จตุพร พรหมพันธุ์ เรียกร้องให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รับผิดชอบความเลวร้ายที่เกิดขึ้นจากการกล่าวหาว่าคนล้มเจ้าและฆ่าประชาชน และหารือเรื่องการเปลี่ยนแปลงผู้นำสภา โดยประธานสภาผู้แทนราษฎรลงจากตำแหน่งและให้รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน
นายถวิล เปลี่ยนศรี ได้ระบุต่อว่า สําหรับแผนยุทธการต่าง ๆ นายถวิลเผยว่าส่วนใหญ่ออกมาจากมันสมองของ พันโท ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รองเสนาธิการกองทัพบกในขณะนั้น ขณะที่ฝ่ายเสนาธิการ เบอร์ ๑ ทําหน้าที่โอเค (OK) เยสมากกว่าคิดค้น นี่ครับ ใครเป็นเสนาธิการเวลานั้น ไปผูกคอตายเสีย ส่วนการสั่งการ ป๊อก ประยุทธ์ จะช่วยกันถ่ายทอดคําสั่งไปยังทหาร ในภาคสนาม นายถวิล เปลี่ยนศรี ยังบอกต่ออีกว่า ครั้งนี้เหตุการณ์ระทึกที่สุดใน ศอฉ. ได้แก่ การปฏิบัติการเมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ที่สั่งการให้รถหุ้มเกราะนําทหาร บุกทะลวงเข้าไปในสถานที่ชุมนุม ไหนละครับ ไม่มีอาวุธ นายถวิล เปลี่ยนศรี เป็นเลขาธิการ ศอฉ. เป็นเลขาธิการของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ บอกชัดเจนว่าเหตุการณ์ระทึกสุดใน ศอฉ. ได้แก่ ปฏิบัติการเมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ที่สั่งการให้รถหุ้มเกราะนําทหารบุกทะลวง เข้าไปในสถานที่ชุมนุม เขาบอกต่ออีกว่า เพราะแม้จะมีการปิดล้อมสี่แยกราชประสงค์ไว้ ทั้ง ๔ ด้าน ตั้งแต่วันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๓ แต่ราว ๒ ทุ่มของทุกวัน ผู้ชุมนุมเพิ่มจาก ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ คน เป็น ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ คน เพื่อฟังณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เห็นไหมครับ นปช. ปราศรัยได้อย่างน่าอัศจรรย์ผ่านซอกซอยต่าง ๆ ที่ทหารดูแลได้ไม่หมด นายถวิล เปลี่ยนศรี ยังเล่าต่ออีกว่ายังเปิดเผยที่มาของชื่อปฏิบัติการขอคืนพื้นที่ เมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๓ และกระชับวงล้อมเมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓ คําว่า ขอคืนพื้นที่ ตนนี่ละเป็น ผู้เสนอ เพราะเห็นว่าคนเสื้อแดงใช้พื้นที่มากไป ทําให้การจราจรติดขัด จึงอยากขอคืนพื้นที่ ให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน ๒๕ ศพ บาดเจ็บ ๘๓๐ กว่าคน ส่วนคําว่า กระชับวงล้อมในวันที่ ๑๙ พฤษภาคมนั้นถูกหยิบมาใช้เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้คําว่า สลายการชุมนุม เห็นไหมครับ สารภาพสรรพเสร็จ เลขาธิการ ศอฉ. ที่นายสุเทพเป็น ผอ. นั่นละครับ บอกว่าเพื่อต้องการ หลีกเลี่ยงการใช้คําว่า สลายการชุมนุม เพราะรัฐบาลคิดว่าแค่กระชับเข้าไป ผู้ชุมนุมก็จะยอมแพ้ เหมือนเดือนเมษายน ๒๕๕๒ เข้าใจว่าคนแรกที่เสนอใช้คํานี้คือ พันเอก สรรเสริญ แก้วกําเนิด นายถวิล เปลี่ยนศรี ยังบอกต่ออีกว่า แต่ท้ายที่สุด ศอฉ. จะบรรลุภารกิจสลายม็อบกลางกรุง พร้อมจับแกนนํา นปช. มาคุมขังได้ แต่ตราบาปที่ติดตัว ศอฉ. มาถึงวันนี้ คือกรณีเปิดโปง แผนผังเครือข่ายล้มเจ้าที่เกิดจากเหตุขัดข้องทางเทคนิค ซึ่งว่ากันว่าเป็นแค่ข้อมูล ที่ฝ่ายยุทธการกับฝ่ายข่าวเขียนขึ้นมาเพื่อวิเคราะห์ความเชื่อมโยงระหว่าง นปช. กลุ่มต่าง ๆ เท่านั้นเอง ศอฉ. ยังไม่มีมติให้มีการนําไปแถลง จึงไม่น่าแปลกใจที่ผังล้มเจ้าจะฮือฮา อยู่วูบเดียวและไม่เคยดําเนินคดีกับใครทั้งสิ้น ท่านประธานที่เคารพ นายถวิล เปลี่ยนศรี เขาก็ยังมีความเป็นลูกผู้ชายมากกว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่เป็น ผอ. ศอฉ. นี่เขาสารภาพ เสร็จสรรพว่าผังล้มเจ้าเป็นการเชื่อมโยงของฝ่ายข่าวกับฝ่ายยุทธการของการเชื่อมโยงบุคคล แล้วก็ไม่ได้มีการแถลงข่าว แต่ปรากฏว่าโฆษก ศอฉ. นํามาแถลงข่าวเป็นเรื่องเป็นราว ขณะนี้ก็เป็นคดีความขึ้นศาล คดีนี้พวกผมก็แจ้งความจับนายสุเทพและพวกอยู่เหมือนกัน คดีก็ตายคากองปราบอยู่นี่ แต่คดีที่อาจารย์สุธาชัยเขาฟ้องศาลนั้น โฆษกไก่อู พันเอก สรรเสริญ แก้วกําเนิด ก็เป็นจําเลยคดีนี้ นี่สารภาพสรรพเสร็จ เป็นตราบาปติดตัว ศอฉ. คือเปิดโปงแผนเครือข่ายล้มเจ้า ไม่มีมูลแต่อย่างใด เหตุการณ์ฆ่าประชาชนอ้างว่า เขาไม่จงรักภักดี ท่านประธานที่เคารพ มันจึงเป็นความเลวร้ายที่สุด แล้วนายถวิล เปลี่ยนศรี มาระบุหมดว่าใน ศอฉ. เขาทําอะไร มีใครทําอะไรกันบ้าง แล้วเรื่องผังล้มเจ้า สารภาพสิ้นว่า นี่เป็นตราบาปของ ศอฉ. รู้สึกผิด ยัดเยียดประชาชนกับผู้ใหญ่ของบ้านของเมืองว่า เป็นเครือข่ายล้มเจ้า ทั้งที่เป็นเรื่องการวิเคราะห์ระหว่างฝ่ายข่าวและฝ่ายยุทธการ ท่านประธานที่เคารพ ผมจึงเรียนกับท่านประธานว่าตราบาปอันนี้นายสุเทพเป็น ผอ.