สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๔

วิรุฬห์ พื้นแสน หารือเรื่องความล้มเหลวในการแก้ปัญหาความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาตามนโยบายที่พูดไว้ โดยวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการบริหารจัดการและบูรณาการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่ตํารวจที่เสียชีวิตในเหตุการณ์การต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้ายที่จังหวัดนราธิวาส และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการที่ไม่ดีของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ

พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน แบบสัดส่วน

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย แบบสัดส่วน ในวันนี้ที่กระผมได้มาอภิปรายถึงความล้มเหลวของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในการแก้ปัญหาความรุนแรงใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่สามารถ คุ้มครองชีวิตของประชาชน และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ ทั้ง ๆ ที่ได้ทุ่มเททรัพยากรจํานวน มหาศาล แต่กับมีเหตุรุนแรงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในเรื่องที่ผมเรียนกับท่านประธานเมื่อกี้นี้ ผมอยากขอพูดสั้น ๆ ว่าเป็นความล้มเหลวในการแก้ปัญหาของการดับไฟใต้ คําว่า ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้นั้น ผมขอเรียนให้ประธานได้ทราบว่าหมายถึงจังหวัดนราธิวาส จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี และจังหวัดสงขลา ๔ อําเภอ ได้แก่ อําเภอจะนะ อําเภอเทพา อําเภอสะบ้าย้อย และอําเภอนาทวี เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้นั้น เหตุการณ์เกิดมานานแล้ว ความขัดแย้งในพื้นที่เกิดมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ รัชกาลที่ ๖ ตลอดจนถึงรัฐบาลในปัจจุบันซึ่งเป็นรัฐบาลประชาธิปไตย แต่รัฐบาลได้แก้ปัญหา ต่าง ๆ ให้แก่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นี้ บางครั้งเหตุการณ์ก็สงบลง บางครั้งเหตุการณ์ ก็ปะทุขึ้น และครั้งหลังสุดก็มีเหตุการณ์ที่ปะทุขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๔๗ แล้วก็มีการแก้ปัญหา อย่างต่อเนื่องกัน จนถึง พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นเวลา ๗ ปี ปรากฏผู้คนได้มีการก่อการร้ายจากการ กระทําผู้ก่อความไม่สงบในรูปต่าง ๆ ไม่ว่าซุ่มโจมตี การยิง การระเบิด ด้วยหลักการต่าง ๆ นี้ ครับ จะเห็นว่าในรอบ ๗ ปีที่ผ่านมานั้นมีผู้เสียชีวิตทั้งหมด ๔,๕๔๕ คน บาดเจ็บ ๘,๐๑๑ คน รวมผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บทั้งหมด ๑๒,๕๕๖ คน ที่ผ่านมาในระยะ ๗ ปีจนถึงปัจจุบันนี้ ได้ใช้กําลังพลในการเข้ารักษาความสงบและรักษาความเรียบร้อยในพื้นที่ ใช้กําลังพล ทั้งพลเรือน ตํารวจ ทหาร เป็นจํานวนถึง ๖๘,๐๐๐ คน และใช้งบประมาณทั้งสิ้นในการ แก้ไขปัญหาตั้งแต่รัฐบาลตลอดมา เป็นเงินถึง ๑.