กรณี จาติกวณิช หารือเรื่องการขายสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยมีใจความหลักเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงการดำเนินการสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและลดการทุจริต และยังหารือเรื่องการปลอมแปลงเอกสารในกองสลากกินแบ่งรัฐบาล และเรียกร้องให้ตรวจสอบและแก้ไขปัญหาการทุจริตด้วย
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมขออนุญาตชี้แจงต่อไปนะครับว่าวงเงินทั้งหมดที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้กับ สลากลบํารุงการกุศล ๑๔,๐๐๐ ล้านบาทนั้น โรงพยาบาลศิริราชเป็นเพียงแค่ ๑ ใน ๕ โครงการที่ได้รับการจัดสรรเม็ดเงิน ๑๔,๐๐๐ ล้านบาทนี้ โดยที่อีก ๔ โครงการเป็นโครงการ ของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในการที่จะช่วยเหลือผู้พิการ เป็นวงเงิน ทั้งสิ้น ๘๘๐ ล้านบาท โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยในโครงการการสร้างอาคาร เพิ่มเติม จํานวน ๖,๐๐๐ ล้านบาท มูลนิธิมิราเคิล ออฟ ไลฟ์ เป็นจํานวนเงิน ๑,๐๗๕ ล้านบาท โรงพยาบาลศิริราชเป็นวงเงิน ๕,๐๐๐ ล้านบาท และมูลนิธิรามาธิบดี เป็นโครงการการสร้างโรงพยาบาลเช่นเดียวกัน ๑,๐๕๖ ล้านบาท ผมได้ชี้แจงไปนะครับ เมื่อวานซืนนี้ว่าในส่วนของรัฐบาลนี้เราได้จัดระบบ จัดระเบียบการอนุมัติโครงการ สลากการกุศลให้มีความชัดเจนว่าทุกบาททุกสตางค์นั้นนําไปสู่การใช้ในโครงการใด อันนี้เป็น การเปลี่ยนแปลงครั้งสําคัญเมื่อเทียบกับในอดีตนะครับ นับตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ ปี ๒๕๔๖ และ ปี ๒๕๔๘ ที่มีการอนุมัติโดยคณะรัฐมนตรีให้ออกสลากบํารุงการกุศลโดยไม่ได้ระบุว่า จะนําเงินไปใช้สนับสนุนโครงการใด เป็นการตัดสินใจของผู้บริหาร ณ เวลานั้นในวงเงินที่สูง มากว่าจะนําเม็ดเงินที่ได้จากการขายสลากการกุศลนั้นไปใช้สนับสนุนโครงการใด นํามาซึ่ง ข้อกล่าวหา ข้อครหาเรื่องทุจริตคอร์รัปชันมากมาย นี่คือสาเหตุที่เราได้ระบุชัดเจนนะครับในส่วนนี้ คราวนี้มาถึงจดหมายที่ได้มีมาถึงทาง สํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล แล้วก็อ้างสิทธิที่จะขอสิทธิในการคัดเลือกผู้แทนจําหน่ายใน การรับสลากกินแบ่งรัฐบาลในส่วนของสลากพิเศษบํารุงการกุศลโครงการโรงพยาบาลศิริราช ความจริงก็ไม่มีอะไรมากนะครับ จดหมายนี้มา พอมาถึงทางกองสลาก กองสลากก็ทํา จดหมายตอบไปนะครับด้วยจิตบริสุทธิ์ที่คิดว่าจดหมายนี้เป็นจดหมายเป็นทางการ เพราะหัวกระดาษก็ชัดเจนว่ามาจากศิริราชมูลนิธิ แต่ก็ได้ตอบไปว่ามติ ครม. ก็มีชัดเจนว่า ในส่วนของสลากการกุศลทุกกรณีนั้น ครม. ได้มอบอํานาจในการที่จะคัดเลือกผู้แทนจําหน่าย และกระบวนการการจัดจําหน่ายทั้งหมดให้กับกองสลากเป็นผู้ดําเนินการ ดังนั้นทาง สํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจึงได้ตอบกลับไปว่าไม่สามารถที่จะโอนสิทธิในการคัดเลือกนี้ ให้กับศิริราชมูลนิธิได้ หลังจากนั้นไม่นานครับก็มีจดหมายตามมาจากศิริราชมูลนิธิ คราวนี้เป็นจดหมายที่แจ้งให้กับสํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ทราบว่า ศิริราชมูลนิธิไม่ได้ มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นในการสงวนสิทธิการคัดเลือกตัวแทนจําหน่ายสลากพิเศษบํารุง การกุศล และหนังสือที่ทางสํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลแนบมาให้ตามที่อ้างถึงข้างต้น ไม่ใช่หนังสือที่ออกจากศิริราชมูลนิธิ เป็นเอกสารปลอม เรื่องในส่วนนั้นไม่ได้จบเพียงแค่นั้น เมื่อเป็นเอกสารปลอมก็ตามเอกสารตามมานะครับที่ท่านสมาชิกได้อ่านต่อไป ทางกองสลาก จึงได้ยื่นเรื่องทั้งหมดรวมไปถึงจดหมายที่ศิริราชมูลนิธิได้แจ้งมาในภายหลังว่าเป็นเอกสาร ปลอมนั้นให้กับดีเอสไอเพื่อไปตรวจสอบต่อไป ซึ่งก็หมดเขตส่วนรับผิดชอบในส่วนของ สํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลนะครับ
ผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้ครับว่าถ้าทางท่านสมาชิกกําลังที่จะสื่อว่า การปลอมแปลงเอกสารนั้นปลอมโดยผู้ที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลหรือปลอมโดยสํานักงาน กองสลากกินแบ่งรัฐบาล ผมขออนุญาตเรียนครับ มันไม่มีเหตุผล ไม่มีตรรก อํานาจในการ จัดสรร สิทธิในการขายสลากกินแบ่งนั้นอยู่ที่กองสลากกินแบ่งรัฐบาลอยู่แล้ว ถ้าจะมีการ ทุจริตคอร์รัปชันในการจัดสรรก็เป็นอํานาจของกองสลากกินแบ่งรัฐบาลอยู่แล้ว ไม่ได้มี ความจําเป็นตั้งแต่แรกที่กองสลากกินแบ่งรัฐบาลเองจะเป็นผู้เสนอมติ เสนอให้กับทาง คณะรัฐมนตรีออกมติมาให้มอบอํานาจนี้ให้กับกองสลาก ทําไมถ้ากองสลากกินแบ่งรัฐบาล ต้องการที่จะให้สิทธิในการจัดสรรสลากการกุศลนี้ไปอยู่ที่มูลนิธิใดมูลนิธิหนึ่ง ทางสํานักงาน สลากกินแบ่งรัฐบาลไม่ได้ขอมติ ครม. ในลักษณะนั้นตั้งแต่แรก เพราะฉะนั้นมันไม่มีเหตุผล ใด ๆ ทั้งสิ้นว่าทําไมพวกกระผมหรือสํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลนั้นจึงที่จะต้องจัดทํา เอกสารที่ได้มีการชี้แจงแล้วนะครับว่าเป็นเอกสารปลอมแต่อย่างใด ส่วนใครจะเป็นผู้ทํานั้น ก็เป็นเรื่องของผู้ที่รับผิดชอบนะครับที่จะต้องไปตรวจสอบต่อไป
ส่วนประเด็นต่อมาครับท่านประธาน ที่ผมขออนุญาตที่จะชี้แจงก็คือประเด็น ที่ท่านผู้อภิปรายได้กล่าวถึงโครงการประชาวิวัฒน์ จริง ๆ ก็มีอยู่ ๒ ประเด็นนะครับ ประเด็น แรกก็คือประเด็นในเรื่องของการว่าจ้างบริษัทเอกชนมาเป็นเอกสาร