ศอฉ. นายถวิล เปลี่ยนศรี เป็นเลขาธิการ ศอฉ. ทําไมนายถวิล เปลี่ยนศรี เขาจึงมีความเป็น ลูกผู้ชาย มีความเป็นมนุษย์มากกว่าตัว ผอ.ศอฉ. นี่เขาสารภาพเสร็จสรรพ เพราะฉะนั้น ผมเป็นคนหนึ่งที่ถูกใส่ร้ายว่าเป็นพวกล้มเจ้า กลายเป็นโอละพ่อ กลายเป็นว่าเป็นเรื่องที่เป็น ตราบาปของ ศอฉ. แล้วตราบาปที่มันตราหน้าพวกผมนี่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ นายจะรับผิดชอบอย่างไร ผมเรียนกับท่านประธานว่าความเลวร้ายแบบนี้นี่ละครับ เพราะการกล่าวหาว่าคนล้มเจ้า เลขาธิการของ ศอฉ. สารภาพสิ้น แต่นายสุเทพทําเหมือน ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วนี่ก็เป็นเหตุหนึ่งของการฆ่าประชาชน บอกว่าเขาต้องการล้มสถาบัน มีอาวุธร้ายแรง เป็นผู้ก่อการร้าย ผมอภิปรายครั้งที่แล้ว ท่านประธานที่เคารพ บอกว่า ทุกศพตายด้วยมือเปล่า นายสุเทพตอบผมเลยว่าเหตุที่ตายทั้งมือเปล่าเพราะเขาเหล่านั้น เป็นมืออาชีพ กล้าจริง ๆ กล้าจริง ๆ เพราะว่าท่านตราหน้าว่าเขาเป็นผู้ก่อการร้าย แล้วก็บอกว่าตายมือเปล่า เหตุที่ตายมือเปล่า ยังรู้ว่าตัวเองจะตายจึงเอาอาวุธไปฝากไว้ที่ วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร แล้วก็ไปงมเจอ รู้ว่าจะตาย บอก มายิงในสภาพมือเปล่า มืออาชีพ แถไปได้ครับ ประเทศไทย ผมเรียนกับท่านประธานแม้กระทั่งว่าพอเราบอกว่า นายสุเทพกล่าวหาประชาชนว่าถูกจ้างมาตาย พอผมบอกว่าใครจ้างให้ใครไปตายได้บ้างลอง บอกเถอะ ถ้าจ้างให้ใครไปตายได้ ผมนี่เอาสมบัติทั้งหมดที่มีในตัว เงินเดือนทุกเดือนจ้าง นายสุเทพให้ไปตายจริง ๆ ท่านประธาน แต่การพูดโดยไม่ได้มีความรู้สึกของประชาชน เห็นไหมครับ ความตายของ ๖ ศพวัดปทุมวนารามราชวรวิหาร สารภาพสิ้น ดีเอสไอสรุป สํานวนเรียบร้อยว่าเป็นความตายที่เกิดขึ้นจากเจ้าหน้าที่รัฐ ทหารสารภาพ เจ้าหน้าที่ตํารวจ ถ่ายภาพบันทึกบนสํานักงานตํารวจแห่งชาติ สารภาพ ดีเอสไอชี้คดีเสร็จ ไม่เห็นนายสุเทพ จะแสดงความรับผิดชอบอะไรเลย นายสุเทพยืนยันตอนแรกบอกว่าโจรยิง พาดหัวข่าว หน้า ๑ ว่า โจรยิงวัดปทุมวนารามราชวรวิหาร ถ้าโจรยิงจริงหัวหน้าโจรตัวจริงนั่งอยู่นั่น ท่านประธาน ยิ้มดีเสียด้วย ต่อมาท่านประธานครับ กรณีของนายฮิโรยูกิ มูราโมโต เอารูป ฮิโรยูกิ ผมอยากให้นายสุเทพได้สบตานายฮิโรยูกิ มูราโมโต คดีนี้ พันตํารวจโท สมยศ อุดมรักษาทรัพย์ เป็นผู้กล่าวหาในฐานความผิดฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ขึ้นภาพแช่ไว้นะครับ เหตุการณ์เกิดวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๓ เวลา ๒๑.๐๐ นาฬิกา แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เป็นสํานวนจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ รายงานการสอบสวนคดีพิเศษ คดีพิเศษ ที่ ๖๑/๒๕๕๓ ระบุว่าบาดแผลปรากฏตามรายงานการตรวจศพของสถาบันนิติวิทยา โรงพยาบาลตํารวจ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ที่ ๐๑๕๑๙/๒๕๕๓ วันที่รับเรื่องร้องทุกข์หรือ คํากล่าวโทษ วันที่ ๑๑ เมษายน วันที่คณะกรรมการคดีพิเศษมีมติให้เป็นคดีพิเศษ วันที่ ๑๖ เมษายน ปี ๒๕๕๓ ท่านประธานที่เคารพ ข้อเท็จจริงและความเห็นที่กรมสอบสวน คดีพิเศษได้ไปสอบสวนนั้นระบุว่า ในวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๓ เวลา ๒๑.๐๐ นาฬิกา ได้มีคนร้ายบังอาจใช้อาวุธปืน ยังไม่ทราบชนิดและขนาดยิงนายฮิโรยูกิ มูราโมโต ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุเกิดที่ถนนดินสอ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร พนักงานสอบสวนสถานีตํารวจนครบาลชนะสงครามได้รับคําร้องทุกข์คํากล่าวโทษไว้ทําการ สอบสวนเป็นคดีอาญา ที่ ๒๓๓/๒๕๕๓ กรมสอบสวนนี้นะครับ ได้พิจารณาเห็นว่า การเสียชีวิตของนายฮิโรยูกิ มูราโมโต เป็นความผิดทางอาญาที่เกี่ยวพันกับคดีพิเศษตามมติ ของคณะกรรมการคดีพิเศษ เขาได้มีการสอบพยาน เช่น การสอบสวน พันตํารวจโท สมยศ อุดมรักษาทรัพย์ การสอบสวน ร้อยตํารวจโท อริย์ธัช อธิสุรีย์มาศ พยาน ซึ่งเขาระบุ อย่างชัดเจนว่า นายฮิโรยูกิได้เสียชีวิต โดยการชันสูตรผลิกศพ ผลการตรวจศพ พบว่าเสียชีวิตจากกระสุนปืนความเร็วสูงที่ทรวงอก