ไชยา พรหมา ตรวจสอบการทํางานของรัฐบาลที่ไม่ดีและทุจริต และระบุว่าทำให้เกิดปัญหาและความขัดแย้งในสังคม โดยเรียกร้องให้ไม่ให้ความไว้วางใจให้ดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรี และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการไม่มีการครอบงำจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และการรักษาความยุติธรรมในประเทศ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายไชยา พรหมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ผมต้องทํา หน้าที่ในการตรวจสอบการทํางานของรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ครั้งนี้ เป็นครั้งที่ ๒ ที่ผมได้มีโอกาส และคนที่ผมจะอภิปรายนั้นก็หนีไม่พ้นผู้นําประเทศ ผู้นํารัฐบาลคือท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขอเรียนด้วยความเคารพว่า โดยส่วนตัวนั้นไม่มีอคติอะไรกับท่าน ผมทําหน้าที่ในฐานะที่เป็นฝ่ายตรวจสอบการทํางาน ของรัฐบาล ถ้าวันนี้คนมานั่งในตําแหน่งนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ แต่ว่าได้บริหารชาติบ้านเมืองด้วยความเสียหาย ผมก็ต้องทําหน้าที่ของผม ต้องเรียน ท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรีได้เข้าใจ ด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลได้บริหารราชการล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ ยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจ ให้รัฐมนตรีในรัฐบาลและบุคคลแวดล้อมกระทําการทุจริตคอร์รัปชัน แสวงหาผลประโยชน์ จากการบริหารราชการแผ่นดิน บริหารราชการไม่เป็นไปตามหลักนิติรัฐ นิติธรรม ขาดหลัก ธรรมาภิบาล ดําเนินนโยบายและบริหารราชการแผ่นดินล้มเหลว มีการเลือกปฏิบัติในการ บังคับใช้กฎหมาย จงใจฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมายไม่เคารพต่อหลักการ ประชาธิปไตย มีการละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ละเมิดสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพของ ประชาชน โดยมีพฤติกรรมดังนี้
ข้อที่ ๑ การบริหารราชการแผ่นดินปราศจากองค์ความรู้ในการแก้ไขปัญหา ไร้ทิศทาง ไม่ขจัดปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ปัญหา สินค้าราคาแพงและขาดตลาด กระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนทั่วประเทศ และดํารงสถานะความเป็นนายกรัฐมนตรี โดยไร้วุฒิภาวะความเป็นผู้นํา ไม่รักษาคําพูด พูดอย่าง กระทําอีกอย่าง ตลอดจนพูดจาทําให้เกิดความขัดแย้งในสังคมอย่างกว้างขวาง โดยไม่อยู่ในภาวะที่จะสร้างความสมานฉันท์ ความปรองดองให้เกิดขึ้นในสังคม
