สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๔

จตุพร พรหมพันธุ์ เรียกร้องไม่ไว้วางใจนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ และกล่าวหาว่าพวกเขาโกหกประชาชนและฆ่าประชาชน

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ผมเรียนกับ ท่านประธานว่าเกิดมายังไม่เคยพบคนที่มาโกหกได้ตลอดระยะเวลาเฉกเช่นนี้ ความจริง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ควรจะมุดรางรถไฟฟ้าตั้งแต่บอกว่าวันที่ ๑๙ ไม่มีทหารอยู่บน รางรถไฟฟ้า คําให้การของนายทหาร ลูกน้องของพันตรี นิมิตร มีหลายคนครับ ระบุใน สํานวนเสร็จสรรพ เดี๋ยวจะได้ฟังกัน ใครให้ปากคํากันบ้าง นายสุเทพบอกว่าโจรยิงใส่ในวัด ปทุมวนารามราชวรวิหาร เดี๋ยวจะรู้ว่าหัวหน้าโจรมันเป็นใคร ผมเรียนกับท่านประธานว่า การเผาเซ็นทรัลเวิลด์ที่ท่านบอกว่าจับนายสายชลนั้น เขาไม่ได้ถูกจับข้อหาวางเพลิง ไปถูกจับ ที่สนามหลวงข้อหาร่วมกันปล้น รวม ๗ คน อีก ๔ คนที่ถูกจับ ก็ถูกจับก่อนห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ถูกไฟไหม้ ผมเรียนกับท่านประธานว่าผมก็ได้ฟังชุดดูแลรักษาความปลอดภัย ชุดผจญเพลิง ชุดดับเพลิงของเซ็นทรัลเวิลด์ ร่วมกับ ส.ส. วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ท่านประธานที่เคารพ มีการจับกุมผู้ต้องหาได้ ๑๑ คน แต่จงใจไปขังคนเดี่ยว พวกผมสั้นมีลักษณะคล้ายทหาร ได้มีการปล่อยตัวทั้งหมด และถ้ามีคน ๒ คนที่ถูกจับดําเนินคดี ที่อ้างว่าเผาเซ็นทรัลเวิลด์จริง ชุดผจญเพลิงในเซ็นทรัลเวิลด์ร่วม ๔๐๐ คน เขาได้อยู่มาก่อนหน้านี้ร่วม ๒ เดือน ความจริงแล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนั่งใกล้ ๆ ควรจะอับอายตํารวจของวังสระปทุมที่เขาเดินทางเข้ามา ระงับยับยั้ง แต่ท้ายที่สุดเขาทําได้เพียงแค่หามคนเจ็บออกจากห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ทําไมโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ (Centara Grand at Central World) ทําไมห้างเกษรพลาซ่า (Gaysorn Plaza) จึงไม่ถูกไฟไหม้ ลองไปถามเจ้าของสิครับ หลังจาก ผ่านเหตุการณ์ไป จ่ายให้ชุดบรรเทาสาธารณภัย ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท อื้ออึงกันจนถึงเดี๋ยวนี้ เพราะทุกอย่างนั้นได้วางแผนล็อกเป้าเซ็นทรัลเวิลด์ไว้ทั้งสิ้น ผมเรียนกับท่านประธานว่า การที่นายสุเทพเอาภาพในเหตุการณ์ต่าง ๆ มาเชื่อมโยงกันนั้นเป็นความเท็จอย่างน่าเกลียดที่สุด และความจริงว่าโทรทัศน์รัฐบาล ก็ดูทุกช่อง ไปออกโทรทัศน์ประกบกับท่านวรวัจน์ แทนที่จะก้มหน้า แลบลิ้นปลิ้นตาโกหก แบบนี้ผมไม่รับ ผมเรียนกับท่านประธานว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตั้งแต่เมื่อวานนี้ เอะอะพี่น้องที่รักทั้งหลาย ก็เพราะถูกใส่ความ เช่นว่าเอาเรื่องเมื่อครู่นี้นายอภิสิทธิ์บอกว่า ขณะที่เจรจาความกับพวกผมนั้นมีโทรศัพท์ มาจากต่างประเทศ แล้วฝ่ายพวกผมมีอันต้องยกเลิกทุกครั้งในจํานวน ๒ วัน วันละ ๓ ชั่วโมง ที่สถาบันพระปกเกล้า เพื่อพยายามสร้างจินตนาการให้คนมีความรู้สึกว่า พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เป็นคนโทรมาสั่ง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ นายอภิสิทธิ์ รวมกระทั่งคนในรัฐบาลลองไป ตรวจการใช้โทรศัพท์ในวัน เวลาดังกล่าว มีคนโทรหาผมคนเดียวคือนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ซึ่งทนฟังและบอกพี่น้องประชาชนเขาไม่ยอมรับท่วงทํานองการเจรจาอย่างนั้น เพราะผม บอกให้ณัฐวุฒิโทรมา เขาก็แจ้งคนเดียว ไม่ได้มีนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ที่ไหน เพราะฉะนั้นจินตนาการที่เป็นความเท็จแบบนี้ บางครั้งท่านก็เท็จหลอกตัวเอง ท่านประธานที่เคารพ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นี่นะครับ เอกสารอยู่ในมือผม พ.ก. ๔ ปี ๒๕๔๖ ใบหนึ่ง ตอนเป็น รองหัวหน้าพรรค ปี ๒๕๕๑ ใบหนึ่ง ตอนเป็นหัวหน้าพรรค ไปแจ้งกับคณะกรรมการ การเลือกตั้งบันทึกประวัติผู้ได้รับเลือก นั่งเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมือง ปี ๒๕๔๖ ในหัวข้อที่ ๓ หลังจากหัวข้อที่ ๑ ชื่อ หัวข้อที่ ๒ เกิด หัวข้อที่ ๓ สถานที่เกิด ปี ๒๕๔๖ บอกว่าเกิดที่ประเทศอังกฤษ พอปี ๒๕๕๑ ทําไปอีกครั้งบอกว่าเกิดที่กรุงเทพฯ ท่านเป็นคนเดียว ที่เกิดสองที่ครับในโลกนี้ นี่ครับอยู่ในมือผม ปี ๒๕๔๖ เกิดที่ประเทศอังกฤษ พอปี ๒๕๕๑ เกิดใหม่อีกรอบ ผมเรียนกับท่านประธานว่า การโกหกนั้นใครก็สามารถที่จะโกหกได้ แต่คนที่ โกหกแม้กระทั่งตัวเอง ต่อไปนี้ผมเรียนกับท่านประธานว่า ผมจะได้อภิปรายไม่ไว้วางใจ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ข้อหาร่วมกันในการฆาตกรรมประชาชน ผมเรียนกับท่านประธานว่า ตลอดระยะเวลาตั้งแต่วันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๓ จนกระทั่ง ถึงวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓ หลังจากนั้นตลอดมาผมไม่เคยนอนหลับด้วยความรู้สึกแม้แต่ เพียงคืนเดียว เพราะมีความรู้สึกว่าพี่น้องประชาชนผู้รักประชาธิปไตย ที่มีความเห็นต่างกับ รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์กับนายสุเทพ จัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร มีหน้ามาบอกว่า ถูกต้อง เท่ ยังบอกว่าโกหกกันทั้งบ้านทั้งเมือง เห็นกันทั้งบ้านทั้งเมือง แถไปจนได้ แต่ผมเรียนกับ ท่านประธานว่า ตลอดระยะเวลา ๙ เดือน ๑๐ เดือน ผมได้แสวงหาข้อเท็จจริง เพราะกระผมนั้นถูกข้อกล่าวหาโดยกรมสอบสวนคดีพิเศษว่าฆ่ากันเองตาย ๙๑ ศพ ท่านประธานที่เคารพ เป็นความเจ็บปวด เป็นความขมขื่น อย่าว่าแต่มนุษย์เลยครับ ไก่ ปลา ผมยังไม่กล้าฆ่าเลยครับ ในชีวิตยังไม่เคยแย่งเมียเพื่อน แสดงความกล้าสักคนเดียว ผมเรียนกับท่านประธานด้วยความรู้สึกว่า ผมมีความรู้สึกว่าเราเป็นประชาธิปไตย ต่อสู้เมื่อเห็นว่าประชาชนเขาไม่ได้เลือกนายอภิสิทธิ์เพื่อมาเป็นนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ ได้ ๑๖๔ ที่นั่ง พรรคพลังประชาชนได้ ๒๓๓ ที่นั่ง ห่างกัน ๗๐ ที่นั่ง เพราะฉะนั้นพวกกระผม เห็นว่าการได้อํานาจของนายอภิสิทธิ์ที่ไปรวมตัวกันที่ปั๊ม ปตท. ที่ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ สร้างไว้สมัยเป็นผู้บัญชาการทหารบก ที่ถนนวิภาวดีรังสิต รับขึ้นรถตู้แล้วไปจัดตั้งรัฐบาลกัน ในค่ายทหาร สื่อมวลชนเขาเห็นกันไปหมด แต่วันนี้พยายามมาอธิบายว่าตัวเองถูกต้อง ก็เป็นความถูกต้องของนายอภิสิทธิ์กับนายสุเทพ แต่คุณจะมาบิดเบือนประวัติศาสตร์แบบนี้ ไม่ได้ ท่านประธานที่เคารพ กระผมเองนั้นมีหน้าที่แสวงหาข้อเท็จจริง ความเป็นนักการเมือง พรรคฝ่ายค้านหาข้อเท็จจริงยากกันอยู่แล้ว แต่ท้ายที่สุดท่านประธานที่เคารพ ความที่ว่า ถ้าเขาไม่ได้มีปัญหา หรือจะบอกว่ารักใคร่กลมเกลียวกันนั้น ความลับต่าง ๆ ที่เป็นเอกสาร ที่ผมยื่นให้มีการตรวจสอบ ซึ่งผมเองก็ไม่ได้ยอมรับวิธีนี้ แต่ต้องการให้เห็นว่าเป็นเอกสารของ ดีเอสไอและหน่วยงานราชการต่าง ๆ อย่างครบถ้วน ท่านประธานที่เคารพ ความที่ว่า รัฐบาลชุดนี้อยู่ร่วมกับทหารโดยไม่มีใครคาดคิดว่าวันหนึ่ง ไม่มีใครรู้เลยว่าจุดที่มีความตาย ของประชาชนนั้น มี ๒๑ จุด ๘๙ ความตาย เป็นความตายทหารบวกประชาชนเป็นส่วนใหญ่ และบวกต่างจังหวัดอีก ๒ ศพผมเรียนกับท่านประธานว่าความมาแตกตรงอันไหนครับ ท่านประธานที่เคารพ เมื่อรัฐบาลได้บอกโยกคดีจากสํานักงานตํารวจแห่งชาติไปทําเป็นคดี พิเศษ ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษเขาดําเนินคดี ผมเรียนกับท่านประธานว่าพวกผมแสดง ความทักท้วงมาตั้งแต่ต้น เพราะคดีนี้เจ้าหน้าที่ตํารวจท้องที่เขาได้ชันสูตรตั้งแต่วันที่ ๒๐ พฤษภาคม ว่าวิถีกระสุนบางศพจากบนลงล่าง หัวกระสุนสีเขียวบางศพในระนาบ ท่าน ประธานที่เคารพ วันที่ ๓๑ พฤษภาคม วันที่ ๑ มิถุนายน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังมาโกหกในสภาและโกหกคนไทยทั้งชาติว่าไม่ได้มีวิถีกระสุนจากบนลงล่างด้วยการยิง กระสุนปืนเอ็ม ๑๖ เอ ๒ (M16A2) จากรางรถไฟฟ้า เดี๋ยวท่านประธานจะได้ดูสํานวน ผมเรียนต่อท่านประธานว่าเอกสารที่ผมจะเบิกต่อไปนี้นั้นมันเป็นเรื่องราว เรื่องว่าทําไม ข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่ผมนํามาเปิดเผย แล้วท้ายที่สุดดีเอสไอไปถอนประกัน ให้ศาลปิดปากผม แล้วให้ผมมาพูดได้ที่รัฐสภาเท่านั้น วันนี้ผมก็มาปฏิบัติตามเงื่อนไขศาล มีการวิพากษ์วิจารณ์ ว่าเป็นเอกสารเท็จหรือเปล่า เดี๋ยวจะได้ดูกันครับท่านประธานที่เคารพว่ามันมีตั้งแต่วันที่ ๓๑ สิงหาคม พันตํารวจโท วีระวัฒน์ เดชบุญภา พนักงานชํานาญการพิเศษ หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ที่ ๓ เขาได้ทําเรื่อง ขอทราบข้อมูลเพื่อใช้ประกอบการสอบสวนคดีพิเศษ ท่านประธาน ที่เคารพ เขาระบุเลยว่าคณะกรรมการคดีพิเศษ เอกสารตามนี้นะครับ ขึ้นจอนะครับ มีมติ ในการประชุมครั้งที่ ๓/๒๕๕๓ เมื่อวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๕๓ ที่นายสุเทพมาประชุมกันที่ กรมทหารราบ ที่ ๑๑ ให้คดีความผิดทางอาญากรณีก่อการร้าย การบังคับขู่เข็ญ เรียงไป ตามลําดับ และกรณีผู้เสียชีวิตจากการถูกกระสุนปืน จํานวน ๖ ศพ ที่วัดปทุมวนารามราช วรวิหาร เขาบอกว่าข้อเท็จจริงและข้อเสนอระหว่างวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓ เจ้าหน้าที่ ทหารได้เข้ากระชับพื้นที่การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ที่บริเวณแยกราชประสงค์และผู้ชุมนุนจํานวนมากเข้าไปในวัดปทุมวนารามราชวิหาร ต่อมา มีผู้เสียชีวิตจากการถูกกระสุนปืน จํานวน ๖ ศพ ซึ่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ในชุดปฏิบัติการที่ ๓ ได้สอบสวนพยานที่เป็นประชาชนไปส่วนหนึ่งแล้ว เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง เพิ่มเติมที่ถูกต้องและเป็นธรรมทุกฝ่าย จึงเห็นควรมีหนังสือไปยังศูนย์อํานวยการ แก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ ศอฉ. เพื่อขอทราบว่าระหว่างวันที่ ๑๙-๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๓ เจ้าหน้าที่ทหารจากหน่วยใด สังกัดใด ได้รับมอบหมายให้เข้าดําเนินการกระชับพื้นที่ บริเวณแยกราชประสงค์ เพื่อที่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะได้ดําเนินการสืบสวนสอบสวน ในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ท่านประธานที่เคารพ พันตํารวจโท วีระวัฒน์ เดชบุญภา หัวหน้าชุดปฏิบัติการที่ ๓ ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ทําหนังสือถึงนายธาริต เพ็งดิษฐ์ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ ก็ได้ทําหนังสือในวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๕๓ เรื่องอะไรครับ ขอทราบ ข้อมูลเพื่อใช้ประกอบการสอบสวนในคดีพิเศษ ถึงใครครับ ผู้อํานวยการศูนย์อํานวยการ แก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ก็คือนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เขาระบุอย่างชัดเจนว่าชุดปฏิบัติการที่ ๓ ของกรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับมอบหมายกับดําเนินการคดีพิเศษ ที่ ๑๒๓๔/๒๕๕๓ กรณีมีผู้เสียชีวิตจากการถูกกระสุนปืนจํานวน ๖ ศพ ในวัดปทุมวนารามราชวิรวิหาร เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติมที่ถูกต้อง กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงมีความประสงค์ ขอทราบว่าในระหว่างวันที่ ๑๙-๒๐ เจ้าหน้าที่ทหารจากหน่วยใด สังกัดใด ได้รับมอบหมาย ให้ดําเนินการเข้ากระชับพื้นที่บริเวณแยกราชประสงค์ เพื่อที่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะได้ ดําเนินการสอบสวนในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ท่านประธานที่เคารพ หลังจากนั้นนายธาริต เพ็งดิษฐ์ ได้ทําหนังสืออีกฉบับหนึ่ง ลงวันที่ ๗ กันยายน ที่ ยธ (อสพ. ๐๘๐๐/๒๑๒) ลงวันที่ ๗ กันยายน ๒๕๕๓ เรื่อง รายงานความคืบหน้าและข้อเสนอในการดําเนินการกรณีผู้เสียชีวิต ในเหตุการณ์ชุมนุม เรียน ผู้อํานวยการ คือนายสุเทพ ผู้อํานวยการศูนย์อํานวยการแก้ไข สถานการณ์ฉุกเฉิน ครั้งนี้เขาขอใหม่ครับ เขาบอกว่า ตามที่ศูนย์ ศอฉ. ได้มีหนังสือ กห. ๐๔๐๗๗.