ทําลายปอด หลอดเลือดใหญ่ นี่นะครับ ๒. ไปสอบนายณัฐพงษ์ หรือม่อน โพธิยะ พยานไม่เห็นว่าผู้ใดเป็นผู้ยิง แต่เห็นแสงไฟ ลักษณะเหมือนออกจากปากกระบอกปืนออกมาจากกลุ่มทหาร สอบสวนดาบตํารวจ ชาตรี อุตสาหรัมย์ พยานให้การว่ารับราชการตํารวจประจํากองบัญชาการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตํารวจนครบาล พยานนี่นะครับ อยู่ห่างประมาณ ๕๐ เมตร พยานเห็นทหาร ถืออาวุธปืนยาวในลักษณะเฉียง อาวุธอยู่แนวเดียวกับพยาน ขณะนั้นพยานได้ยินเสียงดัง เหมือนของหนักหล่นกระแทกพื้นด้านหลัง เมื่อหันไปดูเห็นผู้สื่อข่าวต่างชาติ ทราบภายหลังว่า คือ นายฮิโรยูกิ มูราโมโต แบกกล้องถ่ายวิดีโอขนาดใหญ่หงายหลังกับพื้นทางเท้า หันศีรษะ ไปทางรั้วโรงเรียนสตรีวิทยา ท่านประธานที่เคารพ พยานเข้าไปดู เห็นที่หน้าอกซ้ายของ นายฮิโรยูกิมีจุดรอยเลือดเล็ก ๆ และขยายใหญ่ขึ้น พยานจึงทราบว่าถูกยิง ช่วยประคองลําตัว ไว้บนตัก เรียกให้กลุ่มผู้ชุมนุมช่วยนําร่างออกไปทางอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย พยานไม่ทราบ ว่านายฮิโรยูกิถูกยิงจากทิศทางใด แต่แน่ใจว่าไม่ได้ถูกยิงมาจากทางอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อกลับไปที่พัก พยานได้เห็นคราบเลือดโลหิตติดอยู่กับกางเกงยีนส์ที่สวมใส่ จึงได้เก็บและนํามามอบให้กับพนักงานสอบสวนเพื่อตรวจพิสูจน์ และพยานได้นําไปชี้ สถานที่เกิดเหตุเพื่อตรวจหาวิถีกระสุนต่อไป มีการสอบสวนพันเอก ธรรมนูญ วิถี สอบสวนนายขวัญชัย ศรีวิเวก หน่วยกู้ชีพ สอบสวนนายสรณคมน์ บัวพึ่งน้ํา นักข่าวอาชญากรรม หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ สอบสวนร้อยตํารวจเอก มนต์ชัย ศรีชู ซึ่งก็ให้การ รวมกระทั่งดีเอสไอ ก็ระบุพยานเอกสาร พยานวัตถุ เช่น ๑. สํานวนรายงานการชันสูตร ๒. สําเนาแผนที่ สถานที่เกิดเหตุ จัดทําโดยพนักงานสอบสวนพิเศษ ๓. สํานวนเอกสารภาพจากวิดีโอคลิป จากกล้องของนายฮิโรยูกิ มูราโมโต ซึ่งถ่ายก่อนจะถูกยิงเสียชีวิต จํานวน ๒ แผ่น ซึ่งเขาถ่ายก่อนจะถูกยิง ๓ นาที ๔. สําเนาภาพถ่ายกลุ่มที่ชุมนุมช่วยกันนําร่างมิสเตอร์ฮิโรยูกิ มูราโมโต ออกจากที่เกิดเหตุหลังจากถูกยิง ซึ่งภาพถ่ายโดยนายสรพงศ์ บัวพึ่งน้ํา นักข่าว อาชญากรรมของหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ๓ แผ่น ๕. สํานวนการสอบสวนคดีชันสูตรพลิกศพ ที่ ช ๗/๒๕๕๓ ของ สน.พลับพลาไชย ๑ จํานวน ๓๑ แผ่น หลักฐานทางคดีและความเห็น ของพนักงานสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ คดีนี้พนักงานสืบสวนสอบสวนดําเนินการ สอบสวนแล้วปรากฏข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๓ เวลา ๒๑.๐๐ นาฬิกา ช่วยโคลสภาพนายฮิโรยูกิ มูราโมโต ให้นายสุเทพได้เห็นไว้ ประจําสํานักข่าวรอยเตอร์ส (Reuters) กําลังทําข่าวปะทะกันของกลุ่มผู้ชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ แห่งชาติกับเจ้าหน้าที่ทหารซึ่งได้รับคําสั่งให้มาทําการขอคืนพื้นที่การชุมนุมเพื่อเปิดเส้นทาง การจราจร ซึ่งในเวลานั้นมีเหตุชุลมุนจนเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ทหารและกลุ่มผู้ชุมนุมได้รับ บาดเจ็บและเสียชีวิตจํานวนมากจากการใช้อาวุธร้ายแรง โดยนายฮิโรยูกิผู้สื่อข่าวได้เข้าไปทํา ข่าวอยู่ในระหว่างผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ทหาร จนเป็นเหตุให้ถูกยิงด้วยกระสุนปืนความเร็วสูง ไม่ทราบขนาดเข้าบริเวณหน้าอกซ้าย ทะลุกล้ามเนื้อใต้รักแร้ออกทางต้นแขนขวาด้านหลัง มีผู้นําส่งโรงพยาบาลกลางและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งร้อยตํารวจโท อริย์ธัช อธิสุรีย์มาศ พนักงานสอบสวน สน.พลับพลาไชย ๑ ได้ร่วมกับแพทย์ชันสูตรพลิกศพ และส่งศพไปผ่า พิสูจน์ที่สถาบันนิติวิทยา โรงพยาบาลตํารวจ ปรากฏตามรายงานการตรวจศพจากสถาบัน นิติวิทยา โรงพยาบาลตํารวจ ที่ ๐๑๙๑๕/๒๕๕๓ ลงวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๕๓ จากการ สืบสวนสอบสวนของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ปรากฏจากคําให้การของ ดาบตํารวจ ชาตรี อุตสาหรัมย์ พยานให้การยืนยันว่านายฮิโรยูกิผู้ตายยืนห่างจากพยานประมาณ ๑ เมตร โดยยืนยันจากทิศทางกระสุนปืนที่ยิงถูกนายฮิโรยูกิไม่ได้มาจากด้านกลุ่มผู้ชุมนุมและจาก คําให้การของนายณัฐพงศ์ หรือม่อน โพธิยะ พยานยืนยันว่าในขณะที่เกิดเหตุเห็นนายฮิโรยูกิ มูราโมโต ถูกยิงล้มลงโดยเห็นแสงไฟจากกระบอกปืนมาจากเจ้าหน้าที่ทหาร ประกอบกับ เอกสารภาพวีดีโอคลิป จากกล้องของนายฮิโรยูกิ มูาโมโต ซึ่งถ่ายก่อนที่จะถูกยิงเสียชีวิต คือเวลา ๒๐.