อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หารือเรื่องการปฏิบัติงานของท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ และมีข้อกังวลที่ต้องการกราบเรียนประธานสภา โดยมีข้อกังวลเกี่ยวกับการเผาบ้านเผาเมืองและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเรียกร้องการพิจารณาการดำเนินการของท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพในเหตุการณ์นี้
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ไม่ใช้เวลานานครับ เพราะผมคิดว่าคําชี้แจงของ ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพค่อนข้างที่จะสมบูรณ์ แต่ว่ามีประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธาน แล้วก็โดยเฉพาะผ่านไปยังพี่น้องประชาชน
ประเด็นแรก ความจริงทั้งหมดที่พยายามสร้างเรื่องขึ้นมา ก็ไปพาดพิง คนนั้นคนนี้เขา อยู่ดี ๆ เมื่อกี้ก็แวะไปที่พันธมิตรนะครับ ไม่เป็นธรรมกับเขานะครับ ผมกับเขาก็ไม่ได้รักใคร่อะไรกันตอนนี้หรอกครับ แต่ว่าไม่เป็นธรรมครับ อย่างนี้ไม่ควร ที่จะทํา เช่นเดียวกันกับที่พยายามอ้างว่า ที่สุดแล้วนี่ต้องการที่จะให้มีการเกาะเกี่ยวกัน สร้างสถานการณ์เผาบ้านเผาเมืองเพื่อที่จะมามีงบประมาณเยอะ ไม่ใช่เลยครับ ถ้าท่าน ส.ส. วรวัจน์อยากทราบนะครับ งบประมาณในช่วงที่ผ่านมา กระทรวงกลาโหมได้รับ งบประมาณสูงสุด ท่านทราบไหมครับงบประมาณปีไหน ปี ๒๕๕๒ ปีงบประมาณนะครับ คือในสมัยรัฐบาลของพรรคพลังประชาชน ๑๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทครับ ท่านน่าจะจําได้ ท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว แสดงผลงานแจกปลัดขิก อยู่ตอนนั้น กราบเรียนท่านประธานว่า หลังจากนั้นมาพอเกิดวิกฤติเศรษฐกิจงบประมาณ กระทรวงกลาโหมก็ปรับลดลง เหมือนกับกระทรวงอื่น ๆ ครับ พอเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ ก็ปรับลงมาเหลือ ๑๕๔,๐๐๐ ล้านบาท ปีปัจจุบันก็ ๑๖๘,๐๐๐ ล้านบาท และเมื่อสักครู่นี้ ที่ท่านบอกว่าจะให้กัน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ใช่หรอกครับ ผมเพิ่งทํากรอบงบประมาณเสร็จ กระทรวงกลาโหมนี่เราวางเป้าหมายไว้ที่ประมาณ ๑๗๔,๐๐๐ ล้านบาทครับ ซึ่งเพิ่ม ร้อยละ ๗.๔ เพิ่มในอัตราที่ต่ํากว่างบประมาณในภาพรวม เพราะฉะนั้นที่สร้างเรื่องสร้างราว วาดภาพอย่างนั้นอย่างนี้ ไม่ใช่ครับ ผมกราบเรียนว่าไม่โดนด้วยตัวเองไม่ทราบหรอกครับ ผมกับท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพโดนมาแล้ว อยู่ในรถที่กระทรวงมหาดไทย ปี ๒๕๕๒ ตอนแรกก็บอกว่าแดงเทียมมาทุบรถ พอต่อมาเห็นได้ชัดเจนว่ามีการยึดเอาอาวุธของ รปภ. กลับไปขึ้นเวทีเสื้อแดง ก็มาใหม่ว่าพวกผมไม่ได้อยู่ในรถ ประหนึ่งว่าถ้าไม่ใช่ผมอยู่ในรถ ถ้าไม่ใช่คุณสุเทพอยู่ในรถ แล้วพฤติกรรมที่ไปทําลายทุบรถเป็นสิ่งที่ไม่เป็นเรื่องผิด วันนี้เหมือนกันครับ พยายามเขียนประวัติศาสตร์ใหม่เพื่อประโยชน์ของการสร้าง ความขัดแย้งเพิ่มเติม แทนที่เราจะช่วยกันพาบ้านเมืองเดินไปข้างหน้า แก้ปัญหา ของประชาชน ผมกราบเรียนท่านประธานครับ พยายามไปทําเรื่องให้มันสลับซับซ้อน แต่ที่จริงไม่ต้องคิดอะไรมากครับ ความจริงเมื่อกี้ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพพูดไม่หมดครับ เหตุการณ์เผามันไม่ได้เกิดขึ้นแต่เฉพาะในกรุงเทพมหานครนะครับ ศาลากลางอีกกี่จังหวัด แล้วจับได้ด้วยครับ แล้วก็รู้ด้วยครับว่าตัวเป็นใคร แล้วก็คือแกนนําที่ในที่สุดนี่ครับ ก็ต้องขึ้นศาล ขึ้นโรงขึ้นศาล ถูกตัดสินก็มี แปลว่าอะไรครับ ท่านกําลังกล่าวหาว่า สมคบกัน สร้างสถานการณ์ทั่วประเทศ โดยอาศัยคนที่ยอมรับตัวว่าเป็นแกน นปช. อย่างนั้นหรือครับ แล้วจําได้ไหมครับ ของในเซ็นทรัลเวิลด์นี่ครับ ของมีค่านี่ครับมันขึ้นรถของแกนนําคนไหนไป แล้วไปโผล่ที่วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร แล้วมันจะเป็นทหารไปได้อย่างไรครับ พยายามพูด ให้มันเกิดความลึกลับซับซ้อน แต่คนทั่วประเทศเขาทราบครับว่าอะไรเป็นอะไร ผมอยู่ที่ กรมทหารราบที่ ๑๑ ผมจําได้ครับ ติดต่อมากที่สุดก็คือพวกช่อง ๓ ครับ นั่นเขาก็เห็นชัดเจน ว่าใครเผา ใครพยายามยิง เวลาที่เขาพยายามที่จะต้องออกจากตึกที่มีการเผา และเราก็ส่ง เฮลิคอปเตอร์ไปช่วย และคนที่ไปโผล่เผาช่อง ๓ นี่ที่เป็นชาวต่างประเทศคนหนึ่ง ปีที่แล้ว เอาคลิปมาให้ดูนี่ ก็ประกาศตั้งแต่ก่อนวันที่ ๑๙ ว่ามีอะไรขึ้นก็จะไปเผาห้างเซ็นทรัลเวิลด์ อยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุมครับ สุดท้ายท่านก็บอกว่าปีที่แล้ว ผมบอกให้ฟัง รปภ. ก็ใช่ครับ รปภ. ที่ผมพูดถึงนี่เขาก็ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์โพสต์ ทูเดย์ (Post Today) ไปตั้งแต่ปีที่แล้ว ไม่ได้เป็นอย่างที่ท่านเล่าครับ เขาก็ระบุชัดเจนว่าคนที่เข้ามาแต่งตัวอย่างไร เกี่ยวข้องกับ การชุมนุมอย่างไร เหมือนกับสํานวนดีเอสไอที่ท่านก็ไม่พูดถึงครับ ที่มี รปภ. ให้การชัดเจน เช่นเดียวกันว่าคนที่เข้ามาก็คือกลุ่มผู้ชุมนุมหรือคนเสื้อแดง ผมไม่ทราบว่าท่านพยายาม ทําสิ่งเหล่านี้ไปทําไมนะครับ ผมกราบเรียนว่าหน้าที่ของพวกผม ต้องรักษาความสงบ เรียบร้อยของบ้านเมือง ท่านคิดของท่านไปได้ครับว่าถ้าไม่มีนายกรัฐมนตรีคนนี้ รองนายกรัฐมนตรีคนนี้เหตุการณ์จะไม่เกิด ผมไม่ทราบหรอกครับ แต่ที่แน่ ๆ ถ้าไม่มีแกนนํา ไปปลุกระดมให้คนมาเผา แล้วพูดไว้ล่วงหน้าว่าจะทํากรุงเทพมหานครให้เป็นทะเลเพลิง เหตุการณ์ไม่เกิดแน่นอนครับ ขอบคุณครับ