สุเทพ เทือกสุบรรณ กล่าวหาว่ากลุ่มจตุพรมีการวางแผนล่วงหน้าในการสังหารประชาชนและเจ้าหน้าที่ทหารในวันที่ 10 เมษายน และอ้างว่าข้อเท็จจริงที่แสดงให้เห็นว่ากลุ่มจตุพรเป็นฆาตกรตัวจริงที่ได้ไตร่ตรองไว้ก่อนในการฆ่าคนโดยเจตนา นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการดำเนินการของเจ้าหน้าที่และแสดงคลิปภาพเพื่อประกอบการอภิปราย และกล่าวเรื่องเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 เมษายน ที่มีพลทหาร 5 คนเสียชีวิต และคนไทย 20 คนเสียชีวิตด้วย โดยกล่าวหาว่ากลุ่มจตุพรและพวกมีแผนและตั้งใจที่จะก่อเหตุ และไม่กลัวกฎหมาย
ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานอย่างนี้ว่า การฝึกคนชุดดํา กองกําลังชุดดําทั้ง ๓ ชุดนี่ ฝึกมาเพื่อกระทําการรุนแรง แล้วเห็นเจตนาชัดเจนครับ ในบรรดากองกําลังชุดดําที่ฝึกนี่ ผมอยากจะให้ช่วยซูมภาพนี้เสียหน่อยครับ แล้วได้เห็นเจตนาเลยครับ ในแผ่นขาว ๆ ที่มี วงกลมแดง ๆ ให้ไปอยู่ตรงกลาง ๆ ภาพหน่อยนะครับเจ้าหน้าที่ครับ อันนี้ฝึกให้ยิงปืนครับ ฝึกเล็งปืน เขาเรียกว่าศูนย์นั่งแท่น กะให้ยิงหัวคนอย่างเดียวครับ นี่ฝึกกันมาเลย ฝึกเมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๑ ที่ท้องสนามหลวง นั่งมีรูปแปะเป้าเลย นี่คือสิ่งที่เรายึดมาได้ จากผู้ต้องหาที่เราจับกุมตัวได้ เพราะฉะนั้นท่านประธานไม่ต้องตกใจครับว่าเหตุการณ์วันที่ ๑๐ เมษายนทําไมถึงยิงหัวคนได้มากขนาดนั้น ผมให้ท่านประธานลองนั่งนึกดูสิครับว่า คนพวกนี้การ์ดสีดํา กองกําลังสีดํานี้ฝึกที่จะยิงหัวคนมาจะยิงใคร ถ้าจะยิงทหาร ทหารใส่ หมวกเหล็กครับ คนที่เขายิงได้มากที่สุดในวันที่ ๑๐ เมษายน คือประชาชนที่ไม่ได้ใส่ หมวกเหล็ก ท่านประธานที่เคารพ ผมขอให้ท่านสมาชิกได้นึกและไตร่ตรองในข้อเท็จจริงเรื่องนี้ ผมกราบเรียนกับท่านประธานที่เคารพครับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๐ เมษายนนั้น เป็นเหตุการณ์ที่เลวร้าย เป็นฝันร้ายที่สุดของพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ไม่ใช่ เหตุการณ์ที่คนอารมณ์เสียเพราะมาดันกันไปดันกันมาทั้งวัน แล้วเกิดบันดาลโทสะทุบตีกัน หรือทําร้ายกัน แต่เป็นเหตุการณ์ที่มีการวางแผนล่วงหน้าไว้ก่อนเป็นขั้นเป็นตอน มีความ ตั้งใจอยู่ก่อนแล้วว่าต้องให้เกิดการตายกันให้ได้ ต้องให้เกิดการนองเลือดกันให้ได้ ต้องให้เกิด การจลาจลขึ้นให้ได้ในประเทศไทย จึงได้มีการฝึกกองกําลังชุดดําที่ผมเอามาแสดง แล้วเอามา ปฏิบัติการเข่นฆ่าประชาชนและเจ้าหน้าที่ทหารในวันที่ ๑๐ เมษายน ผมเรียนมาถึงตรงนี้ เพื่อที่จะเรียนย้ํากับท่านประธานว่าที่นายจตุพรมากล่าวหาว่าท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และผมเป็นผู้สั่งฆ่า ทหารเป็นฆาตกรนั้นไม่ใช่ ฆาตกรตัวจริงคือท่าน ผมขอใช้คําเดียวกับท่าน ว่าท่านฆ่าคนโดยเจตนาไตร่ตรองไว้ก่อน ท่านบอกว่าท่านเป็นเด็กวัด ท่านเชื่อกฎแห่งกรรม ก็ดูกันว่าใครมันจะใช้กรรม ท่านประธานที่เคารพ ผมไม่ได้ไปกระทําการอย่างที่เขากล่าวหา ผมก็ไม่ต้องกลัว แต่ว่าสิ่งที่มีประจักษ์พยานหลักฐานอย่างที่นี่ ก็ให้พี่น้องประชาชนได้ทราบ ว่ากองกําลังชุดดําของนายจตุพรและพวกได้มีการเตรียมการเอาไว้ก่อนล่วงหน้าตั้งแต่ปลายปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ เอามาใช้หนเดียว ยิงคนที่นางเลิ้งตายไป ๒ คน เจ็บไป ๕ คน แต่วันนั้น ไม่มีใครถ่ายรูปได้ ไม่มีใครคิดว่าคนพวกนี้จะอํามหิตโหดร้ายผิดมนุษย์ขนาดนั้น แล้วเมื่อ ไม่เกิดเหตุ จลาจล ไม่เกิดเหตุวุ่นวาย ไม่ขยายตัวรุนแรงอย่างที่ตั้งเป้า ปี ๒๕๕๓ จึงเอามา เต็มรูปแบบ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะจะกราบเรียนให้ท่านประธานได้ทราบว่า ที่ผมนํามาเสนอ แล้วข้อเท็จจริงที่เอามาแสดงเพื่อประกอบให้เห็นว่ากลุ่มคุณจตุพรนี่ละครับ คือฆาตกรตัวจริง ที่ได้ไตร่ตรองไว้ก่อน ฆ่าคนโดยเจตนา ฆ่าทั้งประชาชน ฆ่าทั้งเจ้าหน้าที่ แล้วก็ฆ่าสื่อมวลชน คุณจะพูดอย่างไรก็ตาม ผมว่าพวกคุณฆ่าผู้สื่อข่าวญี่ปุ่น ผมก็ต้องว่า อย่างนี้ เพราะเมื่อคืนคุณบอกว่าผมเป็นคนทํา แต่ผมพูดอย่างนี้เพื่อให้คนฟังได้ไปชั่งใจ ให้ไป ดูข้อเท็จจริง ท่านประธานที่เคารพครับ วันนั้นที่ผมได้บอกว่ามีการวางแผนเป็นขั้นเป็นตอน ตามลําดับ ผมทบทวนความให้ท่านประธานฟัง ในขณะที่ยังเอาโล่ดันไปเอาโล่ดันกันมา เอาน้ําฉีด เอาแก๊สน้ําตาขว้างไปขว้างมา เวลา ๑๖.๐๐ นาฬิกา มีการโพสต์ (Post) ข้อความ เข้าไปในเว็บไซต์ (Website) ของพลตรี ขัตติยะ ข้อความว่า ต้องขอบใจที่ทหารเลิกยิง ประชาชนด้วยเอ็ม ๑๖ เกมอาจจะเปลี่ยนด้วยประวัติศาสต์ของนักรบพระเจ้าตาก ที่ทนไม่ไหว ต้องเอากระบี่เสียบเอว พวกมึงอยู่ไหนกันหมดไปช่วยประชาชนด้วยโว้ย บอกว่ากูสั่ง เวลา ๑๖.๑๓ นาฬิกา ยังไม่มีการยิงกันเลยแม้แต่นัดเดียว เป็นสัญญาณ เป็นการสั่งการให้กองกําลังที่เตรียมการอยู่ออกปฏิบัติ พอค่ําคืนนั้นก็เกิดเรื่องอย่างที่ ผมกราบเรียนแล้ว เริ่มต้นยิงเฮลิคอปเตอร์ที่ไปโปรยใบปลิว ที่ไปหย่อนแก๊สน้ําตาเพื่อ เปิดทางให้กําลังเจ้าหน้าที่ที่ถูกล้อมอยู่ได้ถอนตัวไปได้ หลักฐานที่ปรากฏกับรอยกระสุนที่อยู่ ในเฮลิคอปเตอร์คือปืนอาก้า เป็นกระสุนอาก้านัดแรกที่ลั่นขึ้นเมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน แล้วก็ เป็นปืนอาก้าที่ไม่มีทหารหน่วยไหนที่เขาไปปฏิบัติการวันนั้นได้ใช้ นอกจากอาก้าที่คนชุดดําถือ ที่ผมแสดงภาพให้ท่านประธานเห็นเมื่อสักครู่ ทั้งหมดนี้เป็นการเริ่มต้นการปฏิบัติการ ตามแผนที่ให้เกิดการนองเลือดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ภาพทั้งหมดที่ผมเอามาแสดงให้ ท่านประธานดูนั้นเป็นภาพที่เราได้มาจากสื่อมวลชนทั้งต่างประเทศและในประเทศอัลจาซีรา ซีเอ็นเอ็น (CNN) เอเชียไทมส์ (Asia Times) ไฟแนนเชียลไทมส์ (Financial Times) และภาพคลิปที่มีผู้สื่อข่าวอิสระเขาทําไว้ได้ จากหลักฐานทั้งหลายเหล่านี้ครับท่านประธาน แสดงให้เห็นชัดเจนครับว่าได้มีการเตรียมการวางแผนเอาไว้ล่วงหน้า และเป็นที่รับรู้กัน ท่านประธานลองฟังคลิปนี้ดูครับ แม้แต่ผู้ชุมนุมบางคนก็รู้อยู่แล้วว่าจะมีกองกําลังชุดดํา ออกมาโจมตีทหาร ผู้ชุมนุมได้รับคําสั่งไว้แล้วว่าให้ทําเป็นไม่รู้ไม่เห็น ใครถามบอกไม่ได้ยิน ท่านประธานดูคลิปนี้นะครับ นี่คือระเบิดที่ขว้างใส่ทหาร นี่ครับ นี่ครับ ผู้สื่อข่าวเห็นไหม ฝ่ายทหารวิ่งกระเจิดกระเจิงไม่รู้โดนลูกหลงไปเท่าไร แล้วเห็นไหมครับ นี่ถือปืนอาก้า นี่แฝงตัวอยู่ในผู้ชุมนุมครับ ชุดดําทั้งนั้น นี่คือของจริง โกหกอย่างไรก็ไม่ได้ ภาพมันออกมา ไม่มีหนังไหนสร้างฉากได้อย่างนี้ ท่านประธานที่เคารพ แล้วท่านประธานคอยฟังเสียงจริง ที่ผู้ชุมนุมเขาพูด ขอเสียงด้วยนะครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)