ข้อที่ ๒ ปล่อยปละละเลยไม่กํากับดูแล ปล่อยให้รัฐมนตรีร่วมคณะรัฐบาล บริหารราชการล้มเหลว ไม่คํานึงถึงความเดือดร้อนของประชาชน ไม่ดําเนินการให้เป็นไป ตามนโยบายที่แถลงไว้ต่อสภา มีพฤติกรรมส่อไปในทางทุจริตคอร์รัปชัน หรือละเว้น การปฏิบัติหน้าที่ โดยมีเจตนาฉ้อฉลเพื่อเปิดช่องให้มีการทุจริตคอร์รัปชันในโครงการ ต่าง ๆ ของรัฐบาลมากมาย ทําให้รัฐต้องสูญเสียงบประมาณอันมาจากเงินภาษีอากรของ ประชาชน ท่านประธานที่เคารพ
ข้อที่ ๓ จงใจใช้อํานาจหน้าที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ไม่เคารพหลักการประชาธิปไตยและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ใช้อํานาจละเมิดสิทธิมนุษยชน ส่งผลให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้บริสุทธิ์ ใช้อํานาจเพื่อปกปิด ความผิดของตนเอง บิดเบือนข้อเท็จจริง แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม เลือกปฏิบัติ เป็นแบบ ๒ มาตรฐาน ส่งผลให้เกิดวิกฤติศรัทธาในกระบวนการยุติธรรมอย่างรุนแรง ท่านประธานที่เคารพ พฤติกรรมดังกล่าวนี้เป็นพฤติกรรมในการบริหารราชการแผ่นดิน ภายใต้ความรับผิดชอบของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ซึ่งจะนํามา ซึ่งความเสียหายต่อประเทศชาติอย่างใหญ่หลวงยากที่จะเยียวยาได้ จึงไม่อาจให้ ความไว้วางใจนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้ดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรีของประเทศนี้ต่อไป นั่นคือสิ่งที่ผมได้กล่าวหาท่านนายกรัฐมนตรี ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้เกริ่นตั้งแต่ ตอนต้นแล้วว่าการทําหน้าที่ของผม ผมต้องกาตรวจสอบการทํางานของรัฐบาล ตลอดระยะเวลา ๒ ปีของรัฐบาลชุดนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านนายกรัฐมนตรีนั้น เป็นบุคคลที่ไร้ซึ่งวุฒิภาวะ โดยเฉพาะการบริหารด้วยคําพูด การบริหารด้วยการตอบโต้และ รับปากสัญญาประชาคมไว้อย่างไร แต่ก็ไม่สามารถที่จะวัดผลได้ในการกระทํา ตลอด ระยะเวลา ๒ ปีนําความเสียหายมาต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ท่านประธานที่เคารพครับ ที่เขาบอกว่าท่านบริหารแบบใช้คําพูดนั้นนักการเมืองอย่างพวกเรานั้นถูกสอนไว้ว่า เมื่อท่าน พูดเขาจะฟัง เมื่อท่านลงมือปฏิบัติ เขาจะเชื่อ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ตลอดระยะเวลา ๒ ปี ที่ผ่านมา ผมไม่ได้เห็นว่าสิ่งที่ท่านได้แถลงไว้และท่านได้สัญญาประชาคมกับประชาชนนั้น ท่านทําอะไรได้บ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านได้ตอบคําถามเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ วันที่ เริ่มต้นในการอภิปราย ท่านได้กล่าวหาและท่านได้ตอบคําถามของท่านมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ โดยกล่าวหาว่าพวกผมนั้นไม่ดูแลคนจน ไม่เห็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนคนจน ผมอยากจะทวนคําถามและความทรงจําของท่านนายกรัฐมนตรี