สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๔

สุเทพ เทือกสุบรรณ หารือเรื่องการชุมนุมของกลุ่มอนุรักษ์ไทยที่กรุงเทพมหานคร โดยกล่าวถึงการรังควานของกลุ่มนี้ รวมถึงการยิงระเบิดใส่พรรคประชาธิปัตย์ การบุกสภาผู้แทนราษฎร และการไล่ทุบตีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการบุกไทยคมที่ลาดหลุมแก้ว และการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสถานีโทรทัศน์และวิทยุเถื่อน

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานครับ ผมจะใช้ เวลาในสัดส่วนของรัฐบาลในการชี้แจงและอยู่ในกรอบ สมาชิกผู้ฟัง พี่น้องประชาชนผู้ฟัง ก็จะวินิจฉัยได้ว่าผมได้พูดตรงประเด็นหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ ได้ดําเนินการด้วย วิธีการอย่างนี้ รุนแรงขึ้นอย่างนี้ตามลําดับ รังควานคนกรุงเทพมหานคร ดูสิครับภาพอย่างนี้ ที่เห็นแล้วท่านประธานทราบไหม ในรถคันนี้เด็กผู้หญิงเล็ก ๆ คนหนึ่งนั่งอยู่กับคุณพ่อแล้วไป เจอเท้าสกปรกอย่างนี้ครับ เขารู้สึกอย่างไรเขาติดไปอย่างไรนี่คือภาพที่เกิดขึ้นจริง คุณจตุพร ดูไว้ เก็บเอาไว้ในหัวใจบ้าง เวลาไปเดินถนนจะได้ไปเจอคนอย่างนี้ จะได้ยิ้มกับเขาอย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่านี่และที่เขาเรียกว่า กระบวนการดาวฤกษ์ของเขาที่กระจายไปรังควานคนกรุงเทพและผมเรียกว่าดาวมฤตยู กรุงเทพมหานครวุ่นวายโกลาหลกันไปหมดครับ แล้วไม่ใช่เฉพาะเท่านี้ครับ กลางวันทํากับ คนกรุงเทพมหานครอย่างนี้ พอตกเย็นเอาอาร์พีจีมายิงครับ ตอนแรกเราเห็นว่ายิงไปที่ กระทรวงกลาโหม แต่ตอนจับผู้ต้องหาได้บอกว่าตั้งใจจะยิงวัดพระแก้ว ที่คุยว่าเป็นเด็กวัดนี่ ทําอย่างนี้หรือครับ ท่านประธานที่เคารพ แล้วกรณีนี้มีผู้ต้องหามีเรื่องของการดําเนินคดีอยู่ ซึ่งผมจะได้มารายงานต่อไปในโอกาสข้างหน้า นอกจากนั้นยังไปปาระเบิดใส่อาคารของ ป.ป.ช. แห่งใหม่ที่จังหวัดนนทบุรีรังควานหมดเลย ยึดถนนราชดําเนินไปสายหนึ่ง กรุงเทพมหานครจราจรแย่ไปแล้วไม่พอครับ ขยายกิจการไปยึดสี่แยกราชประสงค์ตั้งเวที ปราศรัยตรงกลางสี่แยกเลย แล้วไม่ใช่ชุมนุมเฉพาะสี่แยกครับ ยึดถนนทั้งด้านที่ไปประตูน้ํา ทั้งด้านที่ไปเพลินจิตไปปทุมวัน เมื่อวันที่ ๓ เมษายน กลายเป็นว่าจับคนกรุงเทพมหานคร เป็นตัวประกันไว้ ๒ จุดเต็ม ๆ นี่คือสิ่งที่เขาได้ดําเนินการมาในวันนั้น เราพยายามไปเจรจา บอกว่าเอาสักพื้นที่เถอะครับ เอาสักเวทีเถอะครับ ไม่ยอมครับ การจราจรติดขัดเป็นอัมพาต คนกรุงเทพมหานครไม่สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ เดือดร้อนกันไปหมด คนค้าคนขายไม่ต้อง พูดถึง พี่น้องประชาชนที่อยู่ในละแวกใกล้กับบริเวณราชประสงค์นั้นจะเข้าจะออก ถูกด่านเถื่อนของกลุ่มนายจตุพรตรวจค้น สาหัสครับ นักท่องเที่ยวกระเจิดกระเจิงเสียหายไป จนวันนี้ ท่านประธานที่เคารพ พอถึงวันที่ ๕ เมษายน ตั้งหลักที่ราชประสงค์ได้ นายขวัญชัย ไพรพนา ก็พาพวกบุก กกต. ไปกดดันให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ วันที่ ๖ เมษายน ยิงระเบิด เอ็ม. ๗๙ ใส่พรรคประชาธิปัตย์ วันที่ ๗ เมษายน บุกสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ นี่ครับ ภาพที่บุกสภาผู้แทนราษฎรผมเอามาแสดงให้เห็น สภาซึ่งเป็นที่ทํางาน ของผู้แทนราษฎรทั้งประเทศโดนคนพวกนี้ครับ เห็นไหมครับ เขย่าประตูเข้ามาแล้วครับ บุกเข้ามาจนถึงชั้นที่เป็นที่ประชุมของพวกเรา บุกเข้าไปในห้องอาหาร หวังจะไปจับกุม ผมครับ วันนั้นครับ ทุบตีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของนายกรัฐมนตรี นี่ครับ เขาทําผิด อะไรครับ ทุบตีเสร็จ แย่งปืนเขาไปด้วยครับแย่งแก๊สน้ําตาจากเจ้าหน้าที่ตํารวจที่มา รักษาการ นี่ครับ ใครเข้าไปกีดไปกั้นห้ามไม่ฟังนั่นละครับ ขึ้นมาชั้น ๒ แล้วครับ นี่เป็น เหตุการณ์ที่อัปยศที่สุดที่เกิดขึ้นโดยการกระทําของกลุ่มนายจตุพร นําโดยนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง ท่านประธานครับ พวกผมอดทนอดกลั้น วันนั้นผมต้องปีนบันได ปีนกําแพง สภาออก เดินทางกลับบ้านด้วยเฮลิคอปเตอร์ที่มารับข้างหลัง เพราะว่าล้อมไว้หมดเลย จะล่า ตัวผมให้ได้ ไม่หนําใจครับ วันที่ ๘-๙ เมษายน ยกพวกไปบุกไทยคมที่ลาดหลุมแก้ว เพราะ อะไร ท่านประธานครับ เพราะว่ากลุ่มของนายจตุพรนั้นนอกจากมีชุมนุม มีการก่อเหตุร้าย คู่ขนานกันไปแล้ว ยังทําการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ตั้งสถานีโทรทัศน์เถื่อน วิทยุเถื่อน แล้วก็ ส่งผ่านดาวเทียมไปปลุกระดมให้คนต่างจังหวัดเขาเดือดร้อน ให้เขามาร่วมการชุมนุม แล้วเห็นไหมครับ เจ้าหน้าที่ถูกทุบ ถูกตียับเยินครับ เป็นภาพที่เห็นชัดเจนเลยว่า กลุ่มคนเหล่านี้ได้กระทํากับเจ้าหน้าที่แล้วยึดเอาอาวุธบรรดานี้ครับไป เจ้าหน้าที่มีอาวุธกับ มือพร้อมไม่ได้โต้ตอบ ไม่ได้ทําร้ายประชาชนเลย