๕๗ น. ถ่ายภาพเห็นกลุ่มผู้ชุมนุมอยู่บริเวณเดียวกัน โดยถ่ายเห็นด้านข้าง ซึ่งจะต้องหันหน้าไปแนวทางเจ้าหน้าที่ทหารเช่นเดียวกับกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งสอดคล้องกับ บาดแผลของผู้ตายตามรายงานของการตรวจศพของแพทย์ ทางคดีมีพยานหลักฐานและ พฤติการณ์แห่งคดีทั้งปวง มีข้อเท็จจริงและเหตุผลพอสมควร เข้าข่ายน่าเชื่อว่าการเสียชีวิต ของนายฮิโรยูกิ มูราโมโต ผู้ตาย เกิดจากการกระทําของเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการ ตามหน้าที่ จึงเห็นควรส่งเรื่องกลับให้พนักงานสอบสวนแห่งท้องที่ศพนั้นอยู่ดําเนินการ ตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๐ เพื่อให้มีการไต่สวนของศาลต่อไป เห็นไหมครับ ผู้ตาย เกิดจากการกระทําของเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติตามหน้าที่ ลงชื่อ พันตํารวจโท วีรวัชร์ เดชบุญภา พันตํารวจโท บรรฑูรย์ ฉิมกรา ซึ่งเป็นพนักงาน สอบสวน ชํานาญการพิเศษ พันตํารวจโท วรรณรัตน์ ก็ได้แทงคดีถึงรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยระบุว่าคดีนี้ จากการรวบรวมพยานหลักฐานและพฤติการณ์ มีข้อเท็จจริงและ พยานหลักฐานสมควรน่าเชื่อว่ากรณีความตายของนายฮิโรยูกิ มูราโมโต เกิดขึ้นจากเจ้า พนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติตามหน้าที่ เห็นควรดําเนินการตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๐ โดยส่งไปยังพนักงานสอบสวนแห่งท้องที่ดําเนินการต่อไป ลงชื่อ พันตํารวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ผบ.สคท. ซึ่งเป็นรองหัวหน้าพนักงานสอบสวนในวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ก่อนที่นายสุเทพจะกลับมาเป็นรองนายกรัฐมนตรี ต่อมาครับ พันตํารวจเอก ณรัชต์ เศวตนันท์ ทําหนังสือถึงนายธาริต เพ็งดิษฐ์ เห็นควรดําเนินการตามเสนอ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ ลงนามในวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน เห็นชอบดําเนินการตามที่เสนอ มีระบุสักคําหนึ่งไหมว่า ในสํานวนนี้จะมีปืนอาก้า ตอนแรกนี้เอาคนที่ไม่ได้ดําเนินการสอบสวนการชันสูตรพลิกศพมา ดูรูป ที่ผมไปแจ้งความดําเนินคดี มาตรัสรู้เลยว่าตายด้วยกระสุนปืนอาก้า และทําอวดรู้ว่า กองทัพไม่มีปืนอาก้า พอผมบอกว่าหน่วยไหนมีปืนอาก้าบ้างเงียบกริบ แต่ทั้งหมด ท่านประธานที่เคารพ ถ้านายจตุพรเป็นคนบอกว่าทหารเป็นคนฆ่านายฮิโรยูกิ มูราโมโต เพราะคําว่าเจ้าพนักงานของรัฐนั้นไม่ใช่พนักงานกรมปศุสัตว์อย่างแน่นอน แต่เป็นทหาร เข้าไปปฏิบัติในพื้นที่โดยการสืบสวนสอบสวนการตายของนายฮิโรยูกิ มูราโมโต ช่างภาพ ชาวญี่ปุ่นของสํานักข่าวรอยเตอร์ส จึงเป็นการฆาตกรรโดยเจ้าพนักงานที่เป็นทหาร โดยคําสั่งแต่งตั้งของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตั้งนายสุเทพเป็นผู้อํานวยการ ศอฉ. ได้ปฏิบัติการสั่งการให้ทหารเข้าไปขอคืนพื้นที่ จนกระทั่งไปยิงนายฮิโรยูกิ มูราโมโต เสียชีวิต ท่านประธานที่เคารพ นี่เป็นพฤติกรรมว่านายอภิสิทธิ์และนายสุเทพเข้าอยู่ในสถานะตัวการ บงการใช้จ้างวานฆ่า ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ผมเรียนกับท่านประธานว่าชาวญี่ปุ่นเขาจึง มีความโกรธแค้น ตอนแรกผมเองซึ่งก็โชคดีในความโชคร้าย เห็นสํานวนอันนี้เข้าก็รู้ว่าพ่อแม่ ของนายฮิโรยูกิ มูราโมโต ที่ประเทศญี่ปุ่น รัฐบาลของประเทศญี่ปุ่น เขาก็มีความรักในลูก เขา เอาชีวิตคืนมาไม่ได้ แต่เขาต้องการความยุติธรรม รัฐบาลญี่ปุ่นส่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ เอาดอกไม้ไปวางที่ฟุตบาทที่ใต้โคนต้นไม้จุดที่นายฮิโรยูกิ มูราโมโต ตาย ๑ ชีวิต ของประเทศญี่ปุ่นมีความสําคัญมากกว่า ๙ ชีวิตในประเทศไทย ๒,๐๐๐ ผู้บาดเจ็บ ในประเทศไทย ท่านประธานที่เคารพ รัฐบาลญี่ปุ่นเขาเอาจริงจัง ผมเรียนกับท่านประธานว่า สถานทูตญี่ปุ่นเขาก็ดําเนินการ พวกกระผมก็ได้นําหลักฐานชิ้นนี้ครับท่านประธาน ก็ใช้วิธีโดย มิดชิดเพื่อให้ทางประเทศญี่ปุ่นเองเขาไม่ได้รับรู้ว่าเหตุการณ์อะไรได้เกิดขึ้น เพราะท่านประธาน ลองดูสิครับ ดูภาพสิครับ ถ้าความตายเกิดจากคนเสื้อแดงไปยิง ใครหามนายฮิโรยูกิ มูราโมโต ครับ ถ้าคนเสื้อแดงฆ่า ทหารก็ต้องเป็นฝ่ายหาม