๔๕/๘๖๓ ลงวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๓ แจ้งมติที่ประชุมเมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๓ ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นหน่วยงานหลักร่วมกับหน่วยงานอื่น ที่เกี่ยวข้อง จัดตั้งชุดสืบสวนสอบสวนกรณีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ชุมนุมระหว่างวันที่ ๑๐ เมษายน ถึงวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๓ เป็นการแต่เฉพาะแต่ละรายเพื่อให้ได้รายละเอียด ข้อเท็จจริงมากที่สุด ท่านประธานที่เคารพ นายธาริตยังระบุต่ออีกว่า ทั้งนี้ โดยให้นําผล การชันสูตรพลิกศพของตํารวจ รายงานด้านนิติวิทยาศาสตร์ รวมทั้งพยานหลักฐานต่าง ๆ มาเป็นหลักฐานประกอบสํานวนและรายงานผลการดําเนินการให้ ศอฉ. ทราบภายใน ๖๐ วัน ความละเอียดแจ้ง นั้น นายสุเทพคงจะจําได้ กรณีนายฮิโรยูกิ มูราโมโต สถานทูต ญี่ปุ่น เขาถามเรื่องการชันสูตรพลิกศพ เรื่องความคืบหน้าทางคดี นายสุเทพบอกว่าขอเวลา ๖๐ วัน นายธาริตทําหนังสือสนองไปทันที นายธาริตบอกต่ออีกว่า เพื่อดําเนินการให้เป็นมติ ตามที่ ศอฉ. ประกอบกับสํานวนการชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิต ถือเป็นส่วนหนึ่งของคดี การทําร้ายประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งคณะกรรมการคดีพิเศษมีมติให้เป็นคดีพิเศษ อยู่แล้วนะครับ และคําสั่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ ลงวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๕๓ มอบหมาย หน้าที่รับผิดชอบให้แต่ละชุดทํางานดําเนินการสอบสวนให้ได้ข้อเท็จจริงมากที่สุดว่า ผู้ตายเป็นใคร ตายที่ไหน เมื่อใด สาเหตุและพฤติการณ์ที่ตาย ใครเป็นผู้ทําให้ตาย โดยวิธีใด เพื่อให้การสืบสวนสอบสวนถึงสาเหตุการตายของผู้เสียชีวิตแต่ละรายเป็นไปด้วย ความเรียบร้อย โปร่งใสและเป็นธรรมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ท่านประธานที่เคารพ รายละเอียด ฉบับนี้ เขาได้อธิบายอย่างชัดเจน เป็นที่มาของการรู้ว่ามีทหารจุดใดไปประจําจุด กับความตายในแต่ละจุด ใช้ปืนกระสุนอะไร มีคําสั่งราชการอย่างไร ท่านประธานฟังต่อ นะครับว่าจดหมายของนายธาริตที่ทําไปถึงนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในหน้าที่ ๒ ระบุอย่างนี้ ท่านประธาน ในการสืบสวนสอบสวนถึงเหตุการณ์ตายของผู้เสียชีวิตจากสถานการณ์ชุมนุม แต่ละรายนั้น กรมสอบสวนคดีพิเศษมีความจําเป็นต้องแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวม พยานหลักฐานทั้งหลายเพิ่มเติมนอกเหนือเท่าที่ปรากฏอยู่ในสํานวนการชันสูตรพลิกศพ ของพนักงานสอบสวนพื้นที่พบศพ คือสํานักงานตํารวจแห่งชาติให้ได้มากที่สุด นี่ก็เป็นการยอมรับว่าเจ้าหน้าที่ตํารวจได้ไปชันสูตรพลิกศพแล้ว แต่ยังไม่ได้ทันทําสํานวน ชันสูตร คดีก็ถูกโยกไป ผมมีเอกสารทุกชิ้น เดี๋ยวท่านประธานตามมานะครับ อย่างไรก็ตาม ในการดําเนินการดังกล่าว กรมสอบสวนคดีพิเศษมีความจําเป็นจะต้องรับทราบข้อมูล ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับหน่วยทหารและผู้บังคับบัญชา พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ความจริงไม่น่าลับ ๆ ล่อ ๆ มาอยู่ด้านหลังนายสุเทพ จะได้ฟังกันอย่างเข้าใจ เห็นครับ พกมาด้วย ทีหลังอย่าให้ลูกน้องพกปืนเข้าไปในห้องคอนโทรล (Control) อีก ท่านประธานที่เคารพ