ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง อภิปรายเรื่องการเข้าพรรคการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ โดยเรียกร้องให้ตรวจสอบการเข้าพรรคการเมืองที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และเรียกร้องให้ดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้สอบสวนการซื้อหุ้นของ ปตท. ในการลงทุนในธุรกิจก๊าซธรรมชาติในทะเลระหว่างอียิปต์และอิสราเอล และกล่าวหาว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีส่วนเกี่ยวข้อง
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นต้อง กราบเรียนท่านประธานและพี่น้องประชาชนที่ฟังทางบ้าน แต่เดิมมีข่าวว่าผมจะ ไม่อภิปราย ในความเป็นจริงไม่ใช่ ผมอยากอภิปรายแต่คิวมันเยอะ และผมได้ทําหน้าที่มา ๒ ครั้ง ฝ่ายรัฐบาลก็อวดดีถือเด่นว่า ๒ ครั้งที่อภิปรายผ่านมา รัฐบาลไม่เห็นมีปัญหาอะไรเลย ถ้าผมจะกรอหนังกลับทบทวนความจําท่านประธานก็จําได้ ท่านผู้ฟังก็จําได้ ผมอภิปราย เรื่องเงิน ๒๕๘ ล้านบาทที่เข้าพรรคประชาธิปัตย์ ๒๙ ล้านบาท พรรคประชาธิปัตย์เอาจาก กกต. มาใช้ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ หลักฐานชัด นักกฎหมายสํานักไหนก็บอก พรรคประชาธิปัตย์ตายแน่ พังแน่ ถูกยุบพรรคแน่ แต่เนื่องจากพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรค มีเส้น ศาลรัฐธรรมนูญยกฟ้อง โดยบอกว่าประธาน กกต. ไม่มีความเห็นเรื่องยุบพรรค แปลว่าให้ศาลคิดเอง ศาลก็บอกว่าเมื่อนายทะเบียนพรรคการเมืองในฐานะประธาน กกต. ไม่มีความเห็นขึ้นมา ศาลก็ยกฟ้อง ผมภูมิใจสิครับท่านประธาน ก็ผมรู้ว่านายอภิชาติ สุขัคคานนท์ เป็นเพื่อนกับนายบัญญัติ บรรทัดฐาน นี่คือความภาคภูมิใจของผม ศาลไม่ได้บอกว่า พรรคประชาธิปัตย์ผิด ไม่ได้บอกว่าถูก แต่ศาลบอกว่านายทะเบียนพรรคการเมือง ไม่มีความเห็นให้ยุบพรรค เลยไม่ยุบ นั่นครั้งที่ ๑ ที่ผมเป็นผู้นําอภิปราย ครั้งที่ ๒ ผมอภิปรายเรื่องรถไฟฟ้าสายสีม่วง พรรคภูมิใจไทย ผมอภิปรายรัฐมนตรีเสร็จ แต่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ไปปรับเอารัฐมนตรีที่ไม่ถูกอภิปรายออกจาก ครม. นี่คือความภาคภูมิใจของผม แต่เมื่อสมาชิกส่วนใหญ่บอกว่างานนี้ต้องเปลี่ยนกันบ้าง ผมบอกไม่มีปัญหา ผมก็รอมา โพลออกมาอยากให้ผมพูด พรรคก็มอบหมายให้พูด ผมต้อง ขอบคุณพี่น้องประชาชนที่อยากฟังความอภิปราย ผมทําการบ้านไม่ดีเท่าที่ควร เพราะเรื่องนี้ เป็นเรื่องสําคัญ มันเป็นเรื่องโจรปล้นชาติ ตัวเป็นไทย ใจเป็นทาส ท่านประธานครับ ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ใช่ ๖๘,๐๐๐ ล้านบาท คิดภาษีอีก ๔ ตัว โดยเฉพาะภาษีบาป จาก ๖๘,๐๐๐ ล้านบาท เป็น ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท การกระทําของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นการฆาตกรรมเศรษฐกิจของชาติ เป็นการทําลายล้างโครงสร้างการเก็บภาษี เป็นการแอบอ้าง แอบดับเบิลยูทีโอ (WTO) แอบอ้างข้อตกลงของแกตต์ (GATT) ไม่มีใครแล้วที่จะกล้าทํา อย่างนี้ เพราะนายอภิสิทธิ์มีความมั่นใจ นายอภิสิทธิ์มีความเชื่อว่ามีแบค (Back) ดี ถ้าผม อภิปรายจบผมมีความเชื่อว่าแบคทั้งหลาย ใครก็ตามที่ยังหนุนนายอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี ถ้าแพ้เลือกตั้งบ้านเมืองหายนะ การกระทําของนายอภิสิทธิ์ครั้งนี้ เมื่อวานบริษัทมาขู่ผม ฝากบอกไปยัง บริษัท ฟิลลิป มอริส คุณขู่ผิดคน คุณมาขู่อดีตตํารวจกองปราบไม่ได้ คุณเตรียมตั้งเทป (Tape) แล้วฟ้องผม แต่ก่อนจะเข้าเนื้อหาสาระ ผมบอกท่านประธานไว้ว่า ผมกล่าวหานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และพรรคพวกบางคน กระทําความผิดตามบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๓ มาตรา ๘๑ (๑) มาตรา ๒๕๕ มาตรา ๒๖๖ (๑) มาตรา ๒๖๘ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ และนายอภิสิทธิ์นอกจากถูกกล่าวหาว่าฆาตกรรม ประชาชนแล้ว ในญัตติถอดถอน พฤติกรรมที่นายอภิสิทธิ์ทําครั้งนี้เป็นการฆาตกรรม เศรษฐกิจไทย เป็นการทําลายธุรกิจคนไทย เป็นการทําลายชาวไร่ยาสูบของประเทศ อย่างโหดเหี้ยม โหดร้ายที่สุด ท่านประธานครับ เมื่อวานผมไม่อยู่ นายอภิสิทธิ์ ที่ไม่ลงไปภาคใต้เพราะนายกรัฐมนตรีไม่ให้ไป ผมก็บอกท่านสมัครมีนโยบายผมเป็นรัฐมนตรี ว่าการะทรวงมหาดไทย ท่านสมัครบอกว่าอย่าไปเลย คุณอภิสิทธิ์หรือนายอภิสิทธิ์ ก็อุปมาอุปไมยว่าพรรคพลังประชาชนใช้ทหารนําหน้า เอาการเมืองตามหลัง นั่นท่านแปล ของท่านเอง แปลแบบคนเห็นแก่ตัว แปลแบบคนเห็นแก่ได้ นายอภิสิทธิ์คุณโชคดีกว่าผม ที่คุณได้เป็นนายกรัฐมนตรี ชีวิตคุณเคยทํางานเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายอะไรให้บ้านเมืองบ้าง ผมไม่ใช่แม่ทัพนายกอง ผมไม่ใช่ทหารนักรบ แต่ผมเป็นนายตํารวจกองปราบ ผมจับโจรผู้ร้าย มานับหลายร้อยครั้ง ผมไม่ใช่ตํารวจถือปิ่นโต ผมไม่ใช่ตํารวจไปนั่งสอพลอหน้าห้อง ผมไม่ใช่ ตํารวจติดตามนักการเมือง ตําแหน่งที่ผมอยู่ท่านประธานเป็นพยานได้ เขาเรียกอธิบดีตํารวจ คนที่ ๓ แต่ผมก็ไม่ได้มาบอกว่าผมกล้ากว่านายอภิสิทธิ์ ผมก็ไม่ได้มาบอกว่าผมเก่งกว่า นายอภิสิทธิ์ แต่ผมอยากถามนายอภิสิทฺธิ์กลางสภาแห่งนี้ คุณทําอะไรเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย ให้บ้านเมืองบ้าง คุณก็พูดทํานองผมไม่ไปแปลว่าท่านสมัครไม่เอานโยบายการเมือง นําการทหาร ท่านประธานที่เคารพ คนเขารู้จักข้าราชการ คนเขารู้จักทหาร ตํารวจ เขารู้ว่า เมื่อมีงบประมาณให้ มีนโยบายให้ บอกไปเถอะ ทหาร ตํารวจ เขาทําได้ ทําไมผมจะไม่รู้ ว่าปักษ์ใต้มีปัญหา ผมไปทํางานปักษ์ใต้ตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๒๓ ไปอยู่ ๑๔ จังหวัด จับเมียคนใหญ่คนโตถูกย้ายไปอยู่ทุ่งสงปีกว่า นั่นก็ปักษ์ใต้สมัย ๓ จังหวัดไม่แรง แต่จังหวัด นครศรีธรรมราชเป็นคิลลิ่งโซน (Killing Zone) ออกจากค่าย ตชด. ๕๐๐ เมตรต้องถูกยิง แต่งเครื่องแบบไม่ได้ ๓ ทุ่มไปไม่ได้ ๒ ทุ่มไปไม่ได้ พระอาทิตย์ตกดินไปไม่ได้ ผมไปอยู่มาแล้ว ผมไม่อยากเอาชนะนายอภิสิทธิ์ เพราะคนอย่างนายอภิสิทธิ์ไม่เคยฟังใคร มาแขวะ มาพูด ผมเรียนอย่างนี้ ที่ผมบอกผมบอกเลยพวกเราเอาการเมืองนําทหารให้ทหารเขาไป แล้วผม ถามว่านายอภิสิทธิ์ นายสุเทพลงไปคุณไปยิงกับใครทหาร ๓๐๐ นาย ตํารวจ ๘๐๐ นาย ผู้ใหญ่บ้าน กํานันมาเต็มหมด มารอรับ กลัวระเบิด ไปสร้างภาระ ผมรู้ว่าเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยลงไปผู้ใหญ่บ้าน กํานัน ปลัดอําเภอ นายอําเภอ รองผู้ว่าราชการจังหวัด เขามารับ แล้วไปบรรยายสรุป ไปฟังบรรยายสรุป ผอ.กอ.รมน. ก็คือนายกรัฐมนตรี ไปสวนรื่นก็เรียบร้อยครับ ทําไมคุณต้องไปปักษ์ใต้ ทีวีออกทุกช่องนายอภิสิทธิ์มาปักษ์ใต้ นายสุเทพไป พอปล้นปืนเป็นอย่างไรครับ นายอภิสิทธิ์บอกว่าไม่ผิดความคาดหมาย นายกรัฐมนตรีนะ คนเป็นรองนายกรัฐมนตรี เมื่อคืนพูดอะไรผมไม่รู้ ดูบ้าง ไม่ดูบ้าง พอถึงคิว นายสุเทพพูดในบ้านผมเปลี่ยนช่องหมด เขาบอกไม่ฟัง เสร็จเรียบร้อยนายสุเทพบอกว่า ที่ปืนหายเพราะฝ่ายคาวบอย (Cowboy) ต้องการสร้างมวลชน แต่นายอภิสิทธิ์บอกว่าไม่เกิน เอสทิเมท (Estimate) ไว้แล้วมันต้องขโมย มันต้องอย่างนี้ มันไม่ตรงกัน นี่อย่างไรบ้านเมือง มันถึงเป็นอย่างนี้ท่านมองประชาชนเป็นศัตรู เป็นฝ่ายค้านพูดอย่างหนึ่ง แผนที่ไม่รับ เอาสันปันน้ํา ฝนตกตรงไหนไหลพรู นั่นแผ่นดินไทย แล้วก็ไปเอา ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ก็ทะเลาะกัน สมัยเราอยู่ บอกว่าค่อย ๆ คิด ค่อย ๆ ทํา บ้านใกล้เรือนเคียงมันต้องเจรจาอย่าไปรุนแรงกันเลย นี่ไม่ได้แล้ว ตอนสมัครไม่ได้ ต้องถือสันปันน้ําเป็นหลัก พอมาเป็นรัฐบาลบอกไม่ได้แล้ว เอ็มโอยู (MOU) พ.ศ. ๒๕๔๓ นี่คือพฤติกรรมปลิ้นปล้อน กลับกลอก ของนายกรัฐมนตรีคนนี้ ท่านประธาน ผมอภิปรายครั้งนี้ผมไม่ได้พกความรู้สึก แต่ผมพกความเจ็บใจที่นายอภิสิทธิ์ดําเนินการ จนกระทั่งสํานวนคดีแปรเปลี่ยน ทําให้ชาติบ้านเมืองเสียหายนับไม่ถ้วน เรียกกันมาทั้งรัฐบาล ยกกันมาเลยดีเอสไอ (DSI) ยกกันมาทั้งกรมตํารวจ วันนี้ผมและพรรคเพื่อไทยจะพิสูจน์กับ คุณด้วยความจริง ไม่พกความเท็จ บอกการชุมนุมของ นปช. พวกผมสนับสนุน คุณอภิสิทธิ์ เพิ่งรู้หรือ เขาสนับสนุนกันมานานแล้ว ก็เขาพวกกัน พวกนี้เปิดเผย ตรงไปตรงมา จริงใจ ไม่เหมือนพรรคการเมืองบางพรรคทําตัวเป็นอีแอบตอนพันธมิตรเขาชุมนุม วันนี้เขาบอกเสร็จ ใครอยู่กับเขา ใครได้ดีเพราะเขา ใครไปกินก๋วยเตี๋ยวกับเขา ไปขอกินอย่างไร ผมเรียน ท่านประธานไว้เท่านั้นนะครับ ชุมนุมหนุนเขา ขนคนของพรรคจนเกิดการปฏิวัติ พอปฏิวัติเสร็จ เลือกตั้งวันที่ ๒๓ ธันวาคม ได้ ๑๖๐ กว่าคน ผมได้ ๒๓๓ คน แพ้ แพ้เพราะประชาชน ไม่เลือกพวกคุณ เราตั้งรัฐบาล ก็มีพรรคการเมืองบางพรรค ผมไม่ทราบว่าพรรคไหน พรรคเลว ๆ ไม่ยอมพ่ายแพ้การเลือกตั้ง สนับสนุนให้มีการชุมนุม ท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ไม่เคยนั่งแม้กระทั่งทําเนียบรัฐบาล พรรคเลวพรรคนั้นเป็นใครผมไม่รู้ ถ้าอยากรู้ให้เปิด เอเอสทีวี (ASTV) ฟัง ท่านประธานที่เคารพ นายสุเทพซึ่งวันนี้ใหญ่โตเหลือเกิน ตั้งแต่ไปนอน กรมทหารราบที่ ๑๑ มานิดเดียวเท่านั้น เดี๋ยวนี้ใหญ่โตเหลือเกิน พูดจา บอกเลยถ้าชนะ เลือกตั้งหรือแพ้เลือกตั้ง ผมเรียนท่านประธานด้วยความเคารพและพี่น้องประชาชน ทั่วประเทศ ถ้าพรรคเพื่อไทยแพ้เลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์คุณตั้งไปเลย แต่ถ้าคุณแพ้ เลือกตั้งคุณอย่าหน้าด้านมาแย่งตั้งรัฐบาล และผมเชื่อว่าใครก็ตามที่เปิดประตูให้ท่านไปตั้ง รัฐบาล ท่านอย่านึกนะว่าผมไม่รู้จักกับ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา อย่านึกนะว่าผมไม่รู้จักกับ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา สมัยผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยผมไปหาท่าน ที่กองทัพภาคที่ ๑ พลเอก ประยุทธ์ ไม่เชื่อฟังทีวีแล้วจดไว้ ท่านแม่ทัพบกท่านเลี้ยงน้ําพริก ปลาทู ก็ปรับทุกข์ผูกมิตรเป็นคนบางขุนเทียน เป็นคนคลองบางประทุน ที่ดินก็มีอยู่ใกล้กัน ท่านบอกไม่เคยไป ถามราคาแพงไหม ท่านเรียกผมพี่ แต่วันนี้จะเรียกอะไรแล้วแต่ท่าน เมื่อท่านพ้นตําแหน่งมาเป็นใหญ่เป็นโต พลเอก อนุพงษ์ ผมก็ไปกินข้าวที่กองทัพบก เพื่อขอความกรุณาปราบยาเสพติดและปราบการตัดไม้ทําลายป่า ต่อไปนี้ท่านประธานครับ ก่อนผมจะลงรายละเอียดขบวนการปล้นชาติ ผมแสดงให้ท่านประธานเห็นว่าคนอย่าง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยอมทุกอย่างเพื่อปกป้องพรรคพวก ยอมทุกอย่างทีเพื่ออะไร ทําให้พรรคร่วมรัฐบาลมีโอกาสหากิน มีเงิน หลังการเลือกตั้งชนะเพื่อจะมาสนับสนุน ให้นายอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี ผมเคยบอกว่านายอภิสิทธิ์ไม่คอร์รัปชัน แต่วันนี้ ผมจะบอกว่านายอภิสิทธิ์เป็นคนคอร์รัปชันอํานาจ และนายอภิสิทธิ์ปล่อยปละละเลย
ท่านประธานครับ เรื่องแรก การลงทุนของ ปตท. ซื้อหุ้นส่วนทําการวาง ท่อแก๊สในทะเลระยะทาง ๘๗ กิโลเมตร จากประเทศอียิปต์ไปประเทศอิสราเอลผ่านบกไม่ได้ เพราะติดประเทศปาเลสไตน์ ติดฉนวนกาซา ผมรู้ ที่ผมเอามาบอกเพราะเขาผิดกฎหมาย ถามนายกรัฐมนตรีก็ให้รัฐมนตรีมาตอบ เขาเขียนมาเท่าไรตอบเท่านั้น เขียนมา ๓ ใบ ดีนะว่าใบกลางมันไม่หาย ถ้าใบกลางหายพังแล้ว ผมบอกว่าปัญหาที่ผมพิจารณาเมื่อวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงไคโร พร้อมเจ้าหน้าที่ ปตท. ไปเยี่ยม นายซาเมห์ ฟาห์มี รัฐมนตรีว่ากระทรวงปิโตรเคมีประเทศอียิปต์ โดยมีหนังสือของ นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ นายปิยสวัสดิ์เป็นรัฐมนตรีพลังงานตอนนั้น แล้วตอนนี้ภริยา นายปิยสวัสดิ์เป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ แล้วใกล้ชิดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผมบอกต่อว่า เขาไปซื้อทั้งหมดประมาณ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ผัวเป็นรัฐมนตรี เมียเป็นผู้แทนราษฎร ไม่ผิด หรอกครับ ท่านประธานตามต่อ ท่านผู้ชมทางบ้านตามมา จะได้รู้จักนิสัยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผมถามวันที่ ๒ มีนาคม ไม่ตอบ วันที่ ๙ มีนาคมผมถามอีก ไม่ตอบ ดูแคลน มองตามสายตา คุณจะมองอย่างไรไม่เป็นไร คุณดูถูกผม ผมดูถูกคุณ คุณมีนโยบายอย่างไร ผมมีนโยบายอย่างหนึ่ง พรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ น้ํากับน้ํามันไปด้วยกันไม่ได้ ท่านประธานครับ ในระหว่างรัฐบาลรักษาการ วันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๕๐ ปตท. ได้เอาเงินของ บริษัท ไม่ใช่เงิน ปตท. เป็นเงินภาษีอากรพี่น้องประชาชน ๑๖,๔๗๙ ล้านบาทไปซื้อหุ้น อีเอ็นจี (ENG) อีสท์ เมดิเตอเรเนียน แก๊ส (East Mediterranean Gas) แล้วจริง ๆ ซื้ออีเอ็นจีไหม ไม่ใช่ อีเอ็นจีเป็นบริษัทใหญ่ ไปซื้อจากเอ็มจีพี (MGT) เมดิเตอเรเนียน แก๊ส ไพพ์ไลน์ (Mediterranean Gas Pipeline) ของนายฮุนเซน กามา ซาเล็ม เป็นเจ้าของ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ไปหากินกันหรือไม่ เพราะปกติต้องซื้อหุ้นจากบริษัทใหญ่ นี่ซื้อหุ้นจากฮุนเซน กามา ซาเลม ฮุเซนถือหุ้น ๒๐ ขาย ปตท. หมดเลย ขายยกลอต (Lot) แล้ววันนี้นายฮุเซน กามา ซาเลม ถูกศาลกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ อายัดทรัพย์สินทั้งหมด อายัดทรัพย์สินทั่วโลก ต่อมา วันที่ ๑๐-๑๒ นายซาเมห์ ซาห์มี รัฐมนตรีกระทรวงปิโตรเลียมประเทศอียิปต์เยือนประเทศไทย มาเยี่ยมนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ เขยของพรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมถาม เมื่อวันที่ ๒ มีนาคม รัฐมนตรีตอบ ไม่รู้ว่ากฤษฎีกาห้ามไหมในการลงทุน แต่บอกว่ามีกําไร ผมโง่ขนาดนั้นหรือครับ ไปดูยอดรายงานตลาดหลักทรัพย์ปรากฏรายงานขาดทุนประมาณ ๒,๕๐๐ กว่าล้านบาท แต่เป็นการขาดทุนทางบัญชี ปตท. มันเป็นแก๊งอุบาทว์ ปล้นชาติ ปล้นบ้านปล้นเมืองโดยมีนักการเมืองหนุนหลัง ท่านประธานครับ แล้วธุรกิจนี้วันนี้ กลุ่มเบดูอิน (Bedouin) ในประเทศอียิปต์เขาวางระเบิดท่อบนบก ปกติธุรกิจลงทุน มีผลกระทบ ธุรกิจอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ต้องแจ้งตลาดหลักทรัพย์ ผมก็พูดในฐานะคนเรียน กฎหมายว่าข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์เขามีไว้ว่าคุณต้องไปแก้ไขให้เรียบร้อยตามข้อบังคับ ข้อ ๓ (๒๕) ปตท. ไปบอกว่าเขาระเบิดบนบก ไม่เกี่ยวกับลงทุนในทะเล ท่านประธานหลับตา ดูสิว่าก๊าซธรรมชาติที่มาบตาพุดเอามาจากไหน ๆ เขาไว้บนบก แล้วก็ขายไป ลงทะเลไป อะไรไป ลงบนบกไป อะไรไป เสร็จเรียบร้อยพวกเบดูอินอาละวาด รัฐบาลอิสราเอลต้องขอ กําลังทหารประเทศอียิปต์ไปดูแลรักษา เสียเวลาส่งแก๊ส ๑ เดือน ทําไม ปตท. ไม่รายงาน ตลาด ก็มันสุมหัวกันหากิน นายอภิสิทธิ์มันเปิดโอกาส ผมมาบอกที่นี่แทนที่จะรู้ดํารู้ดี แทนที่จะบอกว่าลงไปดูสิ ไม่ ก็ใครมันคุม ปตท. โยงใย เขยพรรคประชาธิปัตย์เคยอยู่ พรรคการเมืองร่วมรัฐบาลวันนี้ก็เคยอยู่ แล้ววันนี้ประเทศอิสราเอลเขาค้นก๊าซธรรมชาติ ในทะเลของเขาเจอแล้ว ถ้าเขาค้นแล้วเขาผลิตเอามาใช้ ธุรกิจนี้พังเสียหายหมด เงินพวกคุณ นี่คือเงินภาษีอากรของพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ผมไม่ได้คิดอะไร พรรคเพื่อไทย ก็ต้องปกป้องประโยชน์ประเทศชาติ เอา ปตท. ขึ้นมาหน่อย ไม่นานครับ ออกฤทธิ์เดช หากินกันมาจากประเทศอียิปต์ ผมกล่าวหาได้ไหมว่าที่นายอภิสิทธิ์ไม่แตะต้องเพราะภรรยา นายปิยะสวัสดิ์เป็น ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ผิดหรอกครับ ผมกล่าวหาได้ไหมครับ