สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๔

ซูการ์โน มะทา หารือเรื่องความล้มเหลวของรัฐบาลในการแก้ปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงการบริหารงานของรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และเรียกร้องให้ไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ซึ่งรวมถึงการวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาและปัญหาการทําเสพติดในพื้นที่นั้น

นายซูการ์โน มะทา ยะลา

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดยะลา ท่านประธานครับ ในการอภิปรายครั้งนี้ ผมได้รับมอบหมายจากพรรคเพื่อไทยให้อภิปรายไม่ไว้วางใจนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ผมได้รับมอบหมายจากพรรคเพื่อไทย ให้อภิปรายไม่ไว้วางใจนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะที่เป็นหัวหน้ารัฐบาล ถึงความล้มเหลวในการแก้ปัญหา ความรุนแรงในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งก็เป็นที่ปรากฏชัดว่าทุกคนที่อยู่ในที่นี่ จะปฏิเสธไม่ได้ว่ามันเป็นเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ทั้งในรัฐบาลที่ผ่านมา และรัฐบาล ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลชุดนี้ ซึ่งหลายฝ่ายก็ให้การยอมรับว่า เป็นรัฐบาลที่ดีที่สุด และเป็นรัฐบาลที่ดีที่สุดสําหรับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ เพราะว่า ข้อเท็จจริงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ ๑๔ จังหวัดภาคใต้ ต่างมีความศรัทธาต่อนโยบาย และตัวแทนที่สังกัดอยู่ในพรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพ จากข้อเท็จจริงที่ผม ได้กล่าวเมื่อข้างต้นนี้ ก็มีตัวชี้วัดที่จะเป็นตัวชี้วัดที่บอกว่าพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคใต้นั้น มีความหวัง และได้ตั้งความหวังกับการเข้ามาเป็นรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ไว้ในการ แก้ปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างมาก จะเห็นได้ว่าผลของการ เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั่วไปเมื่อปี ๒๕๕๐ ตัวแทนของพรรคประชาธิปัตย์ได้รับ การสนับสนุนจากประชาชนในพื้นที่มากกว่าพรรคการเมืองอื่น ๆ เพราะในอดีตที่ผ่านมา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และในฐานะผู้นําฝ่ายค้าน ได้เคยอภิปรายไม่ไว้วางใจถึงแนวทางการแก้ปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ของรัฐบาลที่ผ่านมา ซึ่งผมขออนุญาตท่านประธานวันนี้จะต้องกล่าวถึง บุคคลภายนอก ซึ่งเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี หลาย ๆ ท่านที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจของ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านประธานที่เคารพ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้เคยอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ในขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คนนี้เป็นผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรอันทรงเกียรติแห่งนี้ ทั้ง ๆ ที่รัฐบาลของอดีตนายกรัฐมนตรีนายสมัคร สุนทรเวช นั้น เข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน ได้เพียงแค่ ๔ เดือน ๔ เดือนของการเข้ามาบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล อดีตนายกรัฐมนตรี นายสมัคร สุนทรเวช นั้น เป็น ๔ เดือนที่ยังไม่ได้ทําอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แต่พรรคประชาธิปัตย์ในฐานะที่เป็นพรรคฝ่ายค้าน และท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะที่เป็นผู้นําฝ่ายค้าน ท่านก็ได้ใช้ความสามารถพิเศษที่เพื่อนสมาชิกใน สภาผู้แทนราษฎรอันทรงเกียรติแห่งนี้ก็ทราบดีว่าท่านมีลีลาในการอภิปราย มีวลีเด็ด ๆ ในการอภิปราย ซึ่งการอภิปรายของท่านอภิสิทธิ์นั้นได้ทําให้ถูกใจบรรดาแม่ยกทั้งหลาย ซึ่งผมขออนุญาตท่านประธานได้นําคําพูดการอภิปรายของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่อภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรีหัวหน้าพรรค พลังประชาชนดังต่อไปนี้ บางตอนบางส่วนนะครับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี คนนี้ได้ใช้ความสามารถในการพูดและลีลาการอภิปราย และกล่าวหาว่า ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ๔ เดือนของรัฐบาลมันจึงนานมากสําหรับประชาชน มันนานมากสําหรับประชาชนที่เขา คาดหวังครับว่าหลังการเลือกตั้งการเมืองจะสงบ เศรษฐกิจจะฟื้นตัว พี่น้องประชาชน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้จะเห็นความหวังว่าบ้านเมืองเดินไปข้างหน้า และในการอภิปราย วันนั้นยังมีบางตอนบางช่วงที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้กล่าวว่าอดีตนายกรัฐมนตรี นายสมัคร สุนทรเวช มีความสุขอยู่กับตําแหน่ง ผอ.กอ.รมน. ไม่เข้าไปแก้ปัญหาความรุนแรง ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานที่เคารพ วันนี้ผมมีความเชื่อว่า สิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้อภิปรายกล่าวหานายสมัคร สุนทรเวช ก็กําลัง เกิดกับท่าน และท่านวันนี้คงไม่กล้ามาปฏิเสธกลางสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ว่าท่านก็ไม่ได้นั่ง อยู่บนเก้าอี้อันแสนสุขที่ท่านเคยกล่าวหานายสมัคร สุนทรเวช ว่ามัวแต่นั่งอยู่บนเก้าอี้ ผอ.กอ.รมน. ไม่ไปแก้ปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าท่านปฏิเสธ ผมก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรครับ เพราะวันนี้ก็เข้ากับสุภาษิตที่ว่า ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง ท่านประธานที่เคารพ เวลา ๓ ปีของการบริหารราชการแผ่นดินของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีคนที่ ๒๗ ของประเทศไทย มันไม่นานสําหรับท่านนายกรัฐมนตรีครับ แต่มัน นานมากสําหรับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มันนานมากกว่าเวลา ๔ เดือนอย่างที่ท่านได้กล่าวหาไว้ และมันนานมากสําหรับประชาชนในพื้นที่จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานีและจังหวัดนราธิวาส ที่ได้ตั้งความหวังไว้ว่าหากพรรคประชาธิปัตย์ได้เป็น รัฐบาล แนวนโยบาย ๙๙ วันเราทําได้จะแก้ปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ อย่างที่เพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่ได้กล่าวอภิปรายในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ ดังนั้น วันนี้ผมเชื่อว่านโยบาย ๙๙ วันเราทําได้จึงเป็นการโกหกพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพี่น้อง ประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี และจังหวัดนราธิวาส ที่เขาศรัทธาต่อพรรคประชาธิปัตย์และเลือกตัวแทนของพรรคประชาธิปัตย์เข้ามาจํานวนมาก ๆ เพื่อเข้ามาแก้ปัญหา นําความสงบสุข ความสันติสุข วันนี้ผมจึงไม่ไว้วางใจนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี บริหารราชการแผ่นดินอีกต่อไป โดยผมมีเหตุผลประกอบการอภิปราย ไม่ไว้วางใจครั้งนี้ดังต่อไปนี้

ท่านประธานที่เคารพ ต้องยอมรับความจริงว่าการแก้ปัญหา ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสายตาของพี่น้องประชาชนที่เขา ตั้งตารอความหวังการบริหารการแก้ปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะในจํานวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายเมื่อสักครู่ ท่านนายกรัฐมนตรีชอบใช้วาทศิลป์และพูดว่า ตั้งแต่เข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน ได้แก้ปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เหตุการณ์ลดลงกว่ารัฐบาล ที่ผ่าน ๆ มา ท่านประธานที่เคารพ เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายว่าในปริมาณของ เหตุการณ์ที่ลดลงนั้นมันลดลงเพียงจํานวนของเหตุการณ์ แต่โดยข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่นั้น มันทวีความรุนแรงมากขึ้น พี่น้องประชาชนเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบเสียหายมากขึ้น และเป้าหมายของการทําลายล้างของผู้ก่อการซึ่งรัฐบาลชุดนี้ให้สมญานามว่า ผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ ก็เปลี่ยนยุทธศาสตร์ ยุทธวิธีในการทําลายล้าง ในการสร้าง ความเสียหายไปสู่เป้าหมายในที่มีประชาชนอยู่กันอย่างหนาแน่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเขตเทศบาลนครยะลา เทศบาลปัตตานี เทศบาลเมืองนราธิวาสหรือแม้กระทั่ง เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นพื้นที่ที่พี่น้องประชาชนในพื้นที่เขาอยู่ หนาแน่น เป็นสถานที่หรือที่ที่ทําให้ทุก ๆ สิ่งทุกอย่างในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น อยู่ในพื้นที่เหล่านี้ทั้งหมด แม้ว่าจะเป็นเรื่องของการบริหารจัดการในเรื่องของด้านเศรษฐกิจ ก็เป็นพื้นที่ชุมชนหนาแน่นในเขตเทศบาลก็เป็นส่วนหนึ่งที่เป็นที่มาของการสร้างรายได้ ของคนในพื้นที่ ท่านประธานที่เคารพวันนี้จากปัญหาความล้มเหลวในการแก้ปัญหาของพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นผมเห็นใจท่านนายกรัฐมนตรี ผมเห็นใจคณะรัฐมนตรีเพราะว่า ปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นมันมีความสลับซับซ้อนและต้องใช้ เวลาในการแก้ปัญหาแต่ในการเปิดยุทธศาสตร์ในการรณรงค์หาเสียงนั้นผมขอย้ําอีกว่า ท่านได้สร้างความหวัง ได้สร้างจินตนาการให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ เชื่อและมีความเชื่อว่านโยบาย ๙๙ วันของท่านนั้นสามารถแก้ปัญหาของพื้นที่ได้ ท่านประธานที่เคารพ วันนี้ท่านเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี เข้ามาบริหารประเทศในฐานะ ผู้นําประเทศสูงสุด สิ่งที่ผมจะอภิปรายต่อไปนี้เป็นส่วนหนึ่งที่จะมาเติมเต็มในส่วนที่เพื่อน สมาชิกได้อภิปรายเมื่อสักครู่ซึ่งผมก็ไม่อยากจะยกตัวเลขที่ท่านนายกรัฐมนตรีหรือ คณะรัฐบาลก็มีตัวเลขที่ชัดเจน แต่ผมอยากจะย้ําให้ท่านได้ทราบว่าวันนี้ความรู้สึกของพี่น้อง ประชาชนที่เขาตั้งความหวังกับรัฐบาลชุดนี้นั้นผมจะเปรียบเปรยหรือเปรียบคําพูดให้ท่าน ได้ฟังว่าความรุนแรงในพื้นที่ที่เกิดขึ้นใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ส่งผลกระทบกับคน ในพื้นที่เปรียบเสมือนว่าคนในพื้นที่เป็นคนที่กําลังจะจมน้ํา เมื่อเห็นขอนไม้ลอยมาก็ว่ายน้ํา จะไปเกาะขอนไม้นั้น แต่ท่านนายกรัฐมนตรี พี่น้องประชาชนที่ว่ายไปเกาะขอนไม้นั้น เมื่อไปถึงขอนไม้บนขอนไม้เต็มไปด้วยมดคันไฟเกาะเต็มไปหมด ผมถามว่าคนที่กําลังจมน้ํา จะกล้าเกาะขอนไม้นั้นเพื่อเอาชีวิตรอดหรือไม่ ดังนั้นผมอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้เห็น ย้ําว่าจากสถิติในรอบ ๗ ปี ของความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้นั้นเรามีความสูญเสียจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ๑๑,๐๐๐ กว่าครั้งนั้น ขออนุญาตท่านประธานครับ คือผมขออนุญาตเริ่มที่ประเด็นของกองกําลังที่ใช้อยู่ในพื้นที่ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ทราบดีครับว่าวันนี้รัฐบาลชุดนี้ได้อนุมัติให้มีการส่งกองกําลังลงไป ในพื้นที่มากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ รายเข้าไปแก้ปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ ผมขอแยกและจําแนกกองกําลังที่อยู่ในพื้นที่เพื่อมาเปรียบเทียบกับเม็ดเงิน งบประมาณที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ทุ่มงบประมาณลงไป วันนี้การแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้นั้นรัฐบาลนี้ได้ส่งกองกําลังไปทั้งหมดประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ กว่านายในพื้นที่ จําแนกเป็นทหารจากกองทัพภาคต่าง ๆ ๓๐,๐๐๐ นาย กองกําลังตํารวจ ๓๐,๐๐๐ นาย ฝ่ายปกครองหรืออาสาสมัครและอาสาสมัครประมาณ ๑,๘๐๐ นาย ชุดรักษาความปลอดภัย หมู่บ้าน ๔๘,๗๙๐ คน อาสาสมัครรักษาผู้สร้าง ๑๕,๔๔๓ คน จากตัวเลขของกําลังพล ในพื้นที่ที่รัฐบาลชุดนี้ได้อนุมัติจัดตั้งและปฏิบัติไปแก้ปัญหาในพื้นที่นะครับ วันนี้ท่าน ก็ยอมรับต่อสาธารณชนในวันแถลงนโยบายที่ทําเนียบรัฐบาลว่าเหตุการณ์ในความรุนแรง ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ลดลงเพียงนิดเดียว ซึ่งวันนี้ผมว่าถ้ามาดูในเม็ดเงิน งบประมาณที่ท่านนายกรัฐมนตรีเข้ามาบริหารประเทศ ๒ ปีเศษใช้เม็ดเงินงบประมาณถึง ๖๓,๐๐๐ กว่าล้านบาทในการจัดทํางบประมาณ ๓ ปีของรัฐบาลชุดนี้ เมื่อเทียบกับเม็ดเงิน งบประมาณของรัฐบาลที่ผ่านมาแล้วรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ภายใต้การนําของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ใช้เม็ดเงินงบประมาณซึ่งเป็นเงินภาษีของพี่น้องประชาชนในการ แก้ปัญหาภาคใต้นั้นมากกว่ารัฐบาลที่ผ่าน ๆ มา และวันนี้นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์คนนี้ครับ ซึ่งในอดีตในตอนอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีท่านสมัคร สุนทรเวชนั้นได้เสนอแนะ ให้รัฐบาลสมัคร สุนทรเวช ฟื้นคืนชีพหน่วยงานหรือองค์กรซึ่งมาเป็นองค์กรถาวรในการแก้ไข ปัญหาภาคใต้ คือ ศอ.บต. และถูกปฏิเสธโดยสิ้นเชิงจากอดีตนายกรัฐมนตรี เพราะว่าวันนั้น นายอภิสิทธิ์คนนี้มีความเชื่อมั่นว่าการจัดตั้งองค์กรถาวรขึ้นในพื้นที่ภาคใต้จะสามารถ แก้ปัญหาความรุนแรงหรือความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ได้ และเชื่อมั่นว่านโยบาย ๙๙ วัน ของรัฐบาลนั้นจะสามารถทําได้ ท่านประธานที่เคารพ เมื่อกลับมาดูที่ความรุนแรงเหล่านี้ มันกลับไปตรงกันข้ามหมดครับ เมื่อท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านบอกว่า ๙๙ วันจะสามารถ ตั้งหน่วยงานองค์กรขึ้นมาได้เพื่อมาเป็นองค์กรที่แก้ปัญหาอย่างเร่งด่วนกับปัญหา ความรุนแรงในพื้นที่ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านใช้เวลากี่วันครับ ตั้ง ศอ.บต. ซึ่งวันนี้ ศอ.บต. ก็ไม่ได้ขับเคลื่อนหรือเป็นตัวช่วยอย่างที่ท่านหวังในการแก้ปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ ผมไม่อยากพูดถึงหน่วยงาน ศอ.บต. มาก เพราะว่าวันนี้มันพูดถึงความล้มเหลวที่ เกี่ยวข้องกับตัวท่านนายกรัฐมนตรีให้มากกว่าดังต่อไปนี้ ท่านประธานที่เคารพ เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกก็ได้พูดถึงยอดสถิติ แต่ผมอยากย้ําและเปรียบเทียบให้ท่าน นายกรัฐมนตรีได้เห็นว่า สถิติในรอบ ๗ ปีซึ่งอาจจะเป็นสถิติของช่วงรัฐบาลที่ผ่าน ๆ มา แล้วก็เป็นสถิติที่เพื่อนสมาชิกได้อภิ ปรายเพิ่มเติมของรัฐบาลชุดนี้ว่า พี่น้องประชาชนนั้น เสียชีวิตถึง ๓,๙๗๒ ราย ท่านประธานดูสิครับ ในส่วนของการเสียชีวิตนั้นอัตราส่วน ความห่าง ทหารเสียชีวิตเพียง ๓๑๐ ราย ตํารวจเสียชีวิตแค่ ๒๖๓ ราย แล้วท่านยังมาบอก ได้อย่างไรว่าประชาชนเสียชีวิตน้อยมาก ตอนที่ท่านมาบริหารราชการแผ่นดินนี้ ท่านประธานที่เคารพ ชีวิตของประชาชนแม้จะ ๑ ชีวิต มันมีคุณค่ามหาศาลที่ท่าน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คนนี้จะต้องแสดงความรับผิดชอบ ท่านอย่ามาแสดงท่าทีของการไร้ภาวะ ผู้นํามาพูดกลางสภาแห่งนี้ว่า รัฐบาลนี้แก้ปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ มีประชาชนเสียชีวิตเพียง ๙๐๐ กว่าคน และผมคิดว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้น มันรุนแรงที่เพิ่มขึ้น มันส่งผลให้ความรู้สึกด้านจิตใจของพี่น้องประชาชนนั้นเสียหาย ท่านประธานที่เคารพ เมื่อท่านนายกอภิสิทธิ์มาทํางานวันนี้ มาบริหารราชการแผ่นดิน ในวันนี้ทําให้ประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้สูญเสียมากที่สุด ผมจึงขออนุญาต จะชี้ให้เห็นว่ามีอยู่หลาย ๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ใช้ภาวะผู้นําในการชี้แจงสร้างความเข้าใจกับประชาชนแล้วประชาชน เกิดความสับสน ผมยกกรณีแรก ท่านได้ใช้วาทศิลป์หรือลีลาของการเป็นนักพูดที่ดี ในการตอบคําถามเกี่ยวกับปัญหาคดีที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะคดีที่มีการยิงประชาชนที่เป็นพี่น้องมุสลิมกําลังละหมาดในมัสยิดอัลฟุรกอน บ้านไอร์ปาแย ตําบลจวบ อําเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส ท่านจําได้นะครับ ท่านบอกว่าเป็นฝีมือของผู้ก่อการ ซึ่งตอนหลังจากรายงานของความคืบหน้าของตํารวจ ก็ปรากฏชัดว่า ผู้กระทําผิดที่ก่อเหตุครั้งนี้เป็นความผิดพลาด เป็นความขัดแย้ง ของคนในพื้นที่ระหว่างอดีตเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชนในพื้นที่ สิ่งเหล่านี้มันสร้าง ความหมดศรัทธาให้กับพี่น้องประชาชนว่าท่านไร้ภาวะผู้นํา ไร้ประสิทธิภาพในการแก้ปัญหา ความรุนแรงในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานที่เคารพ ประชาชนที่เขาไม่ได้ รับความกระจ่างจากการชี้แจงของผู้นําประเทศในหลาย ๆ เหตุการณ์ ทําให้คุณลักษณะ ในความมั่นใจต่อตัวนายกรัฐมนตรีที่ทําให้บางครั้งนั้นการพูด การตอบอย่างรวดเร็ว ของท่านมันไปจี้จุดใจดําและความรู้สึกของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วันนี้มีกรณีการลอบสังหารผู้นําทางด้านศาสนา ไม่ว่าจะเป็นผู้นําศาสนาอิสลาม พระสงฆ์ ขณะบิณฑบาต ความล่าช้าในการสร้างความกระจ่างหรือการติดตามความคืบหน้าของผลทางคดี วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีรู้ไหมครับว่าประชาชนในพื้นที่นั้นเขามีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นฝีมือใครกันแน่ บางส่วนของประชาชนในพื้นที่ยังมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นฝีมือ ของฝ่ายรัฐหรือไม่ เพราะแต่ละเหตุการณ์ในการลอบสังหารผู้นําศาสนานั้นไม่มีความคืบหน้า ของคดีเลย และคดีสุดท้ายที่ผมอยากจะยกตัวอย่างว่าวันนี้ท่านไร้ภาวะผู้นํา ไร้ประสิทธิภาพ ในการแก้ปัญหาก็คือคดีฆ่า ๔ ศพที่อําเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส แล้วมาทิ้งอยู่ในเขต พื้นที่รอยต่อของเทศบาลนครยะลา เทศบาลตําบลสะเตงนอก ท่านประธานที่เคารพ ๔ ศพของพี่น้องชาวไทยพุทธที่ถูกขนผ่านโดยผ่านจุดสกัดต่าง ๆ มามากกว่า ผมว่าเกือบ ๆ ๓๐-๔๐ จุดสกัด มาได้อย่างไร วันนี้ความคืบหน้าของท่านนายกรัฐมนตรีสามารถให้คําตอบ หรือให้ความกระจ่างกับคดีนี้ได้หรือไม่ นี่เป็นคดีตัวอย่างที่ผมให้ท่านเห็นว่ามันเสียหายครับ และมันสร้างความเสียหายกับความรู้สึกของคนที่เขาตั้งความหวังกับท่านและ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพ ผมขออนุญาตพูดถึงความเสียหายในภาพของ เศรษฐกิจ วันนี้ปัญหาของเศรษฐกิจของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ท่านก็ทราบว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจภาคใต้นั้นหยุดชะงัก นักธุรกิจที่ประกอบธุรกิจในภาคใต้ต้องดิ้นรน ด้วยตนเอง ต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอด บางกิจการก็ต้องหยุดกิจการ วันนี้ปัญหาการเลิกจ้าง งานในพื้นที่จึงเกิดขึ้น ปัญหาแรงงานในพื้นที่ก็มีการว่างงานมากขึ้น วันนี้พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดน ที่เป็นแรงงานอยู่ในพื้นที่ต้องเดินทางไปประกอบอาชีพ ในประเทศเพื่อนบ้านคือประเทศมาเลเซียมากกว่าแสนคน เพราะวันนี้เขารอคอยความหวัง ในยุทธศาสตร์การแก้ปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ของท่าน โดยเฉพาะนิคมอุตสาหกรรม อาหารฮาลาล ท่านประธานที่เคารพ ๓ ปีของการรอคอยเขตพัฒนาพื้นที่พิเศษนิคม อุตสาหกรรมอาหารฮาลาล มันเป็น ๓ ปีที่รอคอยที่ยาวนานของแรงงานในพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ท่านเคยออกมาพูดไหมครับ มีความคืบหน้าแค่ไหน ก็ยังไม่เกิดขึ้นในพื้นที่ ปัญหาสุดท้ายที่ผมอยากจะพูด ซึ่งถ้าพูดถึงปัญหาหลายปัญหาแล้วมันจะมีเรื่องของ การศึกษา วันนี้ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของพี่น้องประชาชนในพื้นที่นั้นตกต่ํา ต่ํากว่าเกณฑ์มาตรฐานทุกตัวชี้วัด ท่านนายกรัฐมนตรีรู้ไหมครับว่าเหตุใดการศึกษาในพื้นที่ ของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นตกต่ํา ท่านคงทราบนะครับ พี่น้องประชาชนใน ๓ จังหวัด มีประมาณ ๑,๘๐๐,๐๐๐ คน ๘๐ เปอร์เซ็นต์เป็นพี่น้องที่นับถือศาสนาอิสลาม เพราะฉะนั้น พี่น้องที่นับถือศาสนาอิสลามหลังจากเกิดจากท้องแม่ ภาษาแรกที่เขาใช้ก็คือภาษามลายู ภาษาแรกที่เขาสามารถติดต่อสื่อสารและสามารถใช้ในชีวิตประจําวันก็คือภาษามลายู ภาษาไทยเป็นภาษาที่สองที่เยาวชนในพื้นที่สามารถพูดได้ แต่วันนี้ผมอยากถาม ท่านนายกรัฐมนตรีว่าเมื่อไรการศึกษาในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้จะไม่มีครูที่ล้าหลัง จะมีครูที่มีวิสัยทัศน์และมาจากกระบวนการเรียนการสอนที่ทันสมัยเทียบเท่ากับภูมิภาคอื่น ของประเทศ เมื่อไร ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้จะมีครูที่เข้าใจภาษามลายูเพื่อมาสื่อสาร ในกระบวนการการเรียนการสอนเพื่อให้ผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนในโรงเรียนทั้งในระบบและ นอกระบบโรงเรียนสามารถมีตัวชี้วัดที่ใกล้เคียงหรือมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ ถึงเวลาแล้วหรือยังครับท่านนายกรัฐมนตรีที่วันนี้ภาษามาลายูจะเป็นภาษาที่สองในการ ติดต่อราชการของคนในพื้นที่ ถึงเวลาแล้วหรือยังครับที่ท่านจะแก้ปัญหาเรื่องของ กระบวนการจัดการเรื่องหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของคนในพื้นที่ ท่านนายกรัฐมนตรีรู้ไหมครับว่าเยาวชนในระดับมัธยมศึกษานั้น ๖๕ เปอร์เซ็นต์เป็นเยาวชน นักเรียนหญิง ๓๕ เปอร์เซ็นต์เป็นเยาวชนชาย ทั้ง ๆ ที่ผมบอกข้างต้นว่าประชากรระดับ เยาวชนนั้นมีความใกล้เคียงกันทั้งหญิงและชาย ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของเยาวชนชายหายไปไหน ท่านวิเคราะห์ดูสิครับ มันหายไปได้อย่างไร จากระบบโรงเรียนในพื้นที่นะครับ วันนี้ประเด็นสุดท้าย ที่ผมอยากฝากกับท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้เห็นถึงความล้มเหลวในการแก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็คือเรื่องของความยากจนและยาเสพติด ความยากจนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นรัฐบาลชุดนี้ชอบพูดเสมอว่าท่านได้วางยุทธศาสตร์ที่จะเพิ่ม รายได้ให้กับประชาชนถึง ๑๒๐,๐๐๐ บาทต่อครัวเรือน โดยจัดทําโครงการต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการพัฒนาชุมชนตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นการเพิ่ม รายได้ให้กับประชาชนที่มีรายได้ต่ํากว่า ๖๐,๐๐๐ บาทต่อครัวเรือน และจะต้องใช้ งบประมาณถึง ๓๐๐ ล้านบาทต่อปี ระยะเวลา ๔ ปีติดต่อกัน ท่านนายกรัฐมนตรีรู้ไหมครับ ว่าโครงการนี้สํารวจโดยจังหวัดเป็นผู้หาข้อมูลว่าประชาชนในพื้นที่ต้องการอะไร แล้วรวบรวมข้อมูลส่งให้ ศอ.บต. หน่วยงานที่ท่านตั้งขึ้นมาใหม่นี้เป็นผู้จัดซื้อ และหาวัสดุ เช่นไก่ เช่นเป็ด หรือเครื่องสูบน้ํา แต่ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านนายกรัฐมนตรี เคยทราบไหมว่ามีพี่น้องประชาชนในพื้นที่กี่พื้นที่ที่เขาปฏิเสธไม่ยอมรับสิ่งที่รัฐบาลพยายาม ยัดเยียดให้ประชาชนในพื้นที่รับ หลายพื้นที่เขามาร้องเรียนผมว่าโครงการที่ท่านคุยนักคุยหนา ว่าจะสร้างรายได้ให้กับประชาชน ให้มีรายได้ ๑๒๐,๐๐๐ ต่อครัวเรือนต่อปีนั้นมันมีการทุจริต มากกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านนายกรัฐมนตรีใช้สิครับ กฎเหล็กของท่าน ลงสิครับพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส ท่านไปถามสิครับ เป็ด ไก่ ที่ท่านใช้งบประมาณถึง ๓๐๐ ล้านบาท แจกให้กับครอบครัวยากจน เหลือจริง ๆ อยู่ในพื้นที่เท่าไร ท่านไปตรวจสอบสิครับ เพราะผมได้ยินมาว่าการทุจริตตรงนี้นี่มันมีมาก ถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าท่านได้แจกงบประมาณให้ครัวเรือนละ ๕,๐๐๐ บาท แต่สิ่งที่ ประชาชนได้รับมันมูลค่าแค่ ๒,๐๐๐ กว่าบาท ท่านประธานที่เคารพ ท่านนายกรัฐมนตรี รู้ไหมครับว่าเขาลําบาก เขาเดือดร้อน เขายากจน ท่านก็ยังปล่อยให้มดคันไฟไปเกาะขอนไม้ ที่มันลอยอยู่ เกาะกินงบประมาณของคนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างมหาศาล นี่คือปัญหาเรื่องของความยากจน ผมถือว่าท่านล้มเหลวในการแก้ปัญหาแล้วก็ล้มเหลวในการ แก้ปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้

และสุดท้ายที่ผมจะพูดก็คือประเด็นของยาเสพติด ปัญหาของยาเสพติด วันนี้ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของเยาวชนที่เป็นพี่น้องที่นับถือศาสนาอิสลามติดยาเสพติดมาก และยาเสพติดนั้นสามารถที่จะหาซื้อและเสพได้อย่างง่ายในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งผมมีสถิติของความล้มเหลวในการแก้ปัญหาความรุนแรงและการแก้ปัญหายาเสพติด ในพื้นที่ภาคใต้มาแสดงให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้เห็น ท่านอย่าชมนะครับว่าสถิติการจับกุม มากขึ้น การจับกุมสถิติยาเสพติดที่มากขึ้น นั่นเป็นตัวชี้วัดที่แสดงให้เห็นว่าการทํางาน ด้านการปราบปรามยาเสพติดล้มเหลว การป้องกันเยาวชนหรือประชาชนเข้าสู่ขบวนการ หรือการติดยาเสพติดนั้นล้มเหลว จากสถิติของ ป.ป.ส. ภาค ๙ พบว่าจํานวนผู้ติดยาเสพติด ที่สามารถจับกุมได้นั้นเพิ่มขึ้นทุก ๆ ปีครับ ผมไม่ยกตัวอย่างของปี ๒๕๔๘ ปี ๒๕๔๙ เดี๋ยวท่าน จะอ้างว่าไม่ใช่รัฐบาลของท่าน ผมจะยกตัวอย่างเฉพาะปี ๒๕๕๐ ปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ ให้ท่านดู ในปี ๒๕๕๐ มีการจับกุมได้ ๔,๓๔๔ คดี ปี ๒๕๕ จับกุมได้ ๕,๒๙๗ คดี ปี ๒๕๕๒ จับกุมได้ ๕,๘๘๘ คดี และ ๔ เดือนของปี ๒๕๕๓ จับกุมได้ถึง ๒,๑๐๐ กว่าคดี ตัวชี้วัดตรงนี้แสดงว่า คดีการจับกุมยาเสพติดนั้นเพิ่มขึ้นทุกปี ท่านอย่ามาตอบผมหรือว่าตอบสภาอันทรงเกียรติว่า นั่นคือตัวชี้วัดความสําเร็จของการแก้ปัญหาเรื่องยาเสพติด ถ้ามันสําเร็จจริง ๆ ท่านประธาน ที่เคารพ ท่านนายกรัฐมนตรี จํานวนการจับกุมผู้กระทําผิดยาเสพติดนั้นมันจะต้องลดลง ลดลง ลดลง ซึ่งแสดงถึงมาตรการการแก้ปัญหายาเสพติดที่ประสบความสําเร็จของท่าน นอกจากนี้ในเรื่องของยาเสพติดก็มีการจับมากขึ้นในพื้นที่ ยกตัวอย่าง ยาบ้า จับได้ ๑๗๕,๙๕๐ เม็ด พืชกระท่อม จับได้ถึง ๕.๘ ตัน คือ ๕,๘๐๐ กว่ากิโลกรัม ยาแก้ไอ มากถึง ๓,๕๒๐ ลิตร กัญชา ๔๐.๒๕ กิโลกรัม เมื่อเปรียบเทียบกับปี ๒๕๕๒ มันเพิ่มขึ้น ยาบ้ามี เพิ่มขึ้นถึง ๕๐,๐๐๐ กว่าเม็ด พืชกระท่อมเพิ่มขึ้น ๑,๐๐๐ กว่ากิโลกรัม กัญชาเพิ่มขึ้น ๑๐๐ กว่ากิโลกรัม และยาแก้ไอเพิ่มขึ้น ๒,๐๐๐ กว่าลิตร สิ่งเหล่านี้ผมถือว่ามีความล้มเหลว ในการแก้ปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ เพราะปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ไม่ได้อยู่ในเรื่องเฉพาะ เรื่องของความมั่นคงเพียงอย่างเดียว การแก้ปัญหาความรุนแรงในพื้นที่จะสงบได้จะต้องแก้ ทั้งเศรษฐกิจ ทั้งการศึกษา ทั้งด้านสังคม และด้านการส่งเสริมอาชีพ ดังนั้นผมขอสรุปว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีคุณลักษณะดังนี้ พูดอย่างทําอย่าง ลอยตัวหลีกเลี่ยงปัญหา ด้อยประสิทธิภาพการบริหาร มีพฤติกรรมไม่ไว้วางใจคนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมไม่อาจไว้วางใจให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังคงบริหารราชการแผ่นดินได้อีกต่อไป ขอบคุณครับ