ท่านประธานที่เคารพครับ สัญญาประชาคมนั้นเป็นสิ่งที่สําคัญอย่างยิ่ง ในเมื่อเราเป็นนักการเมือง การรณรงค์หาเสียง เลือกตั้ง แน่นอนครับ ท่านประธานทุกพรรคการเมืองนั้นจะต้องมีนโยบายที่เสนอต่อ ประชาชน แต่สิ่งที่สําคัญที่สุดนั่นก็คือว่าพูดแล้วมันทําได้หรือเปล่า หรือเพียงเพื่อ ประดิดประดอยคําพูดให้สวยหรูเพื่อเอาชัยชนะต่อคะแนนเสียงในการเลือกตั้งเท่านั้น ผมยกตัวอย่างครับ ท่านประธานที่เคารพ ท่านประกาศนโยบาย ๙๙ วันจะทําได้จริง เป็นปฏิบัติการเพื่อประชาชนคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการยกเลิกการจัดเก็บ เงินกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงนั้นท่านบอกว่าผมบริหารประเทศ ผมไม่ได้บริหารธุรกิจ ประเทศ เป็นหนี้ในขณะที่ประชาชนยากจน การลงทุนเพื่อให้ชาวบ้านได้ประโยชน์นั้นเป็นสิ่งที่จําเป็น ถ้าชาวบ้านมีเงิน รัฐบาลก็มีเงิน แล้วท่านยังบอกว่ารัฐบาลของพวกผมในอดีตนั้นไม่ดูแล พี่น้องประชาชน ผมเชื่อว่าประชาชนที่ฟังอยู่ทางบ้านนั้นตัดสินใจได้ครับว่ารัฐบาลท่าน ๒ ปี กับรัฐบาลที่พวกผมบริหารมาในอดีตนั้นใครดูแลคนจนดีกว่ากัน นโยบายแห่งความสําเร็จ เราประกาศนโยบายอะไรไว้ เราทําได้ทุกเรื่องครับ แต่รัฐบาลของท่านประกาศนโยบายอะไร ไว้ ลองย้อนดูสิครับว่าประสบความสําเร็จอะไรบ้าง ดัชนีชี้วัดในเรื่องค่าครองชีพของ ประชาชนดูได้ไม่ยากครับ ดูได้ว่าความสําเร็จในการบริหารของท่านนั้นมันแตกต่างจาก รัฐบาลที่ผ่านมาอย่างไร ดูง่าย ๆ ครับ ดูเรื่องไข่ เรามีนายกรัฐมนตรีในประเทศนี้มาแล้ว หลายสิบคนครับ สมัยก่อนนี้เขาจะดูว่าค่าครองชีพของประชาชนมันจะสูงขึ้นหรือลดลง ประชาชนจะอยู่ได้ เขามีดัชนีชี้วัดเรื่องไข่ ในสมัยไข่ พลเอก เปรม เป็นอย่างไร พลเอก ชวลิต เป็นอย่างไร ไข่บรรหารเป็นอย่างไร ไข่นายกรัฐมนตรีชวนเป็นอย่างไร ไข่นายกรัฐมนตรีทักษิณ เป็นอย่างไร ไข่นายกรัฐมนตรีสมัคร ไข่นายกรัฐมนตรีสมชาย เขาวัดดัชนีเรื่องนี้หรือค่าครองชีพ เรื่องไข่ครับ มีสมัยของท่านมันวัดไม่ได้เพราะว่าดัชนีของท่านมันวัดด้วยการชั่งกิโลกรัม ท่านประธานที่เคารพ นี่คือดัชนีชี้วัดว่าการบริหารของท่านนั้นมันวัดอะไรไม่ได้ ผมได้เกริ่นหัว ไปแล้วว่าเงินกองทุนน้ํามันที่ผมจะพูดถึงนั้นท่านได้ประกาศเป็นสัญญาประชาคม แล้วท่านยัง บอกว่าพวกผมไม่ดูแลคนจน ไม่หรอกครับ ในสมัยที่พวกผมเป็นรัฐบาล พวกผมก็เห็นว่า เป็นหน้าที่ของรัฐบาลทุกรัฐบาลที่จะต้องดูแลพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะไม่ให้กระทบไปสู่ ค่าครองชีพของประชาชนในภาวะที่ราคาน้ํามันผันผวน ท่านได้ตอบคําถามในที่สภาแห่งนี้ ผมถึงเห็นว่าสิ่งที่ท่านตอบนั้น ๒ ปีมาแล้วครับ ๘๐๐ กว่าวันแล้วที่ท่านบริหารประเทศนี้ ที่ท่านบอกว่าจะยกเลิกการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ํามัน