ภาพที่ประชาชนคนไทยเห็นเจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่งเป็นลูกหลานประชาชนถูกกลุ่มอันธพาลนายจตุพรไล่ทุบไล่ตียับเยินนี่ประชาชนน้ําตาตก จําได้ ท่านประธานครับ ที่เลวร้ายที่สุดก็คือเรื่องวันที่ ๑๐ เมษายน ที่ผมต้องพูดอย่างนี้ ผมเรียนไปถึงพี่น้องประชาชนที่บังเอิญรับฟังอยู่ เมื่อคืนนายจตุพรได้ยกเอาเรื่องของศพต่าง ๆ ที่เสียชีวิตบนถนนราชดําเนินเมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน มาอภิปรายในสภานี้แล้วโยนว่า เป็นความผิดของเจ้าหน้าที่ทหาร ผมจะกราบเรียนให้ท่านประธานได้ทราบว่าถนนราชดําเนิน เป็นถนนสําคัญ ระหว่างกรุงเทพมหานครกับธนบุรีมีสะพานสําคัญ ๒ สะพานที่ประชาชน ใช้สัญจรไปมาในการใช้ชีวิตปกติคือสะพานปิ่นเกล้าและสะพานพระราม ๘ แต่พอกลุ่มของ นายจตุพรมายึดถนนราชดําเนิน สะพาน ๒ สะพานนี้ก็ใช้ไม่ได้ การจราจรผ่าน ๒ แห่งนี้ ก็เป็นไปไม่ได้ สร้างความลําบากยากเย็นให้กับคนธนบุรีแสนสาหัส รัฐบาลเห็นว่าเมื่อกลุ่ม ของนายจตุพรนี้ไปชุมนุมอยู่ที่ราชประสงค์แล้ว ขอคืนถนนราชดําเนินให้ประชาชนเขาได้ใช้ บ้างได้ไหม เจรจาอย่างไรก็ไม่ยอมครับ ในที่สุดรัฐบาลก็ต้องปฏิบัติการไปขอพื้นที่คืน หวังที่จะให้เสื้อแดง กลุ่มแดงมันสั้นเข้าไป คนไปชุมนุมอยู่ที่ราชประสงค์จํานวนมากแล้ว เหลือที่นี่จํานวนน้อย ไม่ต้องยึดถนนราชดําเนินทั้งสาย เข้าไปปฏิบัติการในตอนกลางวันเวลา ประมาณบ่ายโมง แล้วเจ้าหน้าที่ก็ปฏิบัติตามกฎสากล ใช้โล่ ใช้กระบอง ใช้แก๊สน้ําตา ใช้รถฉีดน้ํา ใช้เครื่องขยายเสียง เป็นการปฏิบัติตามกฎใช้กําลังขั้นตอนที่เป็นสากลทุกอย่าง ทุกประการ มาตรการสุดท้ายถ้าถึงตัวก็คือใช้กระสุนยางมีเจ้าหน้าที่ระดับผู้บังคับหน่วยที่ จะต้องมีอาวุธจริงอยู่เพื่อไว้แก้สถานการณ์ในกรณีที่ภัยถึงตัวเท่านั้นแล้วไม่ได้ใช้ การดําเนินการขอพื้นที่คืนของเจ้าหน้าที่ที่ถนนราชดําเนินในวันที่ ๑๐ เดือนเมษายน ในช่วงแรก ดําเนินไปด้วยดีครับ ผลักกันไปผลักกันมา ดันกันไปดันกันมาอย่างนี้ครับ แต่ว่ากลุ่มของ คุณจตุพรก็มาปะทะกับเจ้าหน้าที่ ใช้ไม้หน้าสาม ใช้บันไดไปฝึกซ้อมมาเป็นอย่างดี เจ้าหน้าที่ มีโล่ดัน มีไม้กระบองยาวแค่นี้ แต่กลุ่มคุณจตุพรไปฝึกมาครับ มีบันไดยาว ๒-๓ เมตร จับกัน ข้างละ ๓ คน ๕ คน วิ่งชนเจ้าหน้าที่ล้มระเนระนาด สู้ไม่ได้ เจ้าหน้าที่พยายามที่จะผลักดัน ตั้งแต่บริเวณหน้ากองทัพภาคที่ ๑ หวังว่าจะไปให้ถึงตรงหน้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในที่สุดก็ถูกกําลังของฝ่ายผู้ชุมนุมที่มีมากกว่าดันกลับมาอยู่ที่เดิม