ท่านประธานครับ นี่คือคลิป นี่คือภาพที่เกิดจากเหตุการณ์จริงที่สํานักข่าวต่างประเทศอัลจาซีรา ซีเอ็นเอ็น เอเชียนไทม์ ไฟแนนเชียลไทส์เขาถ่ายเอาไว้ เป็นภาพที่สลดใจสําหรับพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ เป็นภาพของความกระหยิ่มยิ้มย่องของนายจตุพรและพวกที่ก่อการได้สําเร็จตามเป้าหมาย แต่ว่าสังเวยชีวิตประชาชนผู้บริสุทธิ์ไป ๒๐ คน นายทหาร ๕ นาย ท่านประธานที่เคารพ ท่านจตุพรทวงความยุติธรรมให้กับคนเสียชีวิตหลายคน แต่ผมจะบอกท่านประธานว่ารถตู้ คันนี้ที่ขนเอาคนชุดดําเข้ามาปฏิบัติการ หนึ่งในทีมงานที่มาได้สังหาร พลเอก ร่มเกล้า ธุวธรรม คนที่นายจตุพรพูดถึงเมื่อคืนนี้ ผมจะเรียนกับท่านประธานว่า พลเอก ร่มเกล้า ธุวธรรม หรือวันนั้นชื่อ พันเอก ร่มเกล้า ถูกชิ้นส่วนระเบิดเข้าที่ท้ายทอย แล้วก็ทําลาย เนื้อสมอง แต่ว่าที่น่าเศร้ากว่านั้นท่านประธานครับ เมื่อได้รับบาดเจ็บแล้วทหารเหล่านี้ ไม่สามารถถอนตัวได้ ถูกล้อมปิดอยู่ครับ กว่าจะถึงโรงพยาบาลได้ ๔ ชั่วโมง แล้วก็ไปอยู่ โรงพยาบาลได้คืนกว่า ๆ ถึงเสียชีวิต ผมยังมีข้อติดใจอยู่ตลอดเวลาว่าำคุณร่มเกล้าได้รับการ ขนส่งไปถึงโรงพยาบาลทันเวลาเขาอาจจะไม่เสียชีวิต ผมอยากให้ท่านประธานได้ดูครับ นี่ครับ ทหารที่บาดเจ็บ เราจะพากลับไปรักษาครับ ขนไปนะครับ ถูกกลุ่มของคุณจตุพร ที่ปลุกปั่นกันมาอย่างดี ล้อมทําร้าย ในสนามรบเขายังไม่ทํากันเลยครับ เป็นศัตรูระหว่าง ประเทศในยามสงคราม ไม่ว่าสงครามโลก ครั้งที่ ๑ ครั้งที่ ๒ เขายังไม่ทํากับคนเจ็บอย่างนี้ ให้โอกาสไปโรงพยาบาล คุณจตุพรดูนาน ๆ สิครับ ดูเข้าไปในกมลสันดานด้วยว่า มันเป็นอย่างไร รู้สึกอย่างไรกับภาพที่เกิดเห็น ที่เป็นฝีมือพวกคุณที่สร้างขึ้น ท่านประธาน ดูสิครับ ผมเชื่อว่าคนไทยทั้งหลายเห็นแล้วน้ําตาไหล แล้วไม่มีวันที่จะลืมภาพอย่างนี้ได้ ไม่นึกว่าคนไทยด้วยกันจะอํามหิตกันขนาดนี้ ผมไม่ได้โทษพี่น้องประชาชนคนเสื้อแดง ที่มาชุมนุมแต่ผมโทษบรรดาแกนนําทั้งหลายต้องรับผิดชอบ ดูสิครับท่านประธาน ไม่ได้ไปโรงพยาบาลครับ ไม่ได้ไปโรงพยาบาล ทหารของชาติบาดเจ็บแล้วอยู่อย่างนี้ ถูกตีหมอบลงกับพื้นเลย เดี๋ยวท่านประธานจะได้เห็นภาพ เป็นภาพที่สํานักข่าวต่างประเทศ เขาถ่ายเอาไว้ อนาถใจครับท่านประธาน สลดใจครับ เห็นไหมครับ เจ็บเพราะถูกทําร้าย โดยคนเสื้อดําของคุณจตุพร แล้วจะได้เข้าโรงพยาบาลก็มาเจออย่างนี้ ถ้าพันเอก ร่มเกล้า ธุวธรรม ได้เดินทางไปถึงโรงพยาบาลได้ทันเวลา ผมเชื่อว่าแพทย์โรงพยาบาลพระมุงกฎเกล้า มีโอกาสที่เยียวยารักษาได้ ท่านประธานครับ ผมเห็นใจคนเสียชีวิตทุกคนครับ ครอบครัว ทุกชีวิต แต่ว่าผมก็ต้องทวงความเป็นธรรมจากคุณจตุพรให้กับทหาร ซึ่งเป็นลูกหลานของ คนไทย อย่างเช่น พันเอก ร่มเกล้า และทหารอีก ๔ คนที่เสียชีวิตในวันนั้น คือพลทหาร ภูริวัฒน์ ประพันธ์ ถูกสะเก็ดระเบิด พลทหาร สิงหา อ่อนส่ง ถูกระเบิดที่อกด้านซ้าย สิบโท อนุพงษ์ เมืองอําพันธ์ ถูกระเบิดเหมือนกัน สิบเอก อนุพล หอมมาดี ถูกระเบิด เช่นเดียวกัน ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานให้ได้รู้ ได้ทราบว่า พลเอก ร่มเกล้า ตอนนั้น เป็นพันเอกนะครับ เป็นนายทหารที่มีคุณภาพของกองทัพบก จบนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ ๓๖ แล้วก็เรียนปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตร์ บัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ตําแหน่ง สุดท้ายเป็นรองเสนาธิการกองพลทหารราบที่ ๒ รักษาพระองค์ เป็นราชองครักษ์เวร ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ผมอยากจะให้พวกเราได้นึกถึงทหารเหล่านี้ ผมอยากจะ เรียนกับท่านประธานว่านอกจากเจ้าหน้าที่ทหาร ๕ คน ที่เสียชีวิตแล้ว มีคนไทยที่บริสุทธิ์ อีก ๒๐ คน ต้องเสียชีวิตในเหตุรุนแรงที่กลุ่มของคุณจตุพรและพวกก่อขึ้นในวันนั้น และ นั่นคือรอยร้าวฉานที่คนพวกนี้ได้สร้างขึ้นในประเทศไทย เป็นประวัติศาสตร์ที่เลวร้ายที่ต้อง จารึก แต่ว่าคนเหล่านี้เขามีแผน เขาตั้งใจ เขาไม่กลัวกฎหมายครับ เขาเอาประชาชนเป็นโล่ เป็นเกราะกําบัง วันนั้นท่านประธานครับ วันที่ ๑๐ เมษายน เจ้าหน้าที่ทหารแม้จะมีอาวุธอยู่ กับมือ แต่ว่าไม่กล้าที่จะไปยิงคนเสื้อดํา สู้กับคนเสื้อดําเพราะกลัวถูกประชาชนตาย ตอนที่ยิง ปืนนั้นยิงตอนที่ถอยเพราะถูกรุมตรงนี้ ตอนที่พาคนเจ็บไปโรงพยาบาล ถ้ามีภาพแล้วจะเห็นว่า ยิงแล้วถอย ๆ คนที่เป็นผู้เข้าใจในเรื่องนี้จะเข้าใจได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ปฏิบัติการ ของกลุ่มนายจตุพรและพวก เขาไม่กลัวกฎหมาย เพราะเวลามีอะไรก็ระดมประชาชนมาเป็น เกราะ เหมือนกรณีวันที่ ๑๖ เมษายน นายอริสมันต์ นายสุพร นายพายัพ นายยศวริศ นายวันชนะ ไปพักอยู่ที่โรงแรมเอสซี พาร์ค คนพวกนี้เป็นผู้ต้องหา เป็นผู้ที่ศาลออกหมาย มีหมาย ศอฉ. ไปดําเนินการ เราเอากําลังไปจับกุม ระดมเอาคนเสื้อแดงมารุมล้อม ปลุกระดมคนมา แล้วก็ช่วยให้ไปได้ เจ้าหน้าที่จับไม่ได้สักคนวันนั้น รองผู้บัญชาการตํารวจ นครบาลกลับถูกจับเป็นตัวประกันเสียเอง พามาที่ราชประสงค์ ฮึกเหิมครับ เมื่อฮึกเหิม อย่างนี้ ยึดถนนราชดําเนินได้แล้ว ยึดราชประสงค์ได้แล้วก็ประกาศว่าจะไปยึดสีลม ซึ่งเป็น ย่านการค้าที่สําคัญอีกแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร ต้องการให้กรุงเทพมหานครเป็น อัมพาตโดยสิ้นเชิง ไม่ต้องค้าไม่ต้องขาย ไม่ต้องใช้ชีวิตปกติกัน คนกรุงเทพมหานครอกสั่น ขวัญแขวนหมดครับ เราต้องส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรึงกําลังดูแลอารักขาพี่น้องประชาชนที่สีลม มีประชาชนออกมาสนับสนุนเจ้าหน้าที่ เอาน้ําเอาท่าเอาขนมนมเนยมาให้ คนพวกนี้ โกธรครับ ยิงเอ็ม ๗๙ ใส่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ครับ ซึ่งไม่ได้เป็นคู่ต่อกรกับเขาเลย ยิงไปที่ศาลาแดง ท่านประธานที่เคารพ เมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน บันทึกไว้เลยครับคนพวกนี้ครับยิงเอ็ม ๗๙ ๕ ครั้งใส่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ศาลาแดง โรงแรมดุสิตธานี ธนาคารกรุงศรีอยุธยาซึ่งอยู่ ในย่านนั้น แล้วทําให้คนเสียชีวิต ผมบอกให้คุณจตุพรช่วยจําไว้ด้วยว่าผู้เสียชีวิต จากการยิงเอ็ม ๗๙ ของพวกคุณวันนั้นชื่อนางสาวธัญญานันท์ แถบทอง อายุ ๕๐ ปี เป็นแม่ค้าขายข้าวแกงในซอยศรีเวียง ไม่ทวงความยุติธรรมให้เขาบ้างหรือคุณจตุพร ผมอยากจะกราบเรียนให้ท่านประธานได้ทราบว่าอันนี้เป็นความขมขื่นครับ นี่เป็นสิ่งที่คน พวกนี้จะต้องรับผิดชอบ และไม่เท่านั้นครับเมื่อวานอภิปรายกันเห็นไหมครับ โกรธเคือง เรื่องที่ว่าพรรคการเมืองมายกมือให้ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้เป็นนายกรัฐมนตรี วันนั้น ได้โอกาส ๒๕ เมษายน ไปขว้างระเบิดบ้านนายบรรหาร ศิลปอาชา ถนนจรัญสนิทวงศ์ ยังแค้นไม่หาย ลงคะแนนไปตั้งแต่เมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๑ ได้จังหวะ ไปขว้างระเบิด ใส่บ้านนายบรรหาร มีคนบาดเจ็บ ๑๑ คนครับงานนี้ ท่านประธานที่เคารพ หลังจากนั้น อาละวาดไปทั่วเลยครับ ปิดกั้นการจราจรถนนพหลโยธินขาเข้า แยกวัดพระธรรมกาย ที่คลองหลวง เข้าไปตรวจตั้งด่านเถื่อน ตรวจที่ซอยนั้นซอยนี้ ประชาชนเดือดร้อนไปหมด เคลื่อนขบวนไปปิดที่ตลาดพญาไทแล้วก็ไปปะทะกับเจ้าหน้าที่ วันที่ ๒๙ เศร้าที่สุด ท่านประธานครับ ต้องพูดให้ปรากฏไว้ในที่นี้ น่าอเนจอนาถที่สุดครับวันที่ ๒๙ คุณจตุพรสั่ง การให้นายพายัพบุกโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สถานที่รักษาสมเด็จพระสังฆราชและคนป่วยอื่น ท่านประธานฟังครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)
ท่านประธานครับ นายพายัพมาบอกนายจตุพรว่าที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ที่อาคาร สก. มีทหาร มีตํารวจ ขึ้นไปอยู่ นายจตุพรใหญ่เต็มบรรทัด ลุแก่อํานาจเต็มที่ สั่งบุกโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ท่านประธานครับ ไม่เคยมีปรากฏในยุทธภูมิไหนที่เขาบุกโรงพยาบาลกัน แต่ว่าคนพวกนี้ทํา คนไทยที่เห็นเหตุการณ์นี้เศร้าหมดครับ นี่ครับกําลังบุกโรงพยาบาล ขึ้นไปตรวจค้น แพทย์ พยาบาล บุคลากรกระเจิดกระเจิงหมดครับ คนป่วยอพยพกันวุ่นวายเลย โรงพยาบาลต้องปิด ครับ ที่ผมจะต้องเรียนด้วยความเศร้าใจก็คือว่าคุณจตุพรไม่ควรบอกกับสภานี้เลยเมื่อคืนว่า เป็นเด็กวัด ทําให้ผมต้องไปค้นว่าเป็นเด็กวัดไหน ปรากฏว่าเป็นเด็กวัดบวรนิเวศวิหาร ไปอยู่ กับท่านมหาระแบก ท่านเจ้าคุณระแบก ท่านไม่ทราบนะครับว่าวัดบวรนิเวศวิหารนั้น สมเด็จพระสังฆราชท่านเป็นเจ้าอาวาส แล้ววันนั้นครับสมเด็จพระสังฆราชประทับรักษา ประชวรอยู่ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ คุณจตุพรนี่ครับส่งพวกไปบุกโรงพยาบาล ต้องทูลเชิญ สมเด็จพระสังฆราชเสด็จไปประทับรักษาที่โรงพยาบาลศิริราช วัดไม่เลี้ยงคุณจตุพร เปลืองข้าวสุกไปหน่อยหรือครับอย่างนี้ ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานที่เคารพว่า มันอเนจอนาถครับ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์วันนั้นต้องปิดกิจการครับ ต้องอพยพคนป่วย ทั้งหมดไปอยู่โรงพยาบาลต่าง ๆ ทั้งในกรุงเทพมหานคร และในต่างจังหวัด ไปอยู่ โรงพยาบาลนั้น ๕ คน ๑๐ คน ๒๐ คน เดือดร้อนไปหมดครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ เขาทําได้ทุกอย่าง ทุกประการเลยเพื่อให้เกิด ความจลาจลวุ่นวายขึ้นในแผ่นดินนี้ เพราะฉะนั้นตั้งแต่ในช่วงเดือนเมษายนมาจนถึง วันที่ ๑๙-๒๐ พฤษภาคม คนเหล่านี้ได้กระทําการก่อเหตุร้ายคู่ขนานไปกับเวทีชุมนุม โดยสงบของประชาชนส่วนใหญ่ ผมอยากจะให้ท่านประธานได้เข้าใจว่าเราต้องให้ความเป็นธรรม พี่น้องประชาชนที่มาชุมนุมส่วนใหญ่นั่นเขาไม่เห็นภาพที่คนพวกนี้ไปอาละวาดเข่นฆ่าคนอื่น ข้างนอก เขานั่งอยู่หน้าเวที ก็มาดูนายจตุพรเล่นจําอวดปราศรัยทุกวันทุกเวลา นายอรรถวุฒิ นายยศวริศ ใครต่อใคร เขาไม่เห็นว่าในขณะที่มาปราศรัยพวกนี้ดูด้วยท่าทางเรียบร้อย จริงจัง อีกกลุ่มหนึ่งที่เป็นสมุนบริวารออกไปยิงอาร์พีจี ออกไปยิงเอ็ม ๗๙ เอาเอ็ม ๑๖ เอ็มต่าง ๆ ไปรังควาน ไปใช้ความรุนแรง ไปก่อวินาศกรรม ท่านประธานที่เคารพ ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่านายจตุพรและพวกชอบมาพูดเสมอว่าถ้ากล่าวหาว่า เขามีคนชุดดําจริง เขากระทําความผิดจริง ทําไมไม่เอาหลักฐานมาดําเนินคดี ผมกราบเรียนแล้วว่า บางส่วนที่เราจับได้ มีพยานหลักฐานดําเนินคดีได้ เราดําเนินคดีแล้ว จับกุมเสื้อดําพวกนั้นได้ แล้ว แต่ส่วนใหญ่ที่หลุดไปได้เพราะว่ากล้องมันจับไม่ได้ นายจตุพรก็ท้าว่ากล้องของ กทม. มีมากมาย ไม่เห็นมีสักกล้องทุกเหตุการณ์ มันจะมีได้อย่างไรละครับก็คุณทําลายหมดแล้ว ผมอยากให้ท่านประธานได้ดูครับ นี่คือคลิปที่พวกคุณจตุพรจัดการกับกล้องซีซีทีวีของ กทม. ตรงไหนไปถอดปลั๊ก ไปถอดรื้อแผงออกทํา ตรงไหนทุบได้ทุบ ตรงไหนทุบไม่ได้เอาถุงดําไป คลุม คลุมไม่ได้เสยให้มันเงยขึ้นไปบนฟ้าแล้วไปถ่ายเห็นได้อย่างไร ผมถึงได้บอกว่าคนพวกนี้ ไม่ใช่ผู้ร้ายธรรมดา คนพวกนี้เป็นกระบวนการที่วางแผนกันมาอย่างเป็นระบบ แบ่งงานกันทํา สั่งการกันมาชัดเจน ท่านประธานที่เคารพ ในขณะที่คนพวกนี้ได้ก่อกรรมทําเข็ญ กับพี่น้องประชาชนกรุงเทพมหานคร ไม่เว้นแม้กระทั่งท่านสมเด็จพระสังฆราช