ท่านมาตอบในสภา ท่านบอกว่า ท่านไม่ได้ยกเลิก ท่านเพียงบอกว่าจะยกเลิกการเก็บ แต่สิ่งที่ผมจะชี้ให้เห็นว่ามันเป็นความ ผิดพลาดในการบริหารที่ล้มเหลวในการไม่ตัดสินใจ ไม่ดูแลพี่น้องประชาชนนั้นคืออะไรครับ ท่านมาดูโครงสร้างครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมบอกว่าเงินกองทุนน้ํามันนั้นมันมาจากเงิน ของผู้บริโภคน้ํามัน เขามีไว้เพื่อบริหารจัดการรักษาระดับราคาน้ํามันไม่ให้มันสูงขึ้น ในขณะที่ ราคาน้ํามันในตลาดโลกมันสูง มาชดเชยผู้ใช้น้ํามันไม่ให้เดือดร้อน เพราะน้ํามันนั้นมันเป็น ต้นทุนการผลิต มันกระทบต่อพี่น้องประชาชน และพี่น้องประชาชนไม่ได้เลือกเขาว่า เป็นคนจนหรือคนรวย จะใช้เบนซิน จะใช้ดีเซล จะใช้แก๊สโซฮอล์ เพราะฉะนั้นประชาชน ในประเทศทุกระดับนั้นได้รับผลกระทบหมดเป็นภาระหน้าที่ของทุกรัฐบาลที่จะต้องเข้ามา ดูแลเรื่องนี้ แต่สิ่งที่ท่านประกาศว่าจะยกเลิกและจะทําทันทีเมื่อท่านได้เป็นรัฐบาล นั่นก็คือ ปฏิบัติการ ๙๙ วันทําได้จริง มันทําไม่ได้ครับ มันไม่เกิดขึ้นครับ ปัจจุบันนี้ก็ยังมีการจัดเก็บอยู่ แล้วจัดเก็บหนักกว่าทุกรัฐบาลอีกครับ ท่านประธานที่เคารพ ตามผมมาครับ เรื่องนี้ มันเกิดขึ้นได้อย่างไรครับ อธิบายให้ท่านประธานได้เข้าใจง่าย ๆ วันนี้การชดเชยราคาน้ํามัน ไม่เฉพาะน้ํามันดีเซลครับ แต่มีการชุดเชยแก๊สแอลพีจีและเอ็นจีวี วันนี้รัฐบาลไม่ได้ส่ง สัญญาณให้กับประชาชนรู้เลยว่าอนาคตในประเทศนั้นเรามีภาวะอัตราความเสี่ยงในเรื่องของ พลังงานมากมาย เพราะประเทศเราเป็นประเทศที่นําเข้าพลังงาน เงินทุกบาททุกสตางค์เรา จ่ายออกไปนั้นเป็นเงินของประชาชนทั้งนั้นครับท่านประธาน แต่วันนี้การจัดเก็บเงินเข้าสู่ กองทุนนั้นส่วนหนึ่งมันไปชดเชยให้กับคนรวย เพราะฉะนั้นที่บอกว่ารัฐบาลสมัยพวกผม ไม่ดูแลคนจนนั้นไม่จริงครับ รัฐบาลท่านต่างหากครับ นอกจากไม่ดูแลคนจนแล้ว ยังให้คนรวย มาเอาเปรียบคนจนอีก คืออะไรครับท่านประธาน การชดเชยแก๊สแอลพีจีนั้นท่านประธาน คงรู้นะครับว่าในสัดส่วนในภาคครัวเรือนนั้นมีอยู่ ๔๑ เปอร์เซ็นต์เป็นภาคที่เป็นแม่บ้าน ในครัวเรือน ในภาคอุตสาหกรรม ๑๓ เปอร์เซ็นต์ ในภาควัตถุดิบที่เป็นอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ประมาณ ๒๘ เปอร์เซ็นต์ เฉพาะ ๒ ส่วนนี้ครึ่งต่อครึ่งของภาคครัวเรือนครับ แต่การชดเชยนี้ ยังชดเชยให้กับภาคอุตสาหกรรมและภาคปิโตรเคมี ซึ่งภาคอุตสาหกรรมและภาคปิโตรเคมีนั้น มันเป็นธุรกิจในเครือของ ปตท. นี่ต่างหากที่ผมบอกว่าท่านไม่รักษาผลประโยชน์ของ พี่น้องประชาชนผู้ที่เป็นผู้บริโภคน้ํามัน นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนว่านโยบายของท่านนั้น เป็นนโยบายที่ดีแต่พูดและไม่สามารถที่จะทํา