อ้ายนี่เขาอยู่กับคนเสื้อแดงและคนเสื้อแดง ก็หาม ผมเรียนกับท่านประธานนะครับว่านี่เป็นโศกนาฏกรรมที่เขาไม่ควรจะมาตาย ในประเทศไทย และผู้บงการฆ่าก็คือตัวนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ท่านประธานที่เคารพ ผมเรียนกับท่านประธานต่อไป นี่ครับ ในสภาเราก็มีเซ็นเซอร์ (Sensor) คณะกรรมการชุดนายศิริโชค โสภา นายวิรัตน์ นายอรรถวิชช์ ผมไม่ตรวจ ไม่มีปัญหาครับ คือเขาให้เอกสารแสดงได้ แต่เนื่องจากว่าภาพเป็นภาพที่ถูกยิง จําเป็นจะต้องเซ็นเซอร์ เลยใช้กระดาษ เอ๔ (A4) ปิดเอาไว้ เอาละ ผมก็บอกไม่ขัดข้อง แต่ว่าถ้าท่านผู้ชมอยู่ทางบ้าน เห็นว่ากระดาษ เอ๔ มาปิดได้อย่างไร นี่เป็นการเซ็นเซอร์ในสภาครับ ขอเรียนกับท่านประธาน นะครับ แต่ก็ยังเห็นภาพอยู่นะครับ เป็นภาพของนายมานะ อาจราญ ซึ่งกล้องแช่ภาพครับ นายมานะ อาจราญ เหตุการณ์เกิดเมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ปี ๒๕๕๓ เวลา ๒๓.๐๐ น. ถึง ๒๓.๓๐ น. นี่เป็นรายงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษ รายงานการสืบสวนสอบสวนคดี พิเศษเลขที่ ๒๕๕๓ สํานักคดี สํานักงานอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม ท่านประธานที่เคารพ กรมสอบสวนคดีพิเศษเขาได้ทํารายงานการ สอบสวน และมีข้อเท็จจริงและความเห็นว่า ด้วยเมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๓ มีคนบังอาจ ใช้อาวุธปืนยิงนายมานะ อาจราญ พนักงานดูแลบํารุงสวนสัตว์ดุสิตถึงแก่ความตาย เหตุเกิดที่สวนสัตว์ดุสิต แขวงดุสิต กรุงเทพมหานคร พนักงานสอบสวนสถานีตํารวจดุสิต ได้รับคําร้องทุกข์ไว้ทําการสอบสวนเป็นคดีอาญา ที่ ๑๓๓/๒๕๕๓ มีการสอบนายมาโนช อาจราญ ผู้เป็นบิดาของนายมานะ อาจราญ ซึ่งเป็นลูกจ้างขององค์การสวนสัตว์เหมือนกัน มีการสอบพนักงานขององค์การสวนสัตว์ เช่น นายบุญมี แก้วไทรท้วม มีการสอบนายพงษ์พันธ์ เพียรไธสง นายสมบัติ เพียรไธสง ข้าราชการสวนสัตว์ดุสิต นายนพดล ทิพย์ธัญญา พนักงาน สวนสัตว์ นายธวัช แก่นท้าว นายเสรี จตุจรัส จนกระทั่งมีการสอบ สิบเอก อนันต์ ศรีโสภา สิบตํารวจ ธนัฐ วุฒิพงศ์ พลทหาร บารมี ชีพไธสง ร้อยโท จักรพันธ์ ตัณฑสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังมีพยานเอกสาร พยานวัตถุ มีปลอกกระสุนปืนเอ็ม ๑๖ จํานวน ๒ ปลอก โล่ปราบจลาจล จํานวน ๒ อัน กระบองปราบจราจล จํานวน ๓ อัน เสื้อลายพราง จํานวน ๑ ตัว รายงานตรวจวิถีกระสุนปืนซีดี วิดีโอวงจรปิด รายงานการตรวจสถานที่เกิดเหตุของ พนักงานสอบสวนและกองพิสูจน์หลักฐาน หลักฐานทางคดีและความเห็นของพนักงาน สืบสวนสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษมีดังนี้ท่านประธาน นี่ก็เป็นกรณีที่น่าสนใจ คดีนี้ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษดําเนินการสืบสวนสอบสวนแล้วปรากฏข้อเท็จจริงฟังได้ว่า วันเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทหารได้มีการขอพื้นที่คืนเพื่อเปิดเส้นทางจราจรตามที่ปรากฏ และเจ้าหน้าที่ทหารมีการลําดับว่าถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนรวมกระทั่งขว้างระเบิดเข้าใส่เป็นเหตุ ได้รับบาดเจ็บ ต่อมาครับ ผมสรุปความว่าในทางคดี นายบุญมี แก้วไทรท้วม พยานยืนยันว่า หลังเกิดเหตุเห็นทหารจํานวนมากนอนหมอบราบอยู่กับพื้นบริเวณที่เกิดเหตุ ซึ่งสอดคล้องกับ คําให้การของร้อยโท จักรพันธ์ ตัณฑสมบูรณ์ พยานให้การว่าช่วงเกิดเหตุทหารจํานวนมาก ตื่นตกใจวิ่งเข้าไปในสวนสัตว์ โดยบางนายถืออาวุธปืนเอ็ม ๑๖ บางนายถือโล่และกระบอง จราจล พยานเข้าไปตามเพื่อเรียกให้ทหารใต้บังคับบัญชาที่วิ่งเข้าไปด้วยกลับมารวมพลที่ใต้ อาคารจอดรถ ขณะนั้นพยานเห็นทหารจํานวนมากนอนหมอบราบอยู่กับพื้นทั่วบริเวณ อีกทั้ง ที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนเอ็ม ๑๖ โล่และกระบองของกลาง เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสถานที่เกิดเหตุ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ได้ทําการตรวจร่องรอยของกระสุนแล้ว ผลปรากฏว่าวิถีกระสุน ที่ปรากฏตรงหรือสอดคล้องกับลักษณะของการถูกยิงของผู้ตาย และร่องรอยที่พบ ปลอกกระสุนปืนของกลาง ประกอบกับการสืบสวนสอบสวนบริเวณที่เกิดเหตุ ไม่ปรากฏว่ามีบุคคลภายนอกเข้าหรือออกในบริเวณดังกล่าว นอกจากทหารที่นอนหมอบราบ อยู่กับพื้นอยู่ทั่วบริเวณตามที่นายบุญมี แก้วไทรท้วม ร้อยโท จักรพันธ์ ตัณฑะสมบูรณ์ พยานให้การ จากพยานหลักฐานดังกล่าวประกอบกับในช่วงวันเกิดเหตุมีเหตุการณ์ ที่เจ้าหน้าที่ทหารขอคืนพื้นที่เพื่อเปิดการจราจรจากกลุ่ม นปช. ที่ถนนราชดําเนินซึ่งอยู่ ไม่ไกลจากที่เกิดเหตุ ในคดีนี้ได้มีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิง รวมทั้งขว้างระเบิดเข้าใส่ทหาร ที่ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวได้รับบาดเจ็บเสียชีวิตจํานวนหลายนาย นี่ผมอ่านให้แฟร์นะครับ พิจารณาแล้วเห็นว่าการเสียชีวิตของนายมานะ อาจราญ ผู้ตายในคดีนี้เข้าข่ายน่าเชื่อว่า เกิดจากการกระทําของเจ้าหน้าที่ซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ จึงเห็นควรส่งเรื่อง กลับให้พนักงานสอบสวนแห่งท้องที่ที่พบศพนั้นอยู่ดําเนินการตามประมวลวิธีพิจารณา มาตรา ๑๕๐ เพื่อไต่สวนของศาลต่อไป ลงชื่อ พันตํารวจโท วีรวัชร์ เดชบุญภา พันตํารวจโท สราวุธ บุญศิริโยธิน พนักงานสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ท่านประธานที่เคารพ พยานต่าง ๆ ที่ผมไม่ได้อ่านรายละเอียดว่าใครให้การอะไรนั้น เขาระบุอย่างชัดเจนว่ากระสุนปืนออกมาอย่างไร ท้ายที่สุดความตายของนายมานะ อาจราญ ลูกจ้าง ซึ่งเขาอยู่ในบ่อเลี้ยงเต่าขององค์การสวนสัตว์ดุสิตก็ต้องมาตาย คนเรามันโชคร้ายครับ ท่านประธาน เด็กหนุ่มคนนี้อายุ ๒๓ ปี กําลังวางแผนแต่งงาน ขณะที่กลับ หมดเวลาเข้าเวร กําลังเดินไปที่รถมอเตอร์ไซค์ ในมือยังถือลูกกุญแจมอเตอร์ไซค์ นี่ครับท่านประธาน ผมเรียนกับท่านประธานว่า ไหนละครับบอกว่าพวกผมฆ่ากันเอง ๖ ศพ วัดปทุมวนาราม ราชวรวิหาร นายฮิโรยูกิ มูราโมโต นายมานะ อาจราญ ลูกจ้างองค์การสวนสัตว์ดุสิต กรมสอบสวนคดีพิเศษระบุชัดเจนว่าเป็นความตายที่เกิดจากการกระทําของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ก็คือทหารซึ่งอยู่ใต้การบังคับบัญชาของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ท่านประธานที่เคารพ นี่ไม่น่าเชื่อว่ามันเป็นโศกนาฏกรรม รูปนี้พี่น้องจะเห็นหน้าเขาชัดเจน แต่ว่าในสภาก็มี กบว. นะครับ ไม่ใช่แปลว่า กูบ้าวะ นะครับ
ต่อไปน่าสนใจครับ พลทหาร ณรงค์ฤทธิ์ สาละ ที่ ศอฉ. นําโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ หลังจากพลทหาร ณรงค์ฤทธิ์ สาละ ซึ่งซ้อนรถมอเตอร์ไซค์บริเวณ อนุสรณ์สถานแห่งชาติ แม้กระทั่งคําให้การของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ได้ยื่นไปยัง ป.ป.ช. ก็ระบุเช่นเดียวกันว่าเป็นความตายที่เกิดขึ้นจากพี่น้องประชาชน ผมเรียนนะครับว่า ตอนที่ปรากฏเป็นข่าว ภาพของสื่อมวลชนต้องยกเครดิต (Credit) ให้สปริงนิวส์ (Spring News) เขาไปถ่ายบันทึกได้เสร็จว่าทหารได้ขี่รถมอเตอร์ไซค์เข้าไป ขับเข้าไปในทิศทางที่ทหารตั้งแถว สักพักก็มีภาพถูกยิงล้มลงท่านประธานที่เคารพ พอเสร็จแล้วอย่างไร หลังจากนั้นปรากฏว่า มีภาพชายชุดดําออกมาอีกแล้ว อยู่ที่ปั้มน้ํามันถือปืนสั้น แต่การชันสูตรพลิกศพ ที่ท่านประธานจะแลเห็นต่อไป เป็นความตายที่เป็นอาวุธจากกระสุนปืนยาว ผมเรียนกับ ท่านประธานครับ ชายชุดดําจึงไม่ได้เตี๊ยมถือปืนสั้น พลทหาร ณรงค์ฤทธิ์ สาละ ถูกยิงด้วยอาวุธ ปืนกระสุนปืนยาว นี่ก็เซ็นเซอร์เหมือนกันครับท่านประธาน กบว. ของสภา นี่เป็นภาพถูกยิง รถมอเตอร์ไซค์คว่ํา คดีนี้ครับท่านประธาน กรมสอบสวนคดีพิเศษได้รายงานการสอบสวน คดีเลขที่ ๑๑๔/๒๕๕๓ เป็นคดีระหว่าง พันตํารวจเอก ณรงค์ฤทธิ์ พรหมสวัสดิ์ ผู้ต้องหายัง ไม่ระบุว่าเป็นใคร ฐานความผิดฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทําการตามหน้าที่ วันเวลาเกิดเหตุ วันที่๒๘ เมษายน ๒๕๕๓ เวลา ๑๕.๓๐ นาฬิกา ตําบลที่เกิดเหตุ แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร ท่านประธานที่เคารพ รายงานการสอบสวนมีข้อเท็จจริงและ ความเห็นของพนักงานสอบสวนระบุว่าคดีนี้กล่าวหาว่าระหว่างวันเวลาที่เกิดเหตุมีคนร้าย ซึ่งยังไม่ทราบว่าเป็นใครได้ใช้อาวุธปืนยิงพลทหาร ณรงค์ฤทธิ์ สาละ ซึ่งกําลังซ้อนท้าย รถจักรยานยนต์ซึ่งมีพลทหาร พงษ์ระวี ชนะชัย เป็นผู้ขับขี่เพื่อมาเสริมกําลังบริเวณที่เกิดเหตุ เป็นเหตุให้พลทหาร ณรงค์ฤทธิ์ถึงแก่ความตาย เหตุเกิดที่แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร พนักงานสอบสวน สถานีตํารวจนครบาลดอนเมือง ได้รับคําร้องทุกข์ คํากล่าวโทษไว้ในการสอบสวน คดีอาญาที่ ๕๖๕/๒๕๕๓ มีการสอบสวนพยานเบื้องต้น ผู้กล่าวหา จํานวน ๑ ปาก คือ พันตํารวจเอก ณรงค์ฤทธิ์ พรหมสวัสดิ์ มีการสอบสวนพยาน ๒๖ ปาก เช่น พลทหาร พงษ์ระวี ชนะชัย