ถึงตอนเย็นก็เลิกไปครับ วันนั้นคนที่อยู่ทางบ้านที่ติดตามข่าวก็จะเห็นการดันกันไปดันกันมาที่บริเวณสะพาน มัฆวานรังสรรค์ ถนนราชดําเนินทางด้านนี้ ไม่มีเหตุร้ายแรงเกิดขึ้น ตอนเย็นเราก็สั่งถอย อีกด้านหนึ่งครับ เจ้าหน้าที่ข้ามมาจากสะพานพระปิ่นเกล้า เป็นกองกําลังที่มาจาก ต่างจังหวัด ต้องเอารถเอารา แล้วก็มีอาวุธมาด้วย ใส่มาในรถเพราะเป็นอาวุธประจําหน่วย ไปไหนก็ต้องพาไปด้วย แต่ไม่ได้เอาอาวุธนั้นมาแจกจ่ายให้ทหารเลย ทหารยังคงถือโล่ ถือกระบองเหมือนกับที่ไปปฏิบัติการทางด้านสะพาน มัฆวานรังสรรค์ กลุ่มผู้ชุมนุมก็เข้าไป กลุ้มรุม ปล่อยลมรถ ล้อมรถ ยึดรถ แล้วแย่งเอาอาวุธ ในรถกันไปทั้งหมด เจ้าหน้าที่ไม่ได้ทํา การต่อสู้ ไม่ได้ทําร้ายประชาชนเลยตรงนั้น ยอม แล้วพอตอนเย็นก็ถอย แต่ว่าในส่วนที่ โชคร้ายคือกําลังเจ้าหน้าที่ที่ไปปฏิบัติการที่บริเวณถนนดินสอ สี่แยกคอกวัว บริเวณ หน้าโรงเรียนสตรีวิทยา เข้าไปปฏิบัติการแล้วถูกกลุ่มนายจตุพรปลุกระดมคนมาล้อมหน้า ล้อมหลัง ถอยไม่ได้ พอถึงเวลาตอนเย็นถอนกําลังไม่ได้กลายเป็นเป้าสังหารของกลุ่ม นายจตุพรไป วันนั้นเป็นครั้งแรกที่คนไทยได้เห็นบุรุษชุดดําครับ กองกําลังชุดดําที่พวกของ นายจตุพรได้เตรียมการมาเป็นอย่างดี ถามกันนักกันหนาว่าไหนละชุดดํา วันนี้ผมจะมาแสดง ให้คุณจตุพรดูชัดเจนว่าทั้งหมดนี้เราเห็น เราเก็บภาพไว้ได้แล้วเราเห็น เห็นด้วยครับ ว่ามาเมื่อไร ทําอย่างไร ท่านประธานครับผมขอพักเรื่องวันที่ ๑๐ เดือนเมษายนตรงนี้เพื่อชี้ ที่มาที่ไปของกองกําลังชุดดําให้สภาแห่งนี้ได้ตระหนักและได้เข้าใจ แล้วโปรดพิจารณาว่า ทั้งหมดนี่เป็นเรื่องจริงอย่างที่ผมกราบเรียนหรือไม่ อย่างไร ท่านประธานครับ นี่ครับคือที่มา ของกองกําลังชุดดํา กองกําลังชุดดํานี่มีด้วยกัน ๔ หน่วยครับ หน่วยแรกเรียกว่ากลุ่มนักรบโรนิน กําเนิดโดย พลตรี ขัตติยะ สวัสดิผล เริ่มฝึกครั้งแรกเมื่อวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๕๑ ประมาณ ๘๐ ถึง ๑๐๐ คน ใช้สถานที่ฝึกก็ที่สนามหลวงนี่เองครับ ฝึกการต่อสู้ ตอนแรกก็ใช้ไม้พลอง แทนปืนครับ แล้วกลุ่มคนเหล่านี้ได้มีคนถ่ายรูปเอาไว้ได้ แล้วในที่สุดครับ ออกมาปฏิบัติการ เมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ด้วย คนที่มาปฏิบัติการเมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน แล้วร่วมก่อเหตุรุนแรง ฆ่าเจ้าหน้าที่เราออกหมายจับ จับกุมตัวได้แล้ว ที่บอกว่าอยู่ที่ไหน อยู่นี่ละครับ ชื่อนายสุรชัย เทวรัตน์ หรือนายหรั่ง นายสุขเสก พลตื้อ นายยงยุทธ ท้วมมี หรือบัง นายสมบัติ มากทอง นายศักดา แก้วผูกนาค ทั้งหมดนี้ ๕ คนนี้ถูกจับกุมได้ ดําเนินคดี ท่านประธานครับ รูปที่ ลงมาอยู่ข้างล่าง ตอนนั้นโชว์ฟอร์มครับ ถ่ายรูปหมู่นี่ครับไปถ่ายที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แต่งชุดดํามีผ้าพันคอดําขลิบแดง แต่งตัวอย่างนี้ครับ แล้วที่วง ๆ ไว้นี่คือคนที่มาก่อเหตุ ในวันที่ ๑๐ แล้วรอตามจับกุมตัวได้ นายชยุต ไหลเจริญ นายมงคล สารพัน นายเจมส์ สิงห์สิทธิ์ นายจรัญ ลอยพูล นายอํานาจ อินทโชติ นายมานพ ชาญช่างทอง นายอรรณพ แซ่ตัน ว่าที่ร้อยตรี สุรภัศ จันทิมา ที่มาปฏิเสธตลอดว่าคนชุดดําไม่มีจริง มีครับ มีรูปที่ถ่าย ไว้ได้ตอนฝึก มีรูปที่ถ่ายไว้ได้ตอนมาโชว์ฟอร์มแสดงตัวที่อนุสาวรีย์ แล้วก็มีรูปที่ออกมา ปฏิบัติการเมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ท่านประธานครับ รูปเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าคนเหล่านี้ ได้มีการเตรียมการใช้กองกําลังชุดดํากันมาอย่างจริงจัง ท่านเห็นไหมครับ นี่ครับ ที่ถ่ายรูปอยู่ นี่ครับ ที่ผมพูด นายมงคล สารพัน นายยงยุทธ ท้วมมี นายศักดา แก้วผูกนาค นายจักรชลัช ทั้งหมดอยู่ในรูปนี้เลยครับ ชัดเจนเลยครับ ถ่ายแสดงออกมาเลย โฆษณาจากสื่อถ้าสื่อจํา ไม่ได้ แล้วคนพวกนี้เพิ่งไปก่อเหตุวันที่ ๑๐ เป็นส่วนหนึ่งที่ไปก่อเหตุวันที่ ๑๐ เมษายน เข่นฆ่าทหาร เข่นฆ่าประชาชน ใช้อาวุธอะไร อาวุธอย่างนี้ครับ นี่ครับ ที่ถืออยู่นี่ นี่คือปืนอาก้า ใครที่เคยเห็นปืนจะรู้เลยว่าแมกกาซีนโค้ก ๆ อย่างนี้นี่ละครับคือปืนอาก้า ใช้ทั้งปืนอาก้า ใช้ทั้งปืนเอ็ม ๑๖ ใช้ทั้งระเบิดครับ ท่านประธานที่เคารพ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น ในวันที่ ๑๐ เมษายน เวลานําเข้ามาก็มีรถเอามาส่งครับ รถคันนี้ที่ผมชี้ให้เห็นคือรถตู้ครับ รถตู้คันนี้คนขับคือ นายธนเดช เอกอภิวัฒน์ หรือ ไก่ เป็นคนหนึ่งที่กองกําลังนํากําลังชุดดํา เข้ามาปฏิบัติการในพื้นที่ราชดําเนิน ที่สี่แยกคอกวัว ที่ถนนดินสอ ที่หน้าโรงเรียนสตรีวิทยา ในการเข่นฆ่าประชาชน นี่เป็นชุดแรกที่ผมแสดงใหเห็นก่อน แล้วท่านประธานครับ พอเสร็จ คืนนั้นอาละวาดเสร็จเรียบร้อย ยึดเอาอาวุธยุทโธปกรณ์ของเจ้าหน้าที่ทั้งหมด นี่ครับ เอาไป แสดงบนเวที แล้วพอรุ่งขึ้นคนชุดดํานี้เอาอาวุธเหล่านี้ไปหมดเลยครับ อาวุธที่เอามาใช้ก่อเหตุ ในภายหลังจากวันที่ ๑๐ เมษายน ส่วนหนึ่งเป็นอาวุธที่ยึดเอาไปจากเจ้าหน้าที่อย่าง ที่ผมกราบเรียนนี้ ท่านประธานครับ ภาพเหล่านี้ สิ่งเหล่านี้เป็นประจักษ์พยานให้เห็นว่า กลุ่มกองกําลังชุดดําที่นายจตุพรและคณะปฏิเสธว่าไม่เคยมีนั้น มีจริง ชุดแรกเรียกว่า กลุ่มนักรบโรนิน กลุ่มที่ ๒ ครับท่านประธาน ชื่อว่ากลุ่มเสือดํา นี่เป็นกองกําลังที่เกิดมา จากความคิด ต้นกําเนิดมาจาก พลโท ทวนทอง อินทรทัต และนายอารีย์ ไกรนรา มอบหมายให้ ร้อยเอก สําราญ วาสนาบุญดี นายมนตรี โสเทรพัฒน์ นายสมบูรณ์ ขุนทองชัย หรือกํานันต้อยเป็นผู้ฝึก กองกําลังชุดนี้พัฒนามาจากการ์ดอาสาของคนเสื้อแดง ถ่ายรูป ไว้ครับ มีการฝึกอบรมวิธีใช้อาวุธ ฝึกครั้งแรกฝึกที่จังหวัดที่อุตรดิตถ์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ก่อนที่จะนํามาใช้งานในเดือนเมษายน ๒๕๕๓ นี่ครับ มีนายอารีย์ ไกรนรา กําลัง สอนอยู่ วันมอบประกาศนียบัตร พลโท ทวนทอง อินทรทัต ไปมอบครับ ถ่ายรูปไว้เสร็จ แล้วก็ฝึกที่เขตบางบอน กรุงเทพมหานคร ในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ เช่นเดียวกัน วันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๕๓ นายอารีย์ ไกรนรา ได้เปิดลงทะเบียนกลุ่มการ์ดเพื่อกําหนดยุทธวิธี การวางกําลัง การป้องกัน แล้วก็การปฏิบัติการในเขตกรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ ยังมีกองกําลังชุดดําอีกชุดหนึ่งชื่อว่ากลุ่มสมิงดํา อันนี้เป็นการรวมเอากลุ่มฮาร์ดคอร์บริเวณ ศาลาแดงมาผสมเข้าด้วยกัน พลตรี ขัตติยะ สวัสดิผล เป็นผู้ฝึกยุทธวิธี แล้วแต่งตั้งให้ นายสมพงษ์ บังชม เป็นแกนนํากลุ่ม นายสมพล บังชม เราจับได้แล้วครับ เป็นผู้ต้องหาแล้ว กําลังดําเนินคดีอยู่ มีความสามารถทางการประกอบระเบิด นี่ครับตอนที่เราจับกําลัง ประกอบระเบิดอยู่แล้วมาทําให้ดู เป็นผู้ที่ไปวางระเบิดปฏิบัติการที่ดินแดง ที่พระราม ๔ ที่บ่อนไก่ ที่สวนลุม มีนายกอบชัย บุญปลอด เป็นลูกน้อง มีกลุ่มเสื้อดําชุดเดียวครับ ท่านประธาน ที่พวกผมยังหารูปไม่ได้คือกลุ่มที่เรียกว่ากูคือผู้ชนะ ติดอาร์มเขียนว่ากูคือผู้ชนะ กลุ่มนี้กํากับโดยยงยุทธครับ ผมยังติดตามรายละเอียดไม่ได้ว่าชื่ออะไรบ้าง หน้าตา เป็นอย่างไรบ้าง อันนี้ลึกลับมาก แต่ว่าผมเรียนกับท่านประธานว่ากองกําลังชุดดํามีจริง ทั้งหมดที่ผมพูดนี้เพื่อจะยืนยันให้ท่านประธานได้ทราบว่า