ชลน่าน ศรีแก้ว อภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี เนื่องจากมีความผิดพลาด บกพร่อง จนทําให้ประเทศชาติเสียหาย โดยอ้างถึงกรณีการบริหารประเทศที่ไม่มีองค์ความรู้และประสบการณ์ และเรียกร้องให้ประธานสภาใช้เงินงบประมาณในการจ้างภาคเอกชนเพื่อคิดนโยบาย ชลน่าน ศรีแก้ว โต้แย้งการบริหารจัดการของนายกรัฐมนตรีและกระทรวงการคลัง โดยอ้างถึงกรณีการขายสลากการกุศลของศิริราชมูลนิธิ โดยมีการฮั้วประมูลและปลอมแปลงเอกสาร
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งจังหวัดน่าน กระผมต้องขออนุญาตท่านประธาน ที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจกรณีที่พรรคร่วมฝ้ายค้านได้ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ บุคคลที่ผมจะขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าผมจะ อภิปรายไม่ไว้วางใจนั้นคือ นายกรัฐมนตรีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ การอภิปรายไม่ไว้วางใจในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ถือว่าเป็นมาตรการ ที่รุนแรงที่สุด ผมขีดเส้นใต้นะครับ รุนแรงที่สุดที่พึงจะมีในระบบรัฐสภาในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพราะฉะนั้นวันนี้ผมถือว่าผมได้ทํา หน้าที่แทนพี่น้องปวงชนชาวไทยที่เป็นเจ้าของอํานาจที่แท้จริง ที่เขาได้มอบอํานาจมา แล้วท่านนายกรัฐมนตรีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้รับมอบอันนั้น อํานาจนั้นไปเป็นผู้บริหาร ประเทศในฐานะเป็นหัวหน้ารัฐบาล ท่านประธานครับ ถ้าผมจะอภิปรายนายกรัฐมนตรีแล้ว ผมไม่ทราบอํานาจหน้าที่ของท่าน ก็คงจะไม่ยุติธรรมกับผู้ที่จะถูกอภิปราย เพราะข้อกล่าวหา ที่ผมจะกล่าวหาท่านต่อไป จริงอยู่ครับ ผมจะไม่กล่าวหาท่านว่าส่อทุจริต ส่อทําผิดต่อหน้าที่ ราชการ แต่สิ่งที่ผมจะกล่าวหามันเป็นความผิดพลาด บกพร่อง จนทําให้ประเทศชาตินี้ เสียหาย อํานาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีท่านประธานครับ เขียนไว้ในพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารแผ่นดินมาตรา ๑๑ ผมอ่าน ๒ ข้อที่สําคัญครับ ข้อ ๑ กํากับโดยทั่วไป ซึ่งการ บริหารราชการแผ่นดิน ในข้อ ๓ ครับ มียาวกว่านี้ครับท่านประธาน ผมมีเวลาน้อย บังคับ บัญชาข้าราชการฝ่ายบริหารทุกตําแหน่ง ซึ่งสังกัดกระทรวง ทบวง กรม และส่วนราชการที่มี ชื่อเรียกอย่างอื่น พอเพียงนะครับที่ผมจะกล่าวหาท่าน และยิ่งมาดูบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ คณะรัฐมนตรีนั่นหมายถึงนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี มีหน้าที่บริหาร ราชการแผ่นดินตามหลักแห่งความรับผิดชอบร่วมกัน เพราะฉะนั้นประเด็นที่ผมจะอภิปราย มานี้หมายความว่าเป็นความรับผิดชอบของท่านนายกรัฐมนตรีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และที่สําคัญ ท่านประธานครับ การบริหารราชการแผ่นดินท่านเองได้ถวายสัตย์ปฏิญาณต่อ หน้าองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่าท่านจะทําไปโดยความซื่อสัตย์สุจริต หลังจากที่ได้ เปล่งวาจาว่าจะจงรักภักดีต่อพระองค์ท่าน ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของ ประเทศชาติและประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้องขออนุญาตเน้นประโยชน์ ประเทศชาติและประชาชน ผมเอาคํานิยามเอาคําว่า ประโยชน์ มากราบเรียนท่านประธาน เพื่อฝากไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี เพราะว่าคํานี้ถ้าไม่เข้าใจความหมายลึกซึ้งแล้ว สิ่งที่ท่านทํา ไปแทนที่ประเทศชาติไปจะได้ประโยชน์ ประชาชนจะได้ประโยชน์ กลับล้มเหลว กลับไร้ซึ่ง อนาคตและจะเข้าสู่หายนะ ท่านประธานครับ ประโยชน์หมายถึงสิ่งที่มีผลใช้ได้ดีนะครับ สมกับที่คิดมุ่งหมายเอาไว้ ให้เขาไปแล้วแต่เขาใช้ไม่ได้ นั่นไม่ใช่ประโยชน์ กับเช็ค ๒,๐๐๐ บาท เงิน ๕๐๐ บาทให้กับเศรษฐี ไม่เกิดประโยชน์ครับ เป็นผลให้ได้ตามต้องการ เป็นสิ่งที่มีผลดี หรือเป็นคุณ อันนี้มีประโยชน์ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านบริหารประเทศชาติบ้านเมืองตาม คําแถลงนโยบายต่อรัฐสภาแห่งนี้ ซึ่งไม่ใช่ที่นี่แน่ที่กระทรวงการต่างประเทศ มีแผนบริหาร ราชการแผ่นดินเพื่อจะกําหนดจุดมุ่งหมาย สิ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธานครับ เมื่อกี้มีคําว่า สปก. อยู่ข้างหลังผม สปก. นี้ไม่ได้หมายความว่าเป็น สปก. อย่างอื่นนะครับท่านประธาน ครับ เดี๋ยวจะเข้าใจผิดว่าผมเอามาล้อเลียน ไม่ได้ครับ เป็นชื่อย่อของสํานักปราบโกง ของพรรคเพื่อไทยครับ ไม่ใช่ยันต์นะครับท่านประธาน ผมกล่าวหาท่านนายรัฐมนตรี ตามที่ญัตติที่ยื่นต่อท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร จริง ๆ มีทั้งหมด ๗ หัวเรื่องครับ แต่ผม จะเอาเฉพาะประเด็นที่ผมต้องพูดเท่านั้น
เรื่องที่ ๑ เป็นเรื่องการกําหนดนโยบายบริหารประเทศแบบขาดองค์ความรู้ อ่อนด้อยประสบการณ์ มีผลให้การบริหาราชการแผ่นดินไม่ถูกต้องไร้ทิศทาง เสียดายท่าน นายกรัฐมนตรีไม่อยู่ครับ มิคํานึงถึงความจําเป็นและมิได้แก้ปัญหาความเดือดร้อนที่แท้จริง ของพี่น้องประชาชน หนําซ้ํา ท่านประธานครับ ต้องใช้งบประมาณอย่างมหาศาล ในการบริหารราชการแผ่นดิน หนําซ้ํายังใช้งบประมาณมหาศาลที่จะไปจ้างภาคเอกชนมาคิด นโยบายที่บอกว่าเป็นของขวัญให้กับพี่น้องประชาชน สุดท้ายครับ เขาประเมินออกมา ทําได้แค่ ๒ ข้อครับ จาก ๙ ข้อ ประชาวิวัฒน์ ท่านประธานครับ ในเรื่องนี้ผมมีตัวอย่างจะให้ดู ภายใต้เวลาอันจํากัด
ผมข้ามไปข้อกล่าวหาข้อที่ ๒ ไร้ความรู้ความสามารถ ขาดการเอาใจใส่ครับ ท่านไม่ส่อทุจริตหรอกครับ แต่ท่านขาดการเอาใจใส่ ไม่ติดตาม ปล่อยปละละเลยให้มี การทุจริตอย่างกว้างขวาง สมาชิกฝ่ายค้านได้อภิปราย โครงการต่าง ๆ อันนี้เพียงเสี้ยวหนึ่ง เท่านั้นเองครับท่านประธานครับ มันไหลนองไปทั่วแผ่นดิน เจาะตรงไหนเจอตรงนั้นครับ แต่มันขุดเอามาเป็นใบเสร็จไม่ได้เท่านั้นเอง
ท่านประธาน ข้อกล่าวหาข้อที่ ๓ ที่เขียนไว้ในญัตตินะครับ เดี๋ยวเพื่อน สมาชิกจะประท้วงผม ในญัตติข้อที่ ๑ วรรคท้ายครับ การเข้าสู่ตําแหน่งนายกรัฐมนตรี ไม่เป็นไปโดยทํานองคลองธรรม ขีดเส้นใต้นะครับ ไม่เป็นไปโดยทํานองคลองธรรม เป็นบุคคล ๒ สัญชาติ ท่าน ส.ส. ฐิติมาพูดไปแล้ว ผมจะไม่เจาะลึก ละเมิดสิทธิมนุษยชน ปล่อยให้ พี่น้องประชาชนล้มตายในขณะท่านดํารงตําแหน่งเป็นหัวหน้ารัฐบาล อย่าปฏิเสธครับ ว่าไม่ใช่ความรับผิดชอบของผม ท่านบริหารบ้านเมืองอยู่ เขามีการล้มตาย และที่สําคัญ วันนี้มีการชี้ชัดครับว่า ๑๓ รายนั้น เจ้าพนักงานที่ทําหน้าที่คือดีเอสไอสรุปบุคคลกระทํา มาเรียบร้อย สาเหตุการตายเรียบร้อย บุคคลกระทําเรียบร้อย เป็นการกระทําของเจ้าหน้าที่รัฐ ในการที่จะทําหน้าที่ ก็เป็นหน้าที่ของท่านนายกรัฐมนตรีครับจะต้องไปหาต่อไป หรือคนที่ เกี่ยวข้องก็หาต่อไปว่าบุคคลที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐนั้นเป็นใคร เป็นใคร สืบได้ไม่ยากในเหตุการณ์ การสลายการชุมนุม
ข้อที่ ๔ ท่านประธานครับ ทําลายระบบราชการ รัฐบาลของท่าน สิ่งที่แย่ ที่สุดครับ นี่เป็นปัจจัยหนึ่งที่ผมมาบอกว่าพี่น้องประชาชนไม่ได้ประโยชน์ เพราะระบบ ราชการล้มเหลว ท่านแต่งตั้งโยกย้าย เล่นพรรคเล่นพวก ไม่เอาความรู้ความสามารถ คนดีหนีเข้าป่านะครับ เอาคนไม่ดีที่สามารถตอบสนองนโยบาย ขีดเส้นใต้ นโยบาย ท่านได้มาอยู่ใกล้ชิดหรือไปอยู่ในสิ่งที่ท่านต้องการ จังหวัดน่านบ้านผม ท่านประธานครับ เป็นที่รองรับตํารวจจากจังหวัดเชียงราย ฤดูกาลโยกย้ายทีก็มาที ปีแรก ๆ นี่มา ๑ คันรถบัส เลยนะท่านประธาน โชคดีที่ไม่ตกเขาตาย ย้ายจังหวัดเชียงรายมาจังหวัดน่าน ย้ายจังหวัด น่านไปจังหวัดแม่ฮ่องสอน สารวัตรสืบสวนตําแหน่งเล็ก ๆ นะครับย้ายไปอยู่จังหวัด แม่ฮ่องสอน ท่านประธานครับ อันนี้เป็นเรื่องส่วนตัวของท่านนายกรัฐมนตรีเองนะครับ ขาดความรู้ ไร้ความสามารถ ไร้วิสัยทัศน์ ขาดภาวะผู้นํา พูดอย่าง ทําอย่าง และสักครู่ครับ ดีแต่พูด โชคดีครับยกป้ายดีแต่พูดนะท่านประธานครับ แต่ผมจะบอกว่าที่พูดมาก็ไม่ดีครับ พูดเอาดีใส่ตัว เอาสิ่งไม่ดีให้กับคนอื่นเขาไป ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือข้อกล่าวหาที่ผม จะกล่าวหาท่านนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านประธานที่เคารพ ผมเอาชาร์ท แผ่นนี้ขึ้นมาเพื่อจะบอกกับท่านประธานว่าทั้งหลายทั้งปวงที่เป็นผลงานที่ล้มเหลวของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้ที่มีสถานะเป็นหัวหน้าคณะรัฐมนตรี อยู่ตรงนี้หมดครับ อยู่ตรงนี้ หมดเลยครับ มีที่มาผิดครับ วิธีคิดผิด วิธีคิดในการกําหนดนโยบายที่จะบริหารประเทศชาติ บ้านเมืองผิด ตัวตนของท่านเอง ผมไม่อยากใช้คําว่า ผิด หรอกครับ แต่ผมจะเขียนล้อกัน ก็คือผิดเหมือนกัน ผิดในฐานะการเป็นผู้นํา การแสดงออก อย่างประเด็นเรื่อง ๒ สัญชาติ ทั่วโลก ทั่วบ้าน ทั่วเมืองครับ ผู้นําสูงสุดในฐานะที่เป็นผู้กําหนดอนาคตชะตาของ ประเทศชาติและพี่น้องประชาชน มันมีผลประโยชน์มหาศาลครับ เขาเลยต้องกําจัดออกไป ว่าควรจะเป็นสัญชาติเดียวเพื่อความมั่นคงของประเทศชาติ เพื่อเกียรติยศและศักดิ์ศรี เพื่อความมั่นใจของพี่น้องประชาชนที่อยู่ภายในครับท่านประธาน อย่าได้ขอเลยครับ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรียืนยันเพราะว่าอะไรครับ เพราะว่าสิ่งที่ผมอยากเห็น หลังจากที่ คุณจตุพร พรหมพันธุ์ ขออนุญาตเอ่ยนาม ได้อภิปรายในสภาแห่งนี้ก็ไม่ได้รับคําตอบหรอก ครับว่าท่านได้มีเจตนาละเว้นที่จะดําเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ กรณีมีผู้ชุมนุม ตายจากการกระทําของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ๑๓ ศพที่พิสูจน์ได้ เจตนาท่านบอกว่า นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ไม่หลบหนีไปประเทศอังกฤษหรอกถ้ามีคดี มีความ แต่เจตนาเพื่อจะ เอาท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ไปขึ้นศาลอาญาระหว่างประเทศที่กรุงเฮก ท่านประธานครับ ไม่มีใครเจตนาจะทําร้ายท่านอย่างนั้นหรอกครับ ต้องว่าไปตามกระบิลเมือง ต้องว่าไปตัวบท กฎหมาย ในเมื่อกฎหมายไทยไม่คุ้มครอง ไม่คุ้มกันสิทธิเสรีภาพอันพึงจะมีจะได้ของพี่น้อง ประชาชนคนไทยแล้วมันก็ต้องไปพึ่งศาลโลก ไม่ได้ผิดอะไรครับ ถ้าท่านบริสุทธิ์ท่านก็พิสูจน์ ตัวท่านเอง อย่าได้รังเกียจกระบวนการยุติธรรมครับ ถึงแม้กระบวนการยุติธรรมในประเทศนี้ บ้านนี้ เมืองนี้จะบิดเบี้ยวอย่างไรก็แล้วแต่ กระผมมั่นใจครับคงจะดีขึ้นมาอีกในไม่ช้า ท่านประธานที่เคารพ สิ่งที่ผมได้นําเรียนท่านประธานว่าที่มาผิด ส่งผลถึงความล้มเหลวของ การบริหารราชการแผ่นดินอย่างไร ถ้าผมไม่ชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวก็อาจจะเป็นการเอา เปรียบท่านนายกรัฐมนตรีเกินไป ผมเองเจตนาครับ ไม่ทําใหม่ครับ เอามาอย่างนี้เลย เพราะอะไร เพราะผมเชื่อว่าถึงแม้จะมีป้ายขนาดใหญ่ขนาดไหนก็แล้วแต่ ปักเต็มไป ทั่วกรุงเทพมหานคร ท่านนายกรัฐมนตรีไม่อ่านหรอกครับ แม้แต่ชายตาดูก็ยังไม่ดูเลยครับ นี่คือสิ่งที่ฝ่ายค้านติดตามผลการทํางานท่านมาตลอด ๒ ปี ๕ ล้มเหลวครับท่านประธาน บริหารประเทศล้มเหลว แก้ปัญหาให้กับประชาชนล้มเหลว ท่านประธานครับ ปัญหา พี่น้องประชาชน ข้าวยากหมากแพง ข้าวแกงจานละ ๔๐ บาท ทุจริตเต็มเมืองครับ ท่านประธานเพื่อนสมาชิกผมพูดไปแล้ว คุณภาพชีวิตพี่น้องประชาชนตกต่ํา ยาเสพติด ระบาดเต็มเมือง โจรกรรมไปทั่ว อยู่ดี ๆ ถูกปาดคอตายคาบ้าน ท่านประธาน ล้มเหลว เรื่องสร้างความยุติธรรมและความปรองดอง ตรงนี้จริง ๆ ผมอยากลงรายละเอียดเยอะ แต่ผมไม่มีเวลาท่านประธาน และที่สําคัญครับ โอกาสของประเทศนี้หลังจากที่ท่านเข้ามา บริหาร ผมฟังท่านตอบเมื่อสักครู่บอก ๒ ปี ประเทศไทยจะกลับขึ้นมาเป็นอันดับ ๑ แต่ผม เชื่อครับ ถ้าปล่อยให้ท่านบริหารประเทศชาติบ้านเมืองต่อไป ๒ ปี ด้วยวิธีการทํางานของ ท่านแบบนี้ แก้ปัญหาแบบนี้ ปะผุไปเรื่อย ๆ อย่างนี้ประเทศไทยจะเหลือแต่ชื่อ ไม่มีใครจําได้ สถานะของประเทศตกต่ํา ผู้คนในประเทศเดือดร้อนมันยิ่งกว่าสึนามิ ยิ่งกว่าเตาปฏิกรณ์ ปรมาณูที่ประเทศญี่ปุ่นระเบิดอีก ท่านประธาน สิ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธานเพื่อจะเป็น ตัวอย่างความล้มเหลวในเรื่องการกําหนดนโยบายที่ผิดพลาด ผมไม่ว่าเองหรอกครับ ท่านประธาน การกําหนดนโยบายที่ผิดพลาด ง่าย ๆ เลยครับ ท่านเข้ามาปุ๊บท่านใช้งบกลาง ทําโครงการไทยเข้มแข็ง ๑ กลางปี ๒๕๕๒ นะครับ หลังจากนั้นเข้าสู่โครงการไทยเข้มแข็ง ๒ ใช้เงินทั้งหมดถึงปี ๒๕๕๕ ๑.๔๓ ล้านล้านบาท ๑,๔๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ หลังจากครบรอบสภาพัฒนาเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติได้ประเมินโครงการนี้ เจาะไปที่ ๕ โครงการหลักครับท่านประธาน ที่ท่านบอกว่าโครงการเหล่านี้จะเป็นการแก้ เป็นการ กระตุ้นเศรษฐกิจ จะเป็นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจระยะยาวและยั่งยืน ถนนไร้ฝุ่น แหล่งน้ํา ขนาดเล็ก และโครงการประกันรายได้เกษตรกร ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีมีความภาคภูมิใจมาก ลงมากํากับดูแลเอง และที่สําคัญท่านบอกว่าถ้าพรรคเพื่อไทยแน่จริงไปหาเสียงสิ บอกว่าจะยกเลิกโครงการประกันรายได้ให้เกษตรกร ท่านประธานครับ แน่ครับ แต่เราจะ ไม่ประกาศยกเลิกหรอกครับเราจะทําให้ดีกว่านี้ เดี๋ยวผมมีตัวอย่างท่านประธานครับ กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง และโครงการเพิ่มทุนสถาบันการเงินที่เป็นสถาบันการเงิน เฉพาะกิจของรัฐ ธ.ก.ส. ออมสิน บสย. ต่าง ๆ ๕ แห่งที่จะช่วยพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ผลประเมินบอกคณะกรรมการติดตามประเมินผลของสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติเป็นอย่างไรครับ นี่ผมเอาผลสรุปสุดท้ายมาให้ดูครับ ท่านประธานครับข้างบนครับ โดยสรุปทุกโครงการล้มเหลวครับ การกู้เงิน ๔ แสนล้านบาทไม่ก่อให้เกิดผลผลิตเพิ่ม ในประเทศ ท่านหวังนักหวังหนาว่าจะใช้กระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นสร้างผลผลิตระยะยาว สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเขาบอกเองนะครับผมไม่ได้บอก ไม่เกิดการจ้างงาน ที่เพิ่มขึ้นอย่างที่รัฐบาลอ้าง สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติครับอย่าโทษผม ทําให้ ประเทศเป็นหนี้จริงเพิ่มขึ้น เรื่องหนี้จริงผมใช้เวลาตรงนี้ขยายท่านประธานครับ ท่านมิ่งขวัญ ได้แสดงภาพให้สภาแห่งนี้ผ่านท่านประธานไปยังพี่น้องประชาชนและท่านสมาชิกบอกว่า รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ๒ ปีกู้หนี้สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ ๑.๔๙ ล้านล้านบาท ๑,๔๙๐,๐๐๐ บาท กู้หนี้ตัวเลขหนี้สินสูงสุดท่านนายกรัฐมนตรีมาตอบว่าอย่างไรครับ สมัยรัฐบาลทักษิณหนี้ต่อจีดีพีสูงกว่าสมัยนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ๔๒ จุด สมัยท่าน นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ๔๑ จุดตัวเลขข้างหลังผมไม่ได้ใส่ใจมากท่านประธาน แต่เปรียบเทียบ ให้เห็น นั่นคือเวลาที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์จะตอบเพื่อบอกกับคนอื่นเขาไปท่านอาศัย ลูกบิดครับท่านเป็นนักมวยเก่งมากท่านประธานครับ ประกบอย่างไรตีเข่านี่เก่ง บิดเก่งครับ เขาเพียงแต่บอกว่าตัวเลขหนี้สูงสุดไม่ได้เทียบกับจีดีพี อัตราการเจริญมวลรวม ภายในประเทศไม่เกี่ยวแต่ก็ต้องวัดครับ แต่ถ้าวัดต้องให้ความเป็นธรรมต้องวัด ณ เวลาเดียวกัน ๓๑ ธันวาคมก็ต้อง ๓๑ ธันวาคมในแต่ละยุค ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับ ท่านประธาน ประเทศไทยคือบ้าน หนี้สาธารณะคือขยะ สมัยท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ประเทศไทยบ้านเล็กนิดเดียวครับ ขยะกองท่วมคอเพราะรับหนี้มาจากรัฐบาลชุดก่อน พอมาถึงรัฐบาลอภิสิทธิ์ครับบ้านขยายใหญ่ขึ้นครับ จีดีพีปัจจุบัน ๑๐ ล้านล้านบาทนะครับ ขณะที่สมัยนายกรัฐมนตรีทักษิณอยู่ที่ประมาณ ๘ ล้านล้านบาท บ้านมันต่างกันท่านประธาน แต่ตัวขยะเท่าเดิม บ้านใหญ่ขยะท่านก็แฟบลงจากคอก็เหลืออยู่ที่สะดือ อย่าต่ํากว่านั้นไม่ได้ ท่านประธานครับ ตรงนี้ท่านประธานครับ สิ่งที่แย่ที่สุดครับ เงินที่เอามาเป็นเงินกู้นอกระบบ เกิดทุจริตในโครงการของรัฐอย่างมากมายแต่ไร้การตรวจสอบ ตรวจสอบไม่ได้เพราะไม่ผ่านสภา ท่านขอ พ.ร.ก. ไปมอบอํานาจฝ่ายบริหารไป แล้วที่สําคัญครับสภาพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติเขาบอกว่าแสดงให้เห็นถึงการขาดความรู้ความเข้าใจทางด้านเศรษฐกิจของ ผู้ที่รับผิดชอบด้านเศรษฐกิจคือตัวท่านนายกรัฐมนตรีเองแล้วก็รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง รัฐมนตรีเศรษฐกิจของท่าน ท่านประกาศเป็นผู้นํา แล้วที่สําคัญครับ โครงการนี้ผมกราบเรียนท่านประธานเลยครับ จากการประเมินไทยเข้มแข็งมีความล่าช้ามาก ในการที่จะเบิกจ่าย พระราชกําหนดออกเมื่อวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๒ โครงการนี้ไม่มี ระเบียบรองรับครับท่านประธาน เพิ่งมาออกระเบียบรองรับเมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๒ ผ่านไปแล้ว ๓ เดือน แต่ว่าวัตถุประสงค์ของการบอกว่าจะต้องเป็นโครงการที่มีความพร้อม สามารถดําเนินการได้ทันทีทําไม่ได้เพราะไม่มีระเบียบรองรับ เพราะฉะนั้นจริง ๆ โครงการนี้ เริ่ม ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๒ แล้วที่สําคัญเขาบอกว่าต้องนําเอาโครงการที่มีความพร้อมจริง มาเข้าสู่ระบบ ไม่มีครับ เอาโครงการที่ตกหล่นจากปีงบประมาณ ๒๕๕๒ ครับมาใส่ ที่เรา คัด ๆ ออกไปนี่บางโครงการก็ไม่พร้อม ท่านประธาน นี่ละครับ คือความล้มเหลวของ ไทยเข้มแข็ง ท่านประธานครับ มันมีโครงการประกันรายได้เกษตรกรที่ท่านนายกรัฐมนตรีเอง มีความภาคภูมิใจมากว่า นี่คือนโยบายที่พี่น้องเกษตรกรชื่นชอบ มีผู้เข้าร่วมโครงการ ๔ ล้านครอบครัว อันนั้นผมไม่เถียงครับ ๔ ล้านครอบครัวครับ ปี ๒๕๕๒/๒๕๕๓ นี่รวมแล้ว ๔ ล้านครอบครัว ทั่วถึงครับ ได้รับเงิน นี่คือเม็ดเงินที่จ่ายไป เม็ดเงินที่จ่ายในปี ๒๕๕๒/๒๕๕๓ ปีผลิตนะครับ ๓๗,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้ไม่รวมภาคใต้ ถ้ารวมภาคใต้จ่ายที่ ๓๙,๐๐๐ ล้านบาท ๓๗,๐๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๔ เข้ามาแค่ครึ่งปีแรกครับท่านประธาน มีคนเข้าโครงการแล้วจ่ายเงินไป ๓๕,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ โครงการนี้สภา พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเขาประเมินว่าเรื่องของหลักการ วิธีการปฏิบัติอะไรต่าง ๆ การกระจายรายได้ดีครับ ผมไม่เถียง อันนี้ผมต้องยอมรับ แต่สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติบอกว่าลักษณะโครงการนี้จะเป็นภาระงบประมาณของรัฐอย่างมโหฬาร ท่านประธานครับ นี่เฉพาะพืช ๓ ตัวนะครับ ๓ ตัว ข้าว ข้าวโพด มันสําปะหลัง ๔,๐๐๐,๐๐๐ ครอบครัว ๓ ตัว ใช้เงินเกือบ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปีครับท่านประธาน แล้วเอาไปเปรียบเทียบกับโครงการรับจํานําที่รัฐบาลชุดก่อน ๆ ต้องทํามา เพราะเป็น มาตรการในการแทรกแซงโดยการรับจํานําเพื่อพยุงราคากลไกตลาด แน่นอนครับ บ้านเมือง ขณะนี้ไม่ว่ายุคไหน สมัยไหน การฉ้อราษฎร์บังหลวง การหากินกับเงินของรัฐเป็นไปทุกยุค ทุกสมัย เว้นแต่ใครจะควบคุมได้ดีกว่ากัน นี่คือข้อด้อยของรับจํานํา แต่สิ่งที่แย่ที่สุด ท่านประธานครับ เงินเกือบ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ถามว่าพี่น้องเกษตรกรได้เงินเต็มเม็ด เต็มหน่วยไหมครับ ผมเอาตารางนี้ให้ท่านประธานดูครับ เพราะจะได้เข้าใจกันครับ พี่น้องจังหวัดพิษณุโลกชุมนุม พี่น้องจังหวัดพระนครศรีอยุธยาชุมนุม จังหวัดนครสวรรค์ ชุมนุมเรียกร้อง ข้าวราคาตกต่ํา ท่าน ส.ส. นิยม ช่างพินิจ เป็นผู้อภิปรายเรื่องนี้บอกว่า ขณะนี้ ๖,๐๐๐ บาทยังไม่มีใครซื้อเลย ท่านประธานครับ ราคาขายนะครับ เรียกร้องบอกว่า ขอราคาประกันที่ ๑๔,๐๐๐ บาท รัฐบาลใจดีครับ เติมให้อีก ๑,๐๐๐ บาท ได้เป็น ๑๑,๐๐๐ บาท ราคาประกัน ราคาอ้างอิงกําหนดโดยใครครับทุกสัปดาห์ ก็จะมีคณะกรรมการกําหนดราคา อ้างอิง ขณะนี้อยู่ที่ ๙,๐๐๐ บาท พี่น้องจังหวัดพิษณุโลกเอาข้าวไปขายเก่งสุดในขณะนี้คือ ๗,๕๐๐ บาท ท่านประธาน ถามว่าชาวบ้านจะได้เงินรวมหมดเท่าไร ๙,๕๐๐ บาทครับ โอกาสได้ ๑๑,๐๐๐ บาทมีไหมครับท่านประธาน มีครับ ถ้าราคาขายตามตลาด ชาวบ้าน เอาข้าวไปขายจริงได้ ๙,๐๐๐ บาท พี่น้องจะได้เงิน ๑๑,๐๐๐ บาทตามที่ท่านกําหนดราคา ประกัน มันซ่อนอยู่ในนี้ท่านประธานครับ และผมถามว่าในระบบเศรษฐกิจไทย ระบบ การตลาดไทย ใครเป็นผู้กําหนดราคา พ่อค้ารายใหญ่ครับ ผู้ส่งออกครับ โครงการนี้โรงสี ผู้ค้ารายย่อยตาย ท่านประธานครับ เพราะรายใหญ่ไม่ซื้อ รายย่อยก็ซื้อไม่ได้ ระบบเศรษฐกิจ ชะงักหมด สุดท้ายรัฐบาลต้องเอาเงินตัวเองครับ เกือบ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่เอาไปจ่าย ส่วนต่าง มันก็เหมือนกับเราเอาเงินให้ผู้ประกอบการไปซื้อสินค้าจากพี่น้องเกษตรกร ท่านประธานครับ นี่ละครับ คือข้อเสียของโครงการ ท่านประธานที่เคารพ กระผมเองขอเข้า ไปสู่เรื่องของโครงการที่ท่านเองคิดขึ้นมาแล้วประกาศจะเป็นให้ของขวัญ ประชาวิวัตน์ครับ สื่อมวลชน ผู้คนทั่วไปออกมาแล้วแซ่ซ้องสรรเสริญเลยครับ ทําได้ ๒ โครงการครับ ทําได้แค่ ๒ โครงการ ที่ทําอยู่แล้ว เช่น ไฟฟ้า ใช้ไฟฟ้าต่ํากว่า ๙๐ หน่วยต่อหลังคา อย่างไรก็ทําได้ก็มี อยู่แล้ว แต่สิ่งที่น่าขําที่สุดครับ ส.ส. นฤมล นี่ท่านประธานครับ ไปสั่งไข่ ไม่ได้สั่งไข่แบบสด ๆ นะท่านประธาน ข้าวไข่เจียวเลย บอกแม่ค้าบอกว่า แม่ค้า ข้าวไข่เจียวแต่เอาไข่ ๒ ขีด แม่ค้าทําหน้างงแล้วมองหน้า ส.ส. แล้วหัวเราะก๊ากครับ ทิ้งกระทะเลย ขํา แล้ว ส.ส. นฤมล บอกว่าถ้าเกิน ๒ ขีดฉันไม่จ่ายเงิน ฉันจ่ายแค่ ๒ ขีด วิวัฒน์ไหมครับท่านประธาน วิวัฒน์ครับ
อีกเรื่องหนึ่ง ท่านประธานครับที่ผมจะต้องใช้เวลา ผมเลยเวลาไปสักนิดหนึ่ง ผมขออนุญาตท่านประธาน จริง ๆ ผมเตรียมไว้ ๑ ชั่วโมง สิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ปล่อยปละละเลยหรือขาดการเอาใจใส่แล้วปล่อยให้มีการทุจริต เรื่องนี้ผมต้องพูดครับ เพราะว่าในญัตติได้เสนออภิปรายไม่ไว้วางใจและถอดถอนด้วย สําหรับท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ผมไม่ได้อภิปรายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพราะท่าน ส.ส. จุลพันธ์ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านได้พูดไปแล้ว แต่ผมย้ําครับ นี่คือผลพวงของการปล่อยปละ ละเลยไม่เอาใจใส่ สิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร ท่านประธานครับ ผมไม่มีใบเสร็จครับ ผมไม่มีใบเสร็จ ที่จะมาบอกกล่าวท่านประธานว่าโครงการนี้มีใบเสร็จนะ สามารถกล่าวหาส่อทุจริตได้ แต่สิ่งที่เหนือกว่าใบเสร็จครับ ผมขออนุญาตอ่านครับ จากศิริราชมูลนิธิ โครงการจําหน่าย สลากการกุศล แต่ผมบอกกับนายกรัฐมนตรีว่านายกรัฐมนตรีไม่แก้ปัญหา ปล่อยให้สลาก ราคาแพง นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งครับที่ทําให้สลากราคาแพง ฮั้วประมูลครับท่านประธาน เหลือเจ้าใหญ่ไม่กี่เจ้า ศิริราชมูลนิธิ เขียนเมื่อวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ นี่ผมเอามาจาก การสอบของคณะกรรมาธิการ ๒ คณะครับ คณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงินของสภาผู้แทนราษฎร คณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีท่านเจริญเป็นประธาน เขาสอบ เชิญผู้เกี่ยวข้องมาหมดเลย เพราะอะไรครับ เรื่องมันถึงดีเอสไอครับ ไม่ใช่ท่านนายกรัฐมนตรีส่งไปเองนะครับ คณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน เขาส่งไป ดีเอสไอเขาเลยสอบ นี่ผมได้เอกสารมา สิ่งที่น่าอัปยศอดสูที่สุดนะครับท่านประธาน หนังสือฉบับนี้จริง ๆ ส่งไป ๓ ที่ครับ เรียนผู้อํานวยการสํานักงานกองสลากกินแบ่งรัฐบาล เรียนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เรียนนายกรัฐมนตรี กราบเรียนครับ ท่านนายกรัฐมนตรีต้องกราบเรียน ผมอ่านเลยครับ ศิริราชมูลนิธิเป็นองค์กรการกุศล ที่มีวัตถุประสงค์ที่ช่วยการดําเนินงานเพื่อการรักษาพยาบาลผู้ป่วยยากไร้ ผมเป็นศิษย์ศิริราช กว่าจะได้เงินเข้ามูลนิธิตรงนี้ได้พวกเราทําธงวันมหิดลทุกปีครับ วันที่ ๒๔ กันยายน การเรียน การสอน และการวิจัยของคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล แหล่งที่มาของ เงินบริจาคเป็นสิ่งที่ทางมูลนิธิให้ความสําคัญว่าต้องเป็นเงินบริสุทธิ์ ไม่ใช่การฟอกเงิน เจ็บไหมครับท่านประธาน หรือเงินทุจริต เขียนชัดไว้ในหนังสือที่เป็นทางการครับ หรือเงินทุจริตต่าง ๆ ในระยะเวลา ๓-๔ เดือนที่ผ่านมามีผู้ร้องเรียนมายังศิริราชมูลนิธิ หลายรายว่าเงินซึ่งทางสํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจะจัดสรรให้กับคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล และเงินจะเข้าสู่ศิริราชมูลนิธินั้นมีการฮั้วประมูล เขียนชัดครับ เพราะเขา ร้องเรียน มีการปลอมแปลงเอกสารของมูลนิธิเพื่อขอจัดจําหน่ายสลาก เก่งมาก ท่านประธานครับ ปลอมลายมือชื่อของท่านอาจารย์ผมคนหนึ่งครับ ท่านอาจารย์อรุณ เผ่าสวัสดิ์ สอนผมมา ท่านอาจารย์เป็นอุปนายกคนที่หนึ่ง เพื่อไปบอกกับกองสลากว่า ขอเป็นผู้จัดสรรโดยมีมูลนิธิที่จะเอาสลากไปจําหน่าย ขอจัดสรร ความเลยแตกครับ มีหนังสือ โต้ตอบกันมา สุดท้ายท่านกรรมการผู้จัดการศิริราชมูลนิธิ ผมสามารถเอ่ยชื่อท่านได้ครับ เพราะไม่ได้เสียหายเลย กลับเป็นคุณกับแผ่นดินครับ ท่านศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์เหลือพร ปุณณกันต์ สอนผมเหมือนกันครับ ท่านอาจารย์สอนเรื่องของ วิชาเกี่ยวกับเด็ก มีการฮั้วประมูล มีการปลอมแปลงเอกสารของมูลนิธิโดยมีการปลอม ลายเซ็นมือของรองประธานศิริราชมูลนิธิ คนที่หนึ่ง ไปยังสํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลด้วย หนังสือของสํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล นี่คือวงเล็บที่ให้รายละเอียด วรรคท้ายนะครับ ทางศิริราชมูลนิธิจึงขอแสดงจุดยืนเรื่องที่มาของเงินบริจาค และขอความกรุณาทางสํานักงาน สลากกินแบ่งรัฐบาลช่วยดําเนินการอย่าให้มีความเสื่อมเสียมาสู่ชื่อเสียงของศิริราชมูลนิธิด้วย จักเป็นพระคุณยิ่ง เจ็บไหมท่านประธาน นี่ครับใบเสร็จ ท่านประธาน สิ่งที่เป็นข้อเท็จจริง สลากการกุศลนี่นะครับ เดิมโรงพยาบาลศิริราชจะขอวงเงินไปประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ทําตั้งแต่ปีก่อนหน้านั้น ก่อนเข้าสู่โครงการ แต่หลังจากส่งไปกองสลากกินแบ่งรัฐบาล กองสลากกินแบ่งรัฐบาลตอบกลับมาท่านประธานครับ ขอเพิ่มวงเงินเป็น ๕,๐๐๐ ล้านบาท เนื่องจากโรงพยาบาลศิริราชมูลนิธิมีเครือข่ายร่วมกับโรงพยาบาลรามาธิบดีมูลนิธิด้วย ก็เพิ่มวงเงินเป็น ๕ ล้านบาทหมายความว่าอะไรครับท่านประธานครับ ทางมูลนิธิเอาอยู่แล้ว ครับเป็นประโยชน์ เพราะจะนําไปสร้างสถาบันการแพทย์สยามินทราธิราชครับ โรงพยาบาล ของแผ่นดินครับโรงพยาบาลศิริราชเรานี่ เราอยากได้เงินไปสร้างครับ แต่หารู้ไม่มีสายสนกล ใดไปเพิ่มปริมาณสลากขึ้นเป็น ๑๐ ล้านฉบับครับท่านประธาน แสนเล่มครับ ๑๐ ล้านฉบับ จําหน่ายตั้งแต่ ๑ กันยายน ๒๕๕๓ ถึง ๑๖ มกรคม ปี ๒๕๕๕ ๓๔ งวด งวดละ ๔๐๐ ล้านบาท เงินที่จะได้มาทั้งหมด ๑๓,๖๐๐ ล้านบาท โรงพยาบาลศิริราชจะได้ ๕ ล้านบาทจากส่วนแบ่ง ท่านประธาน นี่อย่างไรครับ ที่ท่านปล่อยปละละเลยไม่ได้สนใจ หนังสือก็ส่งไปที่ท่านแล้ว ท่านติดตามครับ มาอ้างบอกดีเอสไอสอบอยู่ ดีเอสไอไม่เกี่ยวกับที่ท่านส่งไปเลยนะครับ ทางคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง ของสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ส่งไปครับ ดอกเตอร์สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เป็นประธาน คนที่ทําเรื่องนี้เข้าสู่กรรมาธิการคือท่านนคร มาฉิม ต้องยก ความดีให้ท่านครับ ต้องขออนุญาตเอ่ยนามเพราะเป็นเรื่องดี ช่วยกันตรวจสอบ ท่านประธานที่เคารพครับ นี่ครับคือตัวอย่างของการปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต อย่างเต็มบ้านเต็มเมือง ท่านประธานครับ วิธีคิดที่ผิด ผมเข้าสู่วิธีคิดที่ผิดในการบริหาร ราชการแผ่นดิน ท่านประธานครับ วิธีคิดที่ผิดส่งผลอย่างยิ่งครับที่ทําให้การบริหารราชการ แผ่นดินคนที่ชื่อว่านายอภิสิทธิ์ นายกรัฐมนตรีที่เป็นนายกรัฐมนตรีของเรามีผลงานล้มเหลว อย่างที่ผมได้นําเรียนไป ก่อความเดือดร้อนกับพี่น้องประชาชน ข้าวยากหมากแพง ทุจริตเมื่อ สักครู่เมื่อก่อนนี่อยู่บนโต๊ะบุฟเฟ่ต์ คาบิเนท (Buffet Cabinet) ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษ เพราะเขาพูดกันอย่างนั้นสมัยก่อน ๆ กินตึก กินถนน หิน ทราย ใต้โต๊ะ แต่เดี๋ยวนี้เขาบอกว่า กินถึงก้นครัวท่านประธานครับ น้ํามันพืช น้ําปลา น้ําตาล ทางตรงเลยครับ ไม่ต้องเก็บภาษี ไม่ต้องขอส่วนแบ่ง ไม่ต้องขอเปอร์เซ็นต์ ท่านประธานที่เคารพครับ วิธีคิดที่ผิดทําให้รัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ทํางานผิดพลาดล้มเหลว บกพร่อง เพราะอะไรครับ บรรดา นโยบายแผนงานโครงการที่ท่านมีเป้าหมายวัตถุประสงค์ที่ออกมานี่ ผมกล่าวหาท่านนะครับ เป็นเพียงทําเพื่อหลอก ๆ บอกให้รู้ว่านี่คือเป้าหมายและวัตถุประสงค์เท่านั้น แต่ข้อเท็จจริง ไม่ใช่ครับ ข้อเท็จจริงไม่ใช่ครับท่านประธาน ข้อเท็จจริงคือมีวิธีคิดที่ผ่านมาจากที่มาผิด ท่านมาจากอํานาจนอกระบบ ที่มาผิดมากํากับ มาดูแลมาใส่วิธีคิดให้ท่าน วิธีคิดของท่าน ที่แท้จริงคือกําจัดคู่แข่งทางการเมืองครับ ผมเอ่ยชื่อได้ครับ ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ทุกวิถี ทุกกระบวนการ ด้านการต่างประเทศก็มอบคนที่มาจากสายตรงครับ ที่ทําเรื่องนี้โดยเฉพาะ ให้ไปทําหน้าที่ กษิต ภิรมย์ ด้านโครงการแผนงานก็ลอกเลียน ลอกเลียน เลียนแบบนโยบาย ของท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ อันไหนไม่ชอบใจยกเลิก โอทอปตึกร้าง พี่น้องประชาชน ขาดโอกาสมีคนอภิปรายไปแล้วผมไม่ลงรายละเอียด ชื่อโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้าน ขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ มอบเงินให้ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ๓๐๐,๐๐๐ บาท ๔๐๐,๐๐๐ บาท ว่าไปแต่ละปีเพิ่มขึ้น ท่านไปเปลี่ยนใหม่ครับ ชุมชนพอเพียง เปลี่ยนใหม่ไม่ว่า ท่านประธานครับ ปัญหาก็คือเมื่อเปลี่ยนแล้วแทนที่วัตถุประสงค์เดิมของท่านนายกรัฐมนตรี ทักษิณ สมัยรัฐบาลนายกรัฐมนตรีทักษิณเพื่อต้องการสร้างความเข้มแข็งให้กับ พี่น้องประชาชน สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนที่จะพัฒนาศักยภาพตัวเองในการที่จะ บริหารงบประมาณ โดยมีงบประมาณของตนเอง คิดเอง ทําเอง รับผลประโยชน์เอง แต่พอมาเปลี่ยนเป็นของท่าน คิดมาเรียบร้อยเบ็ดเสร็จ บริษัทนั้นบริษัทนี้ ลดนั่นลดนี่ ถ้าไม่ได้ตามนี้ถูกตัดหมด ชาวบ้านตกใจครับ ส่งมาทําอะไรไม่ได้ ๒-๓ วันก่อนนี้อําเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ทวงผมมาบอกคุณหมอผมยังไม่ได้เลยนี่ กองทุนชุมชนพอเพียงยังไม่ได้ ผมก็ถามว่า แล้วท่านได้ทําตามที่เขากําหนดแนวทางมาหรือเปล่า พูดเอาเกียรติท่านนะครับ ถ้าพูด อีกอย่างหนึ่ง ท่านได้ทําตามที่เขาชี้นํามาหรือเปล่า ช่วงหลังดีขึ้นครับ ก็ต้องยอมรับว่าถ้าท่าน รู้แล้วท่านแก้ไขดี คนที่มีปัญหาเอาออกไปดีครับ นี่ครับท่านประธาน วิธีคิดผิดปุ๊บมันก็เลยทํา ให้กระบวนการการกําหนดนโยบาย จริง ๆ ผมอยากนําภาพนี้มาให้ท่านประธานดู ผมไม่มี เวลาครับ แต่แนะนําได้ครับ การ์ตูนนี้ผมเอามาจากหนังสือที่พิมพ์จากหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ เล่มหนึ่งครับ ระบุชื่อได้เพราะผมเอาของเขามา หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ การ์ตูนเซียร์ เขียนเรื่องราวการเมือง เรื่องประวัติศาสตร์การเมือง ๒ ปีที่ผ่านมาได้อย่างดียิ่ง อธิบายได้ ทุกอย่าง นี่คือที่มาภาพนี้ครับท่านประธาน ภาพนี้คือวิธีคิด เงินกู้ ๒ กุมาร อภิมหาประชานิยม ถมเท่าไรไม่มีวันเต็ม ถมใครครับ ทักษิณ ชินวัตร อันไหนที่สามารถที่จะทําต่อได้ ท่านก็ใช้ วิธีการเกทับ ผมใช้ภาษาพี่น้องประชาชนก็แล้วกัน ผู้สูงอายุ ๓๐๐ บาท ฉันให้ ๕๐๐ บาท อสม. เคยได้ค่าตอบแทนเป็นลักษณะงาน ฉันให้ ๖๐๐ บาท ครอบครัว ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยฉันให้ ๒๕๐,๐๐๐ บาท ๓๐ บาทรักษาทุกโรค ฉันยกเลิก แต่ไม่ใช่ รัฐบาลท่าน ผมไม่โทษท่าน แต่ท่านก็เห็นดีเห็นงามทําต่อ ยกเลิกมาแล้วจะไปเก็บใหม่ก็คง ยาก แต่ปัญหาเกิดขึ้นแล้วท่านประธานครับ ผู้ประกันตน ๙ ล้านกว่าคนไปร้องต่อศาล รัฐธรรมนูญว่าคนอื่น ๆ ไม่ได้จ่ายค่ารักษาพยาบาล ไฉนฉันต้องหักเงินเดือนฉันจ่าย แล้วฉัน ต้องไปรักษาพยาบาล หนําซ้ําสิทธิประโยชน์ที่ได้รับบางครั้งกลับรู้สึกด้อยกว่า ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยละเมิดสิทธิของพี่น้องประชาชนตามมาตรา ๓๐ เรื่องการดูแล สุขภาพนี่ที่ต้องรับเท่าเทียม กฎหมายประกันสังคม กฎหมายประกันสุขภาพ แก้ไขหมด ท่านประธาน แต่แปลกครับท่านประธาน ผมดูนโยบายประชาวิวัฒน์ของท่าน ข้อ ๑ ท่านจะ จัดสวัสดิการให้กับผู้ทํางานนอกระบบซึ่งมีประมาณ ๒๓ ล้านคนให้เข้าสู่ระบบประกันสังคม ท่านบอกว่าจ่าย ๑๐๐ บาท เดี๋ยวรัฐบาลเพิ่มให้ครึ่งหนึ่ง แต่ขณะนี้ร่างแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย ประกันสังคมเข้าอยู่ในสภาในชั้นกรรมาธิการ ประเด็นนี้ถกเถียงเยอะมากครับ ผมเอง เป็นกรรมาธิการห่วงมาก เพราะว่าในกฎหมายฉบับนั้นจะเอาลูกเมียของผู้ประกันตนมาเข้าสู่ ระบบประกันสังคม แล้วบังคับให้รัฐบาลจ่ายว่าต้องจ่ายเงินเท่ากับจ่ายให้กับผู้มีหลักประกัน สุขภาพถ้วนหน้า ผมไม่เรียกบัตรทองหรอกครับเดี๋ยวมันจะแสลงใจ ต้องจ่าย ถ้าได้ ๒,๕๐๐ บาท ก็ต้องจ่ายให้สํานักงานประกันสังคม ๒,๕๐๐ บาท ท่านประธานครับ นี่คือวิธีคิด วิธีคิดผิด ๆ อย่างนี้ละครับมันจะเกิดปัญหา ท่านแก้ไขปัญหาลักษณะของการปะผุครับ มีใครมาร้อง ท่านก็ทําให้ กฎหมายสัญชาติอย่างไรครับ พี่น้องประชาชนเขาเดือดร้อน อันนี้ถูกครับ ถ้าตอบสนองได้ตอบสนอง แต่ว่าการตอบสนองของท่านมันเป็นเฉพาะจุด เป็นจุด เป็นจุดไป เมื่อเอามารวมเป็นภาพใหญ่แล้วสร้างความแปลกแยก ท่านประธานทราบไหมครับ ในชุมชน เมื่อก่อนเขารักกัน สมัครสมานสามัคคีกัน มีจิตสาธารณะ อุทิศตัวเพื่อสาธารณะ เดี๋ยวนี้ ต้องมีค่าตอบแทน ฝากมาแล้วครับ คุณหมอช่วยไปดูหน่อยเงินค่าตอบแทน อปพร. ทําไมไม่ได้ ผมได้ค่าตอบแทนจากการทํางาน ออกเวรครั้งหนึ่งก็ได้ ๗๐ บาท ผมอยากได้เหมือน อสม. ท่านเตรียมไว้นะครับ เมื่อท่านให้กลุ่มนี้แล้วท่านต้องให้กลุ่มอื่น ท่านอย่าเอาเปรียบเขา เขาก็เป็นคนเหมือนกันที่อยู่ในสังคม ผู้สูงอายุท่านให้ ประธานแม่บ้านท่านให้ไหมครับ เขาก็เป็นอาสาสมัคร หมอดินอาสาท่านให้ไหมครับ อาสาสมัครมาลาเรียท่านให้ไหมครับ พูดอาจจะล้าสมัยไปสักนิดหนึ่งครับ เขาเรียก อาสาสมัครมาลาเรีย เมื่อก่อนไข้มาลาเรีย มันเยอะ คนเหล่านี้เขาอยู่ด้วยกันสงบสุข ท่านใช้เม็ดเงินใส่เข้าไปโดยที่ไม่ได้ศึกษาให้ รอบคอบว่าจะให้อย่างไรให้สังคมเขาอยู่กันได้ ทําลายโครงสร้างพื้นฐานของสังคมอย่างย่อยยับ นี่คือชุมชนครับ นี่อย่างไรครับสังคมล้มเหลวเลย
ท่านประธานครับ อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน เรื่องการที่ตัวท่านนายกรัฐมนตรีเอง วิธีทํางานที่ผิดที่ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ คือความเป็นตัวของอภิสิทธิ์เองที่เป็นปัญหาหนึ่งที่ทําให้เกิดความล้มเหลว ทําให้ ประเทศชาติไม่ได้รับประโยชน์อย่างสูงสุด ทําให้พี่น้องประชาชนขาดประโยชน์อย่างสูงสุด คือตัวอภิสิทธิ์เอง ท่านอ่อนด้อยประสบการณ์ ขาดความรู้ ขาดวิสัยทัศน์ ไร้ภาวะผู้นํา ผมยกตัวอย่างเดียว ผมไม่มีเวลามาก เดี๋ยวจะเกินเวลาเยอะ การแต่งตั้ง ผบ.ตร. ปี ๒๕๕๒ นี่แสดงออกถึงการมีภาวะผู้นําใช้ความรู้ความสามารถ เหตุการณ์ตรงนั้นจบไปแล้วท่าน ประธาน จบอย่างไรครับ จบไปโดยตั้งไม่ได้ ไม่ใช่อธิบดี ผบ.ตร. คนนี้ต้องขออภัย ท่าน ผบ.ตร. คนปัจจุบันไม่ใช่ สมัยรักษาการท่าน พลตํารวจเอก ปทีป ตันประเสริฐ ท่านเสนอเข้าไป คณะกรรมการตํารวจแห่งชาติ ๑๐ ท่าน ไม่เอาด้วย เป็นเรื่องแปลกครับ คนที่หนักใจที่สุดแล้วก็ต้องมีผลกระทบมา ท่านเลขานุการนิพนธ์ก็ต้องลาออกจากการเป็น เลขานุการนายกรัฐมนตรี ท่านสุเทพพูดไม่ออก ต้องขอภัยที่เอ่ยชื่อท่านนะครับ ทําไมครับ มันเป็นอย่างนั้นได้อย่างไรครับท่านประธาน