๔๔ แสนล้านบาท ในรัฐบาลปัจจุบัน ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีที่เข้ามารับผิดชอบ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์รับผิดชอบ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๕๒ จนถึง พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นเวลา ๒ ปีเศษ ๆ มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น ๙๖๕ คน บาดเจ็บ ๒,๐๐๘ คน รวมผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บทั้งสิ้น ๒,๙๗๓ คน กําลังพลที่ใช้ในการ รักษาความสงบในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นก็ใช้อยู่ประมาณ ๖๘,๐๐๐ คน แล้วรัฐบาลนี้ในเวลา ๒ ปีเศษนี้ได้ใช้งบประมาณทั้งสิ้น ๖๓,๑๘๓ ล้านบาท ที่ผมเรียน ในที่ประชุมให้ท่านประธานทราบนี้ก็เป็นเพียงการเริ่มต้น แล้วมันมีปัญหาสําคัญอย่างไร ที่รัฐบาลนี้ซึ่งนําโดยท่านอภิสิทธิ์ นายกรัฐมนตรีนี้ มีเรื่องที่เราจะต้องพิจารณาว่านโยบาย ที่ท่านนายกรัฐมนตรีที่ท่านไปหาเสียง การพูดต่อประชาชนว่าพื้นที่จังหวัดภาคใต้นี้เป็นพื้นที่ ของท่าน พรรคของท่านนายกรัฐมนตรีนี้เป็นของภาคใต้ เป็นพรรคของพรรคประชาธิปัตย์ การแก้ปัญหาในพื้นที่ภาคใต้นี้ท่านรู้ดี ท่านเป็นคนใต้ ท่านแก้ปัญหาคนใต้ ไม่ต้องให้คนอื่น มาแก้ ถ้าแก้แล้วรัฐบาลภายใต้การนําของนายอภิสิทธิ์นี้จะเกิดความสงบ ความสําเร็จ ให้แก่ประชาชนและได้พูดต่อประชาชนทั้งหลายสมัยที่ท่านเป็นฝ่ายค้าน บอกว่า ท่านจะจัดการให้เสร็จภายใน ๙๙ วันที่ท่านโฆษณา ประชาสัมพันธ์ สัญญาประชาคมต่อ ประชาชนในพื้นที่และเป็นที่ทราบโดยทั่วไป แต่สิ่งที่ผ่านมาโดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านบอกว่า ศอ.บต. ยังไม่จัดตั้งขึ้นมา ท่านจะจัดร่างพระราชบัญญัติการบริหารพื้นที่ชายแดนภาคใต้นี้ให้เสร็จ ภายใน ๙๙ วัน แต่ละท่านผมเห็นแล้ว และผมก็ได้ร่วมในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ ท่านใช้เวลาเกือบ ๒ ปี และประกาศใช้ มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ ๓๑ ธันวาคม ปี ๒๕๕๓ เป็นต้นมา ท่านจะเห็นว่าสิ่งที่ปรากฏออกมาก็คือว่าหลังจากที่ประกาศการบริหารจังหวัดชายแดน ภาคใต้เกิดขึ้นนั้นมีเหตุการณ์ทั้งหลายรุนแรงยิ่ง ๆ ขึ้นไป นับแต่วันที่มีโจรก่อการร้ายเข้าไป โจมตีฐานปฏิบัติการของหน่วยทหารในพื้นที่อําเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส แล้วมีเหตุการณ์ ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันนี้เหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้น ซึ่งผมจะได้นําเรียนที่ประชุมต่อไป สิ่งที่บอกให้เห็นชัดเจนก็คือว่านโยบายที่ท่านพูดถึงนั้นแม้แต่ร่างพระราชบัญญัติเสร็จ ภายใน ๙๙ วัน มันเป็นไปไม่ได้ เป็นสิ่งที่เห็นว่าสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูดไว้นั้น เป็นสิ่งล้มเหลวเป็นเรื่องแรก

ต่อมาครับ ผมจะได้เรียนให้ท่านทราบว่าความเป็นมาของ ศอ.บต. เป็นอย่างไร เพราะท่านได้ตั้งพื้นที่จังหวัดชายแดน พระราชบัญญัติบริหารจังหวัดชายแดน เสร็จสิ้น และมีผลบังคับใช้เพื่อวันที่ ๓๑ ธันวาคมแล้ว ความเป็นมาเป็นอย่างไรครับ ผมก็นําเรียนให้ท่านประธานได้ทราบว่าตาม พ.ร.บ. ความมั่นคง พ.ศ. ๒๕๕๑ สมัยที่ท่าน พลเอก สุรยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านออกพระราชบัญญัติความมั่นคง พ.ศ. ๒๕๕๑ ออกมาบอกว่าในสถานการณ์ของประเทศที่ไม่มีความมั่นคง กระทบต่อความปลอดภัย ชีวิต ทรัพย์สินของประชาชนนั้น ให้มีการประกาศเป็น กอ.รมน. เกิดขึ้น อย่างนั้น กอ.รมน. สมัยนั้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๑ นั้นมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดและให้ตั้ง กอ.รมน. ขึ้นมารับผิดชอบในการรักษาความมั่นคงในพื้นที่ทั่วประเทศไทย ขณะเดียวกันในหลังจากที่ ประกาศพระราชบัญญัติความมั่นคงออกมาแล้ว เห็นว่าพื้นที่ในจังหวัด ๓ ชายแดนภาคใต้นี้ ไม่มีความสงบ มีเหตุร้ายต่าง ๆ เกิดขึ้น จึงประกาศใช้ให้จัดตั้ง กอ.รมน.ภาค ๔ ซึ่งหมายความพื้นที่กองทัพภาคที่ ๔ ให้รับผิดชอบในการรักษาความมั่นคงภายใน และรับผิดชอบในเรื่องการพัฒนาของประเทศ โดย กอ.รมน.ภาค ๔ นี้ได้จัดกองกําลัง เข้าดําเนินการในพื้นที่ ๓ จังหวัดภาคใต้เรียกว่ากองกําลังพลเรือนตํารวจและทหาร กองกําลังนี้มีหน้าที่รับผิดชอบดําเนินการด้านทหาร ด้านความมั่นคง ด้านความปลอดภัยชีวิต ทรัพย์สิน ส่วนอีกด้านหนึ่งที่คู่กับกองกําลังตํารวจทหารเป็น ศอ.บต. เรียกว่าศูนย์อํานวยการ บริหารราชการชายแดนภาคใต้ มีหน้าที่รับผิดชอบด้านการพัฒนาหรือด้านการเมือง ที่ตั้ง กอ.รมน. ภาค ๔ ขึ้นมาหรือ กอ.รมน. นี้ในการแก้ปัญหาที่แนวคิดที่ตั้งกันไว้ก็คือว่า การเมืองนําการทหาร อยู่ภายใต้การควบคุมของ กอ.รมน.ภาค ๔ และนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็น ผู้บังคับบัญชาสูงสุดตามกฎหมายความมั่นคง

ต่อมาครับ เมื่อท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์มาเป็นรัฐบาลท่านได้ประกาศ ขึ้นมา ๙๙ วันของท่านนั้น ท่านว่าจะจัดตั้ง ศอ.บต. หรือศูนย์อํานวยการบริหารราชการ ชายแดนภาคใต้ ท่านดําเนินการอย่างที่ท่านพูดครับ ท่านจะแยกงานด้านการเมือง หรือการพัฒนาออกจากด้านการทหาร โดยร่างพระราชบัญญัตินี้มีผลบังคับที่ผมเรียนให้ท่าน ทราบว่า ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๓ เป็นอย่างไรครับ ท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งดูแล กอ.รมน. ซึ่งยังอยู่ แล้วนายกรัฐมนตรีท่านก็ตั้งศูนย์อํานวยการบริหารราชการชายแดนภาคใต้ หรือเรียกกันย่อ ๆ ว่า ศอ.บต. รับผิดชอบอะไรครับ รับผิดชอบในด้านการเมืองหรือด้านการ พัฒนา ในพื้นที่อะไรครับ ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดสงขลา จังหวัดสตูล นี่นะครับออกมาใหม่ ขณะเดียวกันท่านนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบ โดยการบริหารอะไร รับผิดชอบโดยการบริหารของ กอ.รมน. ซึ่งมีอยู่เดิมแล้วรับผิดชอบ การบริหารอะไร กอ.รมน. ภาค ๔ แต่ท่านตัดด้านการพัฒนามาไว้ที่ ศอ.บต. ขึ้นตรงต่อ นายกรัฐมนตรี แล้ว กอ.รมน. ภาค ๔ นี่ยังคงดําเนินการในด้านการความมั่นคงเฉพาะ กองกําลังพลเรือนตํารวจ ทหาร รับผิดชอบอะไรครับ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส กับ ๔ อําเภอในจังหวัดสงขลา ท่านจะเห็นว่าทั้ง ๒ แห่งนี่รับผิดชอบการทหารไปอยู่เพียง ๓ จังหวัดกับ ๔ อําเภอ ถ้าด้านการพัฒนาหรือทางด้านการเมืองท่านรับผิดชอบ ๕ จังหวัดครับ พื้นที่ ไม่เหมือนกันนะครับ แต่ทั้ง ๒ หน่วยนี้เขาจะประสานกันข้าง ๆ กับ กอ.รมน.ภาค ๔ ซึ่งเรา จะมองเห็นว่าในการที่จัดตั้งขึ้นมาครั้งนี้มันมีปัญหาครับ มันมีปัญหาก็คือปัญหาสําคัญที่สุด คือแยกการทหารและการเมืองออกจากกัน และหน่วยทั้ง ๒ หน่วยนี้ขึ้นตรงกับ นายกรัฐมนตรี มีปัญหาเกิดขึ้นก็คือว่าท่านไม่มีหน่วยกลางที่จะประสานการทํางานระหว่าง ศอ.บต. กับ กอ.รมน. ซึ่งทําหน้าที่ในเรื่องอะไรครับ ช่วยท่านนายกรัฐมนตรีเรื่องกําหนด นโยบาย กําหนดด้านยุทธศาสตร์ กําหนดแผน แล้วประสานแผนในการทํางานทั้ง ๒ หน่วยนี้ ระหว่างกําลังพลเรือน ระหว่างฝ่ายการเมืองและการทหารให้ควบคู่กันไป ปรากฏหน่วยนี้ ไม่มี และเสร็จแล้วกํากับดูแลให้ทั้ง ๒ หน่วยนี้ให้เดินไปในทิศทางที่เป็นประโยชน์ต่อการ ปฏิบัติการ บางครั้งการทหารก็เพิ่มขึ้น รุนแรงขึ้น บางครั้งพลเรือนก็ต้องนําหน้าแล้วเรา จะทําอย่างไร เลยมีปัญหาครับ ปัญหาส่วนนี้ละที่จัดการขึ้นมานี้เดี๋ยวนี้ตั้ง ศอ.บต. ขึ้นมานี้ เลขาธิการยังตั้งไม่ได้นะครับ และตั้งจิตใจจริง ๆ แล้วเขาบอกว่า ศอ.บต. นี่เป็นอะไรครับ เป็นรัฐบาลส่วนหน้า ท่านนายกรัฐมนตรีกระโดดลงมาอยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดภาคใต้นะครับ ซึ่งมันเหลือกําลังที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะไปได้ในความรับผิดชอบทางปฏิบัติจริงนะครับ จึงเห็นว่าปัญหาเรื่องการบริหารจัดการมีปัญหาเกิดขึ้น การบูรณาการก็มีปัญหาเกิดขึ้น อย่างนั้นการจัดองค์กรนี้ยังไม่สมบูรณ์ แล้วผมก็เห็นใจครับ เดี๋ยวนี้การดําเนินการทั้งด้าน ศอ.บต. หรือด้าน กอ.รมน.ภาค ๔ หรือด้านการทหารนี้มีปัญหาเกี่ยวกับผู้ปฏิบัติ จึงคิดว่า การดําเนินการของท่านนั้นเป็นการล้มเหลวใหม่ ๆ ในการจัดตั้ง ศอ.บต. ขึ้นมา และทําให้ เหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น ซึ่งผมจะกล่าวต่อไปครับ

ผมขอกลับมาอีกครั้งหนึ่งครับว่าพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นอย่างไรครับ ผมเล่าให้ฟังว่าเมื่อปี ๒๕๔๗ มีเหตุการณ์เริ่มรุนแรงเกิดขึ้นมีคดี สมัยนั้นครับเป็นเหตุการณ์ เกิดขึ้น เมื่อปี ๒๕๔๗ มีเหตุการณ์ ๑,๐๐๐ กว่าคดี ในปี ๒๕๔๘ เพิ่มขึ้นเป็น ๒,๗๐๐ กว่าคดี ในปี ๒๕๔๙ คดีเริ่มลดลง แต่เหตุการณ์ตรงนั้นมีการรัฐประหารเกิดขึ้น รัฐบาลท่านสุรยุทธ์ เข้ามาดําเนินการ พอปี ๒๕๕๐ นี่ครับ เหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นถึง ๒,๐๐๐ กว่าคดี ซึ่งเป็น จํานวนขึ้นปรู๊ดที่สุดเลยครับ หลังจากที่ต่อมาในปี ๒๕๕๑ รัฐบาลท่านสมัครเข้ามาต่อเนื่อง หลังจากใช้ พ.ร.บ. ความมั่นคงแล้วคดีเริ่มลดลง ปี ๒๕๕๒ รัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ลดลงอีก นิดหนึ่ง พอถึงปี ๒๕๕๓ ลดลง พอปี ๒๕๕๔ หลังจากใช้ ศอ.บต. มันเพิ่มขึ้น แล้วเหตุการณ์ ที่รุนแรงเกิดขึ้น ปัญหาที่ท่านพูดในการแถลงนโยบายของรัฐบาลในการที่รัฐบาลทํางานมา แถลงผลงานของรัฐบาลคราวที่แล้ว ท่านคุยบอกว่าทําให้เหตุการณ์ลดลงครับ แต่ความจริงแล้ว ผมจะนําเสนอท่านว่าเหตุการณ์มันไม่ลดลงหรอกครับ ลดลงเฉพาะเหตุการณ์ แต่สิ่งที่มัน ปรากฏคือมันมีความรุนแรง เราจะเห็นว่ามีมิติเหตุการณ์ที่รุนแรงก็คืออะไร การระเบิด การซุ่มยิง การฆ่า รวมทั้งการปฏิบัติการรุนแรงต่าง ๆ เกิดขึ้น ปรากฏว่าเปรียบเทียบ ในปี ๒๕๕๒ กับปี ๒๕๕๓ ที่ท่านรับผิดชอบ ความรุนแรงทั้งหมดเพิ่มขึ้นทั้งหมด ๗ เปอร์เซ็นต์เศษ ๆ เพิ่มขึ้น มันเริ่มเพิ่มขึ้นความรุนแรงมันเพิ่มขึ้น แต่เหตุการณ์ที่ว่ารบกวน ไปทําโน้นทํานี้เล็ก ๆ น้อย ๆ ไปก่อกวนมันลดลงครับ อาชญากรส่วนหนึ่งก็ลดลง แต่เกิดเหตุการณ์รุนแรงซึ่งเฉกเช่นในปี ๒๕๕๔ นี้มันเพิ่มขึ้นถึง ๗ เปอร์เซ็นต์ ที่จะนําเรียนต่อ ท่านว่าในรอบ ๒ ปีกว่าที่ท่านที่ผ่านมานี้ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๒ จนถึงปี พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นเวลา ๓ เดือนที่ผ่านมานี้รวมเป็นเวลา ๒ ปีเศษ มันมีสถานการณ์ที่รุนแรงที่ผมนําเรียนต่อท่านไป แล้วเริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ จนกระทั่งปัจจุบันนี้ ซึ่งสถานการณ์รุนแรงนี้มันเพิ่มขึ้น ๗ เปอร์เซ็นต์ และขณะเดียวกันท่านจะเห็นว่ารัฐบาลมีความตั้งใจทุ่มเทงบประมาณลงไปทั้งสิ้น ๖๓,๑๘๕ ล้านบาท แต่ผลออกมามีผู้เสียชีวิต ๙๖๕ คน บาดเจ็บ ๒,๐๐๐ คน และมีผู้เสียชีวิตและ บาดเจ็บทั้งสิ้นรวมแล้ว ๒,๙๐๐ เศษ ๆ คือเกือบ ๓,๐๐๐ คน งบประมาณที่ท่านทุ่มลงไปนี้ เราเห็นว่าเป็นงบประมาณไทยเข้มแข็งท่านก็ลงไป ไม่เกี่ยวงบประมาณ ๖๓,๐๐๐ ล้านบาท โครงการไทยเข้มแข็งก็ลงไปในพื้นที่ภาคใต้แล้วลงไปมากด้วย และตามมาก็อะไรครับ งบประมาณ ๖๓,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ไม่รวมถึงงบเงินเดือน ค่าจ้าง ค่าตอบแทน ค่าเบี้ยเลี้ยงของ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน ไม่เกี่ยวครับเป็นอีกส่วนหนึ่ง และงบประมาณส่วนนี้ไม่รวมถึง งบประมาณในการเยียวยา ผู้ที่รับการกระทบเทือนที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นงบประมาณที่ไม่เกี่ยว ตัวนี้ แต่เมื่อท่านทุ่มคน ทุ่มเงินลงไปมันก็ไม่ทําให้เหตุการณ์นี้มันไม่ลดลงในความรุนแรง ความรุนแรงทั้งหลายมันต่อเนื่องขึ้นมาเริ่มตั้งแต่ ๑๙ มกราคม ๒๕๕๔ ท่านจะเห็นกันชัด ๆ ว่าความรุนแรงเป็นอย่างไร สิ่งที่ปรากฏตามว่าท่านจะเห็นว่าเหตุการณ์นี้ เมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม ตีฐานปฏิบัติการณ์เราเสียชีวิตนายทหารชั้นผู้บังคับกองร้อย ทหารชั้นผู้น้อย อีก ๓ คน แล้วบาดเจ็บอีก ๓ คน ยึดปืนเราไปครับ หลังจากนั้นเป็นอย่างไรครับ ผมเอา เหตุการณ์ที่สําคัญ ปรากฏพระออกไปบิณฑบาตที่จังหวัดปัตตานีทหารคุ้มกันถูกยิง ชาวไทย ออกไปหาของป่าถูกยิงตายทีเดียว ๙ คน ต่อจากนั้นเป็นอย่างไรต่อครับ คาร์บอมบ์ที่จังหวัด ยะลากลางเมืองบาดเจ็บ ๑๖ คน บ้านถูกเผาอีกต่างหาก จําได้ว่า ๘ หลังหรือไม่ ต่อมาอีก ครับกลางเมืองจังหวัดนราธิวาส สถานบันเทิงถูกคาร์บอมบ์หรือถูกซุ่มยิงบาดเจ็บระนาว เหตุการณ์เกิดขึ้นที่จังหวัดนราธิวาส และหลังจากนั้นอีกครับ เมื่อต้นเดือนมีนาคมนี้ โต๊ะครูถูกฆ่า พอโต๊ะครูถูกฆ่า พระไปบิณฑบาตถูกยิงตาย ๑ รูป เณรบาดเจ็บอีก ๒ องค์ เอาละครับสุดท้ายนี่ผมเอากว้าง ๆ เลยครับวันที่ ๑๔ ปล้นร้านทองที่กลางเมืองสุไหงโก-ลก ตาย ๓ คน บาดเจ็บต่างหาก แล้วไปยึดปืนคืนมาได้ ปืนได้มาจากไหนครับ ได้มาจากพวกนี้ ไปปล้นที่ฐานปฏิบัติการพระองค์ดําที่จังหวัดนราธิวาส เป็นปืนชนิดนี้ นี่ละครับเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องแล้วเมื่อวันที่ ๑๔ ที่ผ่านมาวันที่ ๑๕ นี่สารวัตรกํานันอยู่บ้านเฉย ๆ ถูกยิง กับชาวบ้านตายรวมเป็น ๓ คน เขตที่จังหวัดสงขลา ที่อําเภอนาทวี ซึ่งเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไปแล้ว เป็นอย่างไรครับพวก ชรบ. ถูกฆ่า ถูกยิง ชาวบ้านไปทําสวนยางถูกยิงเหตุการณ์สด ๆ ร้อน ๆ ที่ผมนําเรียนให้ท่านว่า เหตุการณ์เหล่านี้ทําท่าที่จะบานปลายต่อไปนะครับ ทําท่า จะบานต่อไปผมก็ยังมองเป็นห่วงเป็นใยว่าขอภาวนาเถอะ ขอให้มันอยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้หรือ ๔ อําเภอ ขอให้พยายามเถอะอย่าให้มันขยายออกไปไกลกว่านั้น ท่านต้องช่วยกันคิดแก้ ช่วยกันแก้ปัญหา และสําคัญที่สุดนี่ครับบุคคลที่สําคัญที่สุด ที่ตายทั้งหลายนี่ชาวบ้านนี่ตายมากกว่าเพื่อนครับ ชาวบ้านตายมากครับ ครูตายมากครับ ที่สอนนักเรียนแก่การศึกษาทั้งหลาย นี่เป็นปัญหาสําคัญถึงความล้มเหลวที่ว่าท่านใช้คนลงไป งบประมาณทุ่มเทลงไป แล้วก็ใช้คนทุ่มเทลงไปมันล้มเหลวครับ มันล้มเหลวอย่างที่ผมเรียน มานี้ ท่านล้มเหลวในการแก้ปัญหา นี่เป็นประเด็นที่ผมเรียนมา

ประเด็นต่อไป ผมก็ไม่อยากจะพูดในเรื่องประเด็นเรื่องนี้ครับ ประเด็นเรื่อง ภาวะการเป็นผู้นําของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ในการผู้นําของรัฐบาลในการแก้ปัญหา พื้นที่ภาคใต้นะครับผมเอาเฉพาะเรื่องนี้ เอาละครับการแก้ปัญหาพื้นที่ภาคใต้ แต่ก่อนมานั้น ตั้งแต่โบราณกาลนะครับตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ กระทรวง ที่สําคัญที่สุดในการดูแลความสงบภายใน บําบัดทุกข์บํารุงสุขให้แก่ประชาชนนั้นคือ กระทรวงมหาดไทย การดูแลป้องกันประเทศคือกระทรวงกลาโหม ซึ่งล้นเกล้ารัชกาลที่ ๕ ท่านได้ตั้งขึ้นไว้ มี ๒ กระทรวงนี้แต่ปรากฏว่าการจัดการเรื่องรัฐบาลนะครับท่านเลือกคน มาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะตัวท่านรัฐมนตรีท่านชวรัตน์นะครับ ท่านไม่เหมาะเลยในการที่จะแก้ปัญหาความสงบภายใน ท่านน่าจะไปทําเรื่องค้าขาย ท่านไม่ได้อาศัยกําลังหลักที่เป็นข้าราชการที่เป็นหลักของประเทศ ท่านจะไปพึ่ง หน่วย กอ.รมน. ท่านจะไปพึ่งหน่วย ศอ.บต. ซึ่งท่านตั้งขึ้นมามันเป็นหน่วยพิเศษ แต่หน่วยที่รับผิดชอบบ้านเมืองจริง ๆ ท่านไม่ผนึกกําลังในการใช้ เป็นอย่างไรละครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยตลอดเวลา ๓ ปีไม่เคยไปเหยียบแผ่นดิน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แม้แต่ตัวท่านนายกรัฐมนตรีเอง ท่านไปบางครั้งไม่กี่ครั้งครับผมว่าท่านไม่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับประชาชนและเจ้าหน้าที่ ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเรื่องความเป็นมา สําคัญในการที่จะแก้ปัญหา

เรื่องสําคัญอีกครับ เรื่องจัดเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการในพื้นที่สนามหรือที่มี การต่อสู้หรือที่มีต่อกันในภาวะเกือบจะเป็นสงคราม พวกเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานที่มีกําลังใจ อย่างยิ่ง ผมยกความล้มเหลวของท่านในการแก้ปัญหาให้แก่เจ้าหน้าที่ หรือจ่าเพียร หรือพันตํารวจเอก สมเพียร เอกสมญา เสียชีวิต ถูกผู้ก่อความไม่สงบหรือโจรก่อการร้ายยิงตาย เมื่อวันที่ ๑๔ มีนาคมปีที่แล้ว และครบ ๑๔ มีนาคมที่ผ่านมานี้เอง เขาได้เข้ามาพบกับ ท่านนายกรัฐมนตรี เขาไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้บังคับบัญชาระดับต้น ขอมาอยู่จังหวัดตรัง ไม่ให้ มาร้องไห้ที่ทําเนียบรัฐบาล ขอความปราณีจากท่าน แต่ท่านเพิกเฉย ท่านเป็นประธาน ก.ต.ช. กําหนดนโยบายของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ กําหนดและเป็นประธาน ก.ตร. ในการ แก้ปัญหา การบริหารรับผิดชอบการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตํารวจ ท่านสามารถที่จะไป สั่งการแก้ปัญหา ถ้าการแต่งตั้งผ่านไปแล้วมันเกือบไป แต่สิ่งสําคัญที่ท่านต้องทําได้ก็คือ สั่งมาช่วยราชการออกนอกพื้นที่ แต่ท่านกระทําการครั้งนี้ ท่านปล่อยเขาไปตาย ทั้งชีวิตเขา ต่อสู้ตั้งแต่นายสิบ จ่า นายร้อย จนกระทั่งนายพัน ไปตายที่อําเภอบันนังสตา ต่อสู้ ไปรับราชการตั้งแต่นายสิบจนกระทั่งนายพัน ตายที่บันนังสตาครับ เสียใจ ผมคิดว่าท่านต้อง สะเทือนใจเหมือนกัน ว่าเรื่องนี้การเพิกเฉยการแก้ปัญหาท่านไม่ได้สนใจตรงนี้ ที่สําคัญ อีกอย่างหนึ่งครับที่ฐานปฏิบัติการพระองค์ดํา ที่ถูกตีนี้ ญาติของผู้ตาย ญาติของผู้กองกฤช ได้บอกว่า บอกอย่างไรครับ บอก ก่อนเขาจะตายนี้ขอเงินทางบ้านมา ๕๐,๐๐๐ บาทเพื่อจะ ไปปรับปรุงฐานในการให้ความปลอดภัย มันเป็นปัญหาถามว่าเงินมหาศาลที่ลงไปในกองทัพนี้ ไปอยู่ที่ไหน ทําไมไม่ถึงพวกทหารผู้น้อย ไปไหน มันถึงไม่ถึงตัวเขา ปัญหาเบี้ยเลี้ยง ปัญหาสิทธิกําลังพลทั้งหลายเป็นอย่างไรครับได้ตามดูแลไหม เอาละครับ ขณะเดียวกัน ถ้าประชาชนทั้งหลายทุ่มเทลงไป ไม่ว่าไทยเข้มแข็งอะไรทั้งหลายมันไม่ถึงมือชาวบ้าน ถึงก็ถึงน้อยครับ ข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่เช่นนี้มันเป็นสิ่งภาวะที่ต้องพิจารณาครับ จึงฝากท่านว่า ถ้าได้สนใจ อย่าให้ ส.ส. ในพื้นที่มากล่าวหาแม่ทัพบกเลยว่าไม่สนใจในการปราบปราม แต่ความจริงเราต้องมาโทษตัวเองที่ท่านเป็นผู้นําทําไมปล่อยให้เกิดการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น ผมจึงขอสรุปสุดท้ายว่า ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ผมไม่อยากจะกล่าวว่าท่านไร้ภาวะผู้นํา ท่านไร้ซึ่งประสบการณ์ และข้อสําคัญที่สุดผมไม่อยากจะกล่าวว่าท่านเป็นนายกรัฐมนตรีฝึกหัด ขาดการบริหารจัดการที่ดี จึงทําให้ท่านดับไฟใต้ไม่ได้ เกิดความล้มเหลว กระผมจึง ไม่สามารถที่จะไว้วางใจให้ท่านบริหารราชการแผ่นดินอีกต่อไปครับผม