พระสงฆ์องค์เจ้า คนป่วย รัฐบาลอดทนครับ แรงกดดันมาจากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศจัดการเสียที เอาให้ เรียบร้อยเสียที ทําให้จบเสียที ทนไม่ไหวแล้ว ๒ เดือนแล้ว ๒ เดือนกว่าแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์พยายามที่จะหาหนทางที่สันติเปิดการเจรจากับคนเหล่านี้ครับ วันที่ ๒๘ มีนาคม ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้นัดเจรจากับกลุ่มแกนนําที่สถาบัน พระปกเกล้า นายจตุพรนี่คนหนึ่งละครับ คุณวีระ มุสิกพงศ์ นายแพทย์เหวง โตจิราการ เป็นตัวแทน ๓ คน ท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ก็ไปกับท่านรองนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์กับคุณชํานิ ศักดิเศรษฐ์ เอาคนที่ใจเย็นไปพูดจาหวังว่าจะหาทางออกกันให้ได้ วันแรกก็ทําท่าว่าจะพอมี โอกาส แต่พอวันที่ ๒ คุณจตุพรได้รับโทรศัพท์สั่งการจากต่างประเทศ ท่าทีเปลี่ยนไปเลยครับ ยกเลิกการเจรจา นายวีระ หมอเหวงจ๋อยไปตาม ๆ กัน วันนั้นได้แสดงให้เห็นว่าผู้นําตัวจริง คือจตุพร พรหมพันธุ์ วันนั้นได้แสดงให้เห็นว่านายจตุพรเหนือนายวีระ เป็นคนลุกขึ้นตัดบท ว่าไม่มีการเจรจากันอีกต่อไป จบแค่นี้ แล้วผู้สั่งการจากต่างประเทศคือ พันตํารวจโท ทักษิณ ก็โทรศัพท์วิดีโอลิงก์มาบอกว่าเป็นไปตามคาดหมายว่าการเจรจาไม่สําเร็จ ท่านประธานครับ ผมจึงอยากจะกราบเรียนให้ท่านประธานเห็นว่าทั้งหมดเป็นไปตามแผน วางแผนเอาไว้ ไม่บรรลุแผน ไม่บรรลุเป้าหมาย ไม่เลิก แผนนั้นไม่ใช่ปรองดอง แผนนั้นไม่ใช่เจรจา เสนออะไรออกไปไม่รับ ตอนแรกที่มาชุมนุมใหม่ ๆ ไม่ใช่มาเรียกร้องประชาธิปไตยครับ มาชุมนุมใหม่ ๆ หลังจากที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองได้ตัดสิน ยึดทรัพย์ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ออกมาครั้งแรกนี่มาคัดค้านศาล ออกมาครั้งแรก ประกาศล้มรัฐบาล ออกมาครั้งแรกโจมตีองคมนตรี ตอนหลังละครับ ค่อย ๆ พัฒนามา เพราะว่าแนวทางนั้นประชาชนส่วนใหญ่รับไม่ได้ก็ปรับไปเรื่อย บอกว่าอยากให้ยุบสภา อยากให้นายกรัฐมนตรีลาออก แล้วเป็นอย่างไรครับ พอท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เสนอ แผนปรองดอง บอกเลยว่าพร้อมยุบสภา จัดการบ้านเมืองให้สงบเรียบร้อย สร้างบรรยากาศ ให้ดีแล้วไปเลือกตั้งกัน ไม่เอา ไม่เอาแบบมีเชิง ออกมาบอกเลยว่าเอาก็ได้แผนปรองดอง แต่ต้องให้รองนายกรัฐมนตรีสุเทพไปมอบตัวก่อน ต้องเดินเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ผมก็ไป มอบตัวครับ ผมไปที่ดีเอสไอ ไปรับข้อกล่าวหาพร้อมที่จะเดินเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ที่คุณจตุพรประกาศว่าพวกผมเอาเปรียบ คุณเป็นผู้ต้องหาผมนี่ไม่ยอมเป็นผู้ต้องหา ไม่ยอม เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ไม่จริง ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องของกระบวนการยุติธรรม มันมีกฎหมาย มันมีวิธีปฏิบัติก็ต้องดําเนินการตามนั้น กรณีของคุณจตุพรผม ขออนุญาตเรียน ท่านประธานเพื่อบันทึกเอาไว้ว่าคุณจตุพรเป็นผู้ต้องหาคดีก่อการร้าย คดีพิเศษที่ ๑๘/๒๕๕๓ นายจตุพร พรหมพันธุ์ กับพวกรวม ๒๖ คนฐานความผิดคือร่วมกันหรือใช้ให้ผู้อื่น หรือสนับสนุนให้มีการกระทําความผิดฐานก่อการร้าย พฤติการณ์แห่งคดี จําเลยเป็นแกนนํา หลักบนเวทีชุมนุมของกลุ่มบุคคลแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือเรียก โดยย่อว่ากลุ่ม นปช. หรือมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่ากลุ่มคนเสื้อแดง ได้ชุมนุมประท้วง โต้แย้ง เคลื่อนไหว เรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภาโดยเร็ว และมีพฤติกรรมในการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย ใช้ความรุนแรงก่อวินาศกรรม มีและใช้อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดในราชการ วัตถุระเบิดในสงครามในการก่อการร้ายหรือตอบโต้เจ้าหน้าที่ทหาร ตํารวจหรือประชาชน ที่อยู่ฝ่ายตรงกันข้าม เพื่อปั่นให้ผู้ชุมนุมกระด้างกระเดื่องให้เกลียดชังรัฐบาลถึงขนาดที่จะก่อ ความไม่สงบ หรือล่วงละเมิดกฎหมายเพื่อบังคับข่มขู่ คุกคาม ต่อต้านหรือปะทะกับเจ้าหน้าที่ ของรัฐมาหลายครั้งหลายหน เช่น เหตุการณ์บุกรุกรัฐสภา บุกรุกสถานีดาวเทียมไทยคม ต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ตํารวจที่โรงแรมเอสซีปาร์ค ปะทะกับเจ้าหน้าที่ทหารที่อนุสรณ์สถาน แห่งชาติ หรือเหตุการณ์ปะทะกับเจ้าหน้าที่ทหารที่สี่แยกคอกวัว หรือบริเวณอนุสาวรีย์ ประชาธิปไตย เผาสถานที่ราชการและเอกชนเผาห้างสรรพสินค้าในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑลและเผาศาลากลางจังหวัดอีกหลายแห่งจนมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ พนักงาน สอบสวนคดีพิเศษรวบรวมประจักษ์พยานหลักฐานเสร็จเห็นว่าสํานวนควรสั่งฟ้อง ส่งเรื่องให้ อัยการ อัยการมีคําสั่งสั่งฟ้องนายจตุพร พรหมพันธุ์ กับพวก ๒๖ คน ตามคดีหมายเลขดํา ที่ ๒๔๒/๒๕๕๓ ท่านประธานครับ การที่จะให้ใครสักคนหนึ่งเป็นผู้ต้องหานี่ไม่ใช่ลุกขึ้นมา กล่าวหากันลอย ๆ ต้องมีการรวบรวมพยานหลักฐานทําสํานวน เจ้าหน้าที่สอบสวนทําเสร็จ แล้วต้องส่งให้พนักงานอัยการตรวจสอบ สํานักงานอัยการตรวจสอบแล้วส่งฟ้องศาล ศาลก็ต้องพิจารณาว่าพอที่จะรับฟ้องหรือไม่ เพราะฉะนั้นการที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายการุณ โหสกุล นายวิเชียร ขาวขํา นายสถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๔ คนที่อยู่ในสภานี้ตกเป็นผู้ต้องหานั้นไม่ใช่เรื่องกลั่นแกล้งของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ไม่ใช่ เรื่องกลั่นแกล้งของพวกผม แต่เป็นเหตุแห่งพฤติกรรมที่คุณได้ทํากันขึ้นมา มีประจักษ์ พยานหลักฐานจนเขารวบรวมเข้าสํานวนส่งฟ้องดําเนินคดีได้ ท่านประธานที่เคารพ เมื่อคืนนี้ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้อภิปรายแล้วได้พูดย้ําเรื่องการเผาห้างเซ็นทรัลเวิลด์บอกว่าเจ้าหน้าที่ เป็นคนเผา ผมขออนุญาตทบทวนเรื่องนี้กับท่านประธานอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่ผมจะทบทวน เรื่องนี้ผมอยากจะให้ท่านประธานได้เสียเวลากรุณาดูคลิปซึ่งเป็นคลิปรายงานข่าวของ สถานีโทรทัศน์ช่อง ๗ สีที่ออกข่าวในวันนั้นเวลานั้น เพื่อที่ท่านประธานจะได้ประจักษ์ด้วย สายตาของท่านเองว่าในวันนั้นจริง ๆ แล้วเกิดอะไรขึ้นที่นายจตุพรมาบิดเบือนว่าเราเผา ห้างเซ็นทรัลเวิลด์ เชิญครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)
ท่านประธานครับ พิธีกร ทั้ง ๒ ท่านนี้ ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับเรา และเป็นบันทึกเทปที่มาจากเหตุการณ์จริง เวลาจริง ในขณะนั้นที่เขาออกอากาศแล้วเขารายงาน สิ่งที่สื่อมวลชนเขารายงานนี้ ตรงกับที่ผม อภิปรายทุกอย่างทุกประการ ณ เวลาที่แกนนําอย่างคุณจตุพร คุณณัฐวุฒิไปมอบตัวแล้ว ยังมีผู้ชุมนุมอยู่ที่บริเวณนั้น แล้วเขาบอกด้วยครับว่ามีคนชุดดําอยู่ตรงนั้น ปฏิบัติการอยู่ ตรงนั้น ที่มาพูดจาเจื้อยแจ้วอยู่ในสภานั้น โกหก ข้อเท็จจริงเป็นอย่างนี้ มันมีเหตุการณ์จริง เกิดขึ้นแล้ว ประวัติศาสตร์จารึกไปแล้ว แก้ไขบิดเบือนไม่ได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนตรงนี้ว่าในการปฏิบัติการเมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ทางเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการตามที่เห็นว่าเหมาะสมและมีความจําเป็นด้วยความรอบคอบ ด้วยความระมัดระวัง เพราะอะไรครับ เพราะว่าตั้งแต่เมื่อวันที่ ๑๓-๑๔ พฤษภาคม เป็นต้นมา เมื่อเราเห็นว่ากลุ่มผู้ชุมนุมนี้ไม่มีทีท่าว่าจะเลิกการชุมนุม ยังคงเดินหน้าที่จะจับเอา คนกรุงเทพมหานครเป็นตัวประกัน ยึดราชประสงค์เอาไว้เป็นฐานที่มั่น ตั้งค่ายประตูรบ ทุกด้าน ทําอย่างไรก็ไม่เลิก รัฐบาลไม่เคยมีความปรารถนาที่จะเข้าไปสลายการชุมนุม ที่จะยกกําลังเข้าไปขับไล่คนออกจากที่ชุมนุม รัฐบาลไม่ทํา ที่ร้ายไปกว่านั้นครับ กลุ่มคน พวกนี้ได้มายึดเอาสวนลุมพินีแห่งนี้เป็นฐานที่มั่นฝึกการทําระเบิด ฝึกผู้ใช้อาวุธรุนแรง แล้วก็ เป็นฐานที่มั่นยิงเอ็ม ๗๙ ใส่บริเวณสีลม ใส่บีทีเอส อาคารดุสิตธานี อาคารอื้อจือเหลียง ฆ่าตํารวจ ฆ่าทหาร ฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์ ก่อกวนจนกรุงเทพมหานครเป็นแดนมิคสัญญี ไปจากจุดตรงนี้ และผมจะกราบเรียนกับท่านประธานครับ ผู้ชุนนุมอยู่ตรงบริเวณ ราชประสงค์ เป็นเครื่องหมายเหมือนกากบาทอย่างนี้ครับ ไม่ใช่อยู่ตรงบริเวณสีแดง อย่างเดียว ยึดทั้งถนนเลย จากถนนปทุมวันถึงเพลินจิต จากประตูน้ําถึงสามย่าน ท่านประธานดูสิครับ นี่ใจกลางกรุงเทพมหานคร เราไม่ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปสลายการชุมนุม สิ่งที่เราทําได้ก็คือว่าไปตั้งด่านสกัด ตั้งจุดตรวจตามจุดสีน้ําเงินรอบ ๆ ๔ ด้านกระจายไป เพื่ออะไรครับ เพื่อไม่ให้ขนอาวุธเข้าไปเพิ่มเติม เพื่อไม่ให้ระดมคนเข้าไปเพิ่มเติม เพื่อจะ ค่อย ๆ กดดันให้คนที่ชุมนุมนั้นกลับบ้าน ทําอย่างนี้ครับ พอทําอย่างนี้ได้ผล คนไม่เพิ่ม ฝ่ายผู้วางแผน ผู้ก่อการร้ายทั้งหลายออกปฏิบัติการเลยครับ ตั้งแต่คืนวันที่ ๑๓-๑๔ พฤษภาคมเป็นต้นมา ส่งกําลังเข้าไปโจมตีด่านต่าง ๆ ที่เราตั้งอยู่ตรงนี้ รอบนี้ ที่โดนหนักที่สุด คือทางด้านถนนพระราม ๔ ทางด้านบ่อนไก่กับทางด้านราชปรารภ ๒ จุดนั้นครับพุ่งเข้าไป โจมตี ไปปะทะเจ้าหน้าที่ทั้งกลางวัน กลางคืน กลางคืนมากเป็นพิเศษ การบาดเจ็บล้มตาย ทั้งหลาย เสียชีวิตทั้งหมด ส่วนใหญ่เสียชีวิตจากตรงนี้ครับ จากบริเวณถนนราชปรารภ เขตมักกะสัน กับที่บริเวณถนนพระราม ๔ ครับท่านประธานผมอยากจะกราบเรียนเพื่อ ขอความเป็นธรรมให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติการที่อยู่ตามด่านทั้งหลายเหล่านั้นว่า ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ ยกกําลังเข้าไปไล่ยิงเข่นฆ่าประชาชน แต่เจ้าหน้าที่อยู่ประจําด่าน ตามจุดสกัดเหล่านี้ แล้วถูก กลุ่มคนชุดดํากองกําลังของท่านบุกเข้าไปโจมตี เขาต้องป้องกันตัว มีการยิงต่อสู้ การปะทะ เป็นอย่างนี้ ๔๐-๕๐ ศพที่เสียชีวิต เสียชีวิตที่นี่ มีรายละเอียดอยู่ ท่านประธานครับ เมื่อเหตุการณ์เป็นอย่างนี้ขืนปล่อยไว้ต่อไปก็ทําให้บ้านเมืองยิ่งเสียหายยับเยินมากขึ้น เป็นปัญหากับความมั่นคงครับ รัฐบาลจึงเพิ่มมาตรการในการกดดันเป็นขั้นเป็นตอนในขั้นแรก ปิดด่านเหล่านี้สกัดอย่างแข็งแรง ไม่ให้ส่งอาหาร แต่เปิดให้คนออกได้ ใครอยากจะกลับบ้าน มีรถบัสมาจอดรอเรียบร้อย แต่เข้าไปใหม่ไม่ได้ ขนอาหาร เข้าไปไม่ได้ ยังไม่หยุดครับ ตัดการสื่อสารโทรศัพท์ ตัดน้ํา ตัดไฟ ไม่ใช่เรื่องทารุณโหดร้ายอย่างที่ท่านว่าต้องการให้ กลับบ้าน พอแล้วที่ได้สร้างความเสียหายยับเยินให้กรุงเทพมหานครนั้นพอแล้ว เหลือจะ ทนทานแล้ว ท่านประธานที่เคารพ ทําเท่านั้นก็ยังไม่หยุด ยังมีกองกําลังที่ตั้งมั่นอยู่ที่สวนลุมพินี ภาพที่เห็นเมื่อสักครู่ เพราะฉะนั้นในวันที่ ๑๙ พฤษภาคม เราจึงจําเป็นที่จะต้องส่งกําลัง เข้าไปกระชับพื้นที่ กระชับวงที่ล้อมอยู่นี่ให้แคบเข้า แล้วกระชับเฉพาะด้านเดียว ด้านถนนพระรามสี่เพื่อที่จะเอาสวนลุมพินีกลับคืนมาให้กับประชาชน ไปจนถึงถนนสารสิน ตรงปลายของเสื้อแดงตรงนี้ครับ ตรงปลายของจุดแดงตรงนั้น ไปแค่นั้นครับ ปฏิบัติการวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ทําเท่านั้น ไม่ได้ไปที่สี่แยก ไม่ได้มุ่งไปหาผู้ชุมนุมเลย ท่านประธานที่เคารพ ที่มีกล่าวหาว่าเอารถเกราะอะไรมาใช้ ใช่ครับ จริงครับ มีบทเรียนแล้ว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดเวลาที่มุ่งจะโจมตีจุดตรวจ จุดสกัด ของเจ้าหน้าที่รัฐต่าง ๆ ท่านมีอาวุธร้ายแรง ท่านมีอาร์พีจี ท่านมีเอ็ม ๗๙ ท่านมีเอ็ม ๑๖ ท่านมีอาก้า พวกท่านฝึกการรบมาอย่างดี เหมือนที่ผมแสดงให้เห็น เราต้องรักษาชีวิตทหาร เราใช้รถเกราะ ไม่ได้เอาอาวุธบนรถเกราะมาไล่ยิ่งประชาชน ใช้เพียงแค่เป็นเครื่องกําบัง ทหารของเราจะได้เดินบังรถเกราะเข้าไปให้รอดพ้นจากการถูกทําร้ายของท่าน แล้วก็ได้อาศัย รถเกราะนี่ละครับ ได้พังทําลายป้อมปราการทั้งหลาย ยางรถยนต์ ค่ายไม้ไผ่ ระเบิดแก๊ส ถังแก๊สที่ท่านวางเตรียมเอาไว้เพื่อความปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่ ผมอยากจะเอาภาพ เหล่านี้มาให้พี่น้องประชาชนได้เห็น แล้วเห็นไหมครับการทํางานของเจ้าหน้าที่ มีทั้งสื่อมวลชนชาวไทย ชาวต่างประเทศ ติดตามทํางานอยู่ตลอดเวลา เป็นไปโดยเปิดเผย เจ้าหน้าที่ถูกยิง สื่อมวลชนยังมาช่วยหามเลยครับ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงครับท่านประธาน ที่เคารพ ผมเอามาแสดงให้เห็น ท่านพยายามวาดภาพให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นผู้ร้าย เป็นยักษ์เป็นมาร นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เป็นฆาตกร คนนี้ตายครับ ทหารคนนี้พอออกจาก ข้างรถเกราะก็ถูกระเบิดเอ็ม ๗๙ นอนกองอยู่กับชาวต่างประเทศข้าง ๆ คนต่างประเทศ ไม่ตายแต่ทหารเราคนนี้ตายครับ โดนยิงที่บริเวณข้างสวนลุมพินี ตรงอาคารบางกอกเคเบิ้ล เมื่อเวลา ๑๑.๔๕ นาฬิกา อย่างนี้มาบอกว่าฝีมือนายอภิสิทธิ์ ฝีมือนายสุเทพมันก็ใจดําเกินไป ไหมครับนายจตุพรครับ ผมอยากจะกราบเรียนให้พี่น้องประชาชนได้เห็นของจริง แล้วก็พอเราได้พื้นที่สวนลุมพินีจนถึงถนนสารสินเรียบร้อย กําลังทั้งหมดก็หยุดอยู่แค่นั้น วันนั้นจับกุมผู้ที่กระทําความผิดที่ทําร้ายเจ้าหน้าที่ที่ยิงเจ้าหน้าที่ได้ ๒๔ คน เมื่อวันที่ ๑๙ แล้วเราหยุดอยู่ตรงข้างบางกอกเคเบิ้ล ตรงนั้นละครับเราสูญเสีย เจ้าหน้าที่ทหารถูกยิง ผู้สื่อข่าวถูกยิง ประชาชนโดนลูกหลง เสียชีวิตกันตรงนั้น ผมเรียนกับท่านประธานครับว่า วันนั้นจริง ๆ แล้วในการปฏิบัติการเมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม มีคนเสียชีวิตจริง ๆ ๖ คน นับรวม ๒ คนที่เสียชีวิตมาก่อนตอนที่เราเข้าไปถึงตอนเจ็ดแปดโมงเช้าเห็นนอนอยู่แล้วที่ ข้างเต๊นท์ที่สวนลุมพินีเลือดแห้งหมดแล้ว ๒ คนด้วย แล้วก็มีทหารเสียชีวิต มีผู้สื่อข่าว เสียชีวิต แล้วก็มีฝ่ายเสื้อดําเสียชีวิตอีก ๒ คน ๖ คนเท่านั้น ที่ไปวาดภาพใหญ่โตว่า วันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๓ รัฐบาลส่งกําลังทหารเข้าไปบดจี้สลายการชุมนุมนั้นโกหกใส่ร้าย ไม่จริง ปฏิบัติการวันนั้นนี่ผมถือว่าเขาทําด้วยความรอบคอบ ด้วยความรัดกุม ด้วยความ ระมัดระวังตามสมควรแก่เหตุการณ์ ผมให้ความเห็นใจเจ้าหน้าที่ที่บาดเจ็บ ที่เสียชีวิต เป็นความสูญเสียที่น่าเสียใจเป็นอย่างยิ่ง เรื่องเผาเซ็นทรัลเวิลด์ผมไม่พูดถึงแล้วเพราะว่า พูดชัด ยืนยันว่าทหารไม่ได้ทํา ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ทํา ไม่มีเหตุจูงใจให้ทํา แต่ผมจะพูดสักนิดหนึ่ง ก็ได้ครับว่าเรื่องที่เผานี่ ที่พูดกันมากแล้วมาโยนความผิดให้นี่ แท้ที่จริงแล้วนี่เป็นเรื่องที่ กลุ่มของคุณจตุพรและพรรคพวกวางแผนไว้ก่อน พูดไว้ก่อนแล้วครับ ปลุกระดมไว้ก่อนแล้วว่า ถ้ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นให้เผาทันที พูดไว้แล้วครับ คุณอริสมันต์บอกคนที่มาชุมนุม ที่มาจากต่างจังหวัดว่าให้เอาน้ํามันมาคนละ ๑ ลิตร เอามาทําอะไรครับ เอามากินต่างน้ําหรือน้ํามัน ถ้าไม่เอามาเผาเมือง เอามาทําไมที่กรุงเทพมหานคร คุณจตุพรเองก็พูด คุณณัฐวุฒิก็พูด คุณทักษิณ ชินวัตร ก็พูด ไหนลองเอาคลิปที่คนเหล่านี้พูดมาเปิดให้ฟังกันหน่อยดีไหมครับ ท่านประธานว่าเขาพูดกันว่าอย่างไร
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปเสียง)
“ถ้ารู้ว่าเขาจะปราบปรามไม่ต้องเตรียมอะไรมาก มาด้วยกัน ขวดแก้ว คนละใบ มาเติมน้ํามันเอาข้างหน้า บรรจุให้ได้ ๗๕ ซีซี ถึง ๑ ลิตร ถ้าเรามาล้านคน ในกรุงเทพมหานคร มีน้ํามันล้านลิตร รับรองว่า กทม. เป็นทะเลเพลิงอย่างแน่นอน การต่อสู้ ของคนเสื้อแดงแบบง่าย ๆ อย่างนี้”
เอาคลิปต่อไปครับ ฉายเป็น ชุดเลย ให้เห็นกันให้ชัด ๆ ให้จะ ๆ วางแผนกันมาชัดเจน
“ดังต่อไปนี้ให้ไปรวมตัวที่ศาลากลาง รอเวลามีการปราบเมื่อไรตัดสินใจได้ ทันที”
นี่คุณจตุพรพูดเองครับ
“ทุกจังหวัดให้ไปศาลากลาง ฟังสัญญาณจากที่นี่ จอมืดเมื่อไรแปลว่า ได้มีการปราบแล้ว พี่น้องใช้ดุลยพินิจจัดการได้ทันที”
ท่านจตุพรคงจํารูปตัวเองได้ จําเสียงตัวเองได้ ผมไม่ได้ตัดต่อแน่นอน นัดหมายประชาชนไว้เลยว่าให้ไปที่ศาลากลาง จัดการทันที ไปถูศาลากลางหรือครับ ที่สั่งไว้นั้นปฏิเสธว่าจะไปถูศาลากลางหรือครับ ท่านประธานที่เคารพ สั่งให้เอาน้ํามันมาล้านลิตรให้กรุงเทพมหานคร เป็นทะเลเพลิง สั่งให้ คนอยู่ต่างจังหวัดไปศาลากลาง แล้วฟังณัฐวุฒิครับ
“ตูม ตูม ตูม คนเสื้อแดงวิ่งเข้าเกษร วิ่งเข้าเซ็นทรัลเวิลด์ วิ่งเข้าพารากอน วิ่งเข้าโรงแรมแถวนี้ ที่ผมพูดอย่างนี้ ๒-๓ คืนนี่ นายทหารแตงโมเขาโทรมาบอกว่าได้ผลมาก นะ เขาบอกว่าสิ่งที่ผมพูดเรื่องการตกใจ มีผลทําให้คนพวกนั้นเปลี่ยนแผนในการ เข้าปราบปรามที่นี่นะครับ เพราะเขากลัวเราตกใจ แต่ที่ผ่านฟ้ามันหาที่ตกใจยากอย่างไรครับ ที่ผ่านฟ้าถ้าตกใจเข้ากองสลาก อภิสิทธิ์ก็เห็นว่าเป็นหน่วยงานของรัฐจัดการได้ ถ้าตกใจ เข้าร้านรวงอะไรที่ไหนมันไม่เหมือนแบบนี้ แต่ถ้าตกใจเข้าห้างแถวนี้ ห้างแถวนี้พรรคพวกเดียว กับอภิสิทธิ์ทั้งนั้นก็เลยกลัวครับ กลัวชาวบ้านจะตกใจ แล้วของเราเท่าที่ผมฟังดู เช็กกระแสอาการตกใจแนวโน้มที่จะเป็นมีหลายอาการครับ บางคนตกใจแล้วชอบวิ่งไปหา กระเป๋าแบรนด์เนมก็มี บางคนเวลาตกใจชอบวิ่งไปร้านเครื่องประดับ ร้านเครื่องทอง เครื่องเพชรก็มี บางคนเวลาตกใจชอบขับรถเข้าไปในห้างก็มี บางคนเวลาตกใจจุดไฟขึ้นมา ดื้อ ๆ ก็มี ทั้งหมดทั้งหลายที่ผมพูดมาจะไม่เกิดขึ้นเลยถ้าไม่ตกใจ”
ท่านประธานครับ ไม่มีอะไร ดีกว่าเอาข้อเท็จจริงมาตีแผ่ ปลุกระดมกันอย่างนี้ ๒ ปีกว่า ย้ําแล้วย้ําเล่า บอกไว้เลยว่า ถึงเวลาให้เผา เผากรุงเทพมหานคร เผาศาลากลาง เผาย่านราชประสงค์ แล้วฟังผู้บงการใหญ่ เขาสั่งสิครับ เขาพูดว่าอย่างไร
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)
“บอกคนเสื้อแดงทั่วประเทศครับ อีกครั้งหนึ่งครับว่าถ้ามีอะไรเกิดขึ้น เมื่อเขาแรงกับพี่น้องเสื้อแดงที่กรุงเทพมหานคร พี่น้องเสื้อแดงต่างจังหวัดให้ไปที่ศาลากลาง กันให้เต็มที่ พี่น้องเสื้อแดงทั่วโลก พี่น้องเสื้อแดงที่อยู่ทั่วโลกในสหรัฐอเมริกา ไม่ว่าจะเป็น ชิคาโก แอลเอ ซานฟรานซิสโก นิวยอร์ค ขอให้ไปที่สถานกงสุลหรือสถานทูตใกล้ที่ไหน ไปที่นั่นครับ”
ท่านประธานครับ เหมือนกันเลยครับ ลูกพี่ลูกน้องมาอีหรอบเดียวกันเลย ชวนคนไปถูศาลากลางด้วยกันทั้งนั้น ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานครับว่านี่คือข้อเท็จจริง นี่คือแรงบันดาลใจ นี่คือสิ่งที่ได้ ปลุกระดมกันเอาไว้ บอกเลยครับว่าตกใจแล้วให้เผา ตกใจแล้วให้ปล้น ตกใจแล้วให้ขโมย สินค้าแบรนด์เนม (Brand name) แล้วเป็นอย่างไรครับ มีคนเผาศาลากลางไป ๔ แห่ง จังหวัดอุดรธานี จังหวัดขอนแก่น จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดอุบลราชธานี ผู้ต้องหาถูกจับ คนสั่งการไปช่วยเขาไหมครับ แล้วเป็นอย่างไรครับ คนที่บุกเข้าไปปล้นขโมยทรัพย์ ที่ราชประสงค์ถูกจับดําเนินคดี ช่วยเขาไหมครับ ผมกราบเรียนกับท่านประธานว่า ผมอยากจะขอความเห็นใจให้กับพี่น้องประชาชนที่มาชุมนุม มาฟังทุกวัน ๆ ทั้งวันทั้งคืน ตลอดทั้ง ๓ เดือน ๕ เดือน มันขึ้นครับ เห็นว่าไม่ยุติธรรมจริง เห็นว่า ๒ มาตรฐาน เห็นว่า ถูกเอาเปรียบ ท่านประธานครับมีอารมณ์ คนพวกนี้มีความชํานิชํานาญ มีความถนัดที่จะ ปลูกฝังให้คนเคียดแค้นชิงชังกันในชาติ ลุกขึ้นทําร้ายกันเองอย่างภาพที่ผมเอามาให้ดูทั้งหมด อันนี้เป็นมืออาชีพของคนเหล่านี้ครับ รับจ้างทํางานอย่างนี้ ดูสิครับทรัพย์สินที่ขโมยไป แล้วถูกจับดําเนินคดีหมดครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะกราบเรียนกับ ท่านประธานว่าทั้งหมดทั้งหลายทั้งปวงที่ผมกราบเรียนมานี้ ไม่ใช่เรื่องอุบัติเหตุ แต่เป็นเรื่อง ที่วางแผนกันมาก่อนแล้วทั้งสิ้น แม้แต่ในสถานที่ชุมนุมครับ ที่ชุมนุมกันที่สะพานผ่านฟ้า ลีลาศก็ดี ที่ราชประสงค์ก็ดี มีการวางแผน มีการจัดกําลังเป็นกระบวนการ ท่านประธานดู ชาร์ทที่ผมเอามาให้ดูครับ นี่เป็นการจัดกําลังที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศครับ ที่ราชดําเนิน มีการจัดตั้งหัวหน้าการ์ด ๑๑๑ คน ใช้การ์ดทั้งหมด ๓๐๗ คนครับ มีการวางแผนแบ่งกันเลย ว่าคุณหมอเหวงอยู่ตรงนี้ นายขวัญชัย สาราคํา อยู่นี่ นายจํารูญศักดิ์ จันทไมย อยู่นี่ พวกคน เหล่านี้ที่ผมเอามานี่ มีหมายจับเป็นผู้ต้องหาทั้งหมด สั่งการกันมาเป็นขั้นเป็นตอน ปฏิบัติการ เลย แล้วมีตั้งจุดสกัด ๓๖ จุดรอบบริเวณเวทีที่ปราศรัยที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ พอมาที่ ราชประสงค์ยกระดับ เที่ยวนี้แทนที่จะให้มีหัวหน้ากํากับเป็น ผบ. ร้อย ขยับขึ้นเป็นลักษณะ ผบ. พัน มีผู้ควบคุม ๒๓ คน มี ผบ. ร้อยอีก ๘๗ คน เพิ่มกําลังเป็น ๓,๒๔๒ คน ท่านประธาน เห็นไหมครับ เตรียมตั้งป้อมสู้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างเต็มที่ พร้อมที่จะให้เกิดการนองเลือด ให้เกิดการปะทะ แล้วการ์ดกองกําลังชุดดําที่ว่านั้นฝึกมาเหมือนที่ผมแสดงให้ท่านประธานดู ทุกอย่าง ท่านประธานครับ ทั้งหมดนี้ระหว่างที่มีการชุมนุมใหญ่ ระหว่างที่มีการเคลื่อนไหว ทั้งหมดได้วางแผนเป็นฝักเป็นฝ่าย มีฝ่ายยุทธศาสตร์ มีฝ่ายการเมือง มีฝ่ายการเงิน มีฝ่ายวิชาการ มีชื่อหมด มีหน้ามีตา นี่ผมกราบเรียนกับท่านประธาน หลายคนก็เป็นผู้แทนราษฎร ผมเรียน กับท่านประธานว่า เขาทํากันมาอย่างนี้ตลอด ผมเรียนกับท่านประธานว่าเขาทําทําไมครับ ท่านประธานครับ เขาทําเพื่อที่จะให้เกิดเหตุจลาจลนองเลือดในประเทศไทย วันนั้นต้องการ นองเลือดครับ เขายกรูปแบบที่เคยเกิดเหตุการณ์เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี ๒๕๓๕ มาเป็น ตัวตั้ง แล้วพยายามสร้างสถานการณ์ให้เกิดเหตุจลาจลนองเลือดแบบปี ๒๕๓๕ หวังจะให้มี คนลงมายุติเรื่อง จะได้เจรจาต่อรองให้ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร ได้กลับประเทศไทย โดยไม่ต้องติดคุก ให้ได้ทรัพย์สินทั้งหมดคืน เหตุผลอื่นเอามาบังหน้า เอามาหลอกล่อ ประชาชนและสาธารณชนทั้งสิ้น เพราะถ้าเป็นเหตุผลเพื่อประชาธิปไตยเพื่อหวังจะให้มีการ เลือกตั้งใหม่ต้องรับข้อเสนอปรองดองของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ไปแล้ว ป่านนี้เลือกตั้ง กันแล้ว ป่านนี้ตั้งรัฐบาลใหม่แล้ว แต่ว่าท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะขอถือโอกาสนี้ กราบเรียนว่าวันนี้ก็ไม่สายครับ มาพูดความจริงกัน แล้วมาปฏิบัติการกันตามความจริง อย่ามาโกหกกัน เหมือนที่มาโกหกกลางสภาว่า ๖ ศพนั้นไม่มีใครมีเขม่าดินปืนเลย ผมบอกแล้วว่า เจ้าหน้าที่เขาตรวจสอบเสร็จ มีหลักฐาน มีเขม่าดินปืนแน่นอน ๒ ศพ เหมือนที่บอกว่านาย สายชลไม่ใช่โดนข้อหาวางเพลิง โดนข้อหาอื่น ผมยืนยัน มีหลักฐานพิสูจน์ได้ เหมือนกับที่ ท่านเอาสํานวนของดีเอสไอมาอ่าน แล้วก็บอกว่ามีพยานให้การว่า เห็นเจ้าหน้าที่อย่างนั้น อย่างนี้ ฆ่าประชาชนอย่างนั้นอย่างนี้ โกหกครับ ไม่จริง ท่านพูดผมก็ไปค้นข้อมูลครับ ผมก็ไป ดูคําให้การของพยานทุกปากที่คุณจตุพรเอามาอ้างถึงตามเอกสารดีเอสไอนั้น ไม่ปรากฏว่า มีพยานปากใดเลยที่ระบุว่าผู้ยิงใส่ประชาชนเป็นทหาร เป็นเจ้าหน้าที่ ไม่มีพยานปากใดเลย ครับระบุว่าทหารฆ่าประชาชน มันเป็นเพียงการอ้างเอกสารของดีเอสไอเพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ อ่านแทบตายเมื่อคืน เกือบ ๓ ชั่วโมงฟังอยู่ ความจริงไม่มีสาระส่วนใดของเอกสารดีเอสไอ เลยครับที่จะบอกว่าทหารยิงประชาชน ความจริงก็คือว่าทหารยิงใส่คนร้าย คนร้ายชุดดําของ คุณที่เข่นฆ่าประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐอยู่ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาต กราบเรียนสรุปกับท่านประธานว่าเหตุการณ์ที่ผ่านมาที่เป็นฝันร้ายของเราทั้งหมดนั้น เป็นการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนที่มีผลประโยชน์แอบแฝง สร้างการเคลื่อนตัวของ ภาคประชาชนให้ดูเป็นมวลชนใหญ่ เพื่อแสวงหาประโยชน์ แล้วก็บิดเบือนไปจาก ความต้องการของคนส่วนใหญ่ สร้างเครือข่ายบิดเบือนข้อมูลข่าวสารให้สาธารณชนเข้าใจว่า รัฐบาลชุดนี้บริหารประเทศโดยไม่ชอบธรรม ไม่เป็นประชาธิปไตย หาว่ารัฐบาลมา โดยไม่ถูกต้อง ทั้ง ๆ ที่รัฐบาลนี้ก็มีที่มาเช่นเดียวกับรัฐบาลชุดก่อน คือรัฐบาลของนายสมัคร และนายสมชาย คือมาจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ เช่นเดียวกัน เลือกนายกรัฐมนตรีในสภาแห่งนี้ตามมาตรา ๑๗๒ โดยเปิดเผยเช่นเดียวกัน กระบวนการ ขั้นตอนการเข้าเป็นรัฐบาลจึงชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญทุกอย่าง คนกลุ่มนี้ตั้งโรงเรียนปลูกฝัง อุดมการณ์และความคิดในการต่อต้านระบอบการปกครองกระจายไปตามหมู่บ้าน ตามชนบทต่าง ๆ ซึ่งเป็นอันตรายต่อบ้านเมืองอยู่ในขณะนี้ คนเหล่านี้ได้กระทําการ ที่กระทบกระเทือนจิตใจของพี่น้องประชาชนคนไทย กระทบที่รักที่เทิดทูนของคนไทย คนเหล่านี้ได้กระทําการเพื่อที่จะล้มล้างรัฐบาล ขัดขวางการทํางานของรัฐบาล ปิดล้อม ทําเนียบรัฐบาล กดดันองค์กรอิสระไม่ให้รัฐบาลทํางานบริหารราชการแผ่นดินได้ แม้กระนั้นรัฐบาลก็ได้แก้ปัญหาด้วยความอดทน จนกระทั่งสามารถผลักดันนโยบายที่เป็น ประโยชน์ให้กับประเทศชาติกับประชาชนได้ คนเหล่านี้ได้ดําเนินการก่อการร้ายด้วยอาวุธ สงคราม ก่อวินาศกรรม โจมตีด้วยอาวุธสงครามต่อเป้าหมายที่เป็นสัญลักษณ์ของรัฐบาล และต่อภาคธุรกิจที่คนกลุ่มนี้คิดเอาเองว่าสนับสนุนรัฐบาลเหมือนที่เขาพูดในซีดีเมื่อสักครู่ คนเหล่านี้ได้สร้างความหวาดกลัวในหมู่ประชาชน ไปวางระเบิดในที่ต่าง ๆ เช่น ที่โรงเรียน ติณสูลานนท์ จังหวัดขอนแก่น วางระเบิดหลายแห่งที่จังหวัดเชียงใหม่ ยิงระเบิดเอ็ม ๗๙ เข้าใส่กรมทหารราบมหาดเล็กรักษาพระองค์ ขว้างระเบิดหน้าบ้านอดีตนายกรัฐมนตรี บรรหาร ศิลปอาชา ขว้างระเบิดหน้าธนาคารกรุงเทพ ธนาคารต่าง ๆ เผาที่ทําการรัฐบาล เผาสํานักงานธุรกิจของเอกชน กิจการค้าของเอกชน คนเหล่านี้ชักนําชาวต่างประเทศ ให้เข้ามาก้าวก่ายกิจการภายในของประเทศไทย บิดเบือนข้อมูลข้าวสาร แสดงออก เพื่อทําลายภาพพจน์ของประเทศ ลดความน่าเชื่อถือของรัฐบาล ก้าวก่ายการตัดสินใจ ของรัฐบาลอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐบาลพยายามที่จะ ยึดมั่นเคารพสิทธิเสรีภาพ การแสดงออกของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ แต่ว่าถ้าเรื่องไหน ที่เห็นว่าเป็นปัญหาเดือดร้อนของประชาชนก็แก้ไขให้ ดําเนินการให้ เช่น เรื่องปัญหา ความเหลื่อมล้ําทางสังคม ปัญหาความเดือดร้อนเรื่องของราคาพืชผล ทําได้สําเร็จ แต่เรื่องความขัดแย้งทางการเมืองแม้จะได้พยายามแล้วทุกอย่างทุกประการในการคลี่คลาย หากไม่ได้รับความร่วมมือจากคนเหล่านี้ไม่มีทางที่จะทําได้ ผมเรียนย้ํากับท่านประธาน ที่เคารพครับว่าเหตุการณ์ทั้งหมดทั้งหลายที่เกิดขึ้นมานี้มาเพราะคนคนเดียว พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ถูกตัดสินจําคุก ถูกยึดทรัพย์ นี่เป็นสาเหตุที่มาของเรื่องราว ทั้งหลาย และเป็นเหตุของกระบวนการทั้งหมด คนเหล่านี้จึงได้พยายามที่จะเคลื่อนไหว โดยอ้างกฎหมายรัฐธรรมนูญเรื่องการชุมนุมโดยสงบและสันติ แล้วกระทําเหตุรุนแรงคู่ขนาน กับการชุมนุมอย่างที่ผมได้กราบเรียนมา ไม่ว่าเหตุการณ์วันที่ ๗ เมษายน วันที่ ๙ เมษายน วันที่ ๑๐ เมษายน วันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๕๓ หรือแม้กระทั่งในช่วงวันที่ ๑๓-๑๙ พฤษภาคม และเหตุการณ์วันที่ ๑๙ พฤษภาคม ผมกราบเรียนกับท่านประธานที่เคารพครับว่ารัฐบาลได้ แก้ไขปัญหาทั้งหลายทั้งปวงด้วยความอดทนและใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ ศาลแพ่งได้มีคําสั่ง ว่าการกระทําของผู้ร่วมชุมนุมที่เป็นการปิดกั้นกีดขวางการใช้เส้นทางคมนาคมและการใช้ ยานพาหนะของประชาชนทั่วไป เป็นการสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน กระทบต่อ ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพในการชุมนุมเกินกว่าขอบเขตของ รัฐธรรมนูญ เป็นการกระทําที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย นี่ชัดเจนครับท่านประธานครับ พฤติกรรมทั้งหมดของเขามีคําวินิจฉัยของศาล รัฐบาลก็ได้ใช้อํานาจตามกฎหมาย คือตาม พระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ออกประกาศ สถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล และจังหวัดใกล้เคียง แล้วก็แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ไปปฏิบัติงาน ดําเนินการตามหลักสากลทุกประการอย่างที่ผม กราบเรียนให้ทราบ ที่ผมพูดมาทั้งหมดทั้งหลายเหล่านี้ท่านประธานครับ นอกจาก จะกราบเรียนกับท่านประธานแล้ว ผมอยากจะกราบเรียนไปถึงคุณจตุพรและนายของ คุณจตุพรว่าถ้ารักบ้านรักเมืองรักประเทศชาติรักประชาชน วันนี้ไม่สายที่จะมาร่วมมือกัน รัฐบาลเปิดโอกาสให้แล้วครับ ท่านนายกรัฐมนตรีประกาศวันเวลาแน่ชัดแล้วว่าจะมีการยุบสภา เลือกตั้งใหม่ เริ่มต้นกันใหม่ มาสิครับ มาต่อสู้กันตามแนวทางประชาธิปไตย เดินในแนวทาง ประชาธิปไตยให้ถูกต้อง ท่านเป็นพรรคการเมือง ผมเป็นพรรคการเมือง ไปหาเสียงแข่งขันกัน มีนโยบาย มีแนวทางอย่างไรก็ไปเสนอกับประชาชน พี่น้องประชาชนตัดสินใจเลือกใคร เข้ามา ท่านก็เข้ามาดูแล มีอํานาจบริหารราชการบ้านเมือง ถ้าพี่น้องประชาชนชอบท่าน เชื่อท่าน ศรัทธาท่าน เลือกท่านเข้ามาเกินครึ่งในสภานี้ท่านก็ตั้งรัฐบาล ท่านก็มีเสียงข้างมาก ท่านจะออกกฎหมายใหม่นิรโทษกรรมให้พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ทั้งหมดก็ได้ พวกผม ก็นั่งดูตาปริบ ๆ ท่านเคยทํามาแล้ว ไม่มีปัญหาอะไร ทําไมไม่สู้อย่างนี้ แต่นี่ท่านเอาเปรียบ นี่ครับ ท่านเล่นมีทั้งพรรคการเมือง ท่านเล่นทั้งไปสร้างมวลชนปลุกระดมเอาไว้ ท่านเล่น ทั้งกองกําลังติดอาวุธ อย่างนั้นมันไม่ใช่วิธีการต่อสู้ตามระบอบประชาธิปไตย ท่านประธาน ที่เคารพ ผมอยากจะถือโอกาสนี้กราบเรียนกับท่านประธานครับ