เรื่องต่อมาครับท่านประธานที่เคารพ ปัญหาที่เกิดขึ้นที่ท่านนายกรัฐมนตรี และท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพได้กล่าวไว้ในกรณีตอบโต้เพื่อนสมาชิกโดยเฉพาะ เรื่องการสลายการชุมนุม ผมจําเป็นที่จะต้องพูดเรื่องนี้ เพราะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีการยื่น ถอดถอนท่าน ท่านประธานที่เคารพ ท่านบอกว่าท่านจะปกครองบ้านเมืองนี้ให้มีนิติรัฐ ให้มีนิติธรรม ท่านลองมาสํารวจดูสิครับว่าในสายตาของสังคมโลกนั้นเขามองเราอย่างไร ท่านประธานที่เคารพ มีการจัดอันดับว่าด้วยประเทศที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน องค์กร ด้านสิทธิมนุษยชนของโลกได้จัดลําดับความสําคัญของประเทศต่าง ๆ ที่มีการละเมิดสิทธิ มนุษยชนในประเทศต่าง ๆ ดังนี้ครับ ทางด้านสิทธิการเมืองของประเทศไทย เขาจัดประเทศ ของเรานี่อยู่ในลําดับเดียวกันกับประเทศ ขออนุญาตอ่านนะครับ ประเทศบูร์กินาฟาโซ ประเทศบูรุนดี ประเทศแกมเบีย ประเทศยูกานดา ประเทศกินี ประเทศอิรัก ที่ผม ต้องขออนุญาตท่านประธานอ่านเพราะว่ามันไม่ค่อยคุ้นชื่อนี้ครับ นี่คือองค์กรด้านสิทธิ มนุษยชนที่เขาจัดลําดับความสําคัญในเรื่องของสิทธิทางการเมืองของประเทศไทย มาดู ในเรื่องของสิทธิพลเมืองครับท่านประธานครับ เขาจัดลําดับประเทศไทยอยู่ในลําดับที่มีเรื่อง ของสิทธิพลเมืองนั้นอยู่ในระนาบเดียวกันกับประเทศอาร์เมเนีย ประเทศบังกลาเทศ ประเทศฟิจิ ประเทศกัวเตมาลา และประเทศฮอนดูรัส นี่คือตัวชี้วัดอย่างหนึ่งว่ามีการละเมิด สิทธิมนุษยชนในประเทศนี้ การที่ท่านบอกว่าท่านบริหารชาติบ้านเมืองโดยยึดหลักนิติรัฐ ยึดหลักนิติธรรมนั้นมันมีตัวชี้วัดเด่นชัดครับว่า ประเทศใดก็ตามในโลกนี้จะมีความเป็นนิติรัฐ หรือไม่ มันมีมิติในการชี้วัดอยู่ ๒-๓ ประการด้วยกัน
ประการที่ ๑ กฎหมายจะต้องเป็นกฎหมาย และกฎหมายที่ออกมานั้นจะต้อง มีความชอบธรรมให้กับประชาชนด้วยความเสมอภาค
ประการที่ ๒ ขอบเขตอํานาจรัฐนั้นต้องกําหนดไว้แน่นอนครับ จะทําอะไร ได้บ้าง มีการแบ่งแยกอํานาจชัดเจน และสามารถตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐนั้นได้ โดยประชาชน
ประการที่ ๓ องค์กรเรื่องของผู้พิพากษาต้องมีความอิสระในการพิจารณาคดี ต้องปราศจากการครอบงําของฝ่ายอํานาจ ไม่มีการแทรกแซง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งจะต้อง ทําให้รัฐนั้นเป็นรัฐแห่งยุติธรรมครับ
หลักประกันดังกล่าวนี้หมายถึงการมีหลักประกันต่อพลเมืองในประเทศ ในเรื่องของสิทธิเสรีภาพจะนําไปสู่ความเสมอภาคและความมั่นคงในชีวิตของประชาชน การปกครองในมิตินี้มันไม่ใช่เป็นการปกครองโดยปุถุชนครับ แต่มันเป็นการปกครองโดยรัฐ และรัฐนั้นจะต้องปกครองโดยยึดหลักกฎหมาย ไม่ใช่เป็นการปกครองโดยปุถุชน เพราะการปกครอง โดยปุถุชนนั้นมันเสี่ยงต่อการใช้อํานาจตามอําเภอใจ ทําไมผมต้องพูดอย่างนั้นครับ เพราะในขณะนี้มองมายังประเทศของเราภายใต้การบริหารของท่าน ยังไม่เห็นสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น ยังมีการเลือกปฏิบัติ ยังมีการแทรกแซงอํานาจในกระบวนการยุติธรรม มีความชัดเจนว่า วันนี้คนบางคนในข้อหาที่ถูกกล่าวหาเดียวกันนั้นยังลอยนวลอยู่ พี่น้องประชาชนบ้านผม เขาบอกอย่างไรครับท่านประธาน เขาบอกว่าวันนี้รัฐบาลของท่านายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์บริหาร อย่างไร ให้ความเป็นธรรมกับพี่น้องประชาชนอย่างไร ปกครองโดยนิติรัฐ นิติธรรมอย่างไร คนเสื้อแดงนี่ขังลืมครับ แต่คนเสื้อเหลืองลืมขัง นี่ละครับการปกครองของท่าน มันเป็น ๒ มาตรฐาน นอกจากจะ ๒ มาตรฐานแล้วเพื่อนผมยังบอกว่าท่านยัง ๒ สัญชาติอีก สิ่งเหล่านี้ครับท่านประธาน ความยุติธรรมของพี่น้องมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคําพูดของท่านจะ พูดตอบโต้ในสภา ท่านยังชี้หน้าด่ากราดพวกเราเองในสภาฝั่งนี้ว่าพวกท่านมีความตั้งใจที่ อยากจะสร้างความสมานฉันท์ในชาติหรือเปล่า ท่านเอาอะไรมาชี้วัดครับท่านนายกรัฐมนตรี ผมก็มีความรักบ้านรักเมืองเหมือนกัน วันนี้เราต้องเดินไปข้างหน้าครับ พวกผมให้ความ ร่วมมือ เพราะพวกผมเชื่อว่าเมื่อเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง ประชาชนจะอยู่กับเรา ไม่ได้อยู่ กับท่าน วาทกรรมที่ท่านบอกว่าพวกกระผมนั้นคือพวกนิยมความรุนแรง ไม่ใช่ครับ ท่านต้อง เข้าใจว่าสิทธิของประชาชนมีสิทธิที่จะคิดแตกต่างจากท่านได้ จะให้คนเขาคิดเหมือนกันนั้น เป็นไปไม่ได้ครับ ท่านประธานที่เคารพ การกล่าวหาพวกเราที่รุนแรง เมื่อเช้านี้จนมาถึง ตอนบ่ายนั้น ผมในฐานะที่เป็นสมาชิกของสภาแห่งนี้ ผมต้องเรียนกับท่านประธานไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีว่า ท่านครับ วันนี้ท่านไม่ใช่นายอภิสิทธิ์คนเดิมครับ ท่านไม่ใช่ผู้นํา ฝ่ายค้าน ท่านคือผู้นําของประเทศ ผมจะยอมรับท่านหรือไม่นั้น โดยสถานะ อันแท้จริงนั้นคือ ท่านเป็นผู้นําของประเทศนี้โดยปริยาย ท่านต้องมีความสุขุมคัมภีรภาพมากกว่านี้ ท่านจะต้องเห็นว่าสิ่งที่สมาชิกในสภาได้อภิปรายถึงความล้มเหลวต่อการละเมิดสิทธิ มนุษยชน ต่อการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองนั้นเป็นเรื่องปกติในกระบวนการ ประชาธิปไตย แต่การที่จะใช้อํานาจในการกล่าวหาและบิดเบือนข้อเท็จจริงนั้นมันจะต้องใช้ เวลาในการพิสูจน์ครับ สิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีหรือท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพได้อธิบาย ในสภาแห่งนี้ตอบโต้กับเพื่อนสมาชิก ผมมีสิทธิที่จะไม่เชื่อคนหนึ่ง และประชาชนที่อยู่ทาง บ้านก็มีสิทธิที่จะไม่เชื่อ เพราะวันนี้ท่านได้ถือครองอํานาจนี้ไว้อยู่ ต้องยอมรับว่า มีกระบวนการในการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ไม่อย่างนั้นแล้วพี่น้องของผมส่วนหนึ่ง ต้องไปนอนอยู่ในคุกถึง ๙ เดือน และยังไม่มีการปล่อยตัวอยู่ในขณะนี้อีกจํานวนมาก เพราะฉะนั้นไม่เฉพาะคําพูดที่บอกว่าท่านจะให้ความเป็นธรรมเท่านั้น แต่ท่านต้องลงมือ ปฏิบัติครับ วันนี้ ๒ ปีกว่าแล้วที่สิ่งเหล่านี้ผมยังไม่เห็นมันเกิดขึ้น เรารอโอกาสและรอ ความหวังต่อไปไม่ได้ มันหมดเวลาสําหรับท่านแล้วครับ เราไม่ได้บริหารเพราะคําพูด แต่เรา บริหารด้วยการกระทําและลงมือปฏิบัติครับ ท่านประธานที่เคารพ ท่านนายกรัฐมนตรีจําได้ ไหมครับสิ่งที่ท่านพูดไว้ ผมไม่นึกไม่ฝันครับ เรามีรัฐที่ทําร้ายประชาชนถึงขั้นเสียชีวิต บาดเจ็บ ล้มตาย ท่านกล่าวหาท่านอดีตนายกรัฐมนตรีสมชายไว้รุนแรงมาก เป็นคนหรือเปล่า กระทํากับบุคคลถึงขั้นเสียชีวิต แล้วยังยัดเหยียดปรักปรําใส่ร้ายเขาว่าเขาพกพาอาวุธ พันธมิตรทําผิด รัฐบาลไม่มีสิทธิทําผิด ไม่มีสิทธิทํากับประชาชน อันนี้คือจุดยืนของ พรรคประชาธิปัตย์ ผมอยากเห็นคนรับผิดชอบต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับประชาชน ผมอยากเห็น รัฐบาลมีบทบาทในการคุ้มครองประชาชนมากกว่านี้ครับ การเมืองในวิถีทางประชาธิปไตย ไม่มีที่ใดในโลกที่ประชาชนถูกทําร้ายจากภาครัฐ แล้วรัฐบาลที่มาจากประชาชนไม่แสดง ความรับผิดชอบ คําตอบที่ท่านตอบในสภาให้กับสมาชิก เราไม่เชื่อว่าข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว ท่านกล่าวหาว่าพี่น้องของเราบางส่วนใช้ความรุนแรง เผาบ้านเผาเมือง ถ้าท่านอยากจะเดิน เข้าสู่กระบวนการปรองดอง จะเดินเข้าสู่กระบวนการความสมานฉันท์ท่านต้องไม่พูดอย่างนี้ องค์กรที่ท่านตั้งขึ้นคณะกรรมการหลายชุดที่ต้องการข้อพิสูจน์ข้อเท็จจริงที่จะเกิดขึ้นว่า อะไรคืออะไร ข้อเท็จจริงนี้จะต้องเปิดเผยต่อสาธารณะ แต่ไม่ใช่เกิดขึ้นเพราะคณะกรรมการ ที่อํานาจฝ่ายรัฐได้กํากับดูแลและควบคุมอยู่ เพราะมันไม่มีอิสระ เพราะมันขาดความเชื่อถือ ถึงแม้นว่าวันเวลาจะใช้ระยะเวลาเท่าไรก็ตาม ข้อเท็จจริงที่จะต้องปรากฏต่อสังคมนั้นจะต้อง เป็นข้อเท็จจริงบนพื้นฐานของความชอบธรรมและความถูกต้องที่ไม่มีการบิดเบือนข้อเท็จจริง ครับ ท่านประธานที่เคารพ นักการเมืองฝ่ายค้านอย่างพวกผมก็อยากจะเดินเข้าสู่ กระบวนการเลือกตั้งโดยเร็ว แต่กระบวนการในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นนั้นจะต้องเป็น กระบวนการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของทุกฝ่ายทางการเมือง ผมเห็นด้วยครับ แต่การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นจากการใส่ร้ายป้ายสี แล้วโยนความผิดว่าพวกผมในฐานะพรรคฝ่ายค้าน เป็นผู้จุดชนวนความรุนแรงของสังคมนั้น เรื่องนี้มันยอมกันไม่ได้หรอก ท่านนายกรัฐมนตรี และกล่าวหาพวกผมว่าสนับสนุนการชุมนุมของพี่น้องเสื้อแดง ยอมรับว่าความคิดเห็น บางอย่างนั้นเราตรงกัน มันเป็นเรื่องปกติครับที่เราจะเห็นคล้อยตามกันบางเรื่อง แต่ไม่ใช่ ทั้งหมด ก็เหมือนกับท่านตอนท่านสนับสนุนการเคลื่อนไหวของพันธมิตร ผมไม่ได้กล่าวหา ท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ผมขออนุญาตเอาคําพูดของคุณประพันธ์ คูณมี บนเวทีพันธมิตร มาพูดเมื่ออาทิตย์ที่แล้วครับ ไม่เสียหาย เขาเป็นคนพูดเองครับ ขอประทานโทษนะครับ เขาบอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์นั้นลืมกําพืดตนเอง ผมขอประทานโทษจริง ๆ เป็นคําพูดของจริง เขาบอกว่าถ้ารัฐบาลชุดนี้ได้ดิบได้ดีเป็นนายกรัฐมนตรีก็เพราะพันธมิตร เห็นไหมครับว่านี่คือหลักฐานข้อเท็จจริงว่าท่านเองและพรรคของท่านเองก็มีความเห็น สอดคล้องบางเรื่องกับพันธมิตรเช่นกัน เพราะฉะนั้นการกล่าวหาซึ่งกันและกันมันไม่ได้นํามา ซึ่งปัญหาของความร่วมมือทางการเมือง ที่ผมพูดอย่างนี้เพราะผมก็อยากจะเห็นบ้านเมือง เดินเข้าไปสู่ความสงบสุข เราจะไม่พูดถึงเรื่องเก่า เราจะไม่พูดถึงเรื่องที่ผ่านมา ถ้าเรื่องเก่า และเรื่องที่ผ่านมามันพูดแล้วมันเจ็บปวดกันทั้ง ๒ ฝ่าย และมันไม่มีประโยชน์อะไรกับ บ้านเมือง ท่านนายกรัฐมนตรีต้องเป็นคนเริ่มก่อนครับ แต่การที่ท่านจะเที่ยวชี้หน้าด่ากราด ในสภาแล้วบอกว่าพวกผมคือพวกความรุนแรงนั้น ท่านประธานครับมันไม่มีใครยอมใคร หรอกครับ ท่านต้องเป็นคนเริ่มในการยื่นมิตรไมตรีทางการเมือง ผมเรียนด้วยความเคารพว่า มีความบริสุทธิ์ใจครับ ผมก็อยากจะเห็นบ้านเมืองนี้เข้าสู่ภาวะของการพัฒนา เราเสียหายมา เป็นเวลาหลายปีแล้ว ถูกผิดอย่างไรอนาคตจะเป็นเครื่องตัดสินครับ ในวันเลือกตั้งว่า ประชาชนนั้นยืนอยู่ฝั่งไหน ท่านประธานครับ ผมใช้เวลาตรงนี้ก็เพื่ออยากจะเตือนสติไปยัง รัฐบาล ถ้าหากว่าประชาชนยืนอยู่ข้างท่าน วันลงคะแนนนั้นจะเป็นวันตัดสินครับ และเรา อยากจะเห็นว่ากระบวนการในการต่อสู้ที่เราจะต้องยุติปัญหาทุกอย่างในการเลือกตั้งนั้น เราอยากจะเห็น ซึ่งเรื่องนี้เราเคยนําเสนอไปแล้วว่าเราอยากจะให้สู่กระบวนการเลือกตั้งโดยเร็ว แต่รัฐบาลต่างหากครับที่ไม่ยื่นความปรานีมาก่อนและปฏิเสธมาตั้งแต่ต้น ผมยืนยันว่า สิ่งเหล่านี้ผมพูดไม่ผิดครับ เอาละครับ ผมคิดว่าท่านนายกรัฐมนตรีนั้นถึงแม้ว่าท่านจะมี ความตั้งใจในการจะแก้ไขปัญหา แต่การแก้ไขปัญหาในวันข้างหน้ามันต้องได้รับความร่วมมือ จากทุกฝ่าย บ้านเมืองถึงเดินได้ แต่วันนี้ผมไม่เชื่อมั่นว่าสิ่งเหล่านี้ท่านจะทําได้ ประชาชน คงไม่ให้โอกาสกับท่านอีกแล้ว และผมในฐานะฝ่ายตรวจสอบการทํางานของท่าน ถึงแม้ว่า จะให้ความเคารพเป็นการส่วนตัวก็ตาม แต่โดยหน้าที่ที่ผมต้องทํานั้น ผมไม่อาจที่จะปล่อย ให้ท่านบริหารบนความล้มเหลวในสิ่งเหล่านี้ต่อไปได้ ผมไม่อาจที่จะให้ความไว้วางใจ ท่านนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้บริหารชาติบ้านเมืองต่อไป ขอบคุณครับ ท่านประธาน