ร้อยเอก ธนะรัชต์ มณีวงศ์ สิบเอก ประยุทธ์ ชวนอยู่ สิบเอก วสันต์ สุริยะฉาย สิบเอก นภดล ตนเดชะ แล้วก็มีการสอบสวนนายตํารวจ พันตํารวจเอก ประสงค์ อุทัยศรี พันตํารวจโท สุรศักดิ์ ศักดิ์สมบูรณ์ เช่น ดาบตํารวจ สนธยา ต่วนเครือ พยานที่ ๑๕ ระบุว่ามีกลุ่มเจ้าหน้าที่ทหารยืนอยู่บนแท่นปูนกั้นเกาะกลาง ถนนวิภาวดีรังสิตขาออกทางด้านซ้ายและขวามือของพยาน และเสียงปืนส่วนใหญ่มาจาก กลุ่มเจ้าหน้าที่ทหารที่ถือปืนลูกซอง ปืนเอ็ม ๑๖ ปืนเอชเค ๓๓ (HK33) ยืนอยู่บนแท่นปูน เกาะกลางถนนด้านขวามือของพยานนี่ละครับที่มีการระบุ สิบตํารวจเอก วินัย กองแก้ว บอกว่า มีเสียงนกหวีดให้เตรียมพร้อม เมื่อรถจักรยานยนต์เข้ามาในแนวสกัดกั้นโดยห่างออกไปประมาณ ๒๐ เมตร มีเสียงปืนดัง ๓-๔ นัด กลุ่มรถจักรยานยนต์ล้มลงกับพื้น ผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้าย คลานเข้าหาที่กําบัง มีเสียงตะโกนว่าทหารถูกยิง สักครู่หนึ่งมีผู้นําเปลสนามมาหามร่าง ผู้บาดเจ็บในชุดสีเขียวออกจากที่เกิดเหตุ พยานที่ ๑๖ ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ยิงและยิงมาจาก ทิศทางที่ยิง และในขณะนั้นได้ยินเจ้าหน้าที่ตํารวจพูดกันว่าทหารยิงกันเองเพราะความเข้าใจผิด นี่ละครับพยานที่ ๑๖ พยานที่ ๑๗ นายเพชรไพบูลย์ เปี่ยมมนัส ให้การว่าไม่ยืนยันว่า ผู้ใดเป็นผู้ยิง แต่ยืนยันว่าได้ยินเสียงปืนมาจากกลุ่มเจ้าหน้าที่ทหารซึ่งอยู่หน้าโครงการ ท่านประธานที่เคารพ พยานให้ปากคําทั้งหมด ๒๖ ปาก มีพยานเอกสารและพยานวัตถุอยู่ ๗ รายการ เช่น ชิ้นส่วนลูกกระสุนปืนหมวกแค็บบร้า (Cabra) ร่องรอยกระสุนปืนด้านซ้าย ๑ ใบ รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สีแดง ทะเบียน กยษ กจ ๖๘๓ จํานวน ๑ คัน รายงาน การตรวจสถานที่เกิดเหตุ รายงานการตรวจพิสูจน์ของกลุ่มงานตรวจพิสูจน์เขม่าปืน สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รายงานการตรวจสถานที่เกิดเหตุของกลุ่มงานตรวจสถานที่ กองพิสูจน์หลักฐาน รายงานการตรวจศพ ลงวันที่ ๓๐ เมษายนของแผนกชันสูตรพลิกศพ นิติเวช สถาบันพยาธิวิทยา ศูนย์อํานวยการแพทย์ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า หลักฐานทางคดี และความเห็นของพนักงานสอบสวน คดีนี้พนักงานสอบสวนดําเนินการสืบสวนเบื้องต้นแล้ว ปรากฏข้อเท็จจริง ซึ่งสรุปดังต่อไปนี้ว่า จากการสอบสวนนี่นะครับ พลทหาร พงษ์ระวี ร้อยเอก ธนะรัชต์ สิบเอก อนุพัฒน์ สิบเอก ประยุทธ์ สิบเอก วสันต์ พลทหาร วัชรา พลทหาร กิตติ จ่าสิบเอก โกศล สิบเอก นภดล ให้การยืนยันว่าได้มีการยิงปืนใส่จาก ด้านซ้ายบริเวณที่มีเจ้าหน้าที่ทหารอยู่ โดยสิบเอก วสันต์ และพลทหาร วัชราให้การว่า เมื่อมีเสียงปืนและล้มรถจักรยานตามยุทธวิธีนั้นได้มีเจ้าหน้าที่ทหารเดินเข้ามาใช้อาวุธปืน ประทับบ่าในท่าเตรียมยิงและเล็งมาที่ พร้อมสั่งให้วางปืน นี่นะครับ เมื่อต่อมาทราบว่า เป็นทหารเช่นเดียวกันจึงได้กลับออกไป จากการสอบสวน ดาบตํารวจ สุกิจ ให้การว่าก่อนจะมี เสียงปืนได้มีรถโดยสารประจําทางคันหนึ่งขับมุ่งตรงมาที่แนวสกัดกั้นของเจ้าหน้าที่ตํารวจ ทําให้เจ้าหน้าที่ตํารวจเข้าใจว่าผู้ชุมนุมบุกยึดรถโดยสารและจะขับมายังแนวสกัด จึงเตรียมพร้อม และถัดจากรถโดยสารยังมีแสงไฟรถจักรยานยนต์ขับต่อกันมาประมาณ ๖-๗ คัน แต่ไม่เห็นว่าแต่งกายสวมใส่ชุดสีใด เป็นกลุ่มของใคร เนื่องจากเป็นช่วงที่มีฝนตก มีแสงสว่างไม่เพียงพอที่จะเห็นได้ชัดเจน ก่อนที่จะถึงแนวปิดกั้นประมาณ ๕๐ เมตร รถโดยสารได้จอดข้างทาง แต่ขบวนรถจักรยานยนต์ยังคงวิ่งมายังแนวสกัดกั้น แล้วจึงได้ยิน เสียงปืนดังขึ้นมาจากทางด้านขวามือที่มีเจ้าหน้าที่ทหารตั้งแนวสกัดอยู่ จากการสอบสวน พันตํารวจเอก ประสงค์ ได้ความว่าขณะนั้นเกิดท้องฟ้ามืดครึ้ม มองในระยะไกลเห็นไม่ชัด จากการสอบสวน พันตํารวจโท สุรศักดิ์ ยืนยันว่าเสียงปืนที่ยิงพลทหาร ณรงค์ฤทธิ์ถึงแก่ความตาย มาจากกลุ่มทหารซึ่งอยู่ทางถนนวิภาวดีรังสิตขาออกด้านคู่ขนาน จากการสอบสวน ดาบตํารวจ สนธยา ให้การว่ามีกลุ่มเจ้าหน้าที่ทหารยืนอยู่บนแท่นปูนเกาะกลางถนนวิภาวดีรังสิต ขาออกทั้งด้านซ้ายและด้านขวาของพยานที่ ๑๕ เสียงปืนส่วนใหญ่มาจากกลุ่มเจ้าหน้าที่ ทหารที่ถือปืนลูกซอง ปืนเอ็ม ๑๖ ปืนเอชเค จากการสอบสวนนายเพชรไพบูลย์ ให้การว่าได้ยินเสียงปืน ๔-๕ นัด ด้านหน้าโครงการมีเจ้าหน้าที่ทหารผูกผ้าพันคอสีฟ้ายืนอยู่ จากการสอบสวนนายธีระให้การว่า เห็นเจ้าหน้าที่ทหาร ๒-๓ คนขึ้นไปยืนบนแนวปูนที่กั้น ระหว่างถนนคู่ขนานกับถนนด้านในถืออาวุธเตรียมยิง บางครั้งก็เฉียงอาวุธในระหว่างนั้น พยานที่ ๑๘ เห็นรถจักรยานยนต์ ๒-๓ คันวิ่งตามกันมาโดยทุกคันมีผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้าย ขณะนั้นเองพยานที่ ๑๘ ได้ยินเสียงปืนหลายนัดจากบริเวณหน้าโครงการซึ่งมีเจ้าหน้าที่ทหาร ยืนอยู่ ประกอบกับผลตรวจศพที่ เอฟเอ็ม ๐๐๕/๕๓ ลงวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๓ รายงาน ว่าสาเหตุการตายเกิดมาจากบาดแผลกระสุนปืนที่ศีรษะข้างซ้ายหางคิ้วผ่านทะลุกะโหลก ศีรษะ ทําลายเนื้อสมอง โดยรายงานการตรวจพิสูจน์ ที่ ข ๕๓๐๐๑๓ ลงวันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๕๓ รายงานว่าเศษกระสุนปืนที่พบในศีรษะของผู้ตายเป็นเศษรองลูกกระสุนปืนและเศษ แกนกระสุนปืน ขนาด ๕.๕๖ มิลลิเมตร ซึ่งใช้กับปืนเล็กกล เอ็ม ๑๖ หรือเอชเค ๓๓ และเจ้าหน้าที่ทหารเป็นผู้ใช้เท่านั้น และรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สีแดง ทะเบียน กยษ สงสัยว่าสีรถมอเตอร์ไซค์ กจ ๖๘๓ วัตถุพยานที่ผู้ตายนั่งซ้อนท้ายมีรอยถูกกระสุนปืน ทางเบาะด้านซ้าย อันเป็นการยืนยันได้ว่ามีการยิงมาจากด้านซ้ายของผู้ตาย ทางคดี มีหลักฐานและพฤติการณ์แห่งคดีทั้งปวง มีข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานตามสมควร เข้าข่ายน่าเชื่อว่าความตายเกิดขึ้นจากเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติการตามหน้าที่ จึงเห็นควร ส่งเรื่องกลับให้พนักงานสอบสวนแห่งท้องที่นั้นดําเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา ๑๕๐ เพื่อให้มีการไต่สวนของศาลต่อไป โดยพันตํารวจโท ไกรวิทย์ อรสว่าง พันตํารวจโท สะอาด สุนทร พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ผมเรียนกับท่านประธาน ว่าในกรณีพลทหาร ณรงค์ฤทธิ์ สาละ ซึ่งเป็นโศกนาฏกรรมและพวกกระผมตกเป็นจําเลย ของ ศอฉ. ที่ให้ทั้งโฆษก ศอฉ. ตัวแทนคนในรัฐบาลว่า วันที่ ๒๘ เมษายน พวกกระผมไปยิง พลทหาร ณรงค์ฤทธิ์ สาละ พยายามเอาภาพชุดดําอยู่ในปั้มน้ํามันถือปืนสั้น แต่ปรากฏว่า เป็นปืนที่ใช้ ไม่เอ็ม ๑๖ ก็เอสเค เห็นไหมครับ เอาชุดดําเวลานั้นก็คือว่าไม่ตรงกับความตาย ที่เกิดขึ้น ผมเรียนกับท่านประธานว่า พลทหารคนนี้เขาไม่ควรมาตายเลยแม้แต่เพียงนิดเดียว ประชาชนเขาก็ยังถูกนายสุเทพและพวกใส่ร้ายว่าเป็นคนทําให้พลทหาร ณรงค์ฤทธิ์ สาละ ถึงแก่ชีวิต ทั้งที่ความตายที่เกิดขึ้นโดยการสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ คดีพิเศษ เลขที่ ๑๑๔/๒๕๕๓ นั้นได้ระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นความตายที่เกิดขึ้นจากเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่า ปฏิบัติตามหน้าที่ พูดง่าย ๆ ว่าคดีนี้ทหารฆ่าทหาร โดยการสั่งการของนายอภิสิทธิ์และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผมเรียนกับท่านประธานว่านี่ก็เป็นโศกนาฏกรรมที่พลทหารที่เขา จับได้ใบแดงหรือจะสมัครเป็นทหารเกณฑ์ แล้วต้องมาตายให้นายกรัฐมนตรี ซึ่งไม่ได้มีความ ชัดเจนว่าตัวเองได้รับการเกณฑ์ทหารหรือไม่ ผมเรียนกับท่านประธานนะครับว่าความตายของ พลทหาร ณรงค์ฤทธิ์ สาละ ถ้ากรมสอบสวนคดีพิเศษเขาไม่ได้ไปสอบสวนจนพบความจริงว่า ความตายนี้เกิดขึ้นจากทหารฆ่ากันเองนั้น พวกผมก็ตกเป็นจําเลย เพราะนี่ก็เป็นศพหนึ่ง บอกว่าพวกผมฆ่า ท่านประธานที่เคารพ บอกว่าแดงฆ่าแดง แต่หลักฐานที่ปรากฏโดย กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยหน่วยงานที่กํากับโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งไปปฏิบัติราชการแทน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ระบุอย่างชัดเจนว่า เป็นความตายที่เกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทั้งคดีวัดปทุมวนารามราชวรวิหาร คดีนายมานะ อาจราญ ลูกจ้างองค์การสวนสัตว์ จนกระทั่ง พลทหาร ณรงค์ฤทธิ์ สาละ ความตายที่เกิดขึ้น นายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ พลเอก อนุพงศ์ พลเอก ประยุทธ์ จะต้องไปต่อว่าหรือไปต่อสู้กับกรมสอบสวนคดีพิเศษ เรื่องนี้ถ้าผมบอก นายสุเทพจะลุกขึ้นมาทันทีว่านายจตุพรใส่ร้าย พูดเท็จ แต่ทุกคดีที่ผม นํามานั้นเป็นสํานวนการสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษทั้งสิ้น ซึ่งท่านต้องไปว่ากันเอง ท่านประธานที่เคารพ ศพต่อไปครับ
(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน))