวันนี้คงต้องมาพูดกันว่าแล้ววันนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีเกี่ยวอะไรกับการทุจริตครั้งนี้ อย่าลืมนะครับท่านเป็นผู้แต่งตั้งนายสุเทพให้มา ดํารงตําแหน่งในการทําหน้าที่บริหารเรื่องนี้โดยตรง มาเป็นประธานกรรมการนโยบายปาล์มน้ํามัน แห่งชาติ น้ํามันขาด น้ํามันไม่พอ ไฟโชว์ ไฟแดง น้ํามันหมด ท่านไม่ทําอะไรเลยหรือครับ ปล่อยให้ พรรคพวกของท่านหรือเปล่าครับ ระบายน้ํามันกันอย่างสนุกสนาม ขายน้ํามันกันในตลาดมืดได้ผลกําไร ในขณะที่พี่น้องประชาชนทั้งประเทศเขาเดือดร้อน ท่านส่งสัญญาณหรือเปล่าครับ ท่านอภิสิทธิ์ ในรายการเชื่อมั่นประเทศไทย ๒๖ เดือนธันวาคม ๒๕๕๓ ท่านพูดอย่างนี้ครับ ราคาสินค้าเราก็จะไปดูต่อนะครับ ก็ให้ความเป็นธรรมว่าสินค้าบางตัวก็ถูกตรึงราคามานาน เหมือนกันอย่างตอนนี้ที่มีปัญหาแน่ ๆ คือน้ํามันพืช โดยเฉพาะปาล์มน้ํามัน หลังจากนั้นครับ สื่อมวลชนเอาคําพูด โควท (Quote) คําพูดตรงนี้ไปแปลงเป็นภาษาสื่อมวลชน เขารู้กันเลยครับ ท่านกําลังจะให้ขึ้นราคาน้ํามันปาล์ม ท่านทราบไหมครับหลังจากวันที่ ๒๖ เดือนธันวาคม ท่านพูด ในรายการของท่าน น้ํามันหายเลยครับ หลังจากสื่อมวลชนเสนอข่าวนี้ผมบอกเลย ถ้าผมเป็นพ่อค้า โชห่วย ผมมีน้ํามันอยู่ ๒๐ ขวด ผมเก็บครับ พ่อค้าเขาทําเขาต้องการกําไรครับ เขารู้ว่าอีกไม่กี่วัน แน่ ๆ ท่านส่งสัญญาณแบบนี้ สื่อมวลชนเขาบอกเขาเก็บน้ํามันครับ ส่วนที่เป็นแม่บ้านนะครับ เขาออกไปจ่ายตลาดวันนั้น เวลาเขาซื้อกลับบ้านเขาซื้อขวด ๒ ขวด วันนั้นเขาซื้อ ๒๐ ขวดครับ เพราะฉะนั้นจากสิ่งที่ท่านพูด จากการที่สื่อมวลชนไปนําเสนออย่างตรงไปตรงมา ท่านก็ไปช่วย ทําให้เกิดการกักตุน ทําให้เกิดความต้องการที่ไม่เป็นจริงในตลาด มันก็ทําให้ความขาดแคลนนั้น ยิ่งมากขึ้น ๆ นะครับ ส่วนเรื่องที่ท่านเป็นประธาน กพช. นโยบายพลังงานแห่งชาติ ผมก็ได้กราบ เรียนไปแล้วว่าท่านชดเชยราคาน้ํามันดีเซล มันมีผลไปยังวัตถุดิบที่เข้าสู่ตลาดในการไปผลิตเป็น น้ํามันไบโอดีเซล เพราะว่าเจ้าของโรงกลั่นเขาไม่สนใจหรอกครับ เขาซื้อวัตถุดิบกี่บาท เพราะเขา สามารถที่จะชดเชยจากกองทุนน้ํามันได้ทุกบาททุกสตางค์ครับ และมาดูครับว่าวันที่ ๑๖ เขาบอก ให้ท่านนําเข้าท่านยังไม่นําเข้า แล้วท่านก็มาตัดสินใจนําเข้าอีกครั้งหนึ่งก็คือในวันที่ ๖ เดือน มกราคม ๒๕๕๔ ๒๐ วันครับ ๒๐ วันตรงนี้ทําให้คนที่เขาบริหารสต็อกที่เขากําลังขายน้ํามันปาล์ม ดิบอย่างสนุกสนานเขามีความสุขมากเลยครับ เขาสามารถที่จะระบายน้ํามันอย่างที่ผมได้ทําตัวเลข ตรงนั้นคนเดียวนะครับ นายพีเคคนเดียวเท่านั้น ยังมีท่านอื่น ๆ อีก ๒๐ วันท่านไม่ทําอะไรเลย ท่านเพิ่งจะบอกว่าจะมานําเข้า ๖ เดือนมกราคม และหลังจากนั้นครับท่านก็มีมติในการที่จะให้ขึ้น ราคาจากราคาควบคุม ๓๘ บาทนะครับกลายไปเป็น ๔๗ บาท เป็นมติของท่าน เพราะฉะนั้นครับ เรื่องนี้ในช่วงแรกนี้นะครับผมขออนุญาตสรุปให้ท่านประธาน แล้วก็พี่น้องประชาชนได้รับทราบว่า วันนี้คนได้ คนเสีย เราเห็นภาพชัดเจนครับ คนที่เสียคือพี่น้องประชาชน ๖๗ ล้านคน ๒๐ ล้านครอบครัวที่เขาจะต้องเสียให้กับน้ํามันที่เพิ่มขึ้น ท่านทราบเป็นอย่างดีนะครับก่อนที่ท่าน จะเริ่มในการที่จะขอขึ้นราคาว่าการขาดแคลนนั้นเป็นการขาดแคลนเพราะการบริหารจัดการ ที่ไม่ถูกต้อง และอีกไม่กี่เดือนครับ เดือนมีนาคมนี้ขณะที่ผมอภิปรายตอนนี้ผลปาล์มออกมา เรียบร้อยแล้ว ทําไมในช่วงนั้นทําไมท่านจึงขึ้นราคาน้ํามันไปเลย ทั้ง ๆ ที่ส่วนต่าง ๙ บาท ท่านไป ชดเชยอย่างอื่นได้ตั้งเยอะแยะ ทําไมท่านไม่ชดเชย แต่กลับให้ภาระทั้งหมดนั้นตกอยู่กับ พี่น้องประชาชนครับ เพราะฉะนั้นมันก็มีตัวเลขที่น่าสนใจอีกนะครับ ผมก็ไปตามตรวจสอบดู มันมีตัวเลขที่น่าสนใจก็คือว่าถ้าพี่น้องประชาชนทั้งประเทศเขาเสียเงินเพิ่ม ๗ บาท จากอัตรา การบริโภคน้ํามันพืชต่อเดือนนะครับ คนไทยต้องรับภาระถึง ๖๐๐ กว่าล้านบาทแต่ขณะที่ ผู้ประกอบการกลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มหนึ่งนั้นทํากําไรกันเป็นพัน ๆ ล้านครับ ท่านประธานครับ อย่างไรก็ดี ท่านอนุมัติให้มีการนําเข้าน้ํามัน ๓๐,๐๐๐ ตัน หลังจากที่ท่านดึงเวลาเพื่อเอื้อประโยชน์ ให้เกิดความขาดแคลนจนกระทั่งความต้องการในตลาดสูง เอื้อให้ผู้ประกอบการจะสนิทชิดชอบกัน หรือไม่อย่างไร แต่ว่ามันคือข้อเท็จจริงครับ เขาสามารถระบายสต็อกน้ํามันของเขา ได้อย่างราบรื่นแล้ว การนําเข้าก็นํามาสู่การทุจริตที่มีใบเสร็จครับ ผมย้ําอีกครั้งหนึ่งครับเป็นการ ทุจริตที่มีใบเสร็จครับ หลังจากที่ตัดสินใจล่าช้ามาในที่สุดวันที่ ๖ ก็ได้เวลาในการนําเข้า ท่านประธานที่เคารพครับผมขออนุญาตขัดจังหวะนิดหนึ่ง มีโน้ตมาหลายที่ ผมต้องขออนุญาต ท่านประธานอ่านนิดหนึ่งครับไม่เกี่ยวกับการอภิปราย แต่บอกว่าตอนนี้หลายพื้นที่ในประเทศไทย รับสัญญาณรับวิทยุและโทรทัศน์ไม่ได้ครับ กราบเรียนท่านประธานฝากไปยังรัฐบาลผู้ที่กํากับดูแล ทั้งวิทยุและโทรทัศน์ครับขอให้ช่วยดําเนินการถ่ายทอดสดให้พี่น้องประชาชนที่เขาอยู่ทางบ้านเขา ได้รับฟัง ไม่มีอะไรเสียหายครับถ้าท่านคิดว่าท่านชี้แจงได้ท่านก็ฟังผมอภิปรายให้พี่น้องประชาชน เขารับทราบรับรู้ด้วยนะครับ ก็ต้องกราบเรียนไปยังผู้เกี่ยวข้องครับ ท่านประธานครับวิธีดีที่สุด ในการที่จะนําเข้าน้ํามัน วันนั้นภาวะขาดแคลนผมได้ให้เห็นภาพแล้วว่าชาวบ้านเขาแย่งกัน เขาเข้าคิวกันแบบไหน อย่างไร ดีที่สุดคือท่านสั่งน้ํามันพืชมาครับ เอาน้ํามันพืชสําเร็จใส่ขวดมาเลย ก็ได้มาถึงแล้วท่านก็สามารถจําหน่ายจ่ายแจก เอาละครับแต่ถ้าท่านคิดว่ามันมีเรื่องอย่างอื่น มันมี ระเบียบอย่างอื่นท่านจะสั่งน้ํามันดิบแยกไขเข้ามาบรรจุท่านก็ควรจะนําเข้าหรือว่ากําหนดคุณภาพ ของน้ํามันให้มันเป็นมาตรฐานครับ แต่ปรากฏว่าอย่างนี้ครับท่านประธาน การกําหนดสเปก (Spec) ที่นําเข้าน้ํามันในครั้งนี้มันมีเงื่อนงําครับ ผมขออนุญาตท่านประธานแนะนํามาตรฐานน้ํามัน ของโลก ประเทศมาเลเซียเขาถือเป็นเจ้าในเรื่องของน้ํามัน เวลาเขาผลิตน้ํามันขึ้นมาเขากําหนด มาตรฐานน้ํามันของเขาตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ตามส่วนผสมทางเคมีชัดเจนครับ มาตรฐาน น้ํามันที่ประเทศมาเลเซียใช้ ทั้งโลกนี้ใช้เขากําหนดสเปกไว้ ๑๓ ชนิด ๑๓ แบบของน้ํามัน เพราะฉะนั้นถ้าการนําเข้าในครั้งนี้ท่านทําอย่างตรงไปตรงมา ท่านนําเข้าน้ํามันแบบที่ท่านอยากได้ แล้วก็มีคุณสมบัติตามมาตรฐานของโลก ๑๓ แบบ ตรงนี้เขาเรียกโพแรม (Poll ram) เดี๋ยวหลังจากนี้ ผมไม่สามารถจะใช้เวลาจํากัดตรงนี้อธิบายเรื่องนี้ให้พี่น้องทางบ้านได้ทราบ แต่ผมจะไปอธิบายให้ สื่อมวลชนทราบหลังจากที่ผมอภิปรายเสร็จ แต่สาระสําคัญคือเมื่อมันมีมาตรฐานอยู่ ๑๓ แบบ แต่ปรากฏว่าท่านสุเทพไม่ทําเช่นนั้นครับ ท่านสั่งนําเข้าน้ํามันดิบแยกไขสเปกพิเศษเป็นมาตรฐาน ที่เขาเรียกว่ามาตรฐานแบบที่ ๑๔ ครับ มาตรฐานที่ไม่มีใครในโลกนี้เขาทําครับ แล้วเมื่อท่านสั่ง สเปกที่มันไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่ประเทศมาเลเซียเขาใช้ท่านก็สั่งจากประเทศมาเลเซียไม่ได้ครับ ประเทศมาเลเซียเขาก็งงครับเพราะเขาไม่รู้ว่าจะเอาน้ํามันสเปกแบบไหนเขามีอยู่แค่ ๑๓ อย่าง แต่ท่านไปสั่งแบบที่ ๑๔ ดังนั้นการนําเข้าครั้งนี้ก็แปลกประหลาดมหัศจรรย์ครับ เราติดกับประเทศ มาเลเซีย ประเทศมาเลเซียเป็นผู้ผลิตแต่ท่านไปนําเข้าจากประเทศสิงคโปร์ ผมชี้เท่านี้นะครับ แต่ว่าสเปกที่ ๑๔ ที่มันมีผล ที่ผมกําลังจะบอกว่ามันมีการทุจริตอย่างไรหรือเปล่า ท่านออกมาพูด บอกว่าน้ํามัน ๓๐,๐๐๐ ตัน ที่ท่านนําเข้ามาจะสามารถผลิตเป็นน้ํามันขวดใสแบบนี้ ฝาสีนี้ละครับ สีฟ้าได้ ๒๒ ล้านขวดครับ ท่านคิดอย่างไรครับ ท่านประธานดูตรงนี้ครับ ๓๐,๐๐๐ ตันครับ ก็ประมาณ ๓๐ ล้านกิโลกรัม ท่านคิดอย่างนี้ครับว่าเมื่อนําน้ํามันดิบเข้ามาแล้ว แล้วมาสู่ กระบวนการกลั่นนี่นะครับแยกไขแยกอะไรเสร็จสรรพเรียบร้อยแล้ว ท่านก็เหลือน้ํามันที่จะบรรจุ ใส่ขวดแล้วเอาไปบริโภคได้ ๒๒ ล้านขวดเศษนะครับ อันนี้คือสิ่งที่ท่านบอก แต่ในข้อเท็จจริง ครับสเปก ของน้ํามันที่เราได้ไปตรวจสอบน้ํามันที่ท่านนําเข้านั้นเป็นน้ํามันดิบที่แยกไขเรียบร้อย แล้ว เป็นน้ํามันดิบที่พูดง่าย ๆ ครับท่านไปสั่งน้ํามันสเปกที่ ๑๔ ผมพูดอย่างนี้เลยดีกว่า พี่น้องประชาชนจะได้เข้าใจได้ง่าย ท่านสั่งน้ํามันพืชสําเร็จนั่นละครับเข้ามา แล้วท่านก็หยดกรด ลงไป ๑ เปอร์เซ็นต์ครับทําให้มันกินไม่ได้ เอากันอย่างนี้เลยครับ ชัด ๆ ครับ เพราะฉะนั้นเมื่อท่าน ผ่านกระบวนการในการเอากรดออกเพียง ๑ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นละครับหรือว่าอาจจะกว่านิดหน่อย ไม่มาก เพราะฉะนั้นท่านจะเหลือน้ํามันในการไปบรรจุขวด บรรจุลิตรได้ ๓๐ กว่าล้านขวดครับ อย่างงครับ หลายคนมองหน้าผมเอาอะไรมาพูด ผมไม่ทราบท่านรู้หรือเปล่าครับเรื่องนี้ น้ํามัน ผมย้ํานะครับ ๓๐,๐๐๐ ตันที่ท่านนําเข้ามา สมาคมปาล์มน้ํามันเขาก็รู้ครับว่าท่านสั่งน้ํามันปาล์ม ดิบแยกไข ผมเอาตัวเลขโคลสให้ดูครับเขาเป็นคนบอกเองว่าสามารถแปรรูปได้ ๓๓ ขวด แต่ท่านบอก ๒๒ ล้านขวดครับ ๑๐ ล้านขวดหายไปไหนครับท่าน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ เดี๋ยวท่าน ชี้แจงแล้วผมจะนั่งฟังท่าน ผมอยากจะรู้ว่าสิ่งที่ผมไปตรวจสอบกับกรมวิทยาศาสตร์บริการนั้น เขาให้ข้อมูลผมไม่ผิด เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วเป็นข้อเท็จจริงก็คือว่าน้ํามัน ๓๐,๐๐๐ ตันที่ท่านนําเข้ามาท่านประกาศแล้วเป็นตัวเลขทางราชการว่าบรรจุขวดได้เพียง ๒๒ ล้านขวดเศษ แล้วผมตั้งคําถามให้ท่าน ๑๐ ล้านขวดไปไหน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้มันจึงเป็นการ สมคบคิดกันหรือเปล่านะครับทั้งระบบ จริง ๆ ผมต้องบอกว่า นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดี กรมสอบสวนคดีพิเศษ ผมเพิ่งเห็นท่านทําเรื่องนี้ละครับที่เป็นเรื่องที่ถูกต้องเรื่องแรกในความคิด ของผม สั่งดีเอสไอไปที่โรงงานประกอบการรายหนึ่ง แล้วก็อายัดน้ํามันทั้งสิ้น ๑,๔๐๐ ตัน ท่านประธานทราบไหมครับว่า (Quota) ของน้ํามันบริษัทนี้ได้ทั้งสิ้น ๕,๐๐๐ ตัน และแน่นอนครับ เมื่อท่านไปคิดให้เขาบอกว่าให้เขาไปบรรจุขวดได้ ๒๒ ขวด หรือ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ครับ น้ํามันที่เหลือ ๑,๔๐๐ ตันนี่ละครับคือตัวปัญหา แล้วดีเอสไอเขารู้ครับเขาก็ไปอายัด แล้วก็มีรายงานกันต่อมา นะครับว่า สุดท้ายปลายทางครับท่านนายกรัฐมนตรีก็ยังไปที่โรงงานผู้ประกอบการ แล้วก็มีหนังสือ จากกรมการค้าภายในครับมายืนยันผ่านไปทางดีเอสไอว่าการอายัดนั้นไม่ชอบ สิ่งที่โรงงานทํานั้น ก็คือการคืนยอดน้ํามัน ๑,๔๐๐ ตันที่ถูกยืมไปก่อนหน้านั้น ตรงนี้ก็ต้องเป็นคําถามครับว่า ถ้า ๑,๔๐๐ ตันที่ส่งให้ผู้ประกอบการแล้วนําเข้ามาเพื่อจะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ทําไม ท่านไม่ควบคุมครับ ทําไมท่านไม่บังคับหรือจะทําอย่างไรก็แล้วแต่ให้ผู้ประกอบการเขาเอาน้ํามัน ทั้งหมดใส่ขวดไปให้พี่น้องบริโภคกัน หรือว่า ๑,๔๐๐ ตันนั้นมันเป็นส่วนที่หายไปอยู่ใน ๑๐ ล้านขวดที่ผมบอก เพราะฉะนั้นครับท่านประธานเรื่องนี้ผมเชื่อว่ามันเป็นเรื่องทางวิทยาศาสตร์ มันเป็นเรื่องที่ปรากฏหลักฐานชัดเจนนะครับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมีการสมคบคิดและไม่ให้ตัวเลข ที่แท้จริงกับพี่น้องประชาชนครับ วันนี้เอาสักนิดนะครับ เกี่ยวกับการที่บอกว่าโรงงานเขาทําถูก ผมต้องถามว่าถ้าท่านจะไปขอยืมน้ํามัน ท่านใช้อํานาจตามกฎหมายแบบไหนอย่างไร แล้วการที่ ท่านอ้างว่าการนําเข้า ๓๐,๐๐๐ ตัน แบ่งโควตาแล้ว ๑,๔๐๐ ตันไปชดใช้ ไปคืนให้กับ ผู้ประกอบการ ตรงนี้มันถูกหรือไม่ ตรงนี้มันเห็นชัดเจนแล้วครับว่าความเสียหายที่มันเกิดขึ้นนี้ มันเกิดขึ้นแก่พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศครับ เขารอน้ํามัน ท่านบอกว่ากําลังผลิต หลังจากน้ํามันเข้ามาแล้วได้ถึงวันละ ๒.๕ ล้านขวด เพราะฉะนั้น ๑๐ วัน ถ้าท่านเอาตัวเลข ๒๒ ล้านขวดเป็นที่ตั้ง มันจะต้องถูกผลิต แล้วก็นําไปวางบนเชลฟ์ (Shelf) แล้วก็ทําให้ พี่น้องประชาชนทั้งประเทศเขาสามารถที่จะซื้อน้ํามันได้อย่างเพียงพอ แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเลย ครับ น้ํามันไปอยู่ที่โรงงาน โรงงานใช้เวลาเป็นเดือนในการจะผลิตของออกมาให้พี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นต้องถามว่าแล้วตกลงน้ํามันที่ถูกสั่งเข้ามานี้มันมีไหลไปเส้นทางอื่นด้วยหรือไม่ เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนจึงไม่มีจํานวนของน้ํามันในการบริโภคที่เพียงพอครับ แล้วก็ส่งปัญหา นี้ ให้เกิดขึ้นอย่างรุนแรง จนกระทั่งมันกลับเข้าสู่สภาวะของมันเอง เดือนมีนาคมผลปาล์มสดมัน เยอะแล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมได้กล่าวไปแล้ว ๒ เรื่อง ผมทบทวนนะครับ กนป. เป็นเครื่องมือของ รัฐบาล ท่านต้องบริหารให้ไม่เกิดความขาดแคลน ความขาดแคลนเกิดขึ้นได้ วิธีแก้ไขง่ายนิดเดียว ครับ ท่านก็นําเข้า รัฐบาลอื่น ๆ เขาก็ทําแบบนี้ แต่ท่านไม่ทํา ท่านดึงเวลาวันที่ ๑๖ เดือนธันวาคม เขาแจ้งปัญหาให้ท่านทราบชัดเจนว่าวันนี้น้ํามันไม่เพียงพอ เกิดความขาดแคลนแน่นอนแล้ว ท่านไม่สนใจ ๖ มกราคม ท่านตัดสินใจนําเข้าล่าช้ากว่ากําหนดที่เขาชี้ว่าน้ํามันมันไฟแดง แล้วถึง ๒๐ วัน น้ํามันหยดแรก ๓๐,๐๐๐ ตันที่ท่านนําเข้านี้ มาถึงประเทศไทยวันที่ ๒๖ เดือนมกราคม ช้ากว่าวันแรกที่เขาชี้แล้วว่าไฟมันแดง ไฟมันตก น้ํามันมันหมดแล้ว รถมันต้องตายแล้ว ๔๐ วันครับท่าน แล้วน้ํามันที่มาถึงนี้อีก ๓๐,๐๐๐ ตันนี่ ท่านยังทําให้มัน ล่องหนอีก เอากันอย่างนี้เลยครับ ท่านปล้นประชาชนแบบนี้เลยหรือครับ ท่านมองหน้าผมได้ครับ ผมไม่เชื่อจริง ๆ แต่ ณ วันนี้สภาวะที่มันเกิดขึ้น ท่านเห็นใจพี่น้องประชาชนนิดเดียว ท่านตัดสินใจแก้ไขปัญหานี้ได้ไม่ยากครับ กนป. เป็นผู้ที่ต้องรักษาสมดุลของระบบนี้ ต้นน้ํา คือเกษตรกร ก็ต้องให้เขาได้ราคากําไรแต่พอสมควร กลางน้ําก็เช่นเดียวกันครับ เมื่อผลิตภัณฑ์ ผลิตผลที่เอามาแปรรูปมันพอดี สุดท้ายปลายทางพี่น้อง ๖๗ ล้านคนเขาไม่ต้องลําบากแบบนี้ครับ แต่เมื่อท่านทําสัญญาหลาย ๆ อย่างที่มันเกิดขึ้น ทั้งไม่นําเข้า ไม่ยอมแทรกแซงตลาด สุดท้าย มันเกิดการกักตุน ซ้ําร้ายท่านนายกรัฐมนตรีก็ไปส่งสัญญาณให้เขาสร้างดีมาน (Demand) เทียม ความต้องการเทียมอีก มันช้ากันไปทั้งระบบอย่างนี้ ประชาชนเขาตายไปเรียบร้อยแล้วครับ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เดี๋ยวท่านชี้แจงครับ การบริหารจัดการผิดพลาดล้มเหลว ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ แต่ท่านต้องชี้แจง วันนี้ท่านผิดแน่ ๆ แล้วครับ แต่ท่านจงใจหรือไม่ แต่ผมคิดว่าโดยเฉพาะกรณีที่ ๒ นี้ชัดเจนครับ เดี๋ยวเรามาคุยเรื่องนี้กันนะครับ เรื่องนี้
เรื่องสุดท้ายครับ เรื่องการกําหนดราคา ๔๗ บาท ท่านประธานที่เคารพครับ การประกันราคาผลปาล์มดิบนะครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพวันนี้ท่านอ้างว่าจะช่วยชาวสวน ผมดีใจนะครับ ผมต้องกราบเรียนด้วยความเคารพเลยว่า ๗ บาทผมยินดีจะซื้อน้ํามัน ๔๗ บาท ถ้าเกษตรกรเขาได้ขายผลผลิตของเขาที่ราคา ๗ บาทครับ แต่วันนี้การชดเชยเรื่องของกระบวนการ ในการผลิตกลับไปอยู่ที่โรงกลั่น ผมกําลังตั้งคําถามว่าวันนี้ท่านกําลังร่วมมือกับโรงกลั่นทําร้าย ประชาชนหรือเปล่า หากําไรใส่ตัว แล้วก็ไปเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ในโรงกลั่นหรือไม่ ท่านประธานทราบหรือเปล่า ผมยังไม่ทราบ แต่เดี๋ยวจะเอาตัวเลขให้ท่านดูว่า วันนี้เกษตรกรที่เขา ขายผลปาล์มสดอยู่นี้เขาไม่ได้ขายได้ในราคา ๗ บาท สูตรที่ท่านคิดราคา ๔๗ บาท ถ้าเกษตรกร ขายทลายปาล์มในราคา ๗ บาทต่อกิโลกรัมนั้น เมื่อโรงหีบเอาไปหีบทําเป็นน้ําปาล์มดิบแล้วก็จะ ขายให้กับโรงกลั่นในราคา ๔๔ บาท ๗๕ สตางค์ต่อกิโลกรัมครับ จากนั้นให้กําไรนะครับต่อยี่ปั๊ว ๓ บาท เขาจะขายให้กับยี่ปั๊วในราคา ๔๔ บาทต่อลิตรครับ ตัวเลขเดี๋ยวตรงนี้จะเป็นกิโลกรัมบ้าง เป็นลิตรบ้าง ไม่เป็นไรครับ ใกล้เคียงกัน แล้วก็จะไปสู่ราคาควบคุมของกระทรวงพาณิชย์ที่ ๔๗ บาท ท่านประธานครับ อย่างที่ผมบอกนะครับ ผมยินดีช่วยชาติครับ ประชาชนทุกคนก็ยินดี ที่จะช่วยชาติ ยอมที่จะซื้อ ๔๗ บาท ถ้าเกษตรกรเขาสามารถจะขายทลายปาล์มได้ ๗ บาท แต่วันนี้ ครับ ราคาทลายปาล์มที่เราไปตรวจสอบในวันที่ ๑๔ ท่านให้ลูกน้องเอาข้อมูลให้เลยครับ เขาขาย กันอยู่ที่ ๕ บาท ๕๐ สตางค์ครับ เพราะฉะนั้นราคาซีพีโอ (CPO) ต่อลิตรหรือว่าราคาน้ํามันปาล์ม ดิบต่อลิตรเพียง ๓๑ บาทเศษ ๆ เท่านั้นเองครับ วิธีการคํานวณใช้สูตรเดียวกับท่านสุเทพครับ สรุปแล้วต้นทุนเมื่อผลิตน้ํามันปาล์ม ๑ ลิตร บรรจุขวดขณะนี้ คือ ๓๙ บาท ๖๔ สตางค์ ตีเสียว่า ๔๐ บาทต่อลิตรก็แล้วกัน เพราะฉะนั้นถ้าท่านประธานต้องการที่จะชดเชยนะครับ วันนี้เราไป ชดเชยให้โรงกลั่น ๙ บาท ๕๐ สตางค์ต่อลิตร ผมคํานวณจากตัวเลขนี้เรียบร้อยแล้ว ไม่ได้เขียนไว้ ในชาร์ทนี่เราสามารถไปชดเชยให้กับเกษตรกรด้วยเงินจํานวนเท่ากันให้เขาได้ถึงกิโลกรัมละ ๑ บาท ๘๐ สตางค์ เพราะฉะนั้นวันนี้ถ้าท่านไปเอาเงินส่วนที่ท่านจะชดเชยให้โรงกลั่นแล้วไป ชดเชยให้เกษตรกร แล้วให้เขาได้ราคา ๗ บาทจริง ๆ ผมยอมครับ แต่วันนี้ไม่ใช่ครับ ผลประโยชน์ มันไปป่องกลางอย่างที่ผมได้กล่าวแล้ว ประเทศนี้มันแปลกครับ เกษตรกรประเทศไทยขาย ผลปาล์มสดได้ถูกกว่าเกษตรกรของประเทศมาเลเซีย แต่ว่าพี่น้องประชาชนชาวไทยซื้อน้ํามันพืช แพงกว่าชาวมาเลเซีย เพราะฉะนั้นตรงนี้มันเห็นกระบวนการอยู่ชัดเจนแล้วว่ามันป่องอยู่ตรงกลาง ครับ แล้ววันนี้ท่านเลือกชดเชยให้กับโรงกลั่น เพราะฉะนั้นท่านต้องชี้แจงครับว่าท่านไม่มีการ เหยียบเท้ากัน เมื่อสักครู่ผมชี้แล้วครับ ท่านนําเข้า ๓๐,๐๐๐ ตัน ท่านก็ให้หายไปตรงโรงกลั่นนั้น ๑๐,๐๐๐ ตัน ๑๐ ล้านขวด นี่กลับมาชดเชยให้กับโรงกลั่น ท่านสุเทพครับ ท่านประธานครับ ขออภัยผ่านไปยังท่านสุเทพครับ มันเยอะไปไหมครับ ทวนนะครับท่าน เดี๋ยวจะได้ตอบกันได้ชัด ๆ วันที่ ๑๖ เดือนธันวาคมนี่น้ํามันตกแล้ว ไฟแดงโชว์แล้วครับ ขีดแดงแล้ว หมดแน่ ๆ น้ํามันนี่ทําไม ท่านไม่เติมครับ ทําไมไม่นําเข้าตั้งแต่วันนั้นครับ ล่าช้ามา ๒๐ วันค่อยมีมติ ๔๐ วันต่อมาน้ํามันหยดแรกนี่ มาถึงประเทศไทย แล้วนั่นเป็นคําตอบหรือเปล่าครับที่เราไปตรวจสอบคลังน้ํามันของนายพีเค วันที่ ๓๑ เดือนมกราคม น้ํามันของพีเคเหลือ ๐ ครับ ท่านเอาอย่างนี้เลยหรือครับ นําเข้าแล้วก็ไปมี ประโยชน์กับโรงกลั่นหรือเปล่า เดี๋ยวชี้แจงมาครับ ๒๒ ล้านขวด หรือ ๓๓ ล้านขวดเอากันให้ชัดครับ เดี๋ยวจะได้ไปแถลงข่าวหลังจากนี้ละครับว่าน้ํามันสเปกที่กําหนดโดยกรมการค้าภายใน โดยองค์การคลังสินค้าขออภัย มันก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นน้ํามันปาล์มดิบแยกไข สมาคมปาล์มน้ํามัน เมื่อสักครู่เขาก็เขียนชัดเจนได้ ๓๓ ล้านขวด แต่ในหนังสือราชการท่านเขียนชัดเจนว่าได้ ๒๒ ล้านขวด ๑๐ ล้านขวดท่านตอบมานะครับหายไปไหน ถ้าจะแบบนี้ก็ชัด ๆ กันไปเลย ท่านประธาน กนป. นี่คือราคาปาล์มน้ํามันครับ ผมเอามาให้เฉพาะจังหวัดท่านนี่ละจังหวัดสุราษฎร์ ธานี ถึงวันที่ ๑๑ เดือนมกราคมมีไหมครับ ๗ บาทนี่ มีไหมครับ วันที่ ๑๑ ๕ บาท ๘๐ สตางค์ วันที่ ๑๔ ๕ บาท ๕๐ สตางค์ แล้วผมก็ต้องบอกฝากไปยังทางกระทรวงพาณิชย์นะครับ น้ํามันซีพี โอหรือน้ํามันปาล์มดิบนี่ที่ท่านต้องประกาศนี่สํานักส่งเสริมการค้าสินค้าเกษตร กรมการค้าภายใน วันที่ ๗ วันที่ ๘ วันที่ ๙ วันที่ ๑๐ วันที่ ๑๑ ทําไมไม่ประกาศราคากลางของน้ํามันปาล์มดิบครับ หายไปไหนครับ หรือว่ากลัวมันจะไม่ถึง ๔๔ บาท ๗๕ สตางค์ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้องกราบเรียนท่านอย่างนี้ครับ เกษตรกรที่เขาขายผลปาล์ม ผลปาล์มสดนี่ครับเอาไปเป็นราคา อ้างอิงสําหรับราคาน้ํามันพืช แต่ผมอยากจะบอกว่าคนที่อยู่ตรงกลางของเรื่องนี้จะเป็นโรงหีบก็ดี โรงหีบในประเทศนี้มี ๖๕ แห่งเท่านั้นครับ บวกลบนิดหน่อย โรงกลั่นก็มีอยู่ ๑๐ กว่าโรงเท่านั้น ก็มีกันอยู่แค่นั้นละครับ แต่ผมจะกราบเรียนว่าท่านอ้างอิงเอาจากตัวราคาของผลปาล์มสด อย่างเดียวไม่ได้ครับ โรงสกัดหรือโรงหีบน้ํามันนี่นะครับ หลังจากที่เขาหีบน้ํามันแล้วนี่เขาได้สิ่งที่มัน เหลือใช้ เหลือจากการหีบอีกครับ ๑ กิโลกรัมเขาใช้ปาล์มประมาณเกือบ ๖ กิโลกรัม จะเหลือ กากปาล์มมา ๕ กิโลกรัม เหลือกะลาปาล์มแล้วก็ยังไปบวกค่าจัดส่งให้กับผู้ที่เขาซื้อของ รวมแล้วอีก ๑๘ บาทครับ ท่านอย่าหาว่าผมสอนท่านนะครับ ผมไม่ได้มีเจตนาที่จะไปสอนท่าน แต่ผมอยากจะ บอกว่าวันนี้นี่ถ้าเกษตรกรเขาได้ ๗ บาทจริง พี่น้องประชาชนจะบริโภคน้ํามันพืชแพงไปอีกนิดหนึ่ง คือ ๔๗ บาทราคาที่ท่านประกาศ ผมว่าก็ยอมรับกันได้ แต่วันนี้มันปรากฏว่าพี่น้องเกษตรกรเขาก็ ไม่ได้ขายได้ในราคาผลผลิตที่ท่านได้ประกาศเอาไว้ แต่โรงหีบ โรงกลั่นก็ไปได้ราคาที่มันผมไม่อยาก บอกว่าไปสร้างกําไร สร้างความร่ํารวยกันแค่ไหน แบบไหน อย่างไร ท่านประธาน กนป. ท่านรู้ดีนะครับ รัฐบาลกี่ชุดๆ มานี่นะครับ เลือกคนมาทําหน้าที่ตรงนี้ บางคนไม่เคยรู้จักเลยครับปาล์มเป็นอย่างไร แต่เขาบริหารกันมากี่ปี ๆ ประเทศนี้ไม่เคย ขาดแคลนน้ํามันปาล์มครับ เอาคนที่มีความสามารถขั้นเทพครับ ท่านเกิด ท่านแก่ ท่านเจ็บ ท่านตายกันอยู่ตรงนี้แหละ รู้เรื่องนี้ดีที่สุดครับ ผมชี้ให้ท่านเห็นนะครับ คนได้ประโยชน์ ในประเทศ นี้จากกรณีของน้ํามันปาล์มมีกลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มเดียวเท่านั้นเองครับ แต่คนที่เขาเสียหายทั้งประเทศ เขาไม่ได้เสียหายเฉพาะเงินที่เขาจ่ายแพงขึ้นนะครับ เขาเสียทั้งสภาพจิต บางคนหัวเราะนะครับ แต่ผมบอกว่าเรื่องนี้ชาวบ้านเขาร้องไห้ เวลาที่เขาไปเข้าคิวยาว เป็นชั่วโมงตั้งแต่เช้ามืดแล้วเขาหา แม้แต่น้ํามันขวดเดียวกลับไปทอดไปทําอาหารให้ลูกให้ผัวเขาไม่ได้ ท่านทําอย่างนี้พี่น้องประชาชน เขาไม่ได้สงสัยอีกแล้ว บริหารจัดการไม่ต้องพูดถึงละครับ ผิดพลาดอย่างอภัยให้กันไม่ได้อยู่แล้ว คนเสียท่านก็เห็นแล้วนะครับ ต้องจ่ายเงินออกมาอีกเท่าไร คนได้ท่านก็เห็นเรียบร้อยแล้ว แล้วก็ เอื้อประโยชน์กันเห็น ๆ แบบนี้ ขนาดว่าแก้ไขปัญหานําเข้าก็ยังไปตอดไปหาเล็กหาน้อยตรงนั้นอีก ไม่เป็นอะไรครับ ท่านชี้แจงมาก็แล้วกัน
สุดท้ายครับ จะได้ไม่รบกวนเวลาท่านผู้อภิปรายท่านอื่น ๆ วันนี้ครับรัฐบาล โดยนายอภิสิทธิ์บกพร่องไร้ประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชนครับ ดําเนิน นโยบายแปลกประหลาดที่สุดในโลกครับ เพื่อหวังแทรกแซงกลไกตลาดปล่อยให้ราคาสินค้าอุปโภค บริโภคที่จําเป็นสูงขึ้นแล้วก็ขาดแคลน แล้วก็กระทบถึงความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนครับ รองนายกรัฐมนตรีท่านเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ํามันแห่งชาติ ท่านจงใจ หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงครับในการปล่อยให้น้ํามันปาล์ม เพื่อการบริโภคนั้นขาดแคลน ขาดแคลนอย่างเดียวไม่พอครับ ทําให้ราคาสินค้านั้นสูงขึ้น เป็นการสมรู้ร่วมคิดในฐานะผู้สนับสนุน ให้มีการกระทําความผิดกฎหมาย ทําให้ผู้ประกอบธุรกิจได้กําไรจากราคาน้ํามันปาล์มเพื่อการ บริโภคเพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ๖๗ ล้านคน ๒๐ ล้านครอบครัวเป็น ผู้บริโภค ต้องซื้อหาน้ํามันในราคา ที่แพงและเดือดร้อนจากสภาพการขาดแคลน นอกจากนั้น ยังเชื่ออีกครับว่าท่านได้ร่วมมือกับผู้ประกอบธุรกิจโรงกลั่นน้ํามันปาล์ม เบียดบังน้ํามันปาล์ม ที่นําเข้าเพื่อแก้ปัญหา ความขาดแคลนน้ํามันปาล์มในประเทศ ก็เป็นความผิดในตําแหน่งหน้าที่ของ ท่าน ส่วนท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะนายกรัฐมนตรีนั้นท่านปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ครับ ท่านทั้งมอบหมายให้นายสุเทพนั้นไปเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ํามันแห่งชาติ รับผิดชอบเรื่องนี้ชัด ๆ ครับ แล้วในฐานะประธานในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทําการตัดสินใจ ในเรื่องของการอนุมัติต่าง ๆ ที่คณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ํามันแห่งชาติ แล้วก็กระทรวงพาณิชย์ เขานําเสนอเข้าไปพิจารณาครับ อีกทั้งไม่ว่าจะโดยเจตนาหรือท่านไม่ทราบ ท่านได้มีส่วนร่วมครับ ในการทําให้เกิดความปั่นป่วนซึ่งราคาของน้ํามันปาล์มเพื่อการบริโภคอันเป็นการสนับสนุนให้เกิด การกระทําความผิด ก่อให้เกิดความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนแล้วก็ผู้ประกอบธุรกิจที่ต้องใช้ น้ํามันปาล์มอย่างกว้างขวาง ถือเป็นความบกพร่องผิดพลาดอย่างร้ายแรงในฐานะนายกรัฐมนตรี ที่ทําให้ประเทศไทยในฐานะผู้ผลิตปาล์มน้ํามันอับดับ ๓ ของโลก และยังเป็นประเทศที่อยู่ติดกับ ผู้ผลิตอันดับ ๑ กับอันดับ ๒ ซึ่งทําให้การนําเข้าน้ํามันปาล์มในกรณีที่ขาดแคลนนั้น จริง ๆ ทําได้ โดยไม่ยากเลยครับ ท่านปล่อยปละละเลยครับ จะโดยเจตนา จะโดยไม่เจตนามันก็ทําให้มีการทุจริตโดยอาศัยเหตุแห่งความขาดแคลนเกิดขึ้นครับ ท่านประธานที่เคารพครับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั้นเคยถามหาสํานึกของนักการเมืองในสภา แห่งนี้ ซึ่งมีนัยว่านักการเมืองต้องมีสํานึกของนักการเมือง ไม่จําเป็นต้องเป็นการกระทําที่ผิด กฎหมาย แต่เพียงแค่บกพร่องหรือผิดพลาด นักการเมืองที่มีสํานึกต้องแสดงความรับผิดชอบ ทางการเมือง นายอภิสิทธิ์ในฐานะนายกรัฐมนตรีครับ เมื่อการบริหารราชการของตนเองบกพร่อง และผิดพลาดอย่างร้ายแรงก่อให้เกิดความเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า สํานึกของนักการเมืองที่ท่าน เคยกล่าวไว้ด้วยวาทะที่น่าเคลิบเคลิ้มวันนี้หายไปไหนครับ ผมถามหาสํานึกของการเป็น นักการเมืองของท่านครับ สุดท้ายผมทราบเป็นอย่างดีครับว่าวันนี้หลังจากการอภิปรายนี้แล้วจะมี การชี้แจง แต่ผมต้องกราบเรียนท่านอีกครั้งหนึ่งท่านประธานครับ ไม่ว่าจะมีการชี้แจงด้วยเหตุผล แบบไหน อย่างไรก็แล้วแต่ คําชี้แจงทั้งหมดจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงวิกฤติที่เกิดขึ้นในประเทศนี้ ในช่วง ๒ เดือนที่ผ่านมาในสภาพความขาดแคลน ในสภาพที่พี่น้องประชาชนต้องแบกรับ ค่าครองชีพที่สูงขึ้นได้ มันจะไม่สามารถลบล้างความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประเทศนี้ได้ แล้วผม ขอฝากไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ่ายรัฐบาลผมทราบครับ แต่วันนี้พี่น้องประชาชนเขาเลือกท่านครับ เขาเลือกท่านให้มาช่วยปกป้องผลประโยชน์ของเขา ผมทราบครับสุดท้ายท่านจะยกมือหรือไม่ยกมือผมก็ไม่ได้เรียกร้องอะไรครับ แต่วันนี้ท่านก็ต้องถาม หาสํานึกของนักการเมืองอย่างที่นายกรัฐมนตรีได้พูดว่าท่านจะทําหน้าที่ในการปกป้องผลประโยชน์ ของพี่น้องประชาชนหรือจะปกป้องผลประโยชน์ของคนกลุ่มหนึ่ง ขอบคุณครับท่านประธานครับ