สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๔

อรุณี ชํานาญยา อภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี โดยกล่าวหาว่าล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดิน ไม่เคารพประชาธิปไตย ละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน ขยายความขัดแย้งในสังคม และมีเหตุผลที่ชัดเจนในการอภิปราย

นางสาวอรุณี ชํานาญยา พะเยา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน อรุณี ชํานาญยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา พรรคเพื่อไทย ดิฉันขออนุญาต ท่านประธานที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อตัวท่านนายกรัฐมนตรีที่ชื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านประธานที่เคารพ เหตุผลที่ดิฉันจะได้อภิปรายนั้น เนื่องด้วยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในหัวหน้ารัฐบาลได้บริหารราชการแผ่นดินล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ บริหารราชการแผ่นดินไม่เป็นไปตามนิติธรรม จงใจฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ และกฎหมาย ไม่เคารพประชาธิปไตย ละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์สิทธิเสรีภาพของ ประชาชนอย่างร้ายแรง ขยายความขัดแย้งแตกแยกในสังคมให้ทวีความรุนแรงมากขึ้น ล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาความมั่นคงภายในประเทศ ท่านประธานที่เคารพ การอภิปราย ไม่ไว้วางใจนั้นแน่นอนย่อมต้องมีเหตุผล ย่อมต้องมีคําอภิปรายประกอบ ความขัดแย้ง ที่เกิดขึ้นในสังคมเรานั้น วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีล้มเหลวในการแก้ปัญหา แต่ที่ดิฉันจะพูดนั้น ดิฉันได้เวลาประมาณไม่เกิน ๓๐ นาที เพราะฉะนั้นดิฉันจะขออนุญาตตัดตอนเริ่มลําดับ ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยของเรานะคะ มันเริ่มขึ้นมาค่ะ ท่านประธานที่เคารพ เริ่มขึ้นมาหลังจากที่มีการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี ๒๕๔๘ ตอนนั้นพรรคไทยรักไทย ได้เสียงสนับสนุนจากพี่น้องประชาชน ได้ ส.ส. ถึง ๓๗๗ คนค่ะ ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีต่ออีกวาระหนึ่ง ซึ่งเป็นการสนับสนุนของพี่น้องประชาชนที่เป็น ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มากที่สุด เราสามารถตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้ แต่นั่นละค่ะ หลังจากนั้นปี ๒๕๔๙ ก็มีการชุมนุมของกลุ่มคนที่เรียกว่า พันธมิตร หรือเราเรียกกันว่า กลุ่มเสื้อเหลืองเกิดขึ้น เขาไม่ไว้วางใจต่อการบริหารราชการของท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ และขณะเดียวกันก็มีการขยายวงกว้างมากขึ้นเรื่อย ๆ ของการชุมนุมประท้วง ใช้สื่อที่เรียกว่า เอเอสทีวี (ASTV) มาเป็นตัวช่วยขยายความรุนแรงของการประท้วงให้มากขึ้น จนในที่สุด เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๔๙ ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณถึงได้ใช้หลักประชาธิปไตยในการตัดสินใจ ก็คือ ยุบสภา คืนอํานาจให้พี่น้องประชาชนเพื่อจะได้ตัดสินว่า การที่เขาถูกพันธมิตรกล่าวหา แล้วพอนํามาสู่การเลือกตั้ง แล้วพี่น้องประชาชนจะคิดอย่างไร เลือกอย่างไร แต่นั่นละค่ะ ๒ เมษายน เมื่อมีประกาศกฤษฎีกาเลือกตั้งกลับเกิดปรากฎการณ์ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นก็คือ พรรคที่ใหญ่ที่สุด เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทยกลับไม่ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง ด้วยเหตุผลที่ว่า ให้เวลาน้อยเกินไปแค่ ๓๗ วัน ซึ่งไม่น่าเชื่อนะคะ พรรคที่เป็นพรรคใหญ่เก่าแก่กลับบอกว่า เวลาน้อยไป เวลาไปพูดที่อื่นบอกว่าพร้อมเสมอสําหรับการเลือกตั้ง ทั้งนี้ทั้งนั้น ท่านประธานที่เคารพคะ การเลือกตั้งครั้งนั้นนําไปสู่การโมฆะค่ะ การโมฆะก็ไม่น่าเชื่อว่า จะเกิดขึ้นเหมือนกัน และขณะเดียวกันก็นําไปสู่การฟ้องร้องเรื่องการยุบพรรคไทยรักไทยด้วย พอนําไปสู่การฟ้องร้องขึ้นศาล กลุ่มชุมนุมของเสื้อเหลืองก็ขยายตัววงกว้างมากขึ้นเรื่อย ๆ รัฐบาลไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ ที่สําคัญดิฉันมั่นใจว่าเหตุที่สําคัญนั้นไม่อยากให้มีการ เลือกตั้งมากกว่า ที่ไม่อยากให้มีการเลือกตั้งก็เพราะว่าเลือกตั้งไปก็แพ้พรรคไทยรักไทยอีก ทําอย่างไรดีคะ ก็ต้องปฏิวัติ ในที่สุดวันที่ ๑๙ กันยายน ทหารก็เดินหน้าเข้าสู่การปฏิวัติ รัฐประหาร เกิดรัฐบาลเผด็จการขึ้นค่ะ รัฐบาลโดยการที่มีนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ท่านประธานและพี่น้องประชาชนคงรู้จักดีนะคะ เป็นนายกรัฐมนตรีที่ตอนนั้น มีข่าวเกรียวกราวทั่วประเทศ ไปรุกที่เขายายเที่ยง สร้างคฤหาสน์ใหญ่โต แต่ไม่ผิดกฎหมาย พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศจําได้ดี ขณะเดียวกันเมื่อเกิดรัฐบาลเผด็จการขึ้น กลุ่มเสื้อแดงที่เรียกว่า นปช. ก็ออกมาต่อต้านรัฐบาลเผด็จการ ท่านประธานที่เคารพ ระหว่างนั้นการบริหารงานของรัฐบาลโดย พลเอก สุรยุทธ์ ก็ได้เริ่มมีการร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ขึ้น และขณะเดียวกันมีการติดตามล้างผลาญพรรคไทยรักไทยขึ้นมาอีก ก็เลยต้อง ถูกยุบเมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๐ ข้อหาที่ถูกยุบบอกว่าเป็นปรปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตย แปลกนะคะ เข้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง กลับบอกว่าเป็นปรปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตย เป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ แต่พรรคที่ไม่ส่งเข้าลงสมัครกลับไม่เป็นปรปักษ์ ก็ไม่น่าเชื่อ เหมือนกัน แต่ไม่เป็นไรค่ะ ยุบแล้วก็ตั้งใหม่ พรรคไทยรักไทยจึงเกิดเป็นพรรคพลังประชาชน และในที่สุดวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐ เราเลือกตั้งกันใหม่ พรรคพลังประชาชนก็ชนะ เลือกตั้งอีก ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคก็ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ถูกหาว่าเป็นนอมินี (Nominee) อีก ก็พยายามที่หาความให้อีก ใส่ความให้อีก ในที่สุดก็ถูก ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสิ้นสุดความเป็นนายกรัฐมนตรี โดยที่ไปจัดรายการชิมไปบ่นไป ไม่น่าเชื่อนะคะท่านประธาน ทั่วโลกเขาตะลึงกันหมดเลยว่านายกรัฐมนตรีจะหลุดจากเก้าอี้ ด้วยการไปจัดรายการโทรทัศน์ ซึ่งมีการตีความคําว่า ลูกจ้าง ตามพจนานุกรม กลับไม่ใช้ กฎหมายแรงงานเข้ามาตีความ ซึ่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในสังคมไทย สังคมโลก และสังคมของตุลาการนั่นเอง ท่านประธานที่เคารพคะ วันที่ ๙ กันยายน ๒๕๕๑ ท่านสมัคร หลุดจากเก้าอี้ วันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๕๑ ท่านนายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งเป็น หัวหน้าพรรคก็ได้รับคัดเลือกขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีอีก หลังจากนั้นเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว วันที่ ๗ ตุลาคมก็มีการแถลงนโยบาย จําได้ไหมคะ พวกเราคงจําได้ทุกคน วันที่ ๗ ตุลาคม เสื้อเหลืองพันธมิตรมาล้อมปิดสภาอีก ข้อหาเดิมก็คือไม่อยากให้นอมินีของท่าน นายกรัฐมนตรีทักษิณขึ้นบริหารบ้านเมือง จะเอาเป็นเอาตายให้ได้ วันนั้นมีการสลาย การชุมนุม มีการเสียชีวิตไป ๒ ศพ ศพหนึ่งคงจําได้นะคะ ระเบิดในรถจิ๊ปเชอโรกี (Jeep Cherokee) อีกศพหนึ่งตายเนื่องจากระเบิดปิงปองซึ่งก็ยังหาตัวคนร้ายไม่ได้ ท่านประธานที่เคารพ อันนี้คือความรุนแรงที่เกิดขึ้น หลังจากนั้นวันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๕๑ พรรคพลังประชาชนก็ถูกยุบ ถูกตามล้างตามผลาญอีก ยุบ ข้อหาทุจริตเลือกตั้ง ท่านประธานคะ ครั้งนี้หนักหนาสาหัสพ่วงเอาพรรคชาติไทยเข้าไปด้วย พ่วงเอาพรรคมัชฌิมาธิปไตย เข้าไปด้วย เพราะอยากไปร่วมกับพรรคพลังประชาชนตั้งรัฐบาลดีนัก ต้องยุบไปเลยค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ พูดง่าย ๆ อันไหนที่มาร่วมหัวร่วมโรงกับพรรคพลังประชาชน ต้องอยู่ไม่ได้เช่นกัน อันนี้คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังจากนั้นท่านประธานคะ ก็มีความพยายาม ตั้งรัฐบาลใหม่ เมื่อพรรคของเราถูกยุบเราก็ไปเกิดเป็นพรรคใหม่คือพรรคเพื่อไทย แยกย้าย กันไปค่ะ แต่เราก็ถูกดึงตัว ส.ส. ไปร่วมกับพรรคอื่น พรรคของเราโดนแยกออกไป จนในที่สุด มีการตั้งรัฐบาลขึ้นในค่ายทหารขึ้น อันนี้เป็นเรื่องจริง ทุกคนก็คงไม่ปฏิเสธนะคะ พรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนําในการจัดตั้งรัฐบาล โดยมีทหาร โดยมีมือที่มองไม่เห็น มาช่วยเป็นคนจัดตั้ง ก็เอาละค่ะท่านประธาน อยากเป็นรัฐบาลแล้ว ถึงจะตั้งในค่ายทหาร ก็ต้องเอาละค่ะ พรรคอื่น ๆ ก็ถูกเกมการเมืองบังคับให้ร่วมรัฐบาลด้วย ก็ไม่เป็นไรละค่ะ ท่านประธาน ถ้าไม่ร่วมรัฐบาลก็อาจจะถูกยุบเป็นรอบ ๒ อีก แต่รัฐบาลอภิสิทธิ์วันนี้ก็แน่ชัด เราไม่ต้องสงสัยแล้วว่าเป็นรัฐบาลที่มีทหารอยู่เบื้องหลัง มีตุลาการภิวัฒน์สนับสนุนอยู่ มีมือที่มองไม่เห็นคอยบงการอยู่ด้วย ท่านประธานที่เคารพคะ วันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๑ นายอภิสิทธิ์จึงขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี รัฐบาลใต้เงาทหารค่ะ เกิดขึ้นแล้ว ขณะเดียวกัน กลุ่ม นปช. ก็ออกมาเคลื่อนไหวอีกเพื่อต่อต้านรัฐบาลที่เป็นรัฐบาลที่เรียกว่ารัฐบาลใต้เงา ทหารเผด็จการนั่นเอง ท่านประธานคะ การเคลื่อนไหวตรงจุดนี้ที่เป็นเรื่องของความรุนแรง ที่เริ่มขึ้น มันเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๓ ดิฉันอยากจะให้ท่านประธานได้ดูภาพ และอยากจะให้ทางกล้องช่วยโคลสภาพมาตรงข้างหลังของดิฉัน แล้วก็ไม่ต้องโคลสภาพของ ตัวดิฉันก็ได้ ให้โคลสไปที่ภาพเลยจะเปลี่ยนไปเรื่อย เพียงแต่ดิฉันจะชี้แจงให้เห็นว่าวันที่ ๑๒ มันมีความเป็นไปเป็นมาอย่างไร ท่านประธานเห็นไหมว่านี่คือขบวนรถ รถไม่ว่าจะเป็นรถปิกอัพ รถเก๋ง รถหกล้อ รถโดยสาร รถอีต๊อกอีแต๋นมาหมดเลยค่ะของพี่น้องคนเสื้อแดงมาจากทั่วทุ กรทิศ เห็นไหมคะพี่น้องจากจังหวัดอุตรดิตถ์ก็มาด้วยของท่านทนุศักดิ์ ท่านกฤษณา นั่งรถอีแต๋นเข้ามาเลยเป็นขบวน พี่น้องประชาชนที่อยู่ข้างทางก็เดินออกมาส่งว่าพี่น้อง เสื้อแดงจะเข้ากรุงเทพมหานครกัน มาจากต่างจังหวัดกันทั้งนั้นเลย เพื่อขอให้นายกรัฐมนตรี ยุบสภาคืนอํานาจให้แก่พี่น้องประชาชน นั่นคือยุบสภาเลือกตั้งค่ะ ท่านประธานเห็นไหมคะ นี่ก็มาจากภาคอีสานค่ะ มากันหนาแน่นเลย ทั้งรถอีต๊อกอีแต๋น รถหกล้อ รถโดยสารมาหมด เลย อันนี้จังหวัดนครสวรรค์ชุมนุมกันเต็มไปหมด จังหวัดนครสวรรค์ไปจังหวัด พระนครศรีอยุธยา ไม่น่าเชื่อกล้องช่วยโคลสให้เต็ม ๆ หน่อย พี่น้องจะได้เห็นว่านี่คือที่มาของ วันที่ ๑๒ ท่านประธานคะ แล้วนี่ก็พี่น้องจากกรุงเทพมหานครลงรถมอเตอร์ไซค์มากัน เป็นแถวมาเพื่อจะรวมพลังกันเพื่อให้รัฐบาลยุบสภานําไปสู่การเลือกตั้ง ท่านประธานที่เคารพ ภาพที่แสดงให้เห็นอีกภาพหนึ่งเห็นไหมคะ พี่น้องที่อยู่ในกรุงเทพมหานคร อยู่บนสะพานลอย ยืนต้อนรับเป็นแถว ไม่ว่าคณะพี่น้องจากภาคเหนือ ภาคอีสานเต็มไปหมดเลยค่ะ ดิฉันเอง ดิฉันยอมรับว่าดิฉันมาด้วยกับขบวน เพราะรู้ว่าพี่น้องของดิฉันเขามาเพื่อขอให้รัฐบาลยุบสภา คืนอํานาจไปสู่การเลือกตั้งแค่นั้นเอง อันนี้คือที่มาท่านประธานที่เคารพคะ นี่คือที่มา แต่ท่านประธานที่เคารพคะ ทั้งหลายทั้งปวงนั้นเมื่อเกิดปัญหาทางการเมือง แน่นอนมันจึงมี การเดินขบวน การชุมนุม การประท้วงเคลื่อนไหวเพื่อขอให้ได้รับความเป็นธรรม ซึ่งเรา ก็ถือว่าเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพตามระบอบประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญค่ะ การชุมนุม ดําเนินต่อไปเรื่อย ๆ ขบวนยาวตั้งแต่หน้าอนุสาวรีย์พระบรมรูปทรงม้า ถนนราชดําเนิน สะพานมัฆวานรังสรรค์ สะพานผ่านฟ้าลีลาศไปจนถึงอนุสาวรีย์ประชาธิไตย แต่ไม่น่าเชื่อ ท่านประธานคะ แทนที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะแก้ปัญหาด้วยการเจรจาสันติหรือทําให้เกิด ความสงบโดยการพูดคุยกัน แต่ท่านกลับเป็นผู้ที่ยกระดับความรุนแรงของการชุมนุมให้เป็นการ ต่อสู้ขึ้น เมื่อวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๕๓ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์กลับประกาศพระราชกําหนด ฉุกเฉินร้ายแรงขึ้น วันที่ ๗ เมษายน ท่านประกาศขึ้นมาตรงนี้ต่างหากที่มันทําให้มองเห็นว่า เป็นการยกระดับความรุนแรงขึ้น เหมือนหลาย ๆ ประเทศ ท่านประธานที่เคารพคะ การจลาจล การปะทะเกิดการเจ็บการตายมักจะเกิดขึ้นหลังจากการประกาศพระราชกําหนด ร้ายแรงทั้งสิ้น การชุมนุมของคนเสื้อแดงถูกยกระดับขึ้นแล้วค่ะท่านประธาน นายกรัฐมนตรีให้มี การปราบผู้ชุมนุม ให้มีการสลายผู้ชุมนุม โดยใช้คําพูดที่ว่าขอคืนพื้นที่ค่ะ แต่การกระทํา มันไม่ใช่ ท่านประธานที่เคารพ มันไม่ใช่ ไม่ใช่จริง ๆ มันจะใช่ได้อย่างไร ในเมื่อมันมีการขน กองกําลังทหารติดอาวุธเข้ามา ในเมื่อวันมีการขนรถลําเลียง รถหุ้มเกราะติดปืนกลเข้ามา ในเมื่อมันมีการใช้เฮลิคอปเตอร์โรยแก๊สน้ําตาลงมามันเป็นการยั่วยุให้เกิดการปะทะกับ พลังของพี่น้องประชาชน มันเป็นการจงใจไหม และที่ร้ายที่สุด ท่านประธานที่เคารพ ที่ร้ายที่สุดก็คือการยั่วยุโดยการใช้สื่อของรัฐ ดิฉันไม่พูดเปล่านะคะ ท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะเอาคําพูดของเจ้าหน้าที่คนหนึ่ง ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ สถานีโทรทัศน์เอ็นบีที (NBT) ซึ่งไปให้ปากคําต่อการประชุมของคณะกรรมการอิสระ ตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ หรือที่เรารู้กันในนามของ คอป. ซึ่งเป็นการตรวจสอบหาความจริงจากเหตุการณ์วันที่ ๑๐ เมษายน เขาบอกว่าอย่างไรคะ ท่านเจ้าหน้าที่ท่านนี้ท่านบอกว่า รัฐบาลพยายามที่จะใช้สื่อ คือสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ไม่ว่าจะเป็นข้อความตัววิ่งหน้าจอหรือการจัดเวทีสนทนา จะต้องเชิญวิทยากรที่คิดเหมือนกับ รัฐบาลมาแสดงความเห็นผ่านโทรทัศน์ โดยที่ผู้จัดไม่สามารถหาคนที่เป็นกลางหรือฝ่ายที่ คิดเห็นแบบเดียวกับเสื้อแดงมาออกรายการได้ เพื่อที่จะโจมตีกลุ่มชุมนุมเหมือนเป็นการราด น้ํามันลงบนกองไฟ ซึ่งเอ็นบีทีก็กลายเป็นสื่อที่จุดชนวนความรุนแรงให้เกิดขึ้น เขายังบอก อีกว่ารัฐบาลพยายามใช้องค์กรของผม ถ้าสังเกตจากตัววิ่งที่ขึ้นหน้าจอแล้วจะเห็นว่า ข้อความนั้นจะด่าคนไทยอีกกลุ่มหนึ่งที่คิดไม่เหมือนกับรัฐบาล ในรายการสนทนาทางผู้จัดทํา รายการที่จะเชิญวิทยากรมาพูดถึงความรุนแรงในช่วงนั้น ไม่สามารถที่จะเชิญนักวิชาการที่มี ความเป็นกลางหรือความคิดเห็นทางฝ่ายคนเสื้อแดงมาได้ พูดง่าย ๆ ก็คือระบุมาแล้วว่า จะต้องเอาคนที่คิดเหมือนรัฐบาลเท่านั้น เพื่อมาแสดงความคิดเห็นโจมตีกลุ่มผู้ชุมนุม กลุ่มประชาชนที่เห็นแตกต่างจากรัฐบาล ตรงนั้นเป็นส่วนที่เหมือนกับการราดน้ํามันลงบนกองไฟ รัฐบาลไม่ได้ใช้สมองค่ะ เขาพูดอย่างนั้นในการที่จะเลือกหนทางที่จะแก้ไขปัญหาให้ถูกต้อง นอกจากนั้นเขายังบอกว่าความรุนแรงตรงส่วนนี้ ส่วนหนึ่งรัฐบาลหลีกเลี่ยงได้ แต่เลือก ที่จะมองประชาชนกลุ่มหนึ่งเป็นศัตรูของตนเอง เขาพูดอย่างนั้น ทําให้นําพาเหตุการณ์ไปสู่ ความรุนแรง ถ้า คอป. ไปเจาะลึกข้อมูลจากบุคลากรในสถานี เชื่อว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ไม่มีใคร กล้าพูด เหตุผลที่น่าจะทราบเพราะว่าพวกตนนั้นได้รับเงินเดือนจากรัฐบาล แต่ส่วนตัว ของเขาเองเขาเห็นใจประชาชนจึงกล้าออกมาพูด นี่ละค่ะท่านประธานที่เคารพ การยกระดับ ความรุนแรงในเหตุผลที่ดิฉันบอกว่านายกรัฐมนตรีเป็นผู้ก่อเหตุในการยกระดับความรุนแรง วันนั้น ๑๐ เมษายนถึงมีคนตายถึงประมาณ ๒๐ กว่าศพ ความรุนแรงถูกยกระดับขึ้นแล้ว นะคะ และหลังจากนั้นท่านประธานที่เคารพ มันมีคําพูดขึ้นมาในสังคมไทยก็คือคําพูดคําว่า ผู้ก่อการร้าย เป็นคําพูดที่ออกมาจากคนในรัฐบาลด้วยซ้ํา เพราะอะไรคะ ต้องยัดเยียดนะคะ ต้องยัดเยียดข้อหานี้ให้กับคนเสื้อแดงให้ได้ ท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะเปรียบเทียบนะคะ ว่าคําว่า ผู้ก่อการร้าย กับเหตุการณ์ที่อยากจะแสดงในชาร์ท นี่ค่ะคือความรุนแรงที่เกิดขึ้น จากสถานการณ์ภาคใต้ รถโดนระเบิด โคลสอัพด้วยนะคะ ทหารบาดเจ็บ บางคนก็ตาย รถถังเสียหายหมดนะคะ นี่คือเหตุการณ์ที่ภาคใต้ พระออกบิณฑบาตก็โดนยิงเสียชีวิต โดนยิง บาดเจ็บ ท่านประธานคะ ดูภาพเหล่านี้นะคะ หรือไม่ก็ดูภาพสุดท้ายอีกอันหนึ่งค่ะ อันนี้ล่าสุดเลยค่ะ คาร์บอมบ์ นี่ออกมาจากสื่อนะคะ อาวุธโหด ดิบ เถื่อน ของการก่อการร้าย นี่สื่อเป็นคนพูดว่าก่อการร้ายนะคะ แต่รัฐบาลเองก็ยังพูดค่ะว่าเหตุการณ์เหล่านี้เป็นเรื่องของ ผู้ก่อความไม่สงบในภาคใต้ แต่พี่น้องเสื้อแดงกลับถูกยัดเยียดคําว่า ผู้ก่อการร้าย ท่านประธานที่เคารพคะ เมื่อตายเกือบ ๓๐ ศพมันจึงเกิดการยกระดับความรุนแรงขึ้น ขึ้นที่ไหนคะ ขึ้นในใจนะคะ ในใจของพี่น้องเสื้อแดงที่เขาเพียงแต่มาเรียกร้องชุมนุม ให้คืนอํานาจ ให้มีการเลือกตั้ง ให้มีการยุบสภา มีการยกระดับความรุนแรงขึ้นในใจของ พี่น้องทหารที่เขาสูญเสียเพื่อนของเขาไปในเหตุการณ์ นี่ละค่ะ ท่านประธานที่เคารพ มันจึงมีการพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดเกิดเป็นเหตุการณ์ที่ราชประสงค์ แล้วเป็นอย่างไรคะ ก็ขอคืนพื้นที่อีกนั่นละ ขอคืนพื้นที่ประกาศพระราชกําหนดสถานการณ์ฉุกเฉินขั้นร้ายแรงขึ้น อีกหลายครั้งหลายครา ต่อแล้วต่ออีก จนมีเหตุการณ์ปะทะ ไม่ว่าจะเป็นการที่ เสธ. แดงถูก ยิงเสียชีวิตกลางที่ชุมนุม ท่านประธานคะ ไม่ว่าจะเป็นการปะทะที่ถนนสีลม บ่อนไก่ เห็นไหมคะ บาดเจ็บ ตาย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการเผาเซ็นทรัลเวิลด์ (Central Word) เดี๋ยวเพื่อนของ ดิฉันก็จะพูดต่อไป คงลงลึกในรายละเอียด แต่ที่สําคัญค่ะ การตายที่วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร ผลจากการปะทะทั้งหมด ๙๑ ศพ บาดเจ็บนับ ๒,๐๐๐ คน ติดคุกอีกร่วม ๓๐๐ คน ท่านประธาน ที่เคารพ นี่คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากการประกาศ พ.ร.ก. สถานการณ์ฉุกเฉินขั้นร้ายแรง โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ การเจ็บเกิดขึ้นเรื่อย ๆ การตายเกิดขึ้นเรื่อย ๆ แก้ปัญหา ก็แก้ไม่ได้เรื่อย ๆ ทั้ง ๆ ที่หลายฝ่ายเขาพยายามเสนอตัวเข้ามาช่วย ไม่ว่าจะเป็นองค์กรอิสระ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม ส.ว. คณะทูตจากประเทศต่าง ๆ ก็เข้าไปดูเหตุการณ์ว่าการชุมนุมนั้นมัน ไม่ได้เป็นการก่อการร้าย ๙๑ ศพ นายอภิสิทธิ์อาจจะคิดว่าประสบชัยชนะท่านประธาน แต่ท่านล้มเหลวในการบริหารความมั่นคงภายในประเทศ ท่านเป็นคนที่เพิ่มความขัดแย้งใน ประเทศให้รุนแรงขึ้น ดังนั้นดิฉันคิดว่านายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์กําลังตกอยู่ในที่นั่งลําบากค่ะ จึงต้องมีการปรากฏคําว่า การยัดเยียดคําว่าผู้ก่อการร้ายให้กับพี่น้องเสื้อแดงและแกนนํา คนเสื้อแดง เพื่ออะไรคะ เพื่อไปปกปิด ปกป้องความผิดของตนเอง เพื่อไปนิรโทษกรรมให้กับตนเอง เพราะไม่อย่างนั้นแล้วอาจจะถูกข้อหาคําว่าสั่งฆ่าประชาชนบนศาลโลกก็ได้ ท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉันก็ยังมั่นใจว่าคําว่าผู้ก่อการร้ายนั้นใช้กับผู้ชุมนุมพี่น้องประชาชนคนเสื้อแดง ไม่ได้ค่ะ เพราะเหตุที่มาเขามาจากการชุมนุมเพื่อการเมืองเท่านั้น มาให้นายกรัฐมนตรี ยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ค่ะ แต่ขณะเดียวกันการสูญเสียกลับมาจากการยกระดับความรุนแรง ของนายกรัฐมนตรีทั้งสิ้น การชุมนุมทั้งหมดทั้งสิ้นของคนเสื้อแดงเขาไม่ได้ใช้กําลัง ประทุษร้ายหรือกระทําการใด ๆ อันก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต หรืออันตรายร้ายแรงต่อ ร่างกายหรือเสรีภาพของบุคคลใด ๆ ตามประมวลกฎหมายอาญาว่าด้วยความผิดการก่อการร้าย เขาไม่ได้กระทําการใด ๆ ที่จะก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงแก่ระบบขนส่งสาธารณะ ระบบโทรคมนาคมหรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ เขาไม่ได้กระทําการ ใด ๆ ที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของรัฐใดรัฐหนึ่ง หรือบุคคลใดหรือสิ่งแวดล้อม อันก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจเป็นสําคัญ นั่นหมายถึงว่าเขาไม่ได้ปิดทําเนียบ รัฐบาล เขาไม่ได้ไปปิดสนามบิน เขาไปปิดสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีในช่วงนั้น แล้วจะเรียกเขาว่า เป็นผู้ก่อการร้ายได้อย่างไร ท่านประธานที่เคารพ ซึ่งการเดินขบวนชุมนุมนั้นเขาไม่ถือว่า เป็นการก่อการร้าย เพราะฉะนั้นไม่น่าจะใช้คําว่าผู้ก่อการร้าย ต้องกลับไปใช้คําว่า ผู้ก่อทางการร้ายกับผู้ที่สั่งการ ท่านประธานที่เคารพ และยิ่งล่าสุดผลการสืบสวนของดีเอสไอ ต่อการเสียชีวิตทั้งหมดจากเหตุการณ์เมษายนถึงพฤษภาคม จํานวน ๙๑ คน ปรากฏว่า ๑๒ ศพ ดีเอสไอสรุปมาบอกว่าเป็นการตายที่น่าเชื่อว่าเป็นการกระทําของ นปช. ๑๒ ศพ แต่ ๑๓ ศพ เป็นการตายที่อาจเกิดขึ้นโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐค่ะ เจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นผู้กระทํา แล้วรับคําสั่งมาจากใครคะ ก็จากนายกรัฐมนตรีนั่นล่ะ ท่านประธานคะ เหลืออีก ๖๔ ศพ ยังไม่ปรากฏตัวผู้กระทําผิดนะคะ เพราะฉะนั้นที่ดิฉันพูดมาทั้งหมดนี้ก็หมายถึงว่าวันนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ท่านคงจะนั่งอยู่ในที่นั่งลําบาก ถ้าเป็นบ้านดิฉันก็อาจจะเรียกว่า นั่งอยู่ระหว่างเขาควายเสียแล้วค่ะท่านประธาน เพราะท่านนั่งอยู่ในที่นั่งหนึ่ง ท่านหนีจาก ความกลัวที่จะต้องถูกข้อหาคําว่า สั่งฆ่าประชาชน อีกที่นั่งหนึ่ง ท่านพยายามจะยัดเยียดคํา ว่า ผู้ก่อการร้ายให้กับผู้ชุมนุมและแกนนํา แต่พอลึกลงไปในเรื่องของการสืบสวนสอบสวน ท่านจะกลับเป็นผู้ก่อการร้ายไปเอง ท่านประธานที่เคารพคะ วันนี้ถึงแม้ว่านายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะพยายามสร้างภาพเพื่อให้เกิดความปรองดอง ไม่ว่าจะด้วยการที่มี การแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีการประกาศยุบสภา แต่ดิฉันคิดว่ามันสายไปเสียแล้วค่ะ มันสายไป เสียแล้ว เพราะคําว่า ปรองดอง ของท่าน ท่านไม่ได้จริงใจที่จะปรองดอง ท่านกลับเพิ่ม ความขัดแย้งขึ้นในสังคมขึ้นเรื่อย ๆ ท่านประธานคะ เสื้อแดงยังไม่ขอที่จะขัดแย้ง แน่นอนค่ะ วันนี้เสื้อเหลืองอีกแล้ว ท่านไปฟังสิคะ สถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี วันนี้ด่านายกอภิสิทธิ์ ด่าเสียแบบจนไม่รู้จะเอาอะไรมาเปรียบเทียบ ฟังแทบยังไม่ค่อยได้เลยค่ะท่านประธานคะ มันขัดแย้งขึ้นเรื่อย ๆ ท่านสร้างความแตกแยกขึ้นในสังคมมากวันนี้ แม้กระทั่งที่บ้านของท่าน รถแท็กซี่ยังไม่กล้าที่จะไปส่งผู้โดยสารเลย เข้าไปก็ถูกตรวจ ถูกค้น ถูกตั้งข้อสงสัยสารพัด ชาวบ้านเดือดร้อน ผู้ประกอบการก็เดือดร้อนไปหมด ท่านสร้างความแตกแยกค่ะ หรือไม่ ท่านเดินทางไปไหนวันนี้ ไปเปิดงานทั้งหลาย กระบวนการคุมเข้มรักษาความปลอดภัย ของท่าน ตํารวจเป็นร้อยเป็นพันนาย ชาวบ้านเดือดร้อนไปหมดค่ะ วันนี้สังคมอย่างนี้มันเกิด ความปรองดองขึ้นหรือคะท่านประธาน การแก้รัฐธรรมนูญที่ท่านสร้างภาพ ดิฉันว่ามันไม่ใช่ การปรองดองหรอกค่ะ เพราะที่ท่านแก้มันไม่เกี่ยวเลย ไม่มีข้อไหนที่จะปรองดองได้ แต่ว่า มันปรองดองได้กับพรรคร่วมของท่านที่ท่านรับปากมาใช่ไหมคะ ท่านไม่อยากแก้หรอกค่ะ รัฐธรรมนูญเป็นเขตเล็ก แต่ท่านต้องแก้ ไปรับปากพรรคร่วมที่อุตส่าห์มาเป็นพรรคร่วม รัฐบาลให้กับท่าน เพราะฉะนั้นที่ท่านประกาศยุบสภานําไปสู่การเลือกตั้ง วันนี้คนไม่ตื่นเต้น หรอกค่ะท่านประธาน เพราะว่าคนไทยเขาเลือกแล้วค่ะวันนี้ เขาเลือกแล้ว เขาบอกว่า เลือกตั้งครั้งหน้าเขาจะไม่เลือกนายกรัฐมนตรีที่สั่งฆ่าประชาชน เขาจะไม่เลือกนายกรัฐมนตรี ที่ทําให้ปากท้องเขาต้องตกต่ํา เศรษฐกิจตกต่ําลง ท่านประธานคะ ดิฉันคิดว่านอกจากนั้นยัง มีอีกที่จะเป็นเหตุผล แต่ว่าดิฉันเองก็เป็นนักการเมืองหญิงนะคะ เป็นนักการเมืองผู้หญิงเข้าสู่ การเมืองมันแสนยากลําบากค่ะ ต้องต่อสู้กับศรัทธาของพี่น้องประชาชน แต่ท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์คงจะใช้ความอดทนน้อยกว่าดิฉัน แต่ดิฉันก็คิดว่าตําแหน่งที่ท่านคือตําแหน่ง นายกรัฐมนตรีท่านใช้ความอดทนน้อยจริง ๆ สําหรับการสลายการชุมนุมที่ผ่านมา และดิฉัน ยังทราบอีกนะคะว่าการที่มีการให้ประกันแกนนํา นปช. ความพยายามไม่ได้เกิดจากฝ่ายรัฐบาล เลย แต่เกิดจากหลาย ๆ ฝ่าย ไม่ว่าจะเป็น คอป. หรือแม้กระทั่งพลตรี สนั่น ก็มีความพยายามที่ จะเข้าไปช่วย ท่านประธานที่เคารพคะ เพราะฉะนั้นวันนี้ดิฉันเองจึงไม่สามารถที่จะไว้วางใจต่อ นายกรัฐมนตรีที่ชื่ออภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ตามที่ดิฉันได้กล่าวมาเบื้องต้น และที่สําคัญ ดิฉันเชื่อว่าสิ่งที่ดิฉันจะสรุปนั้นเป็นเหตุผลที่แท้จริงขมวดเข้าก็คือว่า เขาไม่สามารถทําให้เกิด ความปรองดองได้ แต่กลับเป็นต้นเหตุขยายความขัดแย้งให้รุนแรงขึ้นอีก สร้างความแตกแยก ในสังคมมากขึ้นทุก ๆ ด้าน เขาเป็นผู้ที่สั่งการเพื่อให้เกิดการยกระดับความรุนแรงต่อการสลาย การชุมนุม มีการเจ็บ การตาย จึงเป็นข้อหาที่เรียกว่าสั่งฆ่าประชาชนและเป็นผู้ก่อการร